สามีหนีไปจะทำไง

ประกาศ คุณสุกัญญา แนวบรรทัด โปรดติดต่อหาทนายรุจีด่วนเรื่องเคสที่กำลังทำอยู่  ผู้ใดรู้จักคุณสุกัญญาโปรดช่วยฝากต่อกันด้วยค่ะ ที่อยู่ครั้งสุดท้ายของคุณสุกัญญาคือเมือง Sparks รัฐ Nevada

สัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันได้ 3 อีเมล์ เรื่องสามีหนีไปจะทำไง เรื่องราวคล้ายๆกันทั้ง 3 คน วันนี้คุยกันเรื่องนี้นะคะ ถึงสิทธิในแง่กฎหมายและเรื่องอิมมิเกรชั่น ก่อนอิ่นดิฉันไม่ได้ทำเคสหย่า แต่ดิฉันรับทำเคสใบเขียว 10 ปีถ้าเกิดมีการหย่าก่อนยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปี ผู้ใดมีปัญหาเรื่องหย่า ขอให้ปรึกษาทนายในรัฐของคุณ ดิฉันได้เขียนเรื่องบท “กฎหมายครอบครัว” ซึ่วพูดถึงสิทธิและหน้าที่ระหว่างสามีภรรยา และบท “หย่าร้าง” ทั้งสองบทอยู่ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง” โปรดซื้อเล่มนั้นอ่าน จะช่วยประหยัดเงินคุณค่าทนายได้มากค่ะ คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

เคสตัวอย่าง

ทั้งสามเคสที่ถามมาคือ ทั้ง 3 มีใบเขียว 2 ปี ยังไม่ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปี สามีเจ้าชู้ และไล่ตนออกจากบ้าน ตนไม่ได้ทำงาน เพราะสามีไม่ให้ทำงาน ขับรถก็ไม่เป็นเพราะสามีไม่สอนให้ ตนไม่มีเงินเก็บ   คำถาม

  1. สามีไล่ออกจากบ้านได้ไหม
  2. ถ้าเราไม่ยอมเซ็นหย่า สามีจะหย่าได้ไหม
  3. ตนเอาเงินเก็บของตนให้สามีใช้ทุกเดือน เรียกคืนได้ไหม
  4. เรียกร้องค่าเลี้ยงดูได้ไหม
  5. สามีบังคับให้กลับไทย ทำไง
  6. สามารถขอใบเขียว 10 ปีเองได้ไหม

เฮ้อ! ขอตอบเป็นข้อๆเลยนะคะ แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกฎหมายเกี่ยวกับการแต่ง หย่า ในอเมริกาก่อน

สิทธิคู่สมรสซึ่งกันและกัน

คู่สมรสระหว่างสมรสมีหน้าที่ที่ช่วยหาเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน สมัยก่อนโน้น หลังแต่งงานภรรยาถือเป็นสมบัติของสามี สามีหาเลี้ยงภรรยา คือภรรยาต้องอยู่ในโอวาทสามี สามีจะบังคับให้ภรรยามีเซกส์ด้วยก็ได้ สามีมีสิทธิตบตีภรรยาได้(เพราะเป็นสมบัติเขาเนี่ย) ภรรยาฟ้องหย่าสามีก็ไม่ได้ ภรรยาจะฟ้องร้องใครในศาลก็ไม่ได้ทั้งนั้น สามีต้องเป็นคนฟ้องแทน ผู้หญิงก็พยายามเรียกร้องสิทธิมาตลอด ไม่ทราบปีอะไร มีกฎออกมาว่าสามีสามารถตบตีภรรยาได้ตราบใดที่ไม้ใช้ตีภรรยาห้ามใหญ่เกินหัวแม่มือ เลยมีคำพังเพยว่า “Rule of thumb”  ดิฉันเคยเขียนความเป็นมาของ Rule of Thumb ในบท “สิทธิผู้หญิง” หน้า 52 ในหนังสือเล่มแรกของดิฉันเขียนปี 1996 “รวมบทความคอลัมน์กฎหมายเล่มหนึ่ง” (หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดิฉันรักมากที่สุด เพราะเป็นหนังสือที่ดิฉันเขียนด้วยความตั้งอกตั้งใจจริงๆและตอนนั้นพิมพ์ภาษาไทยไม่เป็นเลย ต้องจิ้มทีละคำ) ชัยชนะแรกของผู้หญิงคือ ปี 1920 รัฐธรรมนูญได้แก้ไขกฎและเพิ่มบทเฉพาะกาลให้สิทธิผู้หญิงโหวทได้ (อออกเสียงเลือกตั้ง) หลังจากนั้นผู้หญิงเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกันมาเรื่อย  เรียก “อีควอลิตี้” (Equality) จนช่วงทศวรรษ 1970 มา กฎหมายผ่านให้ผู้หญิงสามารถแอ็พพลายเครดิตด้วยตนเองได้โดยสามีไม่ต้องเซ็น และปัจจุบันสามีห้ามตบตีเมีย เอาว่าปัจจุบันชายและหญิงในแง่กฎหมายมีสิทธิเท่าเทียมกันทุกอย่าง

เลิกกัน

ในแง่ของกฎหมายครอบครัว การสมรสเปรียบเสมือนสัญญาระหว่างผู้ใหญ่สองคน (จะว่าหญิงและชาย ก็ไม่ได้แล้วสมัยนี้เพราะเกย์และเลสเบียนก็สามารถสมรสได้บางรัฐ) ที่ตกลงใจว่าจะอยู่ร่วมกัน โดยไปจดทะเบียนสมรสกันก็เปรียบคล้ายๆทำสัญญากัน ในแง่กฎหมายกรณีหย่าเปรียบเสมือนยกเลิกสัญญา ฉะนั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิยกเลิกสัญญาได้ ไม่มีการที่ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมให้ยกเลิกสัญญา ในแง่การแบ่งทรัพย์สินและบุตรก็จะมีระบุไว้ตามกฎหมายรัฐ

ตอบคำถาม

  1. สามีไล่ออกจากบ้านได้ไหม ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิกได้ และแยกกันอยู่ออกไป ตามคำถาม ถ้าบ้านที่คุณทั้งสองอยู่เป็นของสามีที่มีมาก่อนแต่ง หรืออยู่อพาร์ทเม๊นท์ที่เป็นชื่อเขาคนเยว ถ้าเขาจะเลิกให้คุณออกจากบ้าน คุณก็ต้องออกค่ะ
  2. ถ้าเราไม่ยอมเซ็นหย่า สามีจะหย่าได้ไหม ถ้าคุณไม่มีทรัพย์สินร่วมกันหรือไม่มีลูกร่วมกัน การหย่าจะเป็นแบบ “อันคอนเทสเท็ด ดีวอร์ซ” (Uncontested Divorce) คือไม่มีการแบ่งอะไรกัน หย่าโดยอีกฝ่ายไม่ต้องยินยอม ฉะนั้นสามีคุณยื่นเรื่องหย่าได้โดยทางคุณไม่ต้องเซ็นอะไรเลย  แต่คุณจะได้รับใบโนติสหรือใบ “ซัมมอน” (Summon) จากฝ่ายเขาให้คุณรับรู้ว่าทางเขากำลังยื่นเรื่องหย่าคุณนะ หลังจากนั้นแล้วแต่รัฐว่าใช้ระยะเวลานานเท่าไรการหย่าถึงจะสิ้นสุด  รัฐคาลิฟอร์เนียใช้เวลา 6 เดือน บางรัฐเร็วกว่านั้น หลังจากนั้นการหย่าก็จะสิ้นสุดโดยปริยาย
  3. ตนเอาเงินเก็บของตนให้สามีใช้ทุกเดือน เรียกคืนได้ไหม คงลำบากเหมือนกันค่ะ โดยปกติทรัพย์สินก่อนสมรสถือเป็นสินส่วนตัว แต่ในแง่เงินสด หลายครั้งระหว่างสมรสแต่ละฝ่ายอาจจะเอาเงินส่วนตัวออกมาใช้ในบ้านซึ่งกันและกัน  ถ้าไม่มีการทำสัญญาตกลงก่อน เงินนั้นศาลอาจถึอว่าเป็นการให้ด้วยเสน่หาหรือ “กิฟ” (Gift) ไม่ถือเป็นการ “เงินยืม” หรือ “โลน” (Loan) ยากที่จะพิสูจน์หรือเรียกร้องคืน
  4. เรียกร้องค่าเลี้ยงดูได้ไหม อันนี้แล้วแต่ศาลค่ะ กรณีนี้คุณต้องสู้เรื่องในศาล กรณีคุณแต่งงานและไม่เคยทำงานมาก่อนระหว่างสมรส ศาลอาจจะสั่งให้สามีจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูระยะหนึ่ง ไม่กี่เดือนเพื่อให้คุณมีโอกาสไปหางานทำเลี้ยงตัวเอง อันนี้ขึ้นอยู่กับหลายประเด็น เช่น ระยะเวลาการแต่งงานที่อยู่ด้วยกัน รายได้สามี ความเป็นอยู่ระหว่างแต่งงาน การศึกษา ประสบการณ์งาน และอื่นๆหลายประเด็นที่ศาลนำมาพิจารณาที่จะตัดสิน
  5. สามีบังคับให้กลับไทย ทำไง อันนี้ฟังไม่ขึ้นสำหรับดิฉัน เพราะไม่มีใครที่จะบังคับให้คุณทำอะไรได้ ถ้าคุณไม่อยากกลับก็ไม่ต้องกลับ
  6. สามารถขอใบเขียว 10 ปีเองได้ไหม ได้ค่ะ โดยคุณต้องแสดงว่าตอนคุณแต่งงานคุณแต่งงานจริงโดยมีเจตนาอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา แต่มีเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นที่ทำให้คุณสองอยู่ร่วมกันไม่ได้จึงต้องถึงขั้นหย่าขาดในที่สุด ไม่แนะนำให้ทำเรื่องเองเลยนะคะ โปรดให้ทนายทำ

ข้อแนะนำก่อนแต่งงาน

 

  • บอกสามีให้รู้ถึงสถานภาพวีซ่าคุณว่าคุณวีซ่าขาด หรือยังไม่ขาดก็แล้งแต่  การที่คุณจะอยู่ในอเมริกาได้อย่างถาวรหลังแต่งงาน สามีต้องเป็นคนยื่นเรื่องทำใบเขียวให้คุณ อธิบายเรื่องใบเขียวให้เขาฟัง ฝรั่งหลายคนไม่ค่อยรู้เรื่องเหล่านี้ เขาจะได้ไม่ระแวงภายหลังว่านี่คือเหตุผลที่คุณมาแต่งงานกับเขาหรือเปล่า
  • อย่าเลิกทำงาน ดิฉันแนะนำว่าถ้าคุณทำงานมาก่อนแต่งงาน ดิฉันเชื่อว่าคนไทยทุกคนทำงาน คุณต้องพูดกันให้รู้เรื่องก่อนแต่งงานว่าคุณยังต้องการทำงานอยู่ต่อไปจะเป็นพาร์ทไทม์หรือฟูลไทม์ก็แล้วแต่  ถ้าคุณเจอผู้ชายที่ไม่ต้องการให้คุณออกทำงานนอกบ้าน ด้วยจะหวงหึงหรืออะไรก็แล้วแต่ ขอให้คิดดีๆก่อนตกลงแต่งงาน ชีวิตสมรสไม่แน่นอนค่ะ การทำงานนอกจากจะคุณมีค่าขนมส่วนตัว ยังทำให้คุณเป็นอิสระได้ออกไปเปิดหูเปิดตานอกบ้าน และผู้หญิงที่ทำงานจะมีความมั่นใจในตัวเองสูงขึ้น เพราะถ้าคุณเอาตัวออกจากวงการตลาดงาน นอกจากความมั่นใจจะลดน้อยลง เพราะต้องเป็นช้างเท้าหลังตามสามีอยู่  ยังทำให้คุณขาดประสบการณ์อีกด้วย ไม่แนะนำค่ะ
  • หัดขับรถ คุณผู้หญิงหรือผู้ชายที่อยู่ในเมกา ต้องเก่งค่ะ คุณไม่ขับรถก็เหมือนไม่มีขา โดยเฉพาะถ้าคุณอยู่รัฐคาลิฟอร์เนียซึ่งไม่มีรถสาธารณะดีๆ ถ้าคุณอยู่นิวยอร์คก็ไปอีกอย่าง อันนี้โทษใครไม่ได้ค่ะ  ต้องโทษตัวเอง ดิฉันเขียนเรื่องนี้ในหนังสือชีวิตโรบินฮู้ด หน้า 4-5 หัวข้อ “ข้อแนะนำก่อนไปเมกา” และ“เมื่อถึงอเมริกาใหม่ๆ” โปรดอ่านค่ะ

ข้อแนะนำหลังสามีหนีไป

เข้มแข็งค่ะ อยู่เมกาต้องเก่งค่ะไม่อ่อนปวกเปียก  เป็นตัวของตัวเอง รักศักดิ์ศรีตนเอง เราเกิดมามีพ่อมีแม่ไม่ใช่ตัวคนเดียว พ่อแม่รักเราเลี้ยงเรามา อย่าให้ใครรวมทั้งสามีมาดูถูก  ต้องปากกัดตีนถีบ ช่วยตัวเองได้ แน่นอนเวลาเลิกกันกับคนรักก็ต้องเสียใจอยู่ดี ร้องไห้เสร็จก็หยุด  ใครไม่รักเรา แล้วเราต้องไปทนทู่ซี้อยู่ทำไม  หญิงไทยมีแสน่ห์จะตาย ดิฉันว่าหาคนดีๆใหม่เมื่อไรก็หาได้    โชคดีค่ะ

คุณสามารถอ่านคอลัมน์นี้ได้จาก website ค่ะ www.rujirat.com และติดต่อดิฉันได้ทางโทรศัพท์ 714.994.5958 หรือทางอีแฟกส์ที่ 714.475.6939 หรืออีเมล์หาดิฉันได้ที่ attorneyruji@aol.com และคุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยส่งเช็คถึง Ruji Totari ไปที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 ราคาหนังสือตามโฆษณาข้างบนนี้ รวมค่าส่งแล้ว แฟนเว๊บไซท์ดูวิธีสั่งซื้อได้โดยคลิกเข้าไปที่ “หนังสือ” แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308