ใบเขียวพี่น้องที่ตกค้างจากปีที่แล้ว

ดิฉันมีเคสใบเขียวพี่น้องที่ยื่นไว้ก่อนเดือนเมษายน 2001 ภายใต้มาตรา 245i ซึ่งสัมภาษณ์แล้วแต่ยังไม่ได้ใบเขียวและบางเคสยื่นสายไป ถูกส่งกลับคืนเนื่องจากโควต้าใบเขียวหยุดชะงักและ“เร็ทโทรเกรสชั่น” (retrogression-ถอยหลังเข้าคลอง) ซึ่งในขณะเดียวกันหลายเคสที่ยื่นเรื่องพร้อมกันได้รับใบเขียวกันแล้ว ดิฉันก็สงสารลูกความที่คอยมาก เดือน 2 เดือนก็จะโทรมาถามข่าวคราวกัน ตอนนี้ยังไม่มีข่าวดีแต่ก็จวนแล้วค่ะ สัปดาห์นี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “วีซ่า บุลเลอติน” (Visa Bulletin) “พรายออริตี้ เดท” (Priority Date) และ“วีซ่า เร็ทโทรเกรสชั่น” (Visa Retrogression)

“วีซ่า บุลเลอติน” (Visa Bulletin)

รัฐบาลอเมริกันกำหนดโควต้าออกใบเขียวให้ทั้งหมดปีละ 631,600 แบ่งเป็นโควต้าใบเขียวครอบครัว 436,600 ใบเขียวคนงาน 140,000 และใบเขียวล็อตโต้ 55,000 และยังแยกจำนวนใบเขียวออกเป็นแต่ละกรุ๊บ แต่ละเดือนกระทรวงการต่างประเทศ หรือ “ดีพาร์ทเม๊นท์ ออฟ เสตท” (Department of State) ประกาศวันที่ ที่โควต้าแต่ละกรุ๊บของใบเขียวมาถึงผู้ที่โควต้าถึง ก็จะยื่นเรื่องต่อและได้สัมภาษณ์และได้ใบเขียวในที่สุด วิธีอ่านวีซ่าบุลเลอตินคือ ให้ดูวันที่นั้นเป็นหลักว่าเคสที่ยื่นวันนั้นหรือก่อนหน้าวันนั้นโควต้ามาถึงแล้ว มันยากที่จะกะดูว่าโควต้าใบเขียวจะกระเถิบเร็วหรือช้าแต่ละเดือน คุณต้องดูตัวอย่างเดือนเก่าๆแต่ละเดือนซึ่งคุณพอจะได้ไอเดียว่าเมื่อไรเคสคุณจะมาถึง

“พรายออริตี้ เดท” (Priority Date)

คล้ายๆการเข้าคิวคอยว่าเมื่อไรจะถึงตาคุณซักที เมื่อคุณยื่นเรื่องขอใบเขียว หลังส่งเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่น และทางอิมรับเรื่องคุณ คุณจะได้รับใบตอบรับหรือ “โนติส รีซีท” (Notice Receipt) บนใบนั้นข้างบนซ้ายมือ จะมี Receipt Number และถัดลงมาจะมี Priority Date ให้ถือวัน Priority Date เป็นวันกำหนดโควต้าของคุณ เวลาคุณเช็คว่าเมื่อไรโควต้าของคุณจะมาถึงให้ คุณเช็คเข้า Visa Bulletin โดยเข้าไปที่ www.travel.state.gov คลิกเข้าไปที่ Visas และคลิกไปที่ Visa Bulletin และดูช่องที่เป็น กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ของคุณ ฉะนั้นยิ่งคุณยื่นเรื่องเร็วเท่าไร คุณก็ได้อยู่คิวหน้าๆ  โปรดอ่าน “กรุ๊บเพร็ฟเฟเร็นซ์” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทใบเขียว หน้า 4-4 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

“วีซ่า เร็ทโทรเกรสชั่น” (Visa Retrogression)

“วีซ่า เร็ทโทรเกรสชั่น” หรือ “วีซ่า แบ๊คล๊อก” (Visa Back Log) พจนานุกรมไทยแปลว่า “ถอยหลังเข้าคลอง” ใช้กับโควต้าวีซ่า คือ ตามวีซ่า บุลเลอติน แต่ะเดือนวีซ่าก็กระเถิบไปเรื่อยๆแต่ละเดือน (เวลาดิฉันพูดถึงวีซ่าในที่นี้ คือ วีซ่าถาวร หรือใบเขียวนั้นเอง) ถ้าปีไหนวีซ่ากรุ๊บไหนเหลือ คือใช้ไม่หมดก็จะยกยอดไปปีต่อไป (อันนี้เอาย่อๆนะคะ แต่จริงๆแล้ววิธีนับโควต้าซับซ้อนมากกว่านี้)

อะไรเกิดขึ้นกับกรุ๊บใบเขียวพี่น้อง

กรุ๊บใบเขียวพี่น้อง โดยปกติรอคิวโควต้านานประมาณ 10-11+ ปี ช่วงที่มาตรา 245 I ผ่านตอนต้นปี 2001 ถ้าจำไม่ผิดคือ ก.พ. 2001 ถึง 30 เมษา 2001 หลายคนรีบยื่นขอใบเขียวพี่น้องช่วงนั้น และก็รอโควต้าไป ปรากฎช่วงกลางปี 2010 ระหว่างเดือนพฤษภาถึงสิงหา 2010 โควต้ากรุ๊บพี่น้องกระโดดพรววด 1 ปี เดือน คือเดือน พ.ค. 2010 พรายออริตี้ เดท อยู่ที่ 15 May 2000 แต่พอเดือนสิงหา 2010 พรายออริตี้ เดท คือ 1 June 2001 (โดยปกติโควต้าเขยิบช้ามาก แต่ละเดือนจะเขยิบทีละ 1 เดือน) ในช่วงนั้นผู้ที่รอใบเขียวกรุ๊บพี่น้อง ยื่นเรื่องเข้าไปเป็นแสนๆคน และได้ใบเขียวกัน จนใช้จำนวนโควต้าหมด พอเดือนมกรา 2011 โควต้าถูกใช้หมด พรายออริตี้ เดท กรุ๊บพี่น้องหยุดและถอยหลังกลับเข้าคลองไปปีกว่าเป็น 1 January 2002 ฉะนั้นคนที่ไปสัมภาษณ์หลังนั้น เนื่องจากยื่นเรื่องเข้าไปช้า หรือยื่นเรื่องภายในเวลาแต่เป็นเคสที่มีปัญหาเนื่องจากอาจมีคดีติดตัว หรือยื่นเอกสารไม่ครบก็เลยติดชงักอยู่ ตอนนี้ต้องรอไปจนกว่า พรายออริตี้ เดท จะมาถึงอีก แต่ก็ยังดีพวกที่สัมภาษณ์แล้วยังได้ เวิ๊ร์ค เพอร์มิท ทำงาน ผู้ที่น่าสงสารคือผู้ที่ยื่นทีหลังเดือน ก.พ. เรื่องถูกตีกลับให้คอยยื่นใหม่เมื่อโควต้ามาถึง พวกนี้ก็ยังไม่มีเวิ๊ร์ค เพอร์มิท วีซ่าบุลเลอตินเดือนสิงหา 2012 พึ่งออกมาตอนนี้ พรายออริตี้ เดท กรุ๊บพี่น้อง คือ 15 February 2001 ฉะนั้นถ้าโควต้าเขยิบเดือนละ 1 เดือนก็น่าจะอีก 2 เดือนผู้ที่ยื่นเดือนเมษาก็น่าจะได้เรียกเร็วๆนี้ ดิฉันช่วยสวดมนต์คอยให้ โปรดอ่าน “มาตรา 245i” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บท กฎหมายคนเข้าเมือง หน้า2-5

ทางอิมมิเกรชั่นจะแจ้งเราไหม

ตอนนี้เคสพี่น้องที่ค้างอยู่  เรื่องถูกส่งไปคอยที่ National Benefits Center หรือ NBC ตามที่ดิฉัน search ดู บอกว่าทาง NBC จะแจ้ง มาให้ทางทนายและตัวผู้ยื่นทราบ ฉะนั้นเราก็ต้องใจเย็นรออีกนิดนะคะ
ขอบคุณคุณจิมมี่
คอลัมน์นี้ต้องขอขอบคุณ คุณจิมมี่ ผู้เป็นทั้งเพื่อนที่ดี,ลูกความ,และแฟนคอลัมน์พันธ์แท้ของดิฉัน แนะนำให้ดิฉันเขียนเรื่องนี้ เนื่องจากสัปดาห์นี้ดิฉันคิดไม่ออกจริงๆว่าจะเขียนหัวข้ออะไรเลยโทรไปคุยกับคุณจิมมี่และกะจะเบี้ยวไม่เขียน คุณจิมมี่บอกไม่ได้นะต้องเขียนเพราะติดคอลัมน์  คุยกันไปคุยกันมาก็คุยเรื่องวีซ่าแบ๊กล๊อก ดิฉันก็อธิบายเสียยาว คุณจิมมี่เลยบอกว่าก็เขียนเรื่องนี้สิ ขอบคุณค่า