โอลิมปิค เกมส์

ประกาศ ดิฉันจะไปมินิเวเคชั่นที่มิวนิค เยอรมันี 2 สัปดาห์นะคะ ระหว่าง 5 สิงหา ถึง 18 สิงหา ติดต่อดิฉันได้ทางอีเมล์ attorneyruji@aol.com มีลูกความถามว่าดิฉันจะแว่บไปดูโอลิมปิคหรือ ไม่ได้ไปน่ะค่ะ มีเวลาน้อย เพียงจะไปหาพี่สาวและพี่เขยและไปเที่ยวแถวมิวนิคและไปหาเพื่อนเก่าราชินีแถบชายแดนออสเตรีย

ไหนๆพูดถึงโอลิมปิค เพราะขณะนี้กำลังมีการแข่งขันโอลิมปิคฤดูร้อนอยู่ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เปิดพิธีเมื่อวันศูกร์ที่ผ่านมา 20 ก.ค. วันนี้เราคุยกันเบาสมองเรื่องโอลิมปิคเกมส์กัน (ข้อมูลเหล่านี้ค้นมาจาก วิกิพีเดียค่ะ)

โอลิมปิคเกมส์ (The Olympic Games)

โอลิมปิคเกมส์ เป็นการแข่งขันกีฬาหลายชนิดจากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งจะมีการแข่งขันกันทุกสี่ปีเวียนไปตามประเทศต่างๆ โดยคณะกรรมการโอลิมปิคสากลหรือ “อินเตอร์เนชั่นแนล โอลิมปิค คอมมิทที่” (International Olympic Committee หรือ IOC) เป็นผู้เลือกประเทศเจ้าภาพ โดยพิจารณาจากบรรดาประเทศสมาชิกที่ขอจัด ตามข้อมูลตั้งแต่ ค.ศ.ปี 1964 เป็นต้นมา IOC เลือกประเทศตามเกณท์กระจายหลักภูมิศาสตร์หรือ “จีโอกราฟฟิค ดิสทริบิวชั่น” (Geographic Distribution) ตัวอย่าง โอลิมปิคส์เกมส์คราวที่แล้วปี 2008 เจ้าภาพคือประเทศจีน ทวีปเอเชีย ปีนี้ประเทศอังกฤษ ทวีปยุโรป โอลิมปิคครั้งต่อไปปี 2016 จะเป็นเมือง “ริโอ เด จาเนโร” (Rio de Janeiro) ประเทศบราซิล ทวีปอเมริกาใต้ เป็นต้น ประเทศที่ได้รับเลือกถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงทำให้พลเมืองทั้งประเทศนั้นภาคพูมใจมาก ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกโอลิมปิก 197 ประเทศ โอลิมปิค เกมส์ ดั้งเดิมมีเกมส์เดียวและมีการแข่งขันทุก 4 ปี มาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1924 ได้มีการเพิ่มการแข่งขันกีฬาฤดูหนาว ได้แบ่งเป็น 2 เกมส์คือ “ซัมเม่อร์ โอลิมปิค” (โอลิมปิคฤดูร้อน) และ “วินเท่อร์ โอลิมปิค” (โอลิมปิคฤดูหนาว) แต่ละเกมมีทุกๆ 4 ปี ซึ่งจะมีสลับกันในระหว่าง 2 ปี เท่ากับว่าคุณได้ดูเกมส์ทุก 2 ปี คือ วินเท่อร์ โอลิมปิคเกมส์ครั้งต่อไปเป็นปี 2014 และ ซัมเม่อร์ โอลิมปิคเกมส์ ครั้งต่อไปคือปี 2016 “วินเท่อร์ โอลิมปิค” จะเป็นกีฬาฤดูหนาวเช่น ไอ๊ซ์เสก็ต และสกี และจะจัดขึ้นในประเทศที่มีภูมิประเทศที่เป็นน้ำแข็งหรือหิมะ “วินเท่อร์ โอลิมปิค” ครั้งแรกจัดขึ้นที่เมือง “ซาโมนิกส์” ฝรั่งเศษ “วินเท่อร์ โอลิมปิค” ครั้งที่แล้วปี 2010 จัดที่เมือง “แวนคูเว่อร์” แคนาดา ครั้งต่อไปปี 2014 จะจัดที่เมือง “โซชิ” ประเทศรัสเชีย ประเทศไทยเราได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรก ในการแข่งขันครั้งที่ 15 ณ กรุงเฮงซิงกิประเทศฟินแลนด์ ปี ค.ศ. 1952 และได้เข้าร่วมแข่งขันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

บ่อเกิดและปัจจุบันของกีฬาโอลิมปิค

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเกิดขึ้นตั้งแต่ 1,000 กว่าปีก่อนคริสตกาล ในประเทศกรีซ บนยอดเขาโอลิมปัส แคว้นอิลิส โดยผู้ชมต้องปีนขึ้นไปดูบนยอดเขา (ผู้ชมคงต้องเป็นนักกีฬาด้วยเหมือนกันแฮะ) โดยนักกีฬาต้องเปลือยกายแข่งขันเพื่อประกวดความสมส่วนของร่างกาย (ผู้ชมไม่ต้องเปลือย) นักกีฬาและผู้ชมเป็นผู้ชายเท่านั้น เริ่มแรกมีกีฬาเพียง 5 ประเภทคือ วิ่ง(foot race) กระโดด (jumping) ขว้างจักรและพุ่งแหลน (discus and javelin throws) มวยปล้ำ (wrestling) และแข่งม้า (equestrian events) ภายหลังสถานที่บนยอดเขาแคบไปจุคนไม่หมด จึงย้ายการแข่งขันลงมาที่เชิงเขาโอลิมปัสแทนประมาณปี 776 ก่อนคริสตกาล และได้ปรับปรุงการแข่งขันใหม่ให้นักกีฬาใส่กางเกง มีการบันทึกการแข่งขันอย่างเป็นทางการ มีจักรพรรดิ์เป็นองค์ประทาน และอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าดูได้แต่เข้าแข่งไม่ได้ สมัยโน้นนักกีฬาแต่ละคนต้องเล่นกีฬา 5 อย่างคือ วิ่ง กระโดด มวยปล้ำ ขว้างจักรและพุ่งแหลน ผู้ชนะจะได้รางวัลคือ มงกุฏทำด้วยกิ่งไม้มะกอกมาจากยอดเขาโอลิมปัสซึ่งเชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้า “ซุส” (Zeus) เรียก “ช่อลอเรล” โดยจักรพรรดิ์เป็นผู้สวมบนศรีษะให้ และผู้ชนะได้รับเกียรติเดินทางท่องเที่ยวไปทุกรัฐในฐานะตัวแทนของพระเจ้า การแข่งขันนี้ได้จัดขึ้นทุก 4 ปีเรื่อยมาถึง 1,200 ปี โดยจัดที่เดียวมาตลอดคือที่เชิงเขา “โอลิมปัส” แคว้น อิลิส จึงได้เรียกการแข่งขันตามชื่อของสถานที่ว่า “การแข่งขันกีฬาโอลิมปิค” เมื่อถึงกำหนดการแข่งขันโอลิมปิคทุกรัฐจะต้องให้เกียรติหากว่ากำลังทำสงครามกันอยู่จะต้องหยุดพักรบและมาดูนักกีฬาของตนแข่ง หลังจากแข่งขันเสร็จจึงกลับไปทำสงครามกันใหม่ อุดมคตินี้ถึอเป็นหัวใจของกีฬาโอลิมปิคมาถึงปัจจุบัน อาจจะเรียกได้ว่า กีฬาโอลิมปิคเป็นกีฬาสันติภาพ ก็ว่าได้

ในปี ค.ศ. 393 จักรพรรดิ์ “ทีโอดอซิอุส” (Theodosius) แห่งโรมัน เอ็มไพร์ได้ประกาศให้ยกเลิกการแข่งขัน ไม่มีใครรู้แน่ถึงเหตุผลจริงที่ยกเลิก กีฬาโอลิมปิคได้ล้มเลิกไปนานถึง 15 ศตวรรษ ในที่สุดมีนักกีฬาชาวฝรั่งเศษชื่อ “ปิแอร์ เดอ คูแบร์แตง” (Pierre de Coubertin) สนใจประวัติศาสตร์และการเมืองมาก ได้เกิดความคิดที่จะฟื้นฟูการแข่งขันโอลิมปิค เขาได้ติดต่อบุคคลสำคัญประเทศยักษ์ใหญ่ อังกฤษ อเมริกาและฝรั่งเศษ อยู่ 4 ปีในที่สุดสำเร็จและได้เปิดการประชุมในฝรั่งเศษขึ้นโดยมี 15 ประเทศเข้าร่วม และคณะกรรมการได้ตกลงฟื้นฟูการแข่งขันโอลิมปิคชึ้นใหม่ และได้เปิดการแช่งขันโอลิมปิคยุคใหม่ครั้งแรกปี ค.ศ. 1896 ณ.กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีฐ หลังจากนั้นการแข่งขันก็ได้พัฒนาไปอย่างกว้างขวางมีการเพิ่มกีฬาใหม่ๆขึ้นหลายประเภท แต่ก็ยังคงกีฬาหลัก 5 ประเภท วิ่ง กระโดด มวยปล้ำ ขว้างจักรและพุ่งแหลน มาถึงปัจจุบัน ปัจจุบันผู้ชนะไม่ได้มงกุฎทำด้วยกิ่งไม้มะกอกจากยอดเขาโอลิมปัสแล้ว แต่ได้รางวัลเป็นเหรียญทอง เงินและทองแดงตามลำดับ

อุดมคติและความหมายของกีฬาโอลิมปิค

นาย“ปิแอร์ เดอ คูแบร์แตง” ได้นิยามการเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกโดยยึดอุดมคติดั้งเดิมของความหมายของกีฬาโอลิมปิคว่า “ผู้เข้าร่วมการแข่งขันนั้นไม่เลือกผิวพรรณ ศาสนา ลัทธิการปกครอง แต่อย่างใด ความหมายการแข่งขันอิมปิคเพื่อให้นักกีฬาชาติต่าง ๆ ได้มาร่วมชุมนุมกัน ตัวนักกีฬาเปรียบเสมือนทูตสันถวไมตรีส่งมาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ร่วมเล่นสนุกสนานด้วยความเห็นอกเห็นใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดทั้งสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน อันนำมาซึ่งความสามัคคีและเพื่อสันติภาพของโลก การแพ้หรือชนะไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การเข้าร่วม””

สัญลักษณ์ธงโอลิมปิก


ธงโอลิมปิกมีผืนธงเป็น พื้นสีขาว เป็นเครื่องหมายห้าห่วงคล้องกันอยู่บนกลางธง มีสีฟ้า เหลือง ดำ เขียวและแดง ตามลำดับจากซ้ายไปขวา คล้องไขว้กันอยู่ตรงกลางสองแถว แถวบน 3 ห่วง แถวล่าง 2 ห่วง ห่วงสีที่คล้องกันอยู่ตรงกลางธง ห้าห่วงหมายถึง 5 ส่วนของโลกที่อยู่ในโอบอ้อมของ “โอลิมปิกนิยม” ไม่ใช่ 5 ทวีปในโลกอย่างที่เข้าใจกัน แต่บังเอิญไปตรงจำนวนกับห้าทวีปนี้ก็เลยอนุโลมกันไปตามนั้น ด้านล่างของห่วงมีคำอยู่ 3 คำ ซึ่งเป็นภาษาโรมัน แต่ละคำมีความหมายดังต่อไปนี้

  • Citius (swifter): ความเร็ว ผู้เข้าร่วมการแข่งขันต้องวิ่งให้เร็วที่สุด
  • Altius (higher): ความสูง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันต้องทำให้สูงที่สุด
  • Fortius (stronger): ความแข็งแรง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันต้องมีความแข็งแกร่งที่สุด

คบเพลิงโอลิมปิก

ตั้งแต่สมัยกีฬาโอลิมปิคโบราณ ก่อนมีกีฬาโอลิมปิกหลายเดือน จะมีผู้วิ่งถือคบเพลิงโอลิมปิกจากเขาโอลิมปัสมาสู่พิธีเปิด เพื่อเป็นสัญญาณประกาศให้คนทั่วไปได้ทราบว่า การเฉลิมฉลองได้เริ่มขึ้นแล้ว พิธีการจุดไฟนั้น จะมีการจุดไฟกองใหญ่ขึ้นบนยอดเขาโอลิมปัสเพื่อให้ความสว่างไสว โดยใช้แว่นรวมแสงอาทิตย์ไปยังเชื้อเพลิง เมื่อติดไฟแล้ว จึงนำตะเกียงต่อเอาไว้ ไฟกองใหญ่จะคงลุกโชติช่วงต่อไปจนตลอดงานฉลอง ส่วนตะเกียงนั้นจะมีการวิ่งถือไปทั่วทุกนครรัฐ ด้วยการส่งต่อกันไปเป็นทอด ๆ จากนักวิ่ง คนละ 2 ไมล์ หากผ่านทะเลหรือแม่น้ำก็จะลงเรือข้ามฟากโดยไฟไม่ดับไฟนี้ชาวกรีกถือว่าเป็นไฟศักดิ์สิทธิ์ และความสงบสุขของชาวกรีก ซึ่งพระเจ้าจะทรงพิโรธต่อบุคคลที่ไม่สนใจในกิจการนี้

โอลิมปิกในปัจจุบัน ยังคงรักษาประเพณีเรื่องการจุดไฟไว้ โดยก่อนจะมีการแข่งขันจะมีพิธีจุดไฟ ณ เขาโอลิมปัส ผู้จุดคือ สาวพรหมจารีย์บริสุทธิ์ เป็นผู้ต่อไฟจากแว่นรวมแสงของดวงอาทิตย์ด้วยคบเพลิง และไฟนี้จะถูกแจกจ่ายไปยังประเทศสมาชิกทั่วโลก และข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่ประเทศเจ้าภาพ และมีการวิ่งถือคบเพลิงส่งต่อกันไปจุดที่กระถางใหญ่บริเวณงานในวันแรกของพิธีเปิดการแข่งขัน ไฟจะต้องไม่ดับตั้งแต่เริ่มจุด ณ ภูเขาโอลิมปัส จนกว่าจะสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนั้น ๆ

พิธีเปิดและพิธีปิด

ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนั้นจะจัดให้มีทั้งพิธีเปิดและพิธีปิดใหญ่โตถือเป็นการเปิดปิดอย่างเป็นทางการ โดยในวันที่จัดพิธีเปิดนั้นจะไม่มีการจัดการแข่งขันกีฬา แต่จะเริ่มต้นด้วยขบวนนักกีฬาจากประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน เดินเข้าสู่สนามตามลำดับตัวอักษร นำโดยผู้ถือป้ายชื่อประเทศ ผู้ถือธงชาติ และตามด้วยนักกีฬาของประเทศนั้น ซึ่งขบวนของประเทศเจ้าภาพจะเดินเข้าสู่สนามเป็นลำดับสุดท้าย ตามมาด้วยขบวนแห่ธงโอลิมปิกสากล โดยนายกเทศมนตรีที่เป็นเจ้าภาพครั้งล่าสุดที่ผ่านมาทำพิธีมอบธงโอลิมปิกสากลให้นายกเทศมนตรีเมืองเจ้าภาพปัจจุบัน แล้วจึงนำธงโอลิมปิกสากลขึ้นสู่เสา จึงเริ่มต้นพิธีจุดคบเพลิง ด้วยการวิ่งส่งต่อคบเพลิงไปต่อเนื่อง จนถึงนักกีฬาคนสุดท้ายจึงจะวิ่งนำคบพลิงไปจุดบนกระถางคบเพลิง ประธานในพิธี (โดยปกติ มักเป็นประมุขของประเทศเจ้าภาพ) กล่าวเปิด แล้วปล่อยนกพิราบ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ต่อมานักกีฬากล่าวคำปฏิญาณตน รวมทั้งผู้ตัดสินก็กล่าวคำปฏิญาณตนเช่นกันว่า “จะตัดสินกีฬาครั้งนี้ด้วยใจเป็นธรรม” และนักกีฬาจึงเดินออกนอกสนาม ปิดท้ายด้วยการแสดงในลักษณะลีลาการเต้นรำ หรือฟ้อนรำ หรือกายบริหาร ซึ่งเป็นการแสดงออกในทางพิธีกรรมถวายแก่เทพเจ้าซุสในสมัยโบราณ และยังเป็นการแสดงออกถึงกิจกรรมทางการกีฬา

ในพิธีปิด จะมีการแข่งขันกีฬาประเภทสุดท้าย ซึ่งจะแข่งขันในสนามกีฬาหลัก โดยมากมักจะเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของกีฬาฟุตบอล เมื่อการแข่งขันกีฬาประเภทสุดท้ายเสร็จสิ้น ขบวนนักกีฬาจากประเทศต่างๆ จะเดินเข้าสนามเพื่อเข้าร่วมพิธีปิด โดยประธานในพิธีกล่าวปิด แล้วไฟในกระถางคบเพลิงก็จะเริ่มดับลง บนป้ายบอกคะแนนจะมีตัวอักษรขึ้นว่า “จนกว่าเราจะพบกันใหม่ ณ เมือง …………”  (ชื่อเมืองที่จะแข่งขันกีฬาโอลิมปิกใน 4 ปีข้างหน้า) สุดท้ายจึงร่วมร้องสามัคคีชุมนุมเป็นอันเสร็จสิ้น (ไงคะ อ่านแล้วรู้สึกซึ้งมากขึ้นเมื่อดูกีฬาโอลิมปิคไหมคะ)