กฎหมายใหม่ผู้ถือวีซ่าชั่วคราวสมัครเป็นทหารได้

ตอนนี้เหลือเวลาอีก 5 วันก็จะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่แล้วในวันอังคารที่ 6 พ.ย. 2012 ตอนนี้การหาเสียงทั้งสองพรรคระงับหมดเพราะสัปดาห์นี้มีพายุลูกใหญ่เรียก “ซุปเป้อร์ สตอร์ม” (Super Storm) พัดเข้านิวยอร์ค นิวเจอร์ซี่และรัฐแถบฝั่งตะวันออก ขอให้คนไทยทุกคนปลอดภัยนะคะ ผู้ใดมีนัดพิมพ์ลายนิ้วมือหรือสัมภาษณ์ที่อิมมิเกรชั่นที่มีผลจากพายุ โปรดโทรไปเช็คที่อิมมิเกรชั่นก่อนว่าปิดหรือเปล่า
ในระยะ 3 เดือนนี้ ดิฉันปั่นเขียนหนังสือเล่มใหม่ “กฎหมายอิมมิเกรชั่น” เพราะต้องการออกวางจำหน่ายปลายปีนี้ ซึ่งเขียนไปได้ช้ามาก เพราะดิฉันต้องเข้าอ่านเว๊บไซท์ข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นแทบทุกหัวข้อ ในที่สุดใกล้ปิดเล่ม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาดิฉันและเพื่อน 2 คน นั่งอ่านและช่วยกัน edit หนังสือเล่มใหม่นี้กันจนมืด ขอบคุณ “นา” และ “พี่ทู” ในที่นี้ด้วยจ้ะ
ผู้ถือวีซ่าชั่วคราวสมัครเป็นทหารได้
กฎหมายฉบับนี้เพิ่งผ่านออกมาเดือนพฤษภาคม 2012 เป็นโปรแกรมทดลอง (Pilot Program) ชั่วคราว ซึ่งจะหมดเขตวันที่ 15 พฤษภาคม 2014 รับสมัครจำนวนจำกัดเพียง 1,500 คนต่อปี คือ ให้ผู้ถือวีซ่าชั่วคราวและอยู่ในอเมริกาอย่างถูกกฎหมายติดต่อกันอย่างน้อย 2 ปี ที่มีทักษะพิเศษทางด้านการแพทย์ หรือภาษาต่างชาติ สามารถสมัครเป็นทหารโดยไม่ต้องมีใบเขียว และภายใน 3 เดือนหลังจากจบหลักสูตร “บู๊ทแค๊มป์” (Boot camp) ผู้นั้นได้ซิติเซ่นทันที
แบ๊คกราวนด์กฎหมาย
ระหว่าง ค.ศ. 1950-1959 รัฐบาลอเมริกันได้เปิดโอกาสให้คนต่างชาติสมัครเป็นทหารได้ช่วงสงครามปฏิวัติ (Revolutionary war) ต่อมาปลายทศวรรษ 1940 รัฐบาลอเมริกันได้เปิดรับสมัครคนฟิลิปปินส์เข้าเป็นทหารนาวิกโยธิน และในปี ค.ศ. 1947 อเมริกาเซ็นสัญญากับประเทศฟิลิปปินส์เปิดฐานทัพในประเทศ ระหว่างปี 1952-1991 คนฟิลิปปินส์ได้สมัครเป็นทหารนาวิกโยธินมากกว่า 35,000 คน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2002 รัฐบาลผ่านกฎอัยการศึกและทำงานร่วมกับอิมมิเกรชั่นให้ปรับปรุงระเบียบการโอนสัญชาติสำหรับทหารต่างชาติให้ง่ายขึ้น ในปี 2009 รัฐบาลเปิดให้ผู้ถือวีซ่าชั่วคราวเข้ารับราชการทหารได้ และเลิกโปรแกรมนี้ไปเมื่อเดือนมกราคม 2010
คุณสมบัติและเงื่อนไข

  • ตามกฎหมายปัจจุบันคนต่างชาติที่จะสมัครเข้ารับราชการทหารได้ต้องได้ใบเขียวก่อน อาจเป็นใบเขียวแต่งงาน 2 ปีหรือใบเขียว 10 ปี ตามกฎหมายใหม่ได้เปิดให้ผู้ถือวีซ่าชั่วคราวที่มีทักษะด้านการแพทย์และด้านภาษาเข้าสมัครเป็นทหารได้ รายละเอียดดังนี้
  • ผู้สมัครต้องจัดอยู่ในกรุ๊บ Asylee, Refugee, Temporary Protected status (ประเภทผู้ลี้ภัยต่างๆ) หรือผู้สมัครต้องถือวีซ่าชั่วคราวในกรุ๊บ E, F, H, I, J, K, L, M, N, O, P, R, S, T, TC, TD, TN, U or V (โปรดอ่าน รายละเอีดชนิดวีซ่าชั่วคราวเหล่านี้ ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บท กฎหมายคนเข้าเมือง หน้า 3-5หัวข้อ “วีซ่าเข้าอเมริกา” คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308
  • ผู้สมัครต้องอยู่อย่างกฎหมายคือวีซ่าไม่ขาด และอยู่ในอเมริกาอย่างน้อย 2 ปีก่อนสมัคร ไม่จำเป็นต้องมีวีซ่าชนิดเดียวตลอด และ
  • ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติข้างต้น ต้องไม่ได้ออกไปอยู่นอกประเทศเกิน 90 วันในแต่ละครั้งในระยะ2 ปีก่อนสมัคร
  • ถ้าผู้สมัครที่มีคุณสมบัติข้างต้น กำลังขอใบเขียวประเภทอื่นและระหว่างรอใบเขียววีซ่าชั่วคราวขาดแล้วก็อาจเข้าสมัครได้ ขึ้นอยู่เป็นเคสๆไป

ทักษะด้านการแพทย์ Health Care Professionals

  • ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติด้านการแพทย์พิเศษที่ทางทหารขาดแคลน
  • ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติครบด้านการแพทย์พิเศษ และผ่านการฝึกงานจากต่างประเทศ
  • ผู้สมัครต้องรู้ภาษาอังกฤษดีพอสมควร
  • ผู้สมัครต้องรับราชการทหารอย่างน้อย 3 ปี (active duty) หรืออย่างน้อย 6 ปีเป็นทหารสำรองในกองที่คัดเลือก (Selected Reserve)

ทักษะด้านภาษา Specific Language Background

  • ผู้สมัครต้องรู้ภาษาต่างชาติและวัฒนธรรมตามรายการที่ระบุ (ภาษาไทย ลาว พม่า เขมร ติดอันดับหมด ภาษาที่ไม่ติดคือ ภาษาเสปญ)
  • ผู้สมัครต้องรู้ภาษาอังกฤษดีพอสมควร
  • ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติครบเช่นเดียวกับผู้สมัครเป็นทหารทั่วไป
  • ผู้สมัครต้องรับราชการทหารอย่างน้อย 4 ปี (active duty)