ข้อมูลกฏหมายอิมมิเกรชั่นใหม่(ที่ยังไม่ผ่าน)

เดือนกุมภานี้มีวันเทศกาลเยอะ ใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันไม่ได้เขียนคอลัมน์ เนื่องจากดิฉันแว่บไปทำธุระที่เมืองไทย 10 วัน ดิฉันจึงได้ฉลองตรุษจีน 10 ก.พ. ในเมืองไทย เห็นคำอวยพรที่มีคน SMS มา สองอันตลกดี อันหนึ่งคือ “ซินเจียยู่อี่ เป็นหนี้ต้องใช้” และอีกอันเป็นรูปสาวสวยใส่เสื้อชะเวิ่กชะว่าก เขียนว่า “อยากได้แต๊ะเอีย ต้องให้เฮียแต๊ะอั๋ง” เลยได้หัวเราะกัน

ดิฉันกลับมาเมกาวันพฤหัสตรงกับวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. วันแห่งความรักและเป็นวันครบรอบวันแต่งงานดิฉันด้วย กี่ปีก็จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่านานมาก เพราะคุณสามีเลิกให้กุหลาบ (ตอนแต่งใหม่ๆจะให้กุหลาบแดง) ตอนนี้ให้แต่ต้นกล้วยไม้แทน (เฮ้อ!) พอวันรุ่งขึ้นวันศุกร์ดิฉันคิดถึงอาหารอาหรับ เพราะได้ทานแต่อาหารไทยมา 2 สัปดาห์ ขอให้สามีทำแกะซึ่งสามีทำอร่อยมาก คุณสามีเตือนว่า วันพุธที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา เป็นวัน Ash Wednesday และเข้าช่วง “เล๊นท์” (Lent) หรือช่วงถือศีลตามหลักศาสนาคริสต์ ฉะนั้นตั้งแต่นี้เราไม่กินเนื้อนะที่รัก ทุกวันพุธและศุกร์ไปจนกระทั่ง “กู๊ด ฟราย์เดย์” (Good Friday วันที่พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน) ดิฉันเลยอด เราก็เลยทานซุปถั่ว “เล็นทิล” (Lentil soup) แทน ในช่วง 46 วันนี้ คุณสามีถือศีลกินเจ ดิฉันได้ลดเชปก็ดีเหมือนกัน และวันจันทร์ที่ผ่านมา 18 ก.พ. เป็นวันหยุดราชการ “วันเพรสสิเด๊นท์ เดย์” ตรงกับวันจันทร์ที่ 3 ของเดือน ก.พ. เมื่อก่อนเรียกวัน “วอชิงตัน เบิร์ทเดย์” ไว้อาลัยประธานาธิบดีวอชิงตัน ตอนนี้เปลี่ยนเป็นวันไว้อาลัย ป.ธ.น.ทุกท่านที่ล่วงลับไปแล้ว โปรดอ่านคามรู้เพิ่มในหนังสือ “อยู่อเมริกา”หัวข้อ วันเทศกาล หน้า 28 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

ความเป็นมาของกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่น

สัปดาห์นี้คุยเรื่อง ปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นที่ “ประธานาธิบดีโอบาม่า” (เดโมแครท) พยายามดันให้ออกมาให้ได้ในปีนี้ กฎหมายปฏิรูปนี้ได้ร่างและถกกันมานานแล้วตั้งแต่สมัย “ประธานาธิบดีบุช” (รีพับบลิคกัน) แต่หลังเหตุการณ์ 9/11 ปี 2001 “มู๊ด” (mood หรืออารมณ์) ของประชาชนไม่สนับสนุนเปิดทางให้โรบินฮู้ด เพราะไม่ต้องการให้พวก “แทโรริสท์” (Terrorists ผู้ก่อการร้าย) เข้าประเทศ รัฐบาลเบนความสนใจหันไปเข้มงวดกับการเข้าประเทศ โดยปรับปรุงระบบอิมมิเกรชั่นที่ด่าน ตรวจประวัติผู้ที่เข้าอเมริกาอย่างละเอียดและได้มีการเริ่มสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างอเมริกาและเม็กซิโก หลัง “บุช” เป็น ปธ.น. สองเทอม ผ่านมา 8 ปี ก็มาสมัย“โอบาม่า” เทอมแรกที่โอบาม่าเข้ารับตำแหน่ง ได้พยายามสานต่อกฎหมายอิมมิเกรชั่น แต่ไม่สำเร็จ เพราะพรรครีพับบลิคกันต่อต้าน ประกอบกับ “ไทมมิ่ง” (Timing) คงยังไม่ถึงเวลาด้วย เนื่องจากประชาชนก็ยังไม่ยอมรับเต็มที่ (ดิฉันว่า หลังโอบาม่ารับตำแหน่ง ซึ่งเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรก ก็ช็อคกันมากพอแล้ว) และเนื่องจากโอบาม่าพยายามเปลี่ยนแปลงและทำทุกอย่างรวดเร็ว คนก็ยังรับกันไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามโอบาม่าได้ผ่านกฎหมายสำคัญสำเร็จ(ซึ่งได้รับการต่อต้านมากเช่นกัน) คือ ปฏิรูปประกันสุขภาพ และในด้านอิมมิเกรชั่น ก็แทบจะเผด็จการกลายๆโดยผ่านกฎหมาย “ดรีมแอ๊กท์” ถึงแม้จะไม่ได้เรียก“ดรีมแอ๊กท์” แต่เรียก “ดีเฟอร์ แอ๊กชั่น” แทน โดยผ่านออกมาเดือนสิงหาปีที่แล้ว 3 เดือนก่อนเลือกตั้ง (เสี่ยงน่าดู แต่ได้ผล) กฎหมายนี้ให้เด็กที่พ่อแม่พาเข้ามาเมกาและเรียนไฮสกูลและเรียนคอลเลจตั้งแต่เล็กๆ พวกเขาอยู่กันอย่างผิดกฎหมาย กฎหมายนี้ได้ยกโทษระงับการเนรเทศให้พวกเขาอยู่ต่อ และออกใบทำงานให้ทำงานและอยู่อย่างถูกต้อง โดยเหตุผลให้เด็กมีอนาคตเนื่องจากเด็กถือเป็นทรัพยากรแห่งชาติ ผลงานโอบาม่าด้านอิมมิเกรชั่นอีกเรื่องหนึ่งคือ ได้ปรับปรุงระบบผ่อนผันหรือ “เว๊บเว่อร์” (Waiver) สำหรับสมาชิกครอบครัวของซิติเซ่นหรือใบเขียวที่อยู่เกินวีซ่า และไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้แต่ต้องเดินทางออกไปรับนอกประเทศ โดยไม่รู้ผลล่วงหน้าว่าเรื่องจะผ่านหรือไม่ และเมื่อไรจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวอีก ระบบใหม่ได้“สปีด” (speed) ระเบียบการให้เร็วขึ้น โดยให้ยื่นเรื่องขอผ่อนผันในอเมริกา เมื่อเรื่องผ่านถึงถือใบผ่านออกไปสัมภาษณ์ที่สถานทูตในประเทศของตน และสามารถเดินทางกลับเข้าเมกาได้เร็ว สองผลงานนี้เท่ากับเดโมแครทได้หน้าอย่างมาก

โอกาสที่กฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่นจะผ่าน

จากผลงานของโอบาม่าเหล่านี้จึงเป็นที่สนับสนุนจากกลุ่ม “ฮิสแปนิค” อย่างมาก (Hispanic ซึ่งรวม เม็กซิกัน เปอร์โตริกัน คิวบัน) เมื่อเลือกตั้งประธานาธิบดีปีที่แล้ว โอบาม่าได้ชนะเข้ารับตำแหน่งเทอมที่สอง ผลการเลือกตั้งจาก“โพล”โชว์ว่า “มิท รอมนี่” แห่งพรรครีพับบลิคกันแพ้ “โอบาม่า” เนื่องจาก “โอบาม่า”ได้รับการสนับสนุนและคะแนนโวท จากพวก “ฮิสแปนิค”มากกว่า “มิท รอมนี่” 71%-27% เป็นที่รู้กันว่ารีพับบลิคกัน (พวกอนุรักษ์นิยม) มักต่อต้านกฎหมายใดๆที่จะเปิดทางให้โรบินฮู้ดได้ผุดเกิด เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าไม่ควรให้รางวัลผู้ที่ทำผิดกฎหมาย คือลักลอบเข้าอเมริกา หรือปล่อยให้วีซ่าขาด แต่ผลจากการเลือกตั้งทำให้รีพับบลิคกันตาสว่างและต้องทำใจ เพราะรู้ตัวดีว่าถ้าเขาไม่ “ซัพพอร์ท” (Support) กฎหมายอิมมิเกรชั่นใหม่ เลือกตั้งคราวหน้าก็ต้องแพ้เดโมแครทอีก ประกอบกับ “เวลา” หรือ “ไทม์มิ่ง” (Timing) ที่คงสุกหง่อม ระยะเวลาที่ผ่านมา 12 ปีหลัง 9/11 ก็คงได้เยียวยาจิตใจคนอเมริกันได้พอสมควร ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่ว่าจะเป็น ผิวดำ ขาว เอเชีย เม็กซิกัน ฮิสแปนิค ยิว อิสลาม ฯลฯ เมื่อมีภัยจากภายนอก เราก็ต้องรวมเป็นหนึ่งและเป็นพลังชาติที่แข็งแกร่ง ดิฉันยังเชื่ออีกว่าแรงผลักดันจากคนรุ่นใหม่ด้วยที่มีส่วนอย่างแรง ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้โอบาม่า ซึ่งมาจากผลงานการหาเสียงของโอบาม่าเทอมแรกและเทอมที่สอง ที่เขาสามารถเข้าถึงเด็กรุ่นใหม่ที่ทำให้พวกเขาตื่นตัวกับการเมืองและกลุ่มนี้มีพลังเสียงมากขึ้น (พวกแก่ๆรุ่นเก่าต้องยอมรับ) ฉะนั้นด้วยแรงผลักดันของประชาชน และพรรคการเมืองทั้งสองพรรค สรุปได้ว่า ดิฉันเชื่อว่ากฎหมายใหม่นี้ต้องผ่านระหว่างเทอมนี้ที่โอบาม่าอยู่ในตำแหน่ง

ข้อมูลหลักกฎหมายใหม่(ที่ยังไม่สรุป)

ก่อนอื่น กฎหมายใหม่นี้ไม่ใช่กฎหมายอภัยโทษหรือ “แอมเนสตี้” ที่ประธานาธิบดีเรแกนเคยผ่านออกมาครั้งหนึ่งปี 1986 แต่กฎหมายใหม่จะออกเป็นรูปวีซ่า ให้ผู้ที่อยู่เถื่อนปัจจุบันประมาณ 11 ล้านคนได้อย่างถูกต้อง (ผู้นั้นต้องมีประวัติดี) ทำงานได้ตามกฎหมาย และเดินทางเข้าออกประเทศได้ แต่ยังไม่ได้ใบเขียว พวกเขาต้องรอประมาณ 8 ปี กว่าจะได้ใบเขียวและมีโอกาสสอบเป็นซิติเซ่นได้ ระยะเวลา 8 ปีนี้เป็นเพียงไก๊ด์ไลน์ ที่ทางรัฐบาลจะพยายามโละเคสใบเขียวสำหรับผู้ที่ขอใบเขียวอย่างถูกต้องตามกฎหมายและกำลังรอโควต้าอยู่ เพราะโควต้าที่นานสุดตอนนี้คือโควต้าเขียวกรุ๊บพี่น้องซิติเซ่นระยะเวลารอประเมาณ 10+ปี ทางรัฐบาลจะปฏิรูประบบอิมมิเกรชั่นใหม่ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นและโละเคสที่รอๆอยู่ให้รับใบเขียวเร็วขึ้น (ถ้าสำเร็จ หมายความว่าผู้ที่คอยๆอยู่ก็จะได้ใบเขียวเร็วขึ้นทุกกรุ๊บ) หลังจากนั้นผู้ที่อยู่เถื่อนและได้วีซ่านี้ต้องมาทีหลังพวกนี้ที่ทำใบเขียวอย่างถูกกฎหมาย ในกฎหมายใหม่ก็ต้องกำหนดวันที่ สำหรับผู้ที่เข้าอเมริกาก่อนหน้าวันไหนถึงจะทำได้ และผู้ที่ยื่นเรื่องขอใบเขียวก่อนหน้าวันไหนที่เข้าข่าย โปรดอ่านข้อมูลเหล่านี้เพิ่ม กฎหมาย “ดรีมแอ๊กท์” “ดีเฟอร์ แอ๊กชั่น” “เว๊บเว่อร์” และ “แอมเนสตี้” ในหนังสือ “กฎหมายอิมมิเกรชั่น” เล่มใหม่ บทที่ 2 กฎหมายคนเข้าเมือง หน้า 23 ปฏิรูปกฎหมายนี้ฉบับใหม่ตอนนี้ยังถกกันในสภาอยู่ยังไม่ผ่าน ประเด็นที่สำคัญคือ รีพับบลิคกันต้องการเห็นรัฐบาลตั้งระบบที่แน่นหนาเพื่อปกป้องด่านก่อน (ซึ่งก็ไม่แน่ชัดว่าคืออะไร) เพราะช่วงหลัง 9/11 และสมัยบุช ก็ได้ตั้งระบบที่ตรวจเช็คข้อมูลที่สนามบินและสถานทูตอย่างละเอียด และมีการสร้างกำแพงกั้นชายแดน แต่ก็ไม่ได้ผลเปลี่ยนแปลงอะไรนัก เนื่องจากเท็คโนโลยีมันก็จะก้าวหน้าไปเรื่อยๆ อเมริกาคิดเท็คโนโลยีอะไรใหม่ๆออกมาได้ ประเทศอื่นก็ตามหรือคิดได้เช่นกัน?? โอบาม่าต้องการให้สรุปรายละเอียดกันภายในสิ้นเดือนมีนาคมและผ่านออกมาใช้เดือนมิถุนานี้ ซึ่งเราต้องลุ้นกันต่อไป