ตำราทำโยเกิร์ทและกราโนล่า

คอลัมน์สัปดาห์ที่แล้วดิฉันเขียนว่า ดิฉันทาน “โฮมเม๊ด” โยเกิร์ทและกราโนล่า มีแฟนคอลัมน์ถามมาว่าทำโยเกิร์ทอย่างไร แฟนพันธ์แท้จริงๆ วันนี้ดิฉันให้ตำราทำ โยเกิร์ทและกราโนล่า แล้วกัน ปีที่แล้ว ดิฉันได้รวบรวมตำรากับข้าวและขนม(ภาษาอังกฤษ)ที่ดิฉันได้ทำมาเป็นเล่ม ให้เพื่อนเป็นของขวัญแต่งงาน  พร้อมเครื่องมือทำขนมอีก เพื่อนกรี๊ดกร๊าดใหญ่เลยให้ไอเดียว่าดิฉันน่าเขียนตำราอาหารนี้เป็นภาษาไทย  หลังจากดิฉันปิดเล่มหนังสือกฎหมายอิมมิเกรชั่น และอัพเดทหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มใหม่ ก็เลยคันมือว่าจะเขียนหนังสืออะไรต่อ  เลยนึกว่าก็ดีเหมือนกัน เบรคจากกฎหมายมาทำตำรากับข้าว แต่อยากให้ออกมาเป็นรูป “ตำราอาหารของโยกินี” โดยแถมโยคะเข้าไปด้วย  สองตำราข้างล่างนี้คัดมาจากหนังสือเล่มใหม่ในอนาคตของดิฉัน

ความเป็นมา

ตำราโยเกิร์ทเป็นของสามี ตอนแต่งงานใหม่ๆสามีมักทำ “อาราบิคโยเกิร์ท” เอง แต่ตอนนั้นดิฉันไม่“อิน”กับโยเกิร์ท ก็เลยไม่เห็นค่าของมัน ตั้งแต่ดิฉันโยคะ 4 ปี+ ก็เริ่มมาใส่ใจกับอาหารการกิน จึงเริ่มกินโยเกิร์ทกับน้ำผึ้งบีบมะนาวทุกวัน กินไปกินมาเบื่อ ก็เลยหัดทำ“กราโนล่า” (Granola) จากข้าวโอ๊ต เวลาไปเมืองไทยหาซื้อโยเกิร์ทแท้ไม่ได้ และซื้อกราโนล่าหรือมิวสลี่สำเร็จของนอก ก็เก่าและกลิ่นหืนๆและแพง ดิฉันจึงขอให้สามีทำโยเกิร์ทให้กิน และตัวเองก็ทำกราโนล่า นี่เป็นสิ่งแรกที่เราทำวันแรกที่เราไปถึงบ้านหัวหิน ซึ่งอาหารเช้าของเราคือ ผลไม้ มะม่วงอกร่อง(น้ำดอกไม้) แตงโม และสับปะรด หั่นชิ้น ลาดหน้าด้วยโยเกิร์ท และ“ท็อป” (top) ด้วยกราโนล่า ถ้าอยู่อเมริกาดิฉัน ใส่โยเกิร์ท ลาดด้วยกราโนล่า บลูเบรี่ และกล้วยหอม (ตามรูป)

IMG_2166

โฮมเม๊ด โยเกิร์ท

  • 1 คว็อร์ท (เมืองไทยอาจมากน้อยกว่านั้น) อาจเป็นนมธรรมดา หรือ “โลว์แฟ็ท” (นมพร่องมันเนย) ไม่ใช้ “น็อน แฟ็ท” หรือ “นมไร้มันเนย”
  • กรีกโยเกิร์ทธรรมชาติ เมืองไทยใช้โยเกิร์ทยี่ห้อโยลิตา (ไม่ใช้ ดั๊ชชี่ แดนน็อน หรืออะไรทำนองนั้น)

นำนมมาต้ม โดยเทนมลงหม้อ ใช้ไฟกลาง (อย่าเร่งไฟ ต้องใจเย็นๆ) ระหว่างรอนมเดือด เตรียมผ้าห่มหนัก (ดิฉันใช้ผ้าห่มเม็กซิกัน) หรือผ้าเช็ดตัวหนักๆหลายผืนวางบนเคาน์เต้อร์เพื่อห่อโยเกิร์ท  เมื่อนมเริ่มเดือดหมาดๆปุดๆ จะเห็นผิวหน้านมเป็นวุ้นๆ จึงปิดไฟ นำหม้อลงจากเตา ทิ้งหม้อให้นมอุ่นประมาณ ½ ช.ม. เพื่อจะได้ใส่เชื้อจุลินทรีย์จากโยเกิร์ท ถ้านมร้อนไปเชื้อจุลินทรีย์จะตาย (คล้ายๆเวลาทำขนมปัง เวลาใส่ยีสท์น้ำต้องอุ่น) วิธีเช็ค ว่านมอุ่นได้ที่หรือยัง ให้จุ่มนิ้วชี้แช่ไว้ในนมอุ่น และถ้าคุณสามารถนับ 1-10 (ตำราผัว) โดยไม่รู้สึกไหม้นิ้วแสดงว่าได้ที่ ตักโยเกิร์ทประมาณ 1-2 ช้อนใหญ่ (ขึ้นอยู่กับปริมาณนม) ใส่ลงในหม้อนม คนด้วยช้อนใหญ่เบาๆให้เข้ากัน และถ่ายนมลงในภาชนะชามแก้ว Pyrex ปิดฝาชามแก้ว และนำชามแก้ววางบนผ้าห่มที่เตรียมไว้ ห่อหุ้มชามแก้วด้วยผ้าห่มให้หมด เพื่อให้นมอุ่น และวางหม้อทิ้งไว้ข้ามคืน อย่าขยับหรือย้ายหม้อไปที่อิ่น (ดิฉันทำมาแล้ว ปรากฎว่าต้องทิ้งทั้งชาม) ทำโยเกิร์ทในเมืองไทยจะอร่อยและเร็วมากเพราะอากาศร้อน ในเมกาถ้าหน้าหนาว บางครั้งดิฉันต้องเอาชามทิ้งไว้ในเตาอบหรือไมโครเว๊บเพื่อคงตวามอุ่น  เช้าวันรุ่งขึ้นโยเกิร์ทพร้อมทานได้ นำเข้าตู้เย็น

โฮมเม๊ด กราโนล่า

กราโนล่า คล้ายซีเรียล (cereal) หรือ “มิวสลี่” (muesli) แต่ทำง่ายสามารถทำเองได้และมีประโยชน์ ทานเป็นอาหารเช้าและทานเล่นๆคุณอาจทำเป็น “กราโนล่า บาร์” ได้ แต่ดิฉันไม่ค่อยทำเพราะต้องใส่น้ำมันและน้ำตาลมากขึ้น

3 ถ้วย ข้าวโอ๊ต (ไม่ใช้อินแสตนท์) เมืองไทยดิฉันซื้อข้าวโอ็ตถุงเบ้อเริ่ม 88 บาท จากแม็คโคร

 

  • 1½ ถ้วย ถั่วดิบ อัลมอนด์ และ วอลนัท หรืออัลมอนด์อย่างเดียว ผ่าครึ่ง เมืองไทย อัลมอนด์แพง ดิฉันใส่น้อย และเพิ่มเมล็ดทานตะวันดิบ และเมล็ดฟักทองดิบ
  • ½ ช.ช. ซินนามอนป่น (อบเชย)
  • 1 ช.ช. เกลือ  ดิฉันใช้ sea salt
  • ½ ถ้วย น้ำตายทรายแดง
  • ¾ ถ้วย เมเปิ้ล ซีรัพ ใช้เมเปิ้ลซีรัพ จะหอมกว่า แต่อยู่เมืองไทยมันแพง ดิฉันใช้ น้ำผึ้งของในหลวง
  • ½ ถ้วยน้ำมันมะกอก  เมืองไทยดิฉันเคยลองใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ หอมดี
  • 1½ ถ้วย ผลไม้แห้ง เช่น แครนเบรี่ ลูกเกด เอพริคอท ฟิกส์ เมืองไทย ใช้อะไรก็ได้ที่หาได้ มะพร้าวอบแห้ง ลำไยอบแห้ง เป็นต้น

เปิดเตาอบ 300°F (150°C) ในชามผสมใส่ส่วนผสมทั้งหมดยกเว้น ผลไม้แห้งซึ่งใส่ทีหลัง คลุกให้เข้ากัน นำส่วนผสมเทใส่บนถาดใหญ่เกลี่ยให้ทั่ว นำเข้าเตาอบ คนครั้งหรือสองครั้ง อบประมาณ 40-45 นาที พอได้กลิ่นหอม นำถาดออกมา ใส่ผลไม้แห้งคนให้ทั่ว อบต่ออีกประมาณไม่เกิน 5-8 นาที นำถาดออก (ถ้าคุณชิมขณะกราโนล่าร้อน มันจะไม่กรอบไม่ต้องตกใจ พอเย็นก็จะกรอบเอง) รอให้เย็นก่อนจึงเก็บเข้าขวดปิดฝาแน่น เมืองไทยถ้าคุณใช้ถั่วหรือเมล็ดทานตะวัน และเมล็ดฟักทอง ที่อบมาแล้ว ให้ใส่ตอนใส่ผลไม้แห้ง ไม่งั๊นจะกรอบและไหม้

Indulge!