สวัสดีค่ะแฟนๆคอลัมน์ ปีๆนึงผ่านไปเร็วนะคะ

สวัสดีค่ะแฟนๆคอลัมน์ ปีๆนึงผ่านไปเร็วนะคะ วันเกิด วันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving)

คริสต์มัส สงกรานต์ และอีสเต้อร์ เกือบปีแล้ว เริ่ม 13 พ.ค. 2013 ที่ดิฉันพักทำงาน“ซาแบ๊ทติคัล

ลีฟ” (โปรดอ่านคอลัมน์เดือน พ.ค. 2013) เพื่อมุ่งเรียนหลักสูตรครูสอนโยคะ 500 ชั่วโมง

ตอนนี้ก็เรียนจบแล้วค่ะได้ประกาศมาเรียบร้อย J (ดูรูป) ผลจากที่ดิฉันโยคะและสอนโยคะมาตลอด 5 ปีนี้

อยู่ๆลูกสาว“เซอร์ไพรส์”ได้บอกดิฉัน 2 สัปดาห์ก่อนดิฉันไปเข้าคอร์ส 500 ช.ม. ว่าเธอได้ลงเรียนคอร์ส

ครูสอนโยคะ 200 ชั่วโมง (ดิฉันรู้ว่าเธอไปเข้ายิม“โยคะร้อน” อยู่ แต่ไม่รู้ว่าลูกซีเรียสกับโยคะแค่ไหน)

ดิฉันดีใจมากสุดๆ เธอได้จบหลักสูตรครูสอนโยคะ200 ช.ม. เมื่อวันที่ 13 เมษาที่ผ่านมานี้ คุณแม่แฮ็ปปี้สุดๆ

สิ่งนี้มีค่ายิ่งกว่ากระดาษประกาศนียบัตรที่ดิฉันได้มาร้อยๆเท่า (ดูรูปแม่ลูก ทานทีรามิสุ จานของลูกนั้นจานที่ 2

นะคะ)

เมืองไทย

photo 1

หลังจากเรียนจบได้วันเดียว ดิฉันก็บินไปอยู่เมืองไทย 1 เดือน และได้ฉลองสงกรานต์ที่นั่น

ตอนนี้กลับมานั่งที่ออฟฟิสจ้องหน้าจอคอมพิวเต้อร์เหมือนเดิม ไปเมืองไทยคราวนี้รู้สึก“รีแล็กซ์”

(relax) มาก เพราะเรียนก็จบแล้วและไม่มีเคสคั่งค้างเยอะให้เครียดเหมือนตอนทำงานปกติ

ได้ให้เวลากับสามี ลูก ญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ

ทั้งเพื่อนเก่าราชินีและเพื่อนบ้านใหม่ๆรอบด้านและมีความสุขกับการทำอาหารและขนมใหม่ๆ

(ขนมล่าสุดคือ ทีรามิสุ) ตอนนี้เลยต้องตัดสินใจว่าจะหันเข็ม “ไดเร็คชั่น” (direction) ของชีวิตไปทางไหน

กลับไปเป็นแบบเดิมคือ ตื่นแต่เช้า เปิดคอม ตอบอีเมล์ ดูตารางทำงานของวันนั้น ทานโยเกิรท์

รีบออกไปเดินที่พาร์ค กลับมาทำงาน สิบโมงเช้าออกไปโยคะที่ยิม กลับมาทำงานต่อ สี่โมงเย็นสอนโยคะที่บ้าน

ทานอาหารเย็นและกลับไปทำงานต่อ

แต่ะสัปดาห์เวลามาเร็วมากเพราะต้องคิดหัวข้อว่าจะเขียนบทความคอลัมน์เรื่องอะไร

ฟังแล้วเหนื่อยแทนไหมคะ?

photo 2

Everything jingle Bell

ตอนเริ่มโยคะเมื่อ 5 ปีกว่าแล้ว ก็คิดว่าโยเพื่อรักษาสุขภาพจะได้มีแรงทำงาน

ตอนนี้ชักจะไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะนึกถึงตอนที่ครู “อายุรเวช” บอกว่า

“เมื่อก่อนเราทำงานหนักเพื่อให้ได้มาเพื่อความมั่งคั่ง แต่ภายหลังเราต้องเอาความมั่งคั่งมาใช้รักษาสุขภาพ”

ก็เม๊คเซ็นซ์ (make sense) เลยตัดสินใจว่าจะเลิกทำงานและรีไทร์

พอคิดเรื่องเลิกทำงานปุ๊บก็เครียดปั๊บเพราะตัวเองรักกฎหมายพอๆกับโยคะ เลยนึกถึงศัพท์แสลงเมืองไทย

(แต่ละครั้งที่ไปเมืองไทยจะได้ศัพท์แสลงใหม่ๆมาใช้) ที่หลานดิฉันชอบพูดต่อท้ายแทบทุกประโยค

คือ “everything jingle bell” เข้าทำนองว่า “อะไรก็ได้ ดีทั้งนั้น” นึกถึงคำนี้เลยยิ้มออก ก็เลยคิดใหม่ว่า

เราก็เลือกรับทำเคสแบบ “ชิว ชิว” (chill chill)ไปแล้วกัน ไม่อยากทำก็ไม่รับ อยากมุ่งเอาดีทางโยคะก็ทำไป

ไม่ต้องไปตัดสินใจปุบปับ เพราะ “everything jingle bell” พอคิดวิธีนี้ได้เลยหายเครียด

สรุป

เรื่องงาน ดิฉันยังทำงานอยู่ โดยเลือกรับงานบางเคสอย่างพอเพียง

สำหรับออฟฟิสกฎหมายตอนนี้ดิฉันไม่รับโทรศัพท์ คุณสามารถติดต่อดิฉันได้ทางอีเมล์เท่านั้น

attorneyruji@aol.com ผลงานด้านหนังสือกฎหมายดิฉันยังขายอยู่

(คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือกฎหมายได้โดยส่งเช็คถึง Ruji Totari ไปที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630

ในเมืองไทยโปรดสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)

เรื่องโยคะ ดิฉันจะหาความรู้ด้านนี้ไปเรื่อยๆ คือเรียนเพิ่ม สอนโยคะเป็นวิทยาทานที่ home studio

ผู้สนใจอีเมล์สอบถามได้ค่ะ จะเปิดตัวคอลัมน์ใหม่ชื่อ “โยคะพีเดีย” (Yogapedia) แต่ไม่เขียนทุกสัปดาห์

(หยุดเขียนคอลัมน์กฎหมาย) แผนระยะยาวคือ เขียนหนังสือโยคะและตำราอาหาร และตั้งใจจัด “โยคะรีทรีท”

(Yoga retreat) ที่หัวหิน คงเป็นปีหน้า โปรดติดตามอ่านคอลัมน์เปิดตัวใหม่ www.rujirat.com เร็วๆนี้นะคะ