มารู้จักกับโยคะ

สัปดาห์นี้เรามาทำความรู้จักกับโยคะ เมื่อพูดถึงโยคะ คนส่วนมากรู้จักกันว่า เป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง คล้ายฤาษีดัดตน คุณผู้หญิงส่วนมากเชื่อว่าทำโยคะดีต่อสุขภาพ ส่วนคุณผู้ชายส่วนมากจะยี้ เหตุผลที่คนอ้างไม่ทำโยคะ คือ ฉันเดินอยู่แล้วทุกวัน ฉันเล่นกอล์ฟ ไปยิม เดินสายพาน อายุมากแล้ว ตัวแข็ง ก้มไม่ได้จะเป็นลม โยคะช้าชอบอะไรเร็วๆ และ ไม่มีเวลา เป็นต้น
โยคะต่างกับการออกกำลังอื่นๆ
เมื่อพูดถึงการออกกำลังไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ดิฉันว่ามีผลดีทั้งนั้น เพราะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น การฝึกโยคะต่างจากการออกกำลังอื่นๆ เพราะหลักการฝึกของโยคะ มีจุดมุ่งหมายคือ การนำพลังร่างกาย (body) พลังลมหายใจ (breath) และพลังจิต (mind) มารวมกัน เมื่อสามพลังนี้มารวมกัน เราจะสามารถกำหนดลมปราณได้ เพราะตามหลักโยคะเชื่อว่ากายกับจิตแยกกันไม่ได้ จิตจะสมบูรณ์ต้องอาศัยความสมบูรณ์ของกายก่อน ฉะนั้นผลจากการฝึกโยคะจึงต่างกับการออกกำลังอื่นๆ เพราะการออกกำลังอื่นๆนั้นก่อให้เกิดความแข็งแรงต่อร่างกายเท่านั้น แต่โยคะก่อให้เกิดความแข็งแรงแก่ร่างกายและจิตใจ
โยคะแปลว่าอะไร
คำว่าโยคะ (Yoga) มาจากรากศัพท์สันสกฤตคือ “ยุช” หรือ “โย๊ก” (Yoke) แปลว่า ประกอบ หรือรวมกัน หรือ “ยูเนี่ยน” (Union) ความหมายของศัพท์ “โยคะ” หรือ “ยุช” หรือ “โย๊ก” แปลว่า การรวมกันหรือ union ซึ่ง ในยุคสมัยโบราณโยคะทำเพื่อเหตุผลทางศาสนา ฉะนั้นคำว่า การรวมกันสมัยก่อนตีความหมายได้ว่า “นำตัวเราไปรวมหรือให้ถึงพระเจ้าเบื้องบน” สมัยนี้ตีความหมายได้หลายอย่างแล้วแต่ผู้ฝึก ตามตำราคือ การมารวมกันซึ่ง ร่างกาย การหายใจ และจิต
ที่มาของโยคะ
โยคะเกิดขึ้นในดินแดน “ชมพูทวีป” คือประเทศอินเดียปัจจุบัน ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อได หรือใครเป็นผู้คิดค้น แต่นักประวัติศาสตร์หลายคนได้วิเคาระห์ว่าเกิดขึ้นมามากกว่า 5,000 ปี ที่ฤาษีหรือโยคีค้นพบ และได้บอกกล่าวหยิบยื่นให้ลูกศิษย์ตกทอดต่อๆมา พวกโยคีเข้าไปอยู่ในป่าเพื่อแสวงหาธรรม หรือหาคำตอบเกี่ยวกับ การเกิด แก่ เจ็บตาย และค้นหาพระเจ้า นึกภาพท่านโยคีเหล่านี้ นั่ง“อาสน์”ปฏิบัติธรรมนานๆอยู่ในป่า ก็คงปวดเมื่อย สุขภาพโทรมลง และเจ็บป่วย ท่านโยคีได้สังเกตุดูความเป็นอยู่ของสัตว์ต่างๆในป่า เมื่อสัตว์ป่วย สัตว์เหล่านั้นก็จะเปลี่ยนอริยาบททำท่าต่างๆ และสามารถรักษาตัวเองได้ นอกจากนั้นท่านยังสังเกตุการหายใจของสัตว์ ว่าสัตว์ที่หายใจเร็วจะอายุสั้น เช่น กระต่าย และสุนัข ส่วนสัตว์ที่หายใจช้า เช่น เต่า ช้าง งู จะอายุยืน พวกโยคีจึงได้นำข้อสังเกตุเหล่านี้มาปฏิบัติ ประยุกต์ทำท่าต่างๆ และฝึกลมหายใจให้ช้าๆ เพื่อทำให้ร่างกาย สุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บป่วย อายุยืน ซึ่งส่งผลทำให้จิตใจสงบและสามารถนั่งปฏิบัติธรรมได้นานๆ ดิฉันจำได้ว่า เมื่อก่อนหมาที่บ้านชื่อ “แฮ็ปปี้” วันหนึ่งมันไม่สบายไม่ยอมกินอาหาร พอเราพาแฮ็ปปี้ไปเดินที่พาร์ค พอถึงพาร์คปุ๊บ มันกินหญ้าและพยายามสำรอก จนอาเจียรออกมา พออาเจียรเสร็จก็ทำท่าสุนัขยืดลง “ดาวน์เวิร์ด เฟซซิ่งด็อก” (downward facing dog) ยืดสันหลังเสียยาว กลับถึงบ้านแฮ็ปปี้กินอาหารได้ (ดูรูป)

photo
อาสนะ (Asana)
ท่าโยคะต่างๆเหล่านี้ภาษาสันสกฤต เรียกว่า อาสนะ ซึ่งแปลตรงตัวคือ นั่ง หรือ “อาสน์” ตามตำราโบราณได้จารึกท่าต่างๆตามอริยาบทสัตว์ มีทั้งหมด 8,400,000 ท่า ปัจจุบันได้ดัดแปลงนำมาใช้กับคน 1,600 ท่า ตามตำรา “หะธะ โยคะ” (Hatha Yoga) ที่นำมาสอนในปัจจุบันมีทั้งหมด 84 ท่า เท่าจำนวนสัตว์ป่า 84 ชนิด ท่าต่างๆของโยคะจะเป็นชื่อสัตว์ เช่น ท่าแมว วัว อูฐ ปลา สิงโต กระต่าย ตั๊กแตน เป็นต้น หรือชื่อสิ่งที่เกิดตามธรรมชาติหรือวัตถุ เช่น ท่าต้นไม้ ภูเขา ดอกบัว พระจันทร์ครึ่งเซี่ยว เก้าอี้ และคันไถ เป็นต้น
โยคะเป็นปรัชญาหรือศาสนา
โยคะในยุคสมัยโบราณทำเพื่อเหตุผลทางศาสนา แต่ปัจจุบันโยคะถือเป็นศาสตร์หรือปรัชญาอย่างหนึ่ง รวมการปฏิบัติเป็น 8 ขั้นตอน เรียก องค์แปดหรือ หรือ “อัษฏางค์” หรือ “อัชตังกะ” (Ashtanga) (อัษ = 8 ฎางค์ หรือ “อังคะ” คือ อวัยวะในร่างกาย หรือ 8 Limbs) องค์ 8 นี้ตามหลักสูตรปฏิบัติครูสอนโยคะ ที่ดิฉันเรียนมาคือ มีดังนี้ (1) รักษาศีล ละเว้นสิ่งที่ไม่พึงปฏิบัติ 5 ข้อ คล้ายศีล 5 เรียก ยามะ (2) ปฏิบัติในสิ่งที่พึงปฏิบัติ 5 ข้อ เรียก นิยามะ (3) ฝึกท่าโยคะต่างๆ เรียกว่า อาสนะ เพื่อให้สุขภาพกายแข็งแรง (4) กำหนดลมหายใจเรียก ปราณยามะ ทั้ง 4 ขั้อข้างต้นนี้ถ้าปฏิบัติสม่ำเสมอจะช่วยเตรียมให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราดีมั่นคง เพื่อเราจะสามารถทำ 4 ขั้นหลังต่อไปได้ คือ (5) ปรัตยาหาระ การสำรวมจิต (6) ธารนะ การกระทำจิตให้แน่วแน่น (7) ธยานะ การเมดิเทท (meditate) และ (8) ขั้นสุดท้ายเป็นขั้นสูงสุดคือ สมาธิ การเข้าสู่สมาธิจิตนิ่งระดับเข้าฌาน
ฟังแล้วก็เข้าข่ายศาสนากลายๆ แต่ตามสถาบันสอนโยคะและตามตำราที่ปรากฎได้ปฏิเสธว่า โยคะไม่ใช่ศาสนา แต่เป็นหนทางหรือวิถีทางหนึ่งที่ไม่ว่าผู้ถือศาสนาใดๆก็สามารถนำไปปฏิบัติได้ เพื่อความสูงส่งแห่งจิตใจของตน เพราะว่าหลักโยคะตั้งอยู่บนพื้นฐานของศีลธรรม การปฏิบัติตามหลักโยคะเป็นการเตรียมให้ร่างกายและจิตใจ (สุขภาพกายและจิต) พร้อมที่ะไต่ไปทีละขั้น จนกระทั่งถึงขั้นสูงสุดคือ การทำให้จิตสู่ความหลุดพ้น ในอเมริกายังมีบางเมืองหรือบางเขตยังมองโยคะว่าเป็นศาสนา และไม่อนุญาตให้ปาร์ค หรือคอมมิวนิตี้ เซ็นเต้อร์เช่น YMCA หรือ YWCA ที่ใช้เงินช่วยจากรัฐ หรือโรงเรียนรัฐ มีการสอนโยคะ เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญอเม็นด์เม๊นท์ข้อ 1 ที่ระบุว่า บุคคลทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในการนับถือศาสนา และรัฐต้องไม่ยุ่งเกี่ยว เช่นโรงเรียนรัฐบาลจะไม่มีการสอนวิชาศีลธรรมหรือวิชาศาสนา ฉะนั้นถ้าเมืองหรือเขตนั้นอนุญาติให้มีการสอนโยคะในสถานที่ของรัฐบาล เท่ากับรัฐสปอนเซ่อร์และเข้าไปยุ่งเกี่ยว (โยคะพีเดียนี้เขียนด้วยนักกฎหมายโยคินีทนายความ ดิฉันจึงไม่อาจแยกกฎหมายออกได้ โปรดอ่านเกี่ยวกับสิทธิรัฐธรรมนูญในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” หน้า 28 “สิทธิเบื้องต้น”) เคสต่างๆเหล่านี้ได้ไปถึงขั้นศาล ซึ่งส่วนมากจะชนะ ปัจจุบันคนส่วนมากในอเมริกายอมรับว่าการฝึกโยคะเป็นการออกกำลังชนิดหนึ่ง
โปรดติดตามอ่านคอลัมน์หน้า โยคะชนิดต่างๆ