ข่าวการเมืองและศาสนา

วันที่ 8 พฤศจิกายนปีหน้า 2016 จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ฉะนั้นข่าวตั้งแต่นี้ไปจะเกี่ยวกับผู้สมัครเลือกตั้ง หรือ“เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท” (Presidential Candidates) และประเด็นสำคัญทางการเมืองต่างๆที่พลเมืองผู้ออกเสียง “โวทเต้อร์” (Voters) ต้องการได้ยินความเห็นจาก “เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท” แต่ละคน คอลัมน์วันนี้เราคุย 2 เรื่องคือ การเมืองและศาสนา “พอลิทิค แอนด์ ริลิเจี้ยน” (Polictic and Religion)  ซึ่งเป็น 2 หัวข้อสนทนาที่ดิฉันถูกสอนมาตั้งแต่มาอยู่เมกาใหม่ๆว่าต้องหลีกเลี่ยงไม่งั้นเสียเพื่อน

เรื่องการเมือง

การเลือกตั้งประธานาธิบดี (ปธน) ในอเมริกามีทุก 4 ปี ปธน อยู่ในตำแหน่งได้สูงสุด 2 เทอม คือ 8 ปี ปธน โอบาม่า (ปธน ผิวดำคนแรก) ขณะนี้ดำรงตำแหน่งเป็นเทอมที่ 2 วันเลือกตั้งหรือ “อีเล็กชั่น” (Election) จะตรงกับวันอังคารแรกของเดือน พ.ย. การเลือกตั้งปีหน้าเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 58 ของอเมริกา การเมืองในอเมริกาก้าวไปไกลมาก ตั้งแต่อเมริกาเริ่มสร้างประเทศ คนขาวผู้ชายเท่านั้นที่ออกเสียงเลือกตั้งได้ รับตำแหน่งในรัฐบาล และเป็นลูกขุนได้ คนผิวดำและผู้หญิงไม่มีสิทธิ คนผิวดำมีสถานะเป็นทาส ไม่มี“ไอเด็นติตี้” (Identity) ของตนเอง เนื่องจากทาสเป็นสมบัติของเจ้านาย คือเขาซื้อขายได้มา เจ้านายสามารถทำร้าย ทุบตี ทาสได้ ทาสห้ามเรียนหนังสือฉะนั้นพวกเขาไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ และ เพราะ จนกระทั่งเดือนมิถุนายนปี 1865 เมื่อสงครามการเมืองสิ้นสุดลงสมัย ปธน เอบราฮัม ลินคอล์น ได้ผ่านกฎหมายเลิกทาส ถึงแม้กฎหมายจะมีผลตั้งแต่นั้น แต่ในแง่ปฏิบัติก็ยังไม่เท่าเทียมกัน คนผิวดำต่อสู้มาตลอดโดยเรียกร้องสิทธิให้เท่าเทียมกับคนผิวขาว เมื่อ ปธน โอบาม่า ได้รับเลือกตั้งเป็น ปธน ในปี 2008 และเลือกตั้งคราวหน้า นางฮิลลารี่ คลินตัน อดีตสตรีหมายเลข 1 พึ่งประกาศลงสมัครเลือกตั้ง “เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท” เมื่อวันที่ 12 เมษาที่ผ่านมา เราก็ต้องดูกันต่อไป สักวันหนึ่งเราอาจได้เห็น ปธน หญิง ของอเมริกาก็ได้   โปรดอ่านความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ “ระบบปกครองของอเมริกา และสิทธิรัฐธรรมนูญ” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มใหม่” หน้า 1-3 หรือในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หัวข้อการปกครอง หน้า 18-19 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือ “สิทธิของฉัน” เล่มละ $55 “อยู่อเมริกา” เล่มละ $35 โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308

 

 

“เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท” (Presidential Candidate) หรือผู้สมัครเลือกตั้งปธน จะประกาศตัวลงสมัครเลือกตั้ง ประมาน 18 เดือนก่อนเลือกตั้ง นางฮิลลารี่ คลินตัน สังกัดพรรคเดโมแครทได้ประกาศตัวลงสมัครเลือกตั้งออนไลน์ (มาแปลก) วันอาทิตย์ที่ 12 เมษา ที่ผ่านมา ณ. วันนี้เธอเป็น“เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท”คนเดียว ของพรรคเดโมแครท ส่วนฝ่ายรีพับบลิคกันตอนนี้มี 3 “เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท”ที่ได้ประกาศลงสมัคร คือ นายแรนด์ พอล (Rand Paul) เป็นวุฒิสมาชิกหรือ“เซเนเต้อร์”(Senator) รัฐเคนตั๊คกี้ นายเท็ด ครูซ์ (Ted Cruz) เซเนเต้อร์รัฐเท็กซัส และนาย มาร์โค รูบิโอ (Marco Rubio) เซเนเต้อร์รัฐฟลอริด้า ประวัติการต่อสู้ของผู้หญิงอเมริกันก็พอๆกับคนผิวดำ แต่ดีกว่านิดหน่อย คือ ผู้หญิงเมื่อเกิดมาตอนเป็นเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะถือเป็นสมบัติของบิดา พอบรรลุนิติภาวรจึงได้“ไอเด็นติตี้” ของตนเอง แต่ทันทีที่ผู้หญิงแต่งงาน เธอก็จะหมดสิทธิทันที เพราะตกเป็นสมบัติของสามี สามีมีสิทธิทำร้าย ตบตีเมียได้ (ไม่แน่ใจว่าขายได้หรือป่าว) ผู้หญิงมีสามีไม่มีสิทธิซูคนอื่นที่ทำร้ายเธอ สามีต้องเป็นคนซู และผู้หญิงไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ถ้าเลือกตั้งคราวหน้านางฮิลลารี่ชนะ ก็จะได้จารึกในประวัติศาสตร์ในที่สุดอเมริกามี ปธน หญิงคนแรก !!

เรื่องศาสนา

เรื่องศาสนาที่จะเป็นประเด็นหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า คือ สิทธิเกย์/เลสเบี้ยนและเสรีภาพในการแต่งงาน “ฟรีดอม ทู แมรี่” (Freedom to Marry) ตอนเลือกตั้งสองคราวที่แล้ว โอบาม่าได้คะแนนโวทมากจากกลุ่มเกย์และเลสเบี้ยน คุณหลายคนอาจสงสัยว่าแล้วเกย์และเลสเบี้ยนมันเกี่ยวกับศาสนาและกฎหมายอย่างไร เกี่ยวค่ะ คือ ศาสนาหลายศาสนาถือว่าการร่วมเพศระหว่างเพศเดียวกันเป็นบาป ตามพระคัมภีร์ไบเบิลของคริสต์ นิวเทสตาเม๊นท์ ไบเบิลฮิบรู“ยิว” และโคราน ศาสนา“อิสลาม” เขียนไว้ว่า การร่วมเพศทางทวาร ปาก อาจเป็นระหว่างเพศเดียวกันหรือต่างเพศ และร่วมเพศกับสัตว์ ถือเป็นอาชญากรรมที่ขัดกับธรรมชาติ เรียก“ไครม อเก๊นสท์ เนเช่อร์” (Crime agaist Nature) ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะการ“อเม็นด์เม๊นท์”ที่ 1 ระบุว่าทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพในการนับถือศาสนาและปฏิบัติตามความเชื่อของเขา ห้ามรัฐบาลยุ่งเกี่ยว ดั่งระบุในรัฐธรรมนูญว่า “รัฐบาลต้องสร้างกำแพงระหว่างโบสถ์และรัฐ” คือห้ามจุ้น ในขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญบทเฉพาะการ“อเม็นด์เม๊นท์”ที่ 14 ระบุว่า รัฐบาลห้ามกีดกันคนเพราะเชื้อชาติ สีผิวและศาสนา และต้องปฏิบัติต่อทุกคนเท่าเทียมกันหมด คนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่จะดำรงชีวิตเพื่อไปถึงซึ่งความสุข (Pursuit of Happiness) และมีเสรีภาพที่จะแต่งงาน วกกลับมาเรื่องเกย์และเลสเบี้ยน เมื่อก่อนเกย์และเลสเบี้ยนไม่เปิดตัว เพราะถูกกีดกันมากไม่งั้นไม่สามารถรับตำแหน่งหน้าที่การงานดีๆหรือตำแหน่งในรัฐบาล แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป พวกเกย์และเลสเบี้ยนได้เปิดตัวมากขึ้น จึงมีการตั้งองค์กรต่อสู้เพื่อสิทธิความเสมอภาค พวกเขาต้องการที่จะได้รับผลประโยชน์ “เบเนฟิต” (Benefits) จากคู่พาร์ทเน่อร์ เช่นประกัน เงินบำนาญ ค่ารักษาพยาบาล เช่นเดียวกับคู่สามีภรรยาหญิงชาย จนในที่สุดรัฐบางรัฐเริ่มผ่านกฎหมายยอมรับให้คู่เกย์ เลสเบี้ยนจดทะเบียนเป็นพาร์ทเน่อร์ได้ เพื่อเขาจะได้รับผลประโยชน์ และหลายรัฐมีการเคลื่อนไหวที่จะผ่าน“เซมเซ็กส์แมริเอจ” (Same Sex Marriage) ตามสิทธิรัฐธรรมนูญรัฐเป็นอำนายจองรัฐที่จะผ่านกฎหมายเกี่ยวกับการสมรสและหย่า รัฐบาลกลางห้ามยุ่ง รัฐบาลกลางรีบตัดไฟแต่ต้นลม ปี 1996 รัฐบาลกลางได้ผ่านกฎหมาย Defense of Marriage Act (เรียกย่อว่า “โดมา” DOMA) ระบุว่าการแต่งงานต้องเป็นระหว่างหญิงและชายเท่านั้นเรียก รัฐบาลกลางไม่ยอมรับคู่สมรสเกย์และเลสเบี้ยน = ไม่ให้ผลประโยชน์ เมื่อรัฐบาลกลางผ่านกฎหมายออกมาอย่างนี้ เท่ากับรัฐบาลกลางพังกำแพงระหว่างโบสถ์และรัฐ ในที่สุดปี 2013 ศาลสูงสุดได้ตัดสินคดี และคำตัดสินได้โมฆะ DOMA ว่าละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นอิมมิเกรชั่นซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐบาลกลางจึงยอมออกใบเขียวให้คู่สมรสเกย์และเลสเบี้ยน โปรดอ่านความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ “อำนาจรัฐ vs รัฐบาลกลาง” และ “การสมรสระหวางเพศเดียวกัน” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มใหม่” หน้า 30 และ 41

การกีดกันคู่เกย์รัฐอินเดียน่า

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นคือ เหตุการณ์ในรัฐอินเดียนน่าที่ผ่านมาเดือนที่แล้ว เมื่อวันที่ 26 มีนา 2015 ผู้ว่ารัฐอินเดียนน่าได้ผ่านกฎหมาย เรียก “ริลิเจียส ฟรีด้อม เรสโตเรชั่น แอ๊กท์” (Religious Freedom Restoration Act) คือ ให้เสรีภาพที่พลเมืองสามารถทำสิ่งที่เขาเชื่อตามศาสนาได้โดยไม่ผิดกฎหมาย กฎหมายนี้ออกมาแก้หรือผ่อนหนักให้เป็นเบาหลังจากที่รัฐบาลกลางยอมรับ“เซมเซ็กส์แมริเอจ” หลังจากที่กฎหมายผ่านร้านพิซซ่าร้านหนึ่งในรัฐอินเดียนน่า เจ้าของร้านปฏิเสธไม่รับทำออเด้อร์ที่คู่เกย์สั่งทำเค็กแต่งงาน โดยต้องการให้มีตัวตุ๊กตาที่ปักบนเค็กเป็นรูปคู่เพศเดียวกัน จึงกลายเป็นข่าวใหญ่แพร่ไปตามบล็อก หลังจากนั้นมีบล๊อกลงด่าเจ้าของร้านและชักจูงให้คนบอยคอทร้านนี้ เจ้าของร้านถึงขนาดต้องปิดร้านเพราะขาดทุน ส่วนกลุ่มตรงข้ามที่เห็นด้วยกับร้านก็ลงบล็อกตอบกลับ และเรียกเงินเรี่ยไรช่วยธุรกิจเจ้าของร้าน ตามข่าวที่ดิฉันอ่านภายในอาทิตย์กว่า ได้รับเงินเรี่ยไรให้เจ้าของร้านได้ถึง $842,000

ไงคะ รัฐธรรมนูญและศาลสูงสุดในอเมริกาศักดิ์สิทธิดีไหม!!!