ระบบเลือกตั้งสหรัฐ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ 2559 (2016) ดิฉันอวยพร “เลท” (late) ไปหน่อยนี่เข้ากุมภาแล้ว  ก็รวบยอดตรุษจีนไปเลย “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้”  ปี 2016 นี้เป็นปีเลือกตั้งประธานาธิบดี (ป.ธ.น.) สหรัฐ ตั้งแต่ต้นปีมา  ข่าวการเมืองทุกวันจะพูดถึง “ไอโอว่า คอคัส” และ “พรายแมรี่ นิวแฮมเชียร์” ตามประสาคนอยากรู้จริงเลย searc อากู๋ว่า “คอคัส” มันคืออะไร  ยิ่งอ่านยิ่งติดพัน เลยวันนี้ดิฉันเอาความรู้ที่อ่านมาอธิบายให้แฟนๆต่อ

(คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการปกครอง และอำนาจการปกครองในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” $65 หน้า 27 และอ่านเพิ่มเรื่องพรรคการเมืองในหนังสือ “อยู่อเมริกา” $35 บทการปกครอง หรือ Government หน้า 18  สามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยตรงจากดิฉัน โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308)

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ทุก 4 ปี ในอเมริกาจะมีการเลือกตั้ง ประธานาธิบดี (ป.ธ.น.) “เพรสซิเด๊นท์” (PRESIDENT) คนใหม่ ป.ธ.น.ดำรงตำแหน่งเทอมละ 4 ปี รับตำแหน่งสูงสุดได้ 2 เทอม ป.ธ.น.ปัจจุบันคือ “บาแร็ค โอบาม่า” (BARACK OBAMA) สังกัดพรรคเดโมแครท ได้ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2009 เทอมนี้เป็นเทอมที่สอง ท่านจะพ้นตำแหน่งเดือนมกราคมปี 2017 นี้ ฉะนั้นปีนี้ 2016 จึงเป็นปีเลือกตั้ง “อีเล็กชั่น เยียร์” (ELECTION YEAR)

ขั้นตอนการเลือกตั้ง

หมายเหตุ ข้อ 1-4 เป็นระบบขั้นตอนเลือกผู้แทนพรรค  5-7 ขั้นตอนเลือกประธานาธิบดี

  1. ลงสมัครเลือกตั้ง

ประมาณ 1 ½ ปีก่อนเลือกตั้ง ระหว่างเดือนเมษายน- กรกฎา 2015 ผู้ต้องการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี “แคนดิเดท” (CANDIDATE) จะประกาศตัวเอง และลงทะเบียนสมัครกับคณะกรรมการเลือกตั้ง  “แคนดิเดท”ต้องระบุชื่อพรรคที่ตนจะสังกัด พรรคใหญ่ในอเมริกามี 2 พรรคคือ “รีพับบลิคกัน” (REPUBLICAN) เป็นพวกอนุรักษ์นิยม “คอนเซอร์เวทีฟ” (CONSERVATIVE) และ “เดโมแครท” (DEMOCRAT) พวกเสรีนิยม “ลิบเบอรั่ล” (LIBERAL) และยังมี พรรค อิสระ “อินดีเพ็นเด๊นท์” (INDEPENDENT) ซึ่งคนไม่ซีเรียสและไม่เคยมีใครถูกเลือก  คุณสมบัติ“แคนดิเดท” คือ (1)ถือสัญชาติอเมริกัน  (2)เกิดในอเมริกาและอยู่ในอเมริกาอย่างน้อย 14 ปี (3)อายุ 35 ปีขึ้นไป “แคนดิเดท”ส่วนมากมักมีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ในวงการเมือง คราวนี้เรามีนักธุรกิจเศรษฐีเงินร้าน “ดอโนลด์ ทรัมพ์” (DONALD TRUMP) เข้ามาเขย่าการเลือกตั้งด้วยอยู่พรรครีพับบลิคกัน  ตอนเริ่มต้นมี“แคนดิเดท”สังกัด“รีพับ บลิคกัน” มากว่า 10 คน (ตอนนี้เหลือประมาณ 5 คน)ส่วน “เดโมแครท” มีน้อยกว่าครึ่ง ตอนนี้เหลือ 2 คน

  1. หาเสียง

หลังประกาศลงสมัคร “แคนดิเดท”จะเริ่มรณรงค์หาเสียง “แคมเปน”(CAMPAIGN) โดยไปพูดตามสถานที่ต่างๆและพยายามหาสปอนเซ่อร์หาเงินเข้าแคมเปนตน ระหว่างนี้ คณะกรรมการแต่ละพรรค จะจัดตารางโต้วาที”ดีเบท” (DEBATE) ออกอากาศ คราวนี้ พรรค “รีพับ บลิคกัน” มีตารางโต้วาที 12 ครั้ง ส่วน พรรค “เดโมแครท” มี 6 ครั้ง (น้อยไปหน่อย คงเป็นเพราะ“แคนดิเดท”น้อย)

  1. การเลือกตั้งขั้นต้น

พอหลังปีใหม่เราเข้าปีเลือกตั้ง ตอนนี้การหาเสียงเริ่มคึกคักมาก ประชาชนเองก็จะคึกคักและถกเรื่องการเมืองกันมากขึ้น  ในแต่ละรัฐจะมีการเปิดเลือกตั้งขั้นต้น เรียก “พรายแมรี่ อีเล็คชั่น” (PRIMARY ELECTION) เรียกสั้นๆว่า “พรายแมรี่” (PRIMARY) บางรัฐใช้ระบบเรียก “คอคัส” (CAUCUS) ข้อแตกต่าง ระหว่าง “พรายแมรี่” และ “คอคัส”  คือ คอคัส เป็นการประชุมกลุ่มผู้มีสิทธิออกเสียง “เรจิสเต้อร์ โวทเต้อร์” (REGISTERED VOTERS) จำนวนน้อยแบบชาวบ้านๆ สถานที่ที่จัดประชุมจัดในแต่ละเขต  อาจเป็นโรงเรียน โบสถ์ ห้องประชุม ร้านอาหารหรือบ้านคน ผู้มาประชุมมีโอกาสพูดและถกกันเกี่ยวกับตัว “แคนดิเดท” อุดมการณ์ของแคนดิเดท และพยายามชักชวนให้ผู้มาประชุมคล้อยตาม  และเมื่อจบก็จะมีการยกมือออกเสียง  เลือกตัว “แคนดิเดท” ของแต่ละพรรค  ส่วน  “พรายแมรี่” จะคล้ายเลือกตั้งใหญ่โดย“เรจิสเต้อร์ โวทเต้อร์” ได้ใบเลือกตั้งเรียก “แบลลอท” (BALLOT) และแต่ละคนก็กากระบาทเลือกตัวแทนที่ตนสนับสนุน รัฐที่ใช้ระบบคอคัส มี เพียง 10 รัฐ อลาสก้า โคโลราโด้ ฮาวาย แคนซัส เมน มินนิโซต้า เนวาด้า นอร์ทดาโคต้า วายโอมิ่ง และไอโอว่า นอกนั้นใช้ระบบ “พรายแมรี่”

รัฐไอโอว่า (IOWA) เป็นรัฐแรกที่เปิดคอคัส เรียก “ไอโอว่าคอคัส” ปีนี้ตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2016 รัฐนิวแฮมเชียร์ (NEW HAMPSHIRE) เป็นรัฐแรกที่เปิด“พรายแมรี่” เรียก“นิวแฮมเชียร์ พรายแมรี่” ตรงกับวันอังคารหน้า ที่ 9  กุมภาพันธ์นี้  แคนดิเดทและประชาชนจะให้ความสนใจกับผล จาก 2 รัฐนี้มาก เพราะตามสถิติถ้า แคนดิเดท คนใดชนะรัฐไอโอว่า เปอร์เซ็นที่เขาจะได้เลือกเป็นผู้นำพรรค “เพรสสิเด๊นเชี่ยล นอมินี่” (PRESIDENTIAL NOMINEE)  (NOMINEE) สูงมาก นอกจากนั้นแคนดิเดทที่ชนะจะมีกำลังใจมากขึ้น และผลคือได้สปอนเซ่อร์สนับสนุนมากขึ้น  ส่วนผู้ที่มีคะแนนเสียงน้อยก็จะเริ่มถอนตัวออกไปทีละคนสองคน  เมื่อแคนดิเดทถอนตัวก็จะเลือกผู้ที่เขาสนับสนุน เรียก “เอ็นดอร์ส” (ENDORSE) ในพรรคของตน แคนดิเดทที่ได้รับ“เอ็นดอร์ส” ก็จะได้เสียงโวทเพิ่มขึ้น ผลจาก “ไอโอว่าคอคัส”  พรรค รีพับ บลิคกัน “เท๊ด ครูซ์” (TED CRUZ) อายุ 45 เป็นวุฒิสมาชิก“เซเนเต้อร์” (SENATOR) รัฐเท็กซัส ชนะเสียงข้างมาก คะแนนสูสีกับคู่แข่ง “ดอนัลด์ ทรั๊มพ์” อายุ 69และ “มาริโอ รูบิโอ” (MARIO RUBIO) อายุ 44 “เซเนเต้อร์” รัฐฟลอริด้า ส่วนพรรคเดโมแครท “ฮิลลารี่ คลินตัน” (HILLARY CLINTON) อายุ 68 ชนะเสียงข้างมาก คะแนนสูสีกับคู่แข่ง “เบอร์นี่  แซนเด้อร์ส” (BERNIE SANDERS) อายุ 74 “เซเนเต้อร์”รัฐเวอร์ม๊อนท์

พรายแมรี่ต่อไปคือที่รัฐนิวแฮมเชียร์ ตอนนี้แคนดิเดทที่ยังคงเหลืออยู่ ก็วิ่งไปจุกหาเสียงกันในรัฐ“นิวแฮมเชียร์” จุดดีของพรายแมรี่ในแต่ละรัฐ คือ แคนดิเดทจะมีโอกาสโฟกัสการหาเสียงเป็นจุดๆไปแต่ละรัฐ ตามวันที่กำหนดจะมี พรายแมรี่หรือคอคัส แทนที่จะวิ่งทั่วประเทศ

“ซุปเป้อร์ ทิวส์เดย์” (SUPER TUESDAY) คือวันที่หลายรัฐจะมี พรายแมรี่ พร้อมกัน ปีนี้มี 15 รัฐ ปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 1 มีนาคม 2016 หลัง “ซุปเป้อร์ ทิวส์เดย์” แคนดิเดทจะรู้ผลว่าตัวจะไปรอดหรือไม่ เพราะส่วนมากจะมีตัวแคนดิเดทที่ได้คะแนนชนะขาดลอย ผู้สมัครคนอื่นที่ได้เดเลเกทส์น้อยก็จะยอมแพ้ถอนตัวไป พรายแมรี่ทุกรัฐจะสิ้นสุดเดือนมิถุนายน  ตอนนี้เราก็ต้องเฝ้าดูผล “นิวแฮมเชียร์ พรายแมรี่” กันต่อไป

วิธีเลือกผู้ชนะผลจากพรายแมรี่ไม่ได้เลือกตามจำนวนเสียงต่อคน  แต่เลือกเป็นเขต โดยแบ่งจำนวนเขตตามจำนวนพลเมืองของแต่ละรัฐเรียก“เดเลเกทส์” (DELEGATES) รัฐใหญ่ที่มีพลเมืองมากก็จะมีจำนวน“เดเลเกทส์”มาก รัฐเล็ก็จะมีจำนวน“เดเลเกทส์”น้อย

  1. คอนเวนชั่น

หลังจากพรายแมรี่สิ้นสุดลงเดือนมิถุนายน ขั้นต่อไปคือ งานฉลองใหญ่ของแต่ละพรรคเรียก “โพลิติเคิล ปาร์ตี้ คอนเวนชั่น” (POLITICAL PARTY CONVENTION) เป็นปาร์ตี้คอนเวนชั่นใหญ่ออกอากาศ พรรค เดโมแครทเรียก “เดโมแครติค แนชันเนิล คอนเว็นชั่น” (DEMOCRATIC NATIONAL CONVENTION) “รีพับบลิคกัน” เรียก “รีพับบลิคกัน แนชันเนิล คอนเว็นชั่น” (REPUBLICAN NATIONAL CONVENTION) วันนั้นจะมีการประกาศชื่อผู้นำพรรคที่ได้คะแนน “เดเลเกท” สูงสุดจากผล “พรายแมรี่” และ “คอคัส”  ผู้นำนี้ พรรคจะส่งเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี “เพรสสิเด๊นเชี่ยล นอมินี่”(PRESIDENTIAL NOMINEE) และในวันนั้นผู้นำพพรคจะประกาศชื่อ ผู้ที่เขาเลือกมาเป็น “ว่าที่รองประธานาธิบดี” เรียก “รันนิ่ง เมท” (RUNNING MATE) ปีนี้คอนเวนชั่นทั้งสองพรรคจะจัดเดือน กรกฎาคมนี้

  1. หาเสียงต่อ

หลังจากจบคอนเวนชั่น คราวนี้“เพรสสิเด๊นเชี่ยล นอมินี่”ของแต่ละพรรคก็จะออกหาเสียงแคมเปนกันอย่างดุเดือดต่อไปในแต่ะรัฐ ส่วนมากจะพยายามโฟกัสที่รัฐใหญ่มากกว่ารัฐเล็ก มีโฆษณาทางทีวีแทบทุกวัน และมีโต้วาทีออกอากาศ  มันส์มาก

  1. วันเลือกตั้ง

วันเลือกตั้งทั่วไป “เจนเนอรัล อีเล็คชั่น” (GENERAL ELECTION)  หรือวันเลือกตั้งประธานาธิบดี “เพรสสิเด๊นเชี่ยล อีเล็กชั่น” (PRESIDENTIAL ELECTION) ตรงกับวันอังคารที่สองของเดือนพฤศจิกายน ปีนี้ ตรงกับวันที่ 8 พ.ย. 2016 ผลจะประกาศเลยวันนั้น

วิธีนับคะแนนเสียง  เรียก “อีเล็กทอเริล คอลเลจ” (Electoral College) โดยคะแนนรวมของ“อีเล็กทอเริล คอลเลจ”มีทั้งหมด 538 คะแนน ตัวแลขคะแนน 538 นี้เอามาจากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ส. รวม 435 คนเท่ากับ 435 คะแนน บวกจำนวนเซเนเต้อร์ 100 คน เท่ากับ 100 คะแนน และบวกอีก 3 คะแนนจากเขต“วอชิงตัน ดีซี” (วอชิงตันดีซี ไม่ใช่รัฐ เป็นเพียงเขตหรือ “ดิสตริค” คล้ายๆอำเภอ ปกครองตนเองภายใต้กฎหมายรัฐบาลกลาง แต่เนื่องจากมีคนอาศัยอยู่และผู้คนมีสิทธิโหวด ฉะนั้นรัฐบาลกำหนดให้เขตนี้ 3 คะแนน) รวมท้งหมดจึงเป็น 538 คะแนน แคนดิเดทที่ได้คะแนน 270 คะแนน(คือมากว่าครึ่ง) คนนั้นชนะและได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี ระบบเลือกตั้งแบบนี้ระบุในรัฐธรมนูญกำหนดให้ทั้งประชาชนและรัฐบาลมีอำนาจในการเลือกตั้งร่วมกัน ฉะนั้นแทนที่จะนับคะแนนจากจำนวนคนที่โหวดต่อคน รัฐบาลจึงตั้งจำนวนคะแนนนี้ออกมา โดยเอาจำนวน ส.ส. เป็นหลัก เพราะจำนวน ส.ส.แบ่งเป็นเขตตามจำนวนประชากรในรัฐ รัฐใดมีประชากรหนาแน่น รัฐนั้นก็จะมีมากเขตและมาก ส.ส. (โปรดดูรูป ) ถ้าพรรคใดได้เสียงข้างมากในรัฐ พรรคนั้นจะได้คะแนน “อีเล็กทอเริล คอลเลจ” ทั้งรัฐ (ไม่แบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์แบบตอนเลือกพรายแแมรี่) ตัวอย่าง รัฐเพนซิลเวเนีย ถ้าวันเลือกตั้งประธานาธืบดีเดโมแครทได้เสียงข้างมาก เดโมแครทจะได้คะแนนทั้งหมด 21 คะแนน และรีพับบลิคกันได้ 0 เป็นต้น ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าแคนดิเดทพยายามหาเสียงตามรัฐใหญ่ๆ เช่น คาลิฟอร์เนีย (55คะแนน) เท็กซัส(34) นิวยอร์ค(31) เพนซิลเวเนีย(21) อิลลินอยส์(21) และโอไฮโอ(20)โอกาสชนะสูง

คะแนน“อีเล็กทอเริล คอลเลจ”ของแต่ละรัฐ

  1. วันสาบานตนรับตำแหน่ง

วันสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี จะตรงกับวันที่ 20 มกราคม 2017 โดยหัวหน้าท่านตุลาการศาลสูงสุด “ชีฟ ซุพพรีม คอร์ท จัสทิส” (CHIEF SUPREME COURT JUSTICE) เป็นผู้สาบานตนว่าที่ประธานาธิบดีเข้ารับตำแหน่ง เฮ้อ! ค้นข้อมูลซะเหนื่อย

(คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการปกครอง และอำนาจการปกครองในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” $65 หน้า 27 และอ่านเพิ่มเรื่องพรรคการเมืองในหนังสือ “อยู่อเมริกา” $35 บทการปกครอง หรือ Government หน้า 18  สามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยตรงจากดิฉัน โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308)