ความคืบหน้าการเลือกตั้ง

แฟนคอลัมน์ถามมาว่า ดิฉันไม่เขียนคอลัมน์แล้วเหรอ  ยังเขียนค่ะ แต่ไม่เขียนประจำทุกสัปดาห์ จะเขียนต่อเมื่อมีเรื่องที่น่าสนใจและจูงใจให้ดิฉันเขียน เพราะตั้งแต่ดิฉันตัดสินใจ “ครึ่งๆเกษียร” “เซไมรีไทร์” (semi retire) ก็เริ่มให้เวลาตัวเอง (ฟื้นฟูสุขภาพ โยคะ เที่ยว) ทำให้ครอบครัว พี่น้อง และเพื่อน มากขึ้นกว่าเอาเวลาให้กับการทำงาน

ช่วงนี้ดิฉันติดตามการเลือกตั้งประธานาธิบดี และดูบาสเก็ตบอล “เพลย์อ๊อฟส์” ระหว่าง “วอริเอ้อรส์” (Warriors Golden State) และ “แคฟวาเลีย” (Cavaliers Cleveland) “เพลย์อ๊อฟส์” ใกล้จบลงแล้ว ตอนนี้“วอริเอ้อรส์” ชนะ 3-1 คืนวันจันทร์ที่ 13 มิย. มีแข่ง ดิฉันจะนั่งหน้าจอ  ส่วนการเลือกตั้งก็จะเข้าขั้นสุดท้ายแล้วคือ ประกาศชื่อหัวหน้าพรรค เดโมแครท และ รีพับบลิคกันเป็นทางการ หลังจากนั้นหัวหน้าพรรคก็ หาเสียง โต้วาที  จนถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ตรงกับวันที่ 8 พฤศจิกายน 2016 นี้

การเลือกตั้งครั้งนี้มาแปลก (ครั้งที่แล้วก็ว่าแปลกแล้ว ที่ประชาชนเลือกคนผิวดำ “โอบาม่า” (Obama) เป็นประธานาธิบดี) ซึ่งดิฉันไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นคนผิวดำเป็นป.ธ.น. อเมริกันในชาตินี้  เลือกตั้งคราวนี้เราได้ “ว่าที่” หัวหน้าพรรคเดโมแครท เป็นผู้หญิง “นางฮิลลารี่ คลินตัน” (Hillary Clinton) (ภรรยาประธานาธิบดี คลินตัน) และหัวหน้าพรรครีพับบลิคกัน เราได้นักธุรกิจ “นายดอนัลด์ ทรัมพ์” (Donald Trump) ถ้าประชาชนเลือกคลินตัน เราก็จะได้ประธานาธิบดีหญิงเป็นคนแรก “WOW” มันยิ่งใหญ่สำหรับดิฉันที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของอเมริกาทันในช่วงชิวิต ความคิดของคนรุ่นใหม่ ความเปิดใจของคนอเมริกัน เป็นความพูมใจมากๆเพราะดิฉันเป็นคนอเมริกันคนหนึ่ง คอลัมน์นี้มาคุยเรื่องปาฐกถา “สปีช” (Speech) ของนาง “ฮิลลารี่ คลินตัน” ที่กล่าว เมื่อคืนวันอังคารที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมาหลังจากปิด “การเลือกตั้งเบื้องต้น” หรือ “พรายแมรี่” (Primary) นางคลินตันได้คะแนน หรือ “เดเลเกทส์” (Delegates) ชนะคู่แข่ง “นายเบอร์นี่ แซนเด้อร์ส” (Bernie Sanders) มากพอที่จะประกาศได้ว่าเธอเป็น  “ว่าที่ผู้แทนพรรคเดโมแครท” หรือ “พรีซัมทีฟ เพรสสิเดนเชี่ยล นอมินี” (Presumptive Presidential Nominee) ส่วนทรัมพ์ได้ผลคะแนนรวม“เดเลเกทส์”ตามจำนวนที่กำหนดจึงถือว่าเป็นหัวหน้าพรรครีพับบลิคกัน

ปาฐกถาของนาง คลินตัน

คืนวันอังคารที่ 7 มิ.ย. ดิฉันได้นั่งฟัง “สปีช” ของนางคลินตันตั้งแต่ต้นจนจบ  มีหลายคำที่เธอพูดถึง ที่ดิฉันไม่รู้ความหมายและที่มาที่ไป จึงไปเปิด “วิกิ” (Wiki) อ่านดู วันนี้มาแชร์ความรู้กัน

เซเนก้า ฟอลส์ (Seneca Falls)

นางคลินตันเริ่มเปิด“สปีช” ว่าเรามีวันนี้มาได้ ที่ประชาชนเลือกเธอให้เป็นหัวหน้าพรรค  เธอถือเป็น “ผู้หญิง” คนแรกที่ได้รับตำแหน่งสำคัญนี้ เธอกล่าวขอบคุณถึงกลุ่มสตรีรุ่นแรกที่ต่อสู้เพื่อสิทธิและความเสมอภาคของสตรี เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1848 ที่สถานที่ชื่อ “เซเนคา ฟอลส์” เป็นหมู่บ้านใน เขต “เซเนคา” รัฐนิวยอร์ค จากกลุ่มผู้หญิงเล็กๆ มาพบปะดื่มชากัน  ถกกันเรื่องสิทธิและความไม่เสมอภาคของผู้หญิง ตั้งแต่ไสตล์การแต่งตัว ไปจนถึงสิทธิในการออกเสียง และต่อต้านการค้าทาส จากกลุ่มเล็กได้ขยายเป็นกลุ่มใหญ่ จากพบปะกลายเป็นการประชุมประจำ จากบ้านไปประชุมที่โบสถ์  สตรีผู้ต่อต้านที่มีชื่อสองท่านคือ นางอลิซาเบทซ์ เคดี้ แสตนตัน และนางซูซาน บี แอนโทนี่ ดูรูป

Seneca Falls Canal Harbor เซเนก้า ฟอลส์
Seneca Falls Canal Harbor เซเนก้า ฟอลส์
Elizabeth Cady Stanton (seated) and Susan B. Anthony c. 1900 นางแสตนตัน และนางแอนโทนี่
Elizabeth Cady Stanton (seated) and Susan B. Anthony c. 1900 นางแสตนตัน และนางแอนโทนี่

ประกาศทัศนคติ  (Declaration of Sentiments)

วันที่ 19-20 กรกฎา ปี ค.ศ. 1848 กลุ่มสตรีและผู้สนุบสนุนต่อสู้เพื่อความเสมอภาคได้ร่าง “ประกาศทัศนคติ” เรียก “เด็คแคลเรชั่น อ๊อฟ เซ็นรทิเม็นท์ส”  (Declaration of Sentiments) ว่าพวกเธอต้องการอะไร รวมทั้งสิทธิในการเลือกตั้งของสตรี และต่อต้านการค้าทาสตั้งแต่ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1850 ไปทุกปีกลุ่มสตรีมีการจัดประชุม “วีเม็นส์ไรท์ คอนเวนชั่น” (Women’s Rights Conventons) จนกระทั่งเกิดสงครามกลางเมือง “ซิวิล วอร์” ปี ค.ศ. 1861-1865

สิทธิในการเลือกตั้งของสตรี (Women Suffrage)

“สิทธิในการเลือกตั้งของสตรี” หรือ “วีเม็น ซัฟเฟร็จ” (Women Suffrage) เป็นประเด็นของการต่อสู้เพื่อความเสมอภาค คือ สตรีต้องมีเสียงในรัฐบาล คือมีสิทธิเลือกตั้ง  ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีความหมาย สตรีเหล่านี้เดินทางไปตามรัฐชักจูงให้ทั้งหญิงชาย ผิวดำเซ็นชื่อ เพื่อต้องการให้รัฐบาลผ่านรัฐธรรมนูญให้สตรีมีสิทธิเลือกตั้ง ดูรูป

กลุ่มสตรีเดินพาเหรดในเมืองนิวยอร์ค ปี ค..ศ. 1917 ถือโปสเต้อร์มีลายเซ็นผู้หญิงมากกว่าล้านคน เรียกร้องสิทธิสตรีในการเลือกตั้ง

รัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาลฉบับที่ 19 (19th Amendment)

ในที่สุดในปี ค.ศ. 1920  72 ปีให้หลังจากวัน “ประกาศทัศนคติ” (Declaration of Sentiments) ปี ค.ศ. 1848 รัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาลฉบับที่ 19 หรือ“ไนน์ทีน อเม็นด์เม๊นท์” (19th Amendment) ได้ผ่าน หลังสงครามกลางเมืองสิ้นสุดปี ค.ศ. 1865 รัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาลฉบับที่ 13 ผ่านประกาศเลิกทาส และบทเฉพาะกาลฉบับที่ 15 ให้สิทธิคนผิวดำออกเสียงเลือกตั้ง  สรุปสตรีได้สิทธิเลือกตั้งหลังคนผิวดำ  นางคลินตันโยงปาฐกถาไปถึงมารดาของเธอว่า  วันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมาถ้าแม่เธอ ยังมีชีวิตอยู่ก็จะอายุครบ 97 ปี  แม่เธอเกิดวันที่4 มิถุนายน ค.ศ. 1919 ซึ่งเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์คือ เป็นวันที่คองเกรสผ่านบทเฉพาะการที่ 19 ให้สิทธิสตรีเลือกตั้ง   เธออยากให้แม่ของเธอได้มายืนอยู่ใกล้เธอวันนี้ และภูมิใจที่ลูกสาวได้ถูกเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนแรกของอเมริกา

สิทธิผู้หญิงคือสิทธิมนุษยชน

นางคลินตันกล่าวประโยค “Human rights are women’s rights and women’s rights are human rights” สิทธิมนุษยชนคือสิทธิผู้หญิง   สิทธิผู้หญิงคือสิทธิมนุษยชน” คือมันแยกกันไม่ได้  ประโยคนี้กินใจดิฉันมาก  เป็นโวหารที่มีชื่อเสียงของนางคลินตัน ที่เธอกล่าวครั้งแรก ตอนเธอไปปาฐกถาที่เมืองเบจิง ประเทศจีน วันที่ 9 กันยา1995 ตอนนั้นเธอเป็น สตรีหมายเลขหนึ่ง เรียกร้องให้โลกให้ความเสมอภาคกับสตรี  โวหารนี้ถูกจารึกเป็นอันดับ 35 ในจำนวน 100 วาทศิลป์ มีชื่อของอเมริกัน

นางคลินตันปี 1995 ปาฐกถาเมืองเบจิง เธออายุ 47
นางคลินตันปี 1995 ปาฐกถาเมืองเบจิง เธออายุ 47

กลาสซีลลิ่ง (Glass Ceiling)

อีกคำที่นางคลินตันพูดที่ดิฉันไม่เข้าใจ คือ “กลาสซีลลิ่ง” (Glass Ceiling) ต้องอ่าน “วิกิ” ช่วย คำนี้หมายความ ถึงความไม่เสมอภาคในตำแหน่งหน้าที่การงานของผู้หญิง ไม่เท่าเทียมกับผู้ชาย ยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน คือผู้หญิงไม่สามารถก้าวหน้าหรือรับตำแหน่งสูงๆได้อย่างผู้ชาย เหมือน กับพอเธอได้ตำแหน่งสูงก็ติดแหงกอยู่ที่เพดานแก้วตรงนั้น “คงจะหมายไม่มีใครยอมรับ” เธอต้องการทะลุ “กลาสซีลลิ่ง” หรือทำให้มันร้าวแตกออกไป

โสต๊ก เฟียร์ (Stoke Fear)

ศัพท์คำ “โสต๊ก เฟียร์” ที่นางคลินตันนำมาใช้ เป็นศัพท์ที่ดิฉันชอบ แปลว่า “ยุยง ให้เกิดความกลัว” เธอกล่าวถึงทรัมพ์ ประเด็นเกี่ยวกับคนต่างชาติและผู้อพยพ ว่าทรัมพ์หาเสียงด้วย การยุยงให้คนเกิดความกลัว อ้างว่าผู้ก่อการร้าย คือคนต่างชาติและผู้อพยพ เป็นผลให้ผู้คนเกลียดชังกัน เนื่องจาก  ศาสนา สีผิว และผู้อพยพเข้ามา

ผู้ที่เป็นอเมริกันซิติเซ่นอย่าลืมไปใช้สิทธิออกเสียงนะคะ

(โปรดอ่านเพิ่มเติม เรื่องพรรคการเมือง การปกครอง และประวัติย่อในอเมริกาในหนังสือ อยู่อเมริกา” $35  หน้า 18-20  สามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยตรงจากดิฉัน โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308)