BREXIT และ DAPA

เมื่อวันพฤหัสที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ตอนเช้าขณะขับรถจะไป“แฮ็ง เอาท์” กับเพื่อนๆที่พาร์คปูเสื่อกินข้าว (เราเจอกันเกือบทุกพฤหัส) ดิฉันฟังวิทยุข่าวอิมมิเกรชั่น คดีที่ศาลสูงสุดตัดสินระงับกฎหมาย DAPA เพื่อช่วยโรบินฮู้ดให้อยู่อย่างถูกกฏหมาย นึกในใจว่าตกข่าว เพราะเช้านั้นดิฉันไม่มีเวลาเปิดคอมอ่านข่าว มัวแต่ทำขนมไปกินกับเพื่อน เท่านี้ไม่พอตอนเย็นระหว่างขับรถกลับบ้าน ตกข่าวอีก ได้ยินคำว่า BREXIT เป็นครั้งแรก “งง” พอกลับถึงบ้านนั่งหน้าทีวีดูข่าว ทั้งสองเรื่อง วันนี้มาคุยสองเรื่องนี้ แฟนๆจะได้ไม่ตกข่าวเหมือนดิฉัน (ตอนนี้ดูรูปของสวยๆงามไปก่อน ข้าวเหนียวส้มตำเพื่อนทำ และขนมที่ดิฉันทำ เรียก paplova ก่อนที่จะอ่านข่าววุ่นวายในโลก)

 

ข้าวเหนียว ส้มคำ หมูย่าง
ข้าวเหนียว ส้มคำ หมูย่าง
Paplova “เบร็คซิท”
Paplova “เบร็คซิท”

คำดังที่ได้ยินทั้งสัปดาห์ตอนนี้ คือ “เบร็คซิท” (BREXIT มาจาก BR+EXIT) เป็นสโลแกนใหม่ เป็นชื่อเรียกกลุ่มคนอังกฤษที่ต้องการถอนตัวจากสมาชิก “อียู” BR ย่อมาจาก “บริเทน” (Britain) หมายถึง ประเทศในกลุ่ม “บริเทน” “เอ็กซิท” (Exit) คือการออก เมื่อพูดถึง “บริเทน” หรือ “เกรท บริเทน” หรือ “ยูเค” จะรวม 4 ประเทศ คือ อังกฤษ แคว้นเวลส์ สก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ หรือ “สหราชอาณาจักร” ตามข่าว เมื่อวันพฤหัส 25 มิถุนายน 2016 มีการ“โวท” ลงคะแนนเสียงของพลเมือง 4 ประเทศ ว่าจะอยู่กับอียูต่อ หรือจะถอนตัวออกจากอียู ผลโวท คือฝ่าย ต้องการถอนตัวออกชนะ 52 ต่อ48 โดยเสียงข้างมากที่ต้องการถอนตัวจากอียูเป็นของชาวอังกฤษ ส่วนสก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือโวทต้องการอยู่
อียูคืออะไร
อียู (EU) ย่อมาจาก “ยูโรเปียน ยูเนียน” (European Union) แปลตามพจนานุกรม คือ สหภาพยุโรป เป็นสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง ปัจุบันประกอบด้วยรัฐสมาชิก 28 ประเทศ สหภาพยุโรปกำเนิดขึ้นจากประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้าแห่งยุโรป และประชาคมเศรษฐกิจยุโรป คือหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด เศรษฐกิจยุโรปย่ำแย่ สองประชาคมข้างต้นตกลงกันว่าประเทศในยุโรปต้องรวมตัวกัน ทำการค้าร่วมกันเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง และเชื่อว่าถ้าพวกเขาทำการค้าร่วมกัน ก็จะหลีกเลี่ยงไม่ทำสงครามต่อกัน หลังจากนั้นกลุ่มประเทศในยุโรปมารวมกันทำการค้า ตั้งกฎเกณฑ์ต่างๆและพัฒนามาเรื่อย จนในปี ค.ศ. 1993 ได้สถาปนาเป็นสหภาพยุโรปหรือ“ยูโรเปียน ยูเนียน” ในปี ค.ศ. 1999 ตั้งระบบเงินตรา เป็นสหภาพเงินตรายูโร ปัจจุบัน 19 ประเทศที่อยู่ในยูโรโซน และในาปี ค.ศ. 2007 ตามข้อตกลง “เชงเกน” (Schengen Agreement) ได้เปิดประเทศให้สมาชิกในกลุ่มอียูสามารถเดินทางระหว่างกันได้โดยไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง นอกจากนั้นยังออกวีซ่าเชงเกน (Schengen Visa) ให้คนภายนอก วีซ่าเดียวสามารถเดินทางเข้าได้ทุกประเทศในเขตเชงเกนซึ่งปัจจุบันมี 26 ประเทศ จุดมุ่งหมายคือ ต้องการให้การเคลื่อนย้ายบุคคล สินค้า บริการและทุนอย่างเสรี
สหภาพยุโรปได้พัฒนาตลาดการค้า เรียกตลาดเดี่ยว กฎหมายการค้าระหว่างประเทศในอียูเป็นระบบกฎหมายที่เป็นมาตรฐานซึ่งใช้บังคับในรัฐสมาชิกทุกรัฐ และยังมีตรากฎหมายในกิจการยุติธรรมและมหาดไทย และการพัฒนาภูมิภาคร่วมกัน
การปกครองของอียู
แต่ละประเทศสมาชิกมีเสรีในการปกครองประเทศตนเอง แต่โครงสร้างของสหภาพยุโรปมีอำนาจเหนือรัฐสมาชิกโดยมีสถาบันหรือหน่วยงานภายในกลาง การปกครองประกอบด้วย รัฐสภายุโรป คณะกรรมาธิการยุโรป คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป และธนาคารกลางยุโรป พลเมืองในสหภาพยุโรป เลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรปทุก 5 ปี คณะกรรมาธิการเป็นตัวแทนและปกป้องผลประโยชน์ของสหภาพยุโรป โดยเป็นอิสระจากรัฐบาลของแต่ละชาติ คณะกรรมาธิการมีทั้งหมด 28 คน มาจากแต่ละประเทศสมาชิก ประธานคณะกรรมาธิการคนปัจจุบันคือ นาย “ฌอง-โคลด ยุงเคอร์” มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ บรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม
เหตุผลที่อังกฤษถอนตัว
ประเทศอังกฤษเป็นตัวตั้งตัวตีที่ต้องการถอนตัวออกจากอียู ในขณะที่ประเทศสก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือต้องการอยู่ในอียู เหตุผล 2 เหตุผลใหญ่ คือ เศรษฐกิจและอิมมิเกรชั่น
ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ประเทศในอียูมีทั้งประเทศร่ำรวยและประเทศจน จึงมีความแตกต่างและเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เมื่อประเทศสมาชิกที่จนเกิดปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ประเทศร่ำรวยต้องใช้งบประมาณเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟู เพื่อพยุงไม่ให้ปัญหาลุกลาม อังกฤษเป็นประเทศหนึ่งที่ต้องช่วยเหลือทางการเงินแก่ EU และต้องสูญเสียงบประมาณไปจำนวนมาก ทำให้คนอังกฤษไม่พอใจ
ปัญหาด้านอิมมิเกรชั่นและผู้อพยพ อีกปัญหาใหญ่คือปัญหาผู้อพยพจากตะวันออกกลาง จากแผนรับผู้อพยพของอียู สมาชิกสหภาพยุโรปต้องแบ่งรับผู้ลี้ภัย ภายใต้ระบบจัดสรรโควต้า ทำให้ผู้อพยพจากตะวันออกกลางหลั่งไหลเข้ามาในยุโรปมากขึ้น อังกฤษไม่ต้องการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ รวมถึงเกรงว่าจะเกิดปัญหาต่างๆตามมา เช่นปัญหาการก่อการร้าย ปัญหาการว่างงานที่มีอยู่แล้ว เมื่อผู้อพยเข้ามาก็จะมาแย่งงานของคนอังกฤษ และนอกจากนั้นรัฐบาล ยังต้องจ่ายสวัสดิการ การดูแล เช่นเดียวกับพลเมืองอังกฤษ
สรุป การถอนตัวออกของอังกฤษคงยังไม่จบง่ายๆ เพราะสก็อตแลนด์จะไม่ยอมออกจากอียู กำลังหาวิธีที่จะโวทกันใหม่ หรือถ้าไม่ได้ก็จะโวทแยกตัวออกจาก “ยูเค” เป็นประเทศอิสระ ไอร์แลนด์เหนือก็เช่นกัน สรุปตอนนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการถอนตัวใช้เวลา ประมาณ 2 ปี หรืออาจเร็วกว่านั้น ก็ต้องรอดูกันไป
คำตัดสินศาล DAPA
คำตัดสินศาลในเคส United States v Texax, No. 15-674 “สหรัฐเป็นโจทก์ รัฐเท็กซัสเป็นจำเลย” คำตัดสินออกมามีผลต่อโรบินฮู้ดจำนวนมาก ที่กลัวว่าจะถูกเนรเทศ ณ. ตอนนี้ยังไม่มีระเบียบการจากอิมมิเกรชั่นว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป
DAPA คืออะไร
ท้าวความกลับไป เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2014 โอบาม่าได้ใช้อำนาจฝ่ายบริหารโดยไม่ผ่านสภา (Executive Actions) ผ่านกฎหมายอิมมิเกรชั่นเรียก Deferred Action for Parental Accountability เรียกย่อๆว่า DAPA ช่วยโรบินฮู้ดที่มีลูกที่มีใบเขียวหรือเป็นอเมริกันซิติเซ่น โดบสั่งระงับการเนรเทศและดำเนินการตามกฎหมาย โดยให้พวกโรบินฮู้ดกลุ่มนี้อยู่อย่างถูกต้องไปก่อน โดยหวังว่าสักวันหนึ่งคองเกรสจะผ่านกฎหมายอิมมิเกรชั่นฉบับปฏิรูป ระหว่างนี้ได้ออกใบโซเชียลให้ทำงานได้ ขอใบขับขี่ และเบเนฟิตจากรัฐบาลได้ โดยมีเงื่อนไขคือ ผู้นั้นต้องเข้ามาอเมริกาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2010 และอยู่อย่างผิดกฎหมาย ณ. วันที่ 20 พ.ย. 2014 (วันที่กฎหมายผ่าน)
มีอะไรเกิดขึ้นหลัง DAPA ผ่าน
หลังจากกฎหมายผ่านรัฐ 26 รัฐ โดยการนำของรัฐเท็กซัส ได้ฟ้องร้องรัฐบาล เข้าศาลรัฐบาลกลาง ว่าโอบาม่าทำเกินอำนาจ เพราะหน้าที่ผ่านกฎหมายเป็นของคองเกรส ไม่ใช่ประธานาธิบดี จริงอยู่ที่ ป.ธ.น. สามารถออกคำสั่งฉุกเฉินได้ หรือระงับการเนรเทศคนต่างชาติได้ ด้วยเหตุผลเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ให้ครอบเป็นกลุ่มใหญ่เช่นนี้ รัฐอ้างข้อเสียหายของรัฐคือ รัฐต้องดึงงบประมาณของรัฐไปช่วยคนกลุ่มนี้
ศาลรัฐบาลกลางในเท็กซัสตัดสินให้เท็กซัสชนะ และสั่งระงับโปรแกรม DAPA นี้ สหรัฐอทุธรณ์ถึงศาลสูงสุด (U.S. Supreme Court) ศาลสูงสุดได้ตัดสินคดีนี้เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา คำตัดสินเสมอ 4-4 เนื่องจากตอนนี้ศาลมีท่านตุลาการเพียง 8 ท่าน เนื่องจากท่านตุลาการ “แอนโทนิน สกาเลีย” (Anthonin Scalia) เสียชีวิตไปเมื่อเดือนกุมภาต้นปีนี้ และโอบาม่าพยายามแต่งตั้งท่านตุลาการใหม่ แต่ไม่สำเร็จ เพราะถูกพรครีพับบลิคกันต่อต้าน เพราะต้องการรอผลเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยหวังว่าถ้ารีพับบลิคกันชนะ ก็จะได้เลือกท่านตุลาการที่เอียงขวา “คอนเซอร์เวทีฟ”(conservative) ตามกฎถ้ามีท่านตุลาการเพียง 8 คนและ กรณีคำตัดสินเสมอ 4 ต่อ 4 ให้ถือคำตัดสินเดิมจากศาลล่างเป็นหลัก แต่มีข้อระวังคือ คำตัดสินจากศาลล่างนั้นจะไม่ถือเป็นคำตัดสินบันทัดฐานโดยอัตโนมัต และถ้าเคสเดิมนี้กลับขึ้นมาร้องเรียนใหม่ภายหลังท่านตุลาการสามารถรับฟังคดีเดิมและตัดสินใหม่ได้
สรุปเท่ากับตอนนี้ โปรแกรม DAPA ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้น คิดว่าทุกอย่างอยู่นิ่งตอนนี้ ต้องรอหลังเลือกตั้ง ว่าใครจะชนะ ถ้าคลินตันชนะ ก็จะพยายามดันกฎหมายอิมมิเกรชั่นฉบับปฏิรูปให้ผ่าน ถ้าทรัมพ์ชนะพวกที่อยู่ในข่าย DAPA ก็
สองข่าวนี้เกี่ยวกับดิฉันอย่างไร คือดิฉันจะไปเที่ยวยุโรปวันที่ 4 ก.ค. ก็จะมีผลกับเงินแลกเปลี่ยน เพื่อนๆพูดถึงความปลอดภัย แต่ดิฉันไม่กลังเรื่องนี้ ส่วน DAPA ดีใจที่ดิฉันไม่มีเคส DAPA ค้างอยู่