ANOTHER DAY OF PARADISE

ดิฉันไม่ได้ลงคอลัมน์ซะนาน พยายามเขียนหลายครั้งแต่ไม่เคยจบ ตั้งแต่เหตุการณ์ เมือง “ชาร์ล็อตส์วิลล์” ในรัฐเวอร์จิเนีย ที่เกิดขึ้นวันที่ 12 ส.ค.ปีนี้ตรงกับวันแม่ของเรา ทีมีคนขับรถเข้าชนกลุ่มเดินขบวนปะทะกันระหว่างฝ่ายประท้วงรัฐ เพราะไม่ต้องการให้รัฐเอาอนุสาวรีย์ นายพลโรเบิร์ต ลี ผู้นำรัฐ “คอนเฟ็ดเดอเรท” ที่สนับสนุนการค้าทาสสมัยสงครามกลางเมือง และอีกฝ่ายที่สนับสนุนรัฐต้องการให้เอาอนุสาวรีย์ออก มีคนต่อต้านขับรถพุ่งชนพวกเดินขบวนคนตายจำนวนมาก และเร็วๆนี้เหตุการณ์ในลาสเวกัส ที่มีชายคนขาวกราดปืนยิงผู้ที่มาดูดนตรี คนตายจำนวนมาก เหตุการณ์บ้านเมืองทำให้ดิฉันเซ็งและหดหู่ อยากจะโทษ “ทรัมพ์” ที่ทำให้ดิฉันใจหดหู่ อ่านทวีทที่ “ทรัมพ์” เขียนแต่ละประโยค แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น กลับยิ่งเครียด เพราะมีความรู้สึกว่าคำพูดเขาเป็นการปลุกให้คนแตกแยก และไม่ลงรอยกันมากขึ้น จนกระทั่ง

เช้าสัปดาห์ที่แล้ว สามีและดิฉันออกไปเดินตามปกติ เวลาเราเดินสวนกับใครเราก็จะทัก “good morning” กับทุกคน วันนั้นเราผ่านชายแปลกหน้าพึ่งจอดรถกำลังจะออกจากรถ เราก็ทัก “good morning” เขาทักกลับยิ้มกว้างเสียงดังฟังชัด ชูมือขวาที่ถือถ้วยกาแฟและตอบว่า “Good morning, ANOTHER DAY OF PARADISE!” “อีกวันของสวรรค์” “ว่าว” แค่ประโยคสั้นๆจากกคนแปลกหน้าแต่มีความหมายมากมาย รู้สึกหัวใจอิ่มเอิบ เลยนึกได้ว่าไปโทษ “ทรัมพ์” ทำไม แต่ละวันเราเลือกที่จะ “แฮ็ปปี้” ทุกเช้าเราควรบอกตัวเองว่า วันนี้เป็น ANOTHER DAY OF PARADISE “ทรัมพ์” จะทวีทยังไงก็ช่างเขา

การเขียนคอลัมน์ เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ดิฉัน “แฮ็ปปี้” ได้ปล่อยอารมณ์ด้วย ดิฉันเลยตั้งใจว่าจะเริ่มลงบทความบ่อยขึ้น ถ้าไม่มีเวลาเขียน ก็จะเลือกเอาบทความเก่าที่เคยลง น.ส.พ. เสรีชัยมาลง ดิฉันชอบบทความที่ดิฉันเขียน 3 ปีแรกหลังเป็นทนาย เพราะตอนนั้นยังร้อนวิชาเป็นทนายใหม่ๆ จะเขียนเรื่องจิปาถะ พอมาเลือกด้านกฎหมายอิมมิเกรชั่น บทความหันเหมาเป็นกฎหมายอิมมิเกรชั่น วันนี้ดิฉันเลือกลงบทความที่ลงวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1995 ดิฉันเขียนอุทิศให้คุณพ่อ เพราะนึกถึงท่านอยู่ วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ตรงกับวันที่ท่านเสียชีวิต

หัดอ่านหัดดิด
ตอนดิฉันอายุสัก 6-7 ขวบพึ่งจะย้ายเข้ากรุงเทพ จึงต้องนั่งรถไปกลับระหว่างกรุงเทพและราชบุรีอยู่หลายเดือน ระหว่างนั่งรถคุณพ่อก็จะให้นั่งนับสะพานไปเรื่อย พอเบื่อนับคุณพ่อก็บอกให้ดิฉันอ่านทุกอย่างที่เห็น ดิฉันถามว่าอ่านทำไมคะ คุณพ่อหันมาทำตาเขียวบอก “ปั้ทโธ่ โว๊ย” ดิฉันกลัวเลยอ่านใหญ่ มันคงจะติดมาถึงเดี๋ยวนี้

ฟรีเวย์ในรัฐหรือระหว่างรัฐ
เวลาดิฉันขับรถไปใหนเห็นอะไรก็มักจะอ่านและคิดไปเรื่อย คุณเคยอ่านป้ายบนทางด่วนหรือ Freeway แล้วสงสัยบ้างใหมว่าทำไมบางป้ายมี I อยู่ข้างหน้าเช่น I-5 I-10 หรือ I-15 และบางอันไม่มีเช่น Fwy 91 55 หรือ 57 หรือนัมเบอร์ฟรีเวย์ทำไมลงท้ายด้วยเลขคู่หรือเลขคี่ และแม้กระทั่งป้ายที่มีนัมเบอร์ฟรีเวย์ก็ไม่เหมือนกัน
I ย่อมาจาก Interstate แปลว่าระหว่างรัฐ เช่น I-5, I-10, I-15 เป็น Interstate freeway ฟรีเวย์เชื่อมยาวไปถึงรัฐอื่น แต่ฟรีเวย์ที่ไม่มี I อยู่ข้างหน้าเช่น 91, 57, 55 เป็นฟรีเวย์ในรัฐเท่านั้น และเลขคู่หรือเลขคี่ลงท้ายนัมเบอร์ Interstate freeway ก็มีความหมายคือถ้าเลขลงท้ายด้วยเลขคู่เช่น I-10 แปลว่าทางไปตะวันออกหรือตะวันตก แต่ถ้าเป็นเลขคี่แปลว่าทางไปเหนือหรือใต้ ตัวรูปโล่ห์สีฟ้ามีขอบสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของ Interstate freeway

สิทธิในการเดินทาง
ฟรีเวย์ในรัฐเป็นเงินของรัฐ แต่ Interstate freeway เงินส่วนใหญ่ได้มาจากรัฐบาลกลาง Federal funds มาสร้างถนนเพื่อเชื่อมรัฐ ตามสิทธิเบื้องต้น Fundamental rights ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญว่าพลเมืองมีสิทธิเดินทางไปทุกหนทุกแห่งในสหรัฐเรียกว่า Rights to Travel เมื่อ 2 ศตวรรษก่อนโน้นที่รัฐต่างๆยังไม่รวมตัวกันเป็นสหรัฐ (United States) เวลาพลเมืองแต่ละรัฐจะเดินทางเข้ารัฐอื่นจะต้องผ่านด่านและเสียเงิน
พลเมืองของรัฐและรัฐบาลกลาง
ในรัฐธรรมนูญสหรัฐระบุว่าคนอเมริกันมี 2 ซิติเซ่นชิป คือซิติเซ่นของรัฐที่อาศัยอยู่และซิติเซ่นของสหรัฐ คุณถึงต้องเสียภาษีให้ทั้งรัฐและรัฐบาลกลาง สิ่งที่คุณได้รับตอบแทนคือคุณมีสิทธิใช้สวัสดิการต่างๆของรัฐและรัฐบาลกลางรวมทั้งคุณอยู่ภายใต้กฏหมายรัฐและรัฐบาลกลางควบคู่กันไป

ศาลของรัฐหรือศาลรัฐบาลกลาง
ในรัฐแต่ละรัฐจะมีทั้งศาลของรัฐ (State Courts) และศาลของรัฐบาลกลาง (Federal Courts) อย่างเช่นใน LA ศาลสองศาลอยู่ถนนเดียวกัน เวลาคุณมีคดีคุณจะขึ้นศาลใหนขึ้นอยู่กับว่าโจทก์และจำเลยเป็นใคร อยู่ที่ใหน ซูข้อกล่าวหาอะไรและค่าเสียหายเท่าไร

การขัดกันระหว่างกฏหมาย
กฏหมายรัฐบาลกลางและกฏหมายของรัฐบางทีก็ขัดกัน ตัวอย่างเช่น บรรทัดฐานกฏหมายบางทีอาจจะอ่อนหรือเข้มงวดมากกว่ากัน เช่นกฏ FDA (Food and Drug Administration) บังคับให้เขียนป้ายฉลากยาหรือบุหรี่อาจจะอ่อนกว่า แต่กฏหมายของรัฐอาจจะเข้มงวดมากกว่า ฉะนั้นจึงมักเป็นปัญหาต่อโรงงานผู้ผลิตที่ว่าจะต้องเขียนฉลากตามกฏหมายแต่ละรัฐหรือไม่ ในเมื่อเขาต้องส่งสินค้าขายทั่วประเทศ คุณคงได้ยินคดีที่ผู้คนกำลังซูโรงงานผลิตบุหรี่ว่าฉลากคำเตือนเมื่อ 20 ปีที่แล้วระบุว่าการสูบบุหรี่อาจเป็นภัยต่อสุขภาพนั้นไม่พอ เขาควรจะเตือนว่าอาจทำให้เป็นมะเร็ง โรงงานบุหรี่เถียงว่าฉลากเตือนนั้นพอเพียงตามกฏหมายรัฐบาลกลาง ฉะนั้นเขาไม่ควรผิด เป็นต้น

บทความนี้อุทิศให้คุณพ่อ
ตอนคุณพ่อมีชีวิตอยู่ดิฉันเคยพยายามชวนคุณพ่อมาเที่ยวอเมริกา คุณพ่อจะพูดว่าอเมริกาไม่เห็นมีอะไรมีแต่ฟรีเวย์ (คุณพ่อเคยมาเรียนที่นี่) และดิฉันคิดถึงเรื่องบุหรี่เพราะตอนดิฉันเด็กๆ พี่น้อง 5 คนจะพบปะสังสรรกันทุกคืนวันเสาร์เพื่อนั่งมวนบุหรี่ให้คุณพ่อ (ซึ่งสูบวันละประมาณสองสามแพ็ค) คุณพ่อดิฉันประหยัดแม้กระทั่งทำซองบุหรี่เองจากกระดาษปฏิทินเก่าๆหลากสี พอใครเห็นซองและบุหรี่ที่ยับยู่ยี่จะถามว่าสูบบุหรี่ยี่ห้ออะไร คุณพ่อจะตอบว่ายี่ห้อ “เม็งอวน” คุณพ่อดิฉันมีอารมณ์ขันลึกๆ

คติพจน์ข้างล่างนี้เป็นคติพจน์ที่คุณพ่อดิฉันเขียนเมื่อปี พ.ศ. 2509 และวางอยู่บนโต๊ะทำงานท่าน ดิฉันชอบมากซึ่งมันอาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับกฏหมายขึ้นอยู่กับคุณ

การทำดี แม้ไม่มี ผู้ใดเห็น
แต่ก็เป็น คุณธรรม ล้ำสรรเสริญ
สักวันหนึ่ง คนจะเห็น เด่นเจริญ
ถึงจะเนิ่น ก็เกินค่า กว่าไม่ทำ

ท่าน Blackstone นักนิติศาสตร์ชาวอังกฤษได้นิยามกฏหมายว่า กฏหมายคือระเบียบความประพฤติของปวงชน ซึ่งผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐเป็นผู้ออกเพื่อบังคับให้ทำในสิ่งที่ถูก และห้ามในสิ่งที่ผิด