ข่าวทรัมพ์จะยกเลิกใบเขียวพ่อแม่

คอลัมน์ฉบับนี้มาคุยเรื่องข่าวจาก AP Newsที่แปลเรื่องทรัมพ์พูดในสภาเมื่อวันที่ 23 มกรา  โดยพาดหัวข่าวว่า ทรัมพ์จะยกเลิกกฎหมายไม่อนุญาตให้ซิติเซ่นทำใบเขียวให้พ่อแม่ หรือญาติพี่น้อง ลูกความที่กำลังรอเรื่องใบเขียวอยู่ต่างอีเมล์ถามมาพร้อมส่ง คลิป บทความ มาให้

  • มันจะมีผลกับการทำเรื่องใบเขียวมั๊ยคะเนี่ย กังวลจังค่ะ แล้วต่อไปก็พาคุณแม่มาอยู่ไม่ได้แล้วสิคะ
  • ผมมีคำถามเกี่ยวกับข่าวล่าสุดครับ แล้วเคสผมจะมีปัญหาหรือไม่ครับ

หลังจากดิฉันอ่านคลิป (โปรดดูคลิป AP Newsต่อจากบทความนี้)เห็นประโยคแรกพาดหัวข่าวว่า ก็น่าตกใจอยู่ #ทรัมป์จะยกเลิกกฎหมายไม่อนุญาติให้ทำเรื่องสัพพอร์ตให้พ่อแม่หรือญาติพี่น้องมาอยู่อเมริกาเพราไอ้คำว่าจะเนี่ย มันคือต้องเกิดขึ้นแน่ แต่ถ้าคุณอ่านต่อ “หลังจากข้อตกลงระหว่างพรรครีพลับบลิกันกับพรรคโดมาแครดเมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมาทำให้รัฐบาลกลางเปิดทำการเป็นปกติ และเมื่อวันที่ 25 มกราคม ก็ได้มีการเปิดเผยข้อตกลงที่ได้ทำระหว่างทั้งสองพรรคให้ประชาชนได้รับทราบ

ขอขยายรายละเอียดข่าวจะได้ไม่ต้องตกใจ คืออย่างที่ AP Newsเขียนคือทั้งหมดเป็นเพียง “ข้อตกลง” ที่ทั้งสองพรรค “รีพลับบลิกันและเดโมแครด” จะนำประเด็นเหล่านี้ที่ทรัมพ์พูด เข้าสภา ถกกันและวางรายละเอียด (ตอนนี้ยังไม่มีการตกลงรายละเอียดใดๆทั้งสิ้น) เมื่อตกลงกันได้ ก็ยังต้องโวทก่อน ที่จะผ่านเป็นกฏหมาย

4 ประเด็นสำคัญที่ทรัมพ์พูดในสภา

ดิฉันจะแยกแต่ละประเด็นและปัญหาของมัน

  1. งบสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างอเมริกาและเม็กซิโก
  2. สรุปเรื่อง “ดาก้า” (DACA)
  3. ยกเลิกใบเขียวครอบครัวบางกรุ๊บ
  4. ยกเลิกใบเขียวล็อตเตอรี่

กำแพง

ทรัมพ์ต้องการให้สภาผ่านงบประมาณ 25 พันล้านเหรียญ (25 บิลเลี่ยนดอลล่าร์) สร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างอเมริกาและเม็กซิโก จุดมุ่งหมาย ปกป้องความปลอดภัยในประเทศ ไม่ให้ผู้ก่อการร้ายลักลอบเข้ามาทางชายแดน ปัญหาคือ ทั้งสองฝ่ายรีพลับบลิกันและเดโมแครดส่วนใหญ่เห็นด้วยกับจุดมุ่งหมาย แต่ไม่เห็นด้วยกับกำแพง และจำนวนเงิน  ว่าจะเอางบมาจากไหน เพราะตอนนี้งบก็ติดลบ หลาย ส.ส. มีข้อเสนออื่นๆเช่น ปรับปรุงสาธารณูประโภคตามชายแดน เมื่อตกลงไม่ได้ ทรัมพ์เลยดึงประเด็น “ดาก้า” เข้ามาขู่ว่า เขาจะไม่ผ่าน “ดาก้า”ถ้าที่ประชุมไม่อนุมัติเรื่องสร้างกำแพง

ดาก้า

“ดาก้า”(DACA) หรือเรียกอีกชื่อคือ “ดรีมเม่อร์”(DREAMER)  คือโปรแกรม ช่วยเด็กที่พ่อ/แม่พาเข้ามาเมกาตั้งแต่เล็กๆเด็กเรียนหนังสือจนโต พอโตขึ้นเด็กมีปัญหาขับรถไม่ได้ ทำงานไม่ได้เพราะอยู่เถื่อนและไม่มีใบขับขี่หรือใบทำงาน ปี 2012 โอบาม่า ใช้อำนาจผู้บริหารโดยไม่มีการโวท ได้ผ่าน “ดาก้า” ออกมาเดี่ยวๆ(โปรแกรมดาก้า เป็นหนึ่ง ในร้อยๆข้อในกฎหมายชุดปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น ซึ่งสภาถกกันมาตั้งแต่สมัยบุช แต่ตกลงกันไม่ได้เลยไม่ผ่านสักที)วันที่5กันยา2017ทรัมพ์ใช้อำนาจผู้บริหารประกาศยกเลิก“ดาก้า”กระทันหัน และเอา“ดาก้า” มาเป็นเครื่องต่อรองกับการสร้างกำแพง  เพราะรู้ว่าทั้งสองฝ่ายรีพลับบลิกันและเดโมแครด “เฟเว่อร”(favor) โปรแกรมนี้

ข้อเสนอทรัมพ์ คือ เขาจะผ่านให้ พวกดาก้าอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างถาวร และในอนาคตให้ซิติเซ่นชิบกับเด็ก ดาก้า ที่มีอยู่ตอนนี้ประมาณ 1.8 ล้านคน ปัญหา คือพวกรีพับบลิคกันเองหลายคน ต่อต้านที่จะให้พวกดาก้าได้ซิติเซ่น

ยกเลิกใบเขียวครอบครัวบางกรุ๊บ

ข้อนี้ที่ลูกความหลายคนกลัวกัน คือทรัมพ์ต้องการ ยกเลิกใบเขียวครอบครัวบางกรุ๊บ กรุ๊บ 3 ซิติเซ่นขอใบเขียวให้ลูกที่อายุเกิน21 ที่สมรสแล้ว กรุ๊บ 4 ซิติเซ่นขอใบเขียวให้พี่หรือน้อง สองกรุ๊บนี้มีโควต้าปีละ 88,400 คน ปัจจุบันแบ็คล๊อกมาก คอยระหว่าง 7-12 ปี ทรัมพ์อ้างว่า ยกเลิกเพื่อจะเอาจำนวนโควต้านี้ไปให้พวก ดาก้า อีกกรุ๊บที่จะเป็นปัญหา คือ กรุ๊บซิติเซ่นขอใบเขียวให้พ่อแม่ กรุ๊บนี้ไม่มีโควต้าจำกัดไม่ต้องคอย ขอได้เร็ว 5-8 เดือน ซิติเซ่นที่อายุเกิน 21 สามารถขอใบเขียวให้พ่อแม่ได้ กรุ๊บ 3-4 ไม่ใช่ของใหม่น่าจะผ่าน เพราะ 2 ข้อนี้จัดอยู่ในกฎหมายชุดปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นที่ร่างไว้แล้ว แต่กรุ๊บทำใบเขียวให้พ่อแม่ นี้ทำให้หลายคนกลัว เพราะไม่เคยมีลาดเลาว่าจะถูกยกเลิก

ยกเลิกใบเขียวล็อตเตอรี่

ล็อตเตอรี่ใบเขียวเริ่มปี ค.ศ. 1986 เรียกทางการว่า “ดิเวอร์สิตี้ วีซ่า”(Diversity visa) จุดมุ่งหมายคือต้องการล่อใจบุคคลบางสัญชาติที่ในอเมริกามีน้อย ให้อพยพมาอยู่อเมริกา เนื่องจากประเทศอเมริกา สร้างมาจากผู้อพยพ และได้สมญานามว่า“ดินแดนแห่งผู้อพยพ”โควต้าล็อตเตอรี่ใบเขียวออกให้ปีละ50,000 คน ตอนโปรแกรมเริ่มใหม่ๆ เพื่อต้องการให้คน “ไอริช” อพยพมาอเมริกา แต่ระยะหลังผู้สมัครส่วนใหญ่มาจากประเทศด้อยพัฒนา และประเทศในทวีปอัฟริกา ล็อตเตอรี่ใบเขียวนี้คงไม่มีปัญหาที่จะยกเลิกเพราะไม่มีใครแคร์เท่าไร แต่ที่เป็นเรื่องขึ้นมา เพราะทรัมพ์พล่อยปากออกมาสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเขาต้องการยกเลิกล็อตเตอรี่ใบเขียว เพราะพวกที่สมัครส่วนมากมาจาก“ประเทศหลุมอึ” (shithole countries)ทั้งนั้น ถ้าเป็นคนมาจากประเทศพัฒนาเช่น นอร์เวย์ก็ว่าไปอย่าง  นักข่าวเลยฮือฮากันใหญ่ว่าทรัมพ์กีดกันคนผิวดำ

สรุป

  1. ผู้ที่ยื่นเรื่องขอใบเขียวไปแล้ว จะไม่มีผลค่ะ
  2. ส่วนเด็ก ดรีมเม่อร์ภายใต้ ดาก้าโปรดอ่านคอลัมน์ก่อนหน้า ว่าอนาคตคุณไม่แน่นอนตอนนี้ ต้องพิจารณาเองว่า ควรจะยื่นเรื่องขอต่อใบทำงานเผื่อไว้ตอนนี้เลยหรือไม่
  3. ซิติเซ่นถ้าคิดจะทำใบเขียวให้ลูกสมรสแล้ว หรือพี่น้องแนะนำให้ทำทันทีค่ะ

จาก  AP News

     #ทรัมป์จะยกเลิกกฎหมายไม่อนุญาติให้ทำเรื่องสัพพอร์ตให้พ่อแม่หรือญาติพี่น้องมาอยู่อเมริกา

หลังจากข้อตกลงระหว่างพรรครีพลับบลิกันกับพรรคโดมาแครดเมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมาทำให้รัฐบาลกลางเปิดทำการเป็นปกติ และเมื่อวันที่ 25 มกราคม ก็ได้มีการเปิดเผยข้อตกลงที่ได้ทำระหว่างทั้งสองพรรคให้ประชาชนได้รับทราบ

 

ในที่สุดทำเนียบขาวก็ได้เปิดเผยข้อตกลงที่ได้ทำไว้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ข้อตกลงในสภามีแผนการคือจะเปิดให้มีการรับซิติเซ่นเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 ล้านคนสำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศแบบผิดกฎหมายเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อจำกัดเกี่ยวกับกฎหมายการอพยพและ เงินจำนวน$25 พันล้านเหรียญสหรัฐสำหรับระบบป้องกันความปลอดภัยแนวชายแดน

ข้อตกลงที่ได้ทำมีแผนการให้อนุมัติให้คนที่จะได้รับซิติเซ่นราวๆ 690,000 เป็นการให้สำหรับผู้อพยพที่อายุน้อย

ทรัมป์ได้สั่งให้ปิดโครงการ DACA ในเดือนกันยายนนี้ และขีดเส้นตายให้ทางสภาคอนแกรสจัดทำให้มีควบคุมทางกฎหมายหรือโปรแกรมสำหรับผู้ที่อยู่แบบผิดกฎหมายว่าให้เนรเทศออกจากประเทศ เจ้าหน้าที่ยังได้กล่าวอีกว่าทรัมป์จะลงนามในกฎหมายคุ้มครองเท่านั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงของอิมมิเกรชั่นเขาจะเสนอให้มีการดำเนินการทันที 

 

เมื่อต้นเดือนนี้ทรัมป์ได้ร่วมกับกลุ่มนิติบัญญัติสองกลุ่มเพื่อร่างกฏหมายการอพยพ กล่าวว่าเขาจะลงนามแน่นอนไม่ว่ากฎหมายจะผ่านหรือไม่ 

 

Tom Cotton และ R-Ark จากพรรครีพลับบลิคันที่สนับสนุนทรัมป์ ได้ให้ชื่อเรียนแผกการของทรัมป์ว่า “generous and humane, while also being responsible” (ความเอื้อเฟื้อ ความมีมนุษยธรรมในความรับผิดชอบ) และยังกล่าวอีกว่านอกจากคุมครอง DACA แล้วเรายังต้องป้องกันประเทศจากความล้าหลังห้าปีโดยการกักกันชายแดนและยุติการย้ายถิ่นถามแบบchain megration 

 

ที่เคยได้รับการคุ้มครองจากอดีตประธานาธิบดีโอบามา เรียกว่าโปรแกรม Obama-era Deferred Action for Childhood Arrivals (DACA) กับผู้ที่มีคุณสมบัติจำนวนหลายพันคนที่ไม่เคยสมัครเป็นซิติเซ่นจะได้รับซิติเซ่นเช่นกัน

 

ทรัมป์ประกาศว่าได้เริ่มโปรแกรมนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วให้มีการแก้ไขกฎหมาย และตั้งใจให้เวลาสภาคอนแกรสดำเนินการจนถึงเดือนมีนาคม จากการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่กล่าวว่าแผนการนี้จะไม่อนุญาติให้ผู้บิดามารดาของอิมมิเกรชั่นได้ขอสถานะทางกฎหมาย

 

ในการแลกเปลี่ยนนี้แผนการขอทรัมป์อาจจะเป็นการยกเครื่องใหม่ในระบบกฎหมายอิมมิเกรชั่นดังนี้

อิมมิเกรชั่นสามารถสปอนเซอร์ให้คู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้เข้ามาอยู่อเมริกาได้เท่านั้นไม่สามารถสปอนเซอร์พ่อแม่ ลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้วและพี่น้องหรือญาติเข้ามาอยู่ได้เช่นเดิม 

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าจะดำเนินการให้หมดสำหรับคำขอที่ได้ส่งมาก่อน แต่จะไม่รับเรื่องคนใหม่อีกต่อไป ยังไงก็ตามนั้นหมายถึงเป็นการลดการเข้าเมืองของอิมมิเกรชั่นกว่าครึ่งนึง

 

รวมถึงให้ยกเลิกมีวีซ่าล๊อตเตอร์รี่เนื่องจากเหตุการณ์ยิงถล่มที่เกิดขึ้นที่นิวยอร์คเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจะทำให้เปลี่ยนการทำงานเป็นเน้นจัดสรรเพื่อลดจำนวนงานเกี่ยวกับวีซ่าที่ยังค้างอยู่

 

ส่วนเรื่องข้อตกลง ยังไงก็ตามเจ้าหน้าที่กล่าวว่ายังบอกชื่อของเงื่อนไขไม่ได้เนื่องจากต้องมีการประชุมหารือเกี่ยวกับแผนการก่อนที่จะปล่อยเป็นข่าวออกไป

 

เมื่อวันพุธทรัมป์ได้กล่าวว่าเขาได้เปิดซิติเซ่นให้แต่อิมมิเกรชั่นที่อายุน้อย และยังกล่าวว่าเขากำลังจะเปลี่ยนแปลงระบบใหม่และกำลังจะเกิดขึ้นเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต10-12 ปี ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาเคยกล่าวไว้ว่าจะเปิดรับซิติเซ่นสำหรับอิมมิเกรชั่นที่มีความสามารถ

 

เจ้าหน้าที่ได้กล่าวว่า ภายใต้แผนการใหม่ผู้รับซิติเซ่นมีโอกาสได้รับการถอดถอนซิติเซ่นหากผู้นั้นทำผิดกฎหมายอาญาหรือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ ท้ายสุดแล้วซิติเซ่นจำเป็นต้องทำงานและมีการศึกษาในระดับหนึ่ง และต้องตรวจสอบว่าอิมมิเกรชั่นที่ยื่นเรื่องขอเป็นซิติเซ่นเป็นคนที่ดี

 

องการณ์ The nonpartisan Migration Policy กล่าวว่า เชื่อว่าโคต้าที่ให้มาจากทำเนียบขาวจำนวน 1.8 ล้านคน จะมีคนที่มีคุณสมบัติเปลี่ยนเป็นซิติเซ่นจำนวน 1.3 ล้านคน จำนวนนั้นคือคนที่อยู่ในข่ายโครงการ DACA ในจำนวนทั้งหมดนี้นับรวมจำนวนปีที่ผู้สมัครเข้ามาอยู่ในประเทศ อายุผู้สมัครตอนนี้และตอนที่เพิ่งเข้าประเทศและไม่ว่าผู้สมัครจะมีการศึกษาขั้นไฮสคูหรือเทียบเท่า

แหล่งข่าวจาก APNews