ทนายความรุจีรัตน์ โททาริ เป็นคนไทยจบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา เธอจบปริญญาตรีจากแช็ปแมน ยูนิเวอร์ซิตี้ ปริญญาโททางด้านการศึกษาจาก เพ็พเพอร์ไดน์ ยูนิเวอร์ซิตี้ และจบปริญญาทางกฎหมาย “จูริส ด็อกเต้อร์” จากอเมริกัน คอลเลจ อ็อฟ ลอว์ รัฐคาลิฟอร์เนีย ทนายความรุจีรัตน์ได้สอบผ่านคาลิฟอร์เนียบาร์ในปี 2537 และได้รับสิทธิสามารถว่าความในศาลสูงสุดรัฐคาลิฟอร์เนียและศาลรัฐบาลกลางได้ นอกจากนั้นเธอยังเป็นสมาชิกของสภาทนายความแห่งรัฐคาลิฟอร์เนียและขององค์กรของทนายความอิมมิเกรชั่น
ทนายความรุจีรัตน์ มีสำนักงานทนายความส่วนตัวตั้งอยู่ในเมือง ลา พาล์มม่า เขตออเร็นจ์เคาน์ตี้ รัฐคาลิฟอร์เนีย เธอได้รับใช้สังคมชาวไทยทั่วสหรัฐอเมริกาและในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี ทนายความรุจีรัตน์รับปรึกษาและทำเคสด้านกฎหมายอิมมิเกรชั่นหรือกฎหมายคนเข้าเมือง รวมทั้งทำใบเขียวแต่งงาน ใบเขียวครอบครัว ใบเขียวพ่อครัวแม่ครัว วีซ่าคู่หมั้น วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน วีซ่าลงทุนและโอนสัญชาติ นอกจากนี้ยังรับปรึกษากฎหมายอเมริกันบางด้านเกี่ยวกับกฎหมายอิมมิเกรชั่น เช่น กฎหมายครอบครัวไทย/อเมริกัน และกฎหมายธุรกิจก่อนทำวีซ่าลงทุน ฯลฯ
ทนายความรุจีรัตน์เป็นนักเขียนกิตติมศักดิ์ประจำ “คอลัมน์กฎหมาย” รายสัปดาห์แห่งหนังสือพิมพ์ “เสรีชัย” รัฐคาลิฟอร์เนีย (คุณสามารถคลิกเข้าอ่าน “คอลัมน์กฎหมาย” ได้) เธอได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับกฎหมายอเมริกันหลายเล่ม (คุณสามารถคลิกเข้าซื้อหนังสือกฎหมายได้) นอกจากนี้ทนายความรุจีรัตน์ยังได้จัดสัมมนาและได้รับเชิญให้ไปบรรยายเกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมืองตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่นวัดไทยทั่วรัฐคาลิฟอร์เนีย และที่สำนักงานหนังสือพิมพ์มติชนในกรุงเทพ และเธอยังเป็นอาสาสมัครไปตอบคำถามด้านกฎหมายคนเข้าเมืองต่อคนไทยในรัฐคาลิฟอร์เนีย ในวันถามตอบกฎหมายฟรีหรือ “ลอว์เดย์” อีกด้วย
You can contact Rujirat using this form below:


สวัสดีครับ คุณรุจิรัตน์
บังเอิยพบบทความของคุรในเสรีไท จึงตามมาเยี่ยมชมเว็บไซด์นี้ ผมขอชื่นชม แสดงความยินดีกับความสามารถที่เยี่ยมยอดของคุณด้วย
ผมเป็นทนายความไทยแถวๆบ้านนอก แต่ก็โกอินเตอร์ มาทางไซด์เบอร์ ครับ
ขอให้สุขภาพดีครับ
เมืองคอน/3 กค.2551
สวัสดีครับ คุณรุจิรัตน์
บังเอิญพบบทความของคุณในเสรีไท จึงตามมาเยี่ยมชมเว็บไซด์นี้ ผมขอชื่นชม แสดงความยินดีกับความสามารถที่เยี่ยมยอดของคุณด้วย
ผมเป็นทนายความไทยแถวๆบ้านนอก แต่ก็โกอินเตอร์ มาทางไซด์เบอร์ ครับ
ขอให้สุขภาพดีครับ
เมืองคอน/3 กค.2551
สวัสดีค่ะคุณรุจิรัตรดิฉันได้ทราบจากเพื่อนแนะนำค่ะดิฉันอยู่เมืองไทยค่ะแฟนเป็นคนอเมริกาดิฉัน overstay ที่อเมริกา 3 ปี ค่ะ ไม่ได้ใช้ทนายในตอนแรกค่ะพอหลังสัมถาษณ์ปรากฏว่าเขาให้ดิฉันยื่น waiver form ไปค่ะอยากทราบว่าคุณรุจิรัตนพอจะให้ความกระจ่างดิฉันได้ไหมคะมีสาขาที่เมืองไทยไหมค่าใช้จ่ายเท่าสไหร่ ช่วยหน่อยนะคะ
สวัสดีค่ะคุณรุจีรัตน์ ดิฉันมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกรีนการ์ดค่ะ ดิฉันแต่งงานกับสามีซึ่งเป็นอเมริกันซิติเซ่น และตัวดิฉันเองถือกรีนการ์ดสิบปีอยู่ และดิฉันอยากจะเอาน้องมาเรียนต่อที่นี่ตอนนี้น้องกำลังจะจบ ป.6 อยากเอามาเรียนต่อ มัธยมที่นี่ คุณรุจีรัตน์ว่าพอจะมีสิทธิ์ใหมค่ะ
คือดิฉันแต่งงานกับสามี(เป็นซิติเซ่นแล้ว)ได้4ปีมีลูก1คนดิฉันยังไม่เคยทำงานพอดีว่าสามีทำธุรกิจแล้วกำลังจะล้มละลายมีหนี้สินมากดิฉันเลยคิดจะหย่าเพราะกลัวต้องรับผิดชอบในหนี้สินด้วย
1.อยากทราบขั้นตอนการหย่า และใช้เวลานานหรือเปล่า แล้วต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
2.ถ้าหย่าแล้วจะโดนยึดกรีนคาร์ดหรือเปล่า(ได้กรีนคาร์ดแบบ10ปี)คะ
3.การขอเลี้ยงดูบุตรต้องทำอย่างไรบ้าง
4.ฉันต้องร่วมรับผิดชอบในหนี้สินด้วยหรือไม่
5.ดิฉันสามารถพาลูกกลับไปอยู่เมืองไทยได้หรือไม่(แบบว่าหนีกลับไปเลยนะคะ)
รบกวนถามแค่นี้คะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
สามีถือใบเขียวถาวร(อยู่อเมริกาตั้งแต่ 6 ขวบ เรียนจนจบปริญญาตรี พ่อแม่โอนเป็นอเมริกาแล้ว) แต่งงานกับเจ ก็ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้จนบัดนี้6ปีผ่านไปมีลูก 2คนแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ เสียค่าเอกสารไป 2000 เหรียญแล้ว หลังแต่งงานสามีย้ายมาอยู่กรุงเทพ แต่กลับอเมริกาทุกปี อยากทราบว่าตอนนี้ควรจะทำอย่างไรดีค่ะ ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ
ปัจจุบันถือวีซ่าท่องเที่ยวจะหมดอายุต้นเดือนพ.ค.ที่จะถึงนี้ หากต้องการเปลี่ยนสถานะวีซ่าเพื่อทำงานชั่วคราว จะต้องทำอย่างไร ดำเนินการอย่างไร มีค่าใช้จ่ายจำนวนเท่าไร
สวีสดี คะ คุณรุจิรัตน์
ดิฉันมีความต้องการไปทำงานที่อเมริกาคะ แต่ว่าเรื่องเอกสาร statement นั้นคิดว่าไม่พร้อม พอมีวิธีอะไรแนะนำได้บ้างคะ ดิฉันมีเพื่อนและพี่สาวของเพื่อนนั้นมีร้านอาหารไทยอยู่ที่อเมริกา แต่ว่าไม่สามารถออกเอกสารรับรองให้ได้เนื้องจากทางร้าน โดน แบล๊คลิส จะมีวิธีไหนได้บ้างคะ ต้องการความช่วยเหลือจิงๆ เพราะว่าถ้าทำงานที่เมืองไทย ค่าใช้จ่ายไม่พอกับรายรับ จึงจำเป็นต้องไปทำงานที่นั่นจิงๆ ขอความกรุณาด้วยนะคะ ช่วยตอบดิฉันหน่อยนะคะ ขอบคุณคะ
สวัสดีค่ะคุณรุจิรัตน์
ดิฉันกำลังเตรียมตัวเป็นอเมริกันซิติเซ่น
ติฉันดิฉันมีที่ดินอยู่ที่เมืองไทย
ดิฉันอยากทราบว่าถ้าดิฉันเป็นอเมริกันซิติเซ่นแล้วดิฉันจะมึกรรมสิทธิ์ในที่ดินเหล่านั้นหรือเปล่าค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
Sawadee ka Khun Rujirat
I am sorry if my english is not good because I dont have Thai keybord .I will try .I hope you are understand naka:) .I am Thai girl who married with USA citizen and have 1 son.I have been here for 2 years now. I came here with J1VISA .I just sent document to change status and waiting now. I want to take my Mum and Dad come here to take care my son as long as.How can I do? which VISA? How about greencard for them?
What would you advise me to do?
Thank you so much naka
yours sincerely
pat
สวัสดีคะ…
เกดเป็น US. Citizen by birth. หลังจากเกิดได้ 6 เดือน คุณพ่อ-คุณแม่ก็ส่งมาให้ชีวิตที่เมืองไทยกับคุณย่าคะ
1. เกดมีลูกชาย เชื้อสาย ไทย-Dutch อายุ 8ปี
2. เกดมีลูกชาย เชื้อสาย ไทย-India อายุ 4 ปี
โดยที่ลูกทั้งหมด เกิดที่เมืองไทย และทั้ง2 คน ได้ Green Gard 10 ปี ลูกได้เมื่อ 07/13/05 แต่เรา3 แม่ลูกกลับมาเมืองไทยตั้งแต่ 07/06/07 จนถึงวันนี้ เป็นระยะเวลาเกือบๆจะ 2 ปีคะ
ปัญหามีว่า…”ต้องการค่าเลี้ยงดูให้ลูกคนเล็ก” จากอดีตสามีที่ไม่ได้จดทะเบียนแต่งงาน
เราย้ายจาก San Francisco ไป MI. เพื่อทำธุรกิจที่ดิน ป๊มน้ำมัน ร้านอาหาร หลังจากนั้นเกิดปัญหาครอบครัว ทำให้เกด-ลูกๆ ตัดสินใจ เดินทางกลับเมืองไทย ไม่มีเงินสักบาทเดียวในขณะที่เดินทางกลับ…
แต่…อยากจะทราบว่า…เค้ายึด Green Card + Social Security Number ของลูกคนเล็กไป
1.ระยะเวลาที่อยู่เมืองไทยเกือบ 2 ปีนี้ จะทำให้ Green Card หมดอายุ หรือไม่
2. สามารถ ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูลูกได้หรือไม่
3. เคยเห็น Tax Return ว่าเขาแจ้งว่า ได้เสียค่าเลี้ยงดูให้ ลูก 2 คน ที่เกิดกับภรรยาเก่า ของเขา….ทั้งที่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้นเลย ( เป็นการแจ้งเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี )
…เกดไม่แน่ใจนักคะว่า เราเคยเจอกันหรือเปล่า…เพราะเคยไปบ้านทนายคนหนึ่งชื่อคุณดาว มีสามีเป็นชาวญี่ปุ่น…ถ้าไม่ใช่ ก็ต้องขอโทษด้วยคะ
ตอนนี้ ถึงเวลาที่เริ่มมีความแข็งแรงและตัดสินใจสู้เพื่อความยุติธรรมคะ หวังว่าเมื่อเกดกลับไป ที่นั่น เราคงจะได้พูดคุยกันเรื่องนี้ อีกคะ….
ด้วยความเคารพ
Khun Rujirat
we people reader chowthainews and told us you website is very good information
สวัสดีค่ะ พี่รุจิรัตน์
น้องเป็นคนหนึ่งที่ขอวีซ่าคู่หมั้น เพื่อไปแต่งงานกับแฟนที่เป็นชาวอเมริกัน อยู่ที่รัฐนิวยอร์ค Elmira Height ตอนนี้น้องรอ packet4 อยู่ ในตอนนี้น้องกำลังเสาะหาข้อมูลก่อนเดินทางค่ะ
1. การเตรียมตัวก่อนไปอเมริกา ควรทำอย่างไรบ้างคะ
2. เอกสารที่ต้องนำติดตัวไป ได้แก่อะไรบ้าง
3. เมื่อไปถึงอเมริกาแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำต้องทำอย่างไรบ้างคะ
4. ควรขอ SSN เมื่อใด และเมื่อไปถึงที่โน่นแล้ว น้องสามารถทำงานได้ไม๊คะ คือว่าไม่อยากจะอยู่เฉยๆ น่ะค่ะ เพราะตอนอยู่ที่เมืองไทย น้องก็ทำงาน ไม่อยากให้ชีวิตไร้คุณค่า
5. การเปิดบัญชี ควรทำอย่างไรคะ
6. ถ้าหากน้องมีใบขับขี่สากล น้องต้องไปสอบใบขับขี่ที่ NY อีกหรือไม่คะ
รบกวนพี่รุจิรัตน์ช่วยไขความกระจ่างให้น้องด้วยนะคะ ขอบพระคุณพี่มากค่ะ
ด้วยความนับถือ
Little Thailand
พี่รุจิรัตน์
น้องขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติมค่ะ หากน้องไปแต่งงานที่เมกา แล้วจดทะเบียนสมรสที่โน่น น้องจำเป็นต้องเปลี่ยนนามสกุลในเอกสารต่างๆทั้งหมดที่เมืองไทยหรือไม่คะ ยกตัวอย่างเช่น บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สมุดบัญชีธนาคาร โฉนดที่ดิน ฯลฯ
ด้วยความเคารพ
Little Thailand
สวัสดีค่ะ คุณรุจิรัตน์
น้องมีปัญหาอยากเรียนถาม..น้องแต่งงานกับคนอเมริกาหนุ่ม น้องมาอเมริกาได้ 2 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน น้องกับพ่อแม่สามีไม่ค่อยจะถูกชะตากันสักเท่าไหร่ แต่ตอนที่อยู่เมืองไทย พ่อแม่เค้าดูเหมือนรักเรามาก ส่งของขวัญ การ์ด ไปให้ในวันสำคัญๆ เสมอๆ แต่พอน้องย้ายมาอยู่อเมริกาบ้านเดียวกันกับพ่อแม่เค้า พ่อแม่เค้าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ คือเกลียดเรา พูดประชดประชันเราทุกอย่าง เพราะเค้าหวังให้เรามาสร้างฐานะหรือหาเงินเข้าบ้านช่วยเค้า แต่น้องไม่เออออ ห่อหมก และคล้อยตามที่ด้วย ก็เลยเกลียดน้อง แต่น้องช่วยทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้และปรับตัวเข้าหาเค้ามาก แต่เค้าก็ไม่ว่าเราดี เพราะเค้าอยากจะได้มากกว่าที่เราให้เค้า เกิดปัญหาที่ว่าสามีของน้องเป็นลูกชายคนเดียวเค้าค่อนข้างที่จะฟังแม่เค้าเกินไป ประมาณว่าลูกแง่ และเค้าก็อยู่กับพ่อแม่มาตลอด จนกระทั่งมาแต่งงานกับน้อง น้องอยู่บ้านหลังเดียวกันกับพ่อแม่เค้าไม่ได้ เราก็ย้ายออกมาอยู่ที่อพาร์ทเม็น หลังจากนั้นประมาณ 7-8 เดือนหลังที่น้องคลอดลูกเสร็จ แม่เค้าก็ออกกลอุบาย ให้ลูกชายเค้าหาเรื่องย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านกับพ่อแม่เค้าอีก โดยครั้งนั้นน้องก็ยอมกลับเข้าไปอีก เพราะคิดว่าแม่เค้าเข้ามาทำดีด้วย และคิดว่าแม่เค้าคงจะดีกับน้องอย่างจริงใจจริงๆ แต่ที่ไหนได้พอน้องย้ายไปไม่ถึง 1 เดือน แม่เค้าก็ออกลายเหมือนเดิม พูดประชดประชันเรา และชอบพูดประชดให้เราเป็นหมูหมาเป็นหมาด้วย ทั่งๆ ที่ เค้าเลี้ยงหมาอยู่ที่บ้านตั้ง 10 กว่าตัว และเค้ารักหมามาก แต่เค้าจะพูดกระทบกับหมาว่า ฉันเกลียดหมาตัวนี้ ตอนแรกน้องก็ไม่ใส่ใจ เหมือนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่สนใจคำพูดของเค้า และบางครั้งน้องก็เหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แต่เค้าก็พูดได้ทุกวี่ทุกวันจนน้องทนไม่ไหว น้องไม่กินข้าวเย็นร่วมโต๊ะด้วย น้องไม่ออกไปนั่งคุยร่วมวงสนทนาด้วย เก็บตัวอยู่แต่ในห้องกับลูก จนพ่อสามีเข้ามาถามว่าเป็นอะไร น้องก็บอกไม่มีอะไร แต่น้องจะเล่าให้สามีฟังทุกวันว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับตัวน้องบ้างในแต่ละวัน สามีรู้ทุกอย่าง บางครั้งลูกเห็นแม่สามีกับสามีมีปากเสียงกันด้วย แต่สามีน้องเป็นคนค่อนข้าง เงียบ ถ้ามีปากเสียงกับแม่เมือ่ไหร่ก็จะเดินเข้าไปอยู่ในห้องนอน ในเดือนที่3 ของการย้ายเข้าไปอยู่ในบ้าน น้องทนไม่ไหวจริงๆ ก็เลยบอกแฟนว่าจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ถ้าสามีไม่ย้ายด้วย น้องก็จะไปอยู่กับคนที่รู้จัก หรือไม่ก็ย้ายกลับเมืองไทยเลย สรุปสามีน้องก็ย้ายออกมาอยู่ด้วย และน้องกับสามีและลูกก็ย้ายมาอยู่อพาร์ทเม็นเหมือนเดิม พวกน้องก็เหมือนมีความสุขอีกครั้ง จนกระทั่งใกล้จะไปยื่นภาษี tax return แม่สามีก็เข้ามาทำดีอีก คราวนี้ก็มาแบบลูกไม้เก่า จะหาแผนให้ลูกชายพาน้องและลูกกลับไปอยู่ในบ้านเค้าอีก แต่ครั้งนี้น้องไม่ยอม หัวเด็ดตืนขาดยังไงก็ไม่ยอม
น้องได้แต่บอกว่า ถ้าเค้าหาเรื่องว่าเงินจ่ายค่าอพาร์ทเม็นไม่พอเหมือนครั้งก่อน น้องจะหย่าและพาลูกกลับไปอยู่เมืองไทย เพราะน้องจะไม่ย้ายเข้าไปอีกแล้ว แม่เค้าทำดีก็แค่อาทิตย์ สองอาทิตย์แรกแล้วก็ออกลายเหมือนเดิม เพราะแม่เค้าเป็นคนที่ชอบบงการ เจ้ากี้เจ้าการอะไรๆ ทุกอย่างในบ้าน แม่เค้าเป็นใหญ่ในบ้านด้วย พอน้องไม่กลับไปคราวนี้ แม่สามีถึงขั้นบอกให้ลูกชายหย่ากับน้อง และหาเรื่องเอาลูกไว้ หาว่าน้องไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเลี้ยงลูก เพราะไม่มีงานทำ แต่สามีน้องก็เป็นกลางอยู่ที่ว่า เค้าไม่ทำอย่างที่แม่เค้าบอกหรือแนะนำ เพราะเค้าเป็นคนบอกน้องเองว่าให้เลี้ยงลูกไปก่อน ลูกโตเข้าโรงเรียนแล้วถึงไปหางานทำหรือช่วยเค้าออกค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่แม่สามีก็ยังไม่ลดละยั้งพยายามที่จะหาเรื่องให้ลูกชายเค้าหย่ากับน้องให้ได้ ทั้งๆ ที่น้องไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ลูกชายเค้าก็ไม่ทำตามใจที่แม่เค้าพูด ทำให้แม่เค้าโกรธ และทะเลาะกับลูกชายอีก และแม่เค้าก็โทรมาหาลูกชายและเกลี่ยกล่อมอีก แต่คราวนี้บอกกับลูกชายว่า เค้ายอมให้ลูกชายอยู่กับเราเพียงเพื่อหาเงินสักก้อน พอที่จะเป็นกำไรไปแต่งงานกับผู้หญิงอเมริกาได้ (บ้านสามีไม่ค่อยมีฐานะ)และแม่สามีก็เกลี่ยกล่อมเป็นผลและเป็นความคิดที่ดีให้กับสามีน้อง เพราะสามีน้องรู้ว่ายังไงๆ น้องกับทางบ้านเค้าก็เข้ากันไม่ได้ ก็เลยอยากทำตามใจแม่ ประมาณว่าให้แม่ดีใจและภูมิใจว่าเชื่อฟังพ่อแม่ เพราะตอนนี้แฟนน้องทะเลาะกันบ่อยมากๆ เพราะเวลาที่แม่เค้าโทรมา น้องนั่งอยู่ใกล้กับสามีก็รู้เรื่องหมดว่าเค้าพูดอะไรกัน พอว่างสายน้องกับสามีก็ทะเลาะกันทุกที และน้องก็บอกเค้าว่าถ้าจะหย่าหรือเลิกกันก็เลิกกันตอนนี้เลย อย่าให้น้องต้องเลียเวลาอยู่กับคนที่เค้าไม่รักน้องเลย แต่เค้าก็จะบอก เค้ารักน้องนะ เค้าไม่หย่า ยังงั้นยังงี้ แต่สามีน้องเปลี่ยนแปลงไปมาก และน้องก็อึดอัดเหมือนอยู่กับเค้าแล้วไม่มีความสุขเหมือนตอนที่รู้จักกันแรกๆ เลย ในที่สุดน้องถามหย่าเค้าและน้องก็จะเอาลูกไปด้วย และบอกเค้าไม่ต้องเป็นห่วง น้องจะบอกศาลว่าไม่เอาค่าเลี้ยงดูเรื่องลูก ขอให้เราหย่าขาดกันแบบลงเอยด้วยดี แต่สามีน้องไม่ยอมและบอกว่าถ้าน้องจะไปก็ไปคนเดียว และขู่น้องต่างๆ นาๆ ว่าถ้าน้องเอาลูกออกจากเค้าหรือหนีไป จะแจ้งตำรวจว่าขโมยเด็กออกจากเค้าโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเค้าก่อน ตอนนี้น้องกลุ้มใจมาก เพราะอยู่ไปไม่มีความสุขเลย ปรับตัวเข้ากับเค้าทุกอย่าง เค้าไม่เคยปรับตัวเข้าหาเราสักครึ่งเลย อยู่เหมือนหวานอมข่มกลืน และน้องก็รู้ทั้งรู้ว่าสามีโอนเอียงไปทางพ่อแม่เค้าแล้ว เค้าหวังอยากจะได้แค่ Tax return เท่านั้นเพราะเลี้ยงเราก็แค่ให้อยู่รอดไปวันๆ แรกๆดี หลังๆ กินอาหารกระป๋องเกือบจะทุกวัน แต่อาหารไทยไม่ต้องไปพูดถึงเลย เกือบจะลืมแล้วว่าหน้าตาเป็นยังไงเพราะแม่เค้าจะบอกกับลูกชายว่าไม่ต้องตามใจหรือทำเป็นดีกับน้องมาก เปลื่องเงินเปล่าๆ และเดียวนี้บางครั้งฟังแม่มามาก ก็มาใส่อารมณ์กับน้อง และพูดกระทบกระทั่งเหมือนที่แม่เค้าทำกับน้องแหละค่ะ บ่อยครั้งด่าเราทางอ้อมว่า Bitch หรือบางครั้งก็ด่าว่า Crazy bitch และอีกมากมาย
แต่พอน้องถามเพื่อความแน่ใจว่าเค้าพูดให้ใคร เพราะทุกครั้งที่สามีพูดจะมีแค่น้องและสามีอยู่แค่นั้น สามีก็จะพูดโอนเอียงไปทางอื่นตลอด แต่หลังจากนั้นเค้าจะเข้ามาทำดีกับน้อง และพูดอยู่ทุกวันว่ารักน้อง เหมือนทำให้น้องตายใจว่าเค้ารักน้องจริงๆ
น้องมีปัญหาที่ว่า ถ้าน้องอยู่ไปเรื่อยๆ เพราะปัญหาหย่าไม่ได้เพราะลูก ในอนาคต ลูกโต ถ้าเค้าได้เงินพอและหาเรื่องหย่ากับน้องโดยการไปมีผู้หญิงคนใหม่ น้องอยู่กับเค้าจนแก่แถมเสียเวลาเปล่า ยังงี้น้องไม่เสียเปลี่ยบหรือค่ะ แถมยังจะไม่ได้อะไรอีก เพราะน้องได้ยินแม่สามีพูดว่าน้องจะไม่ได้อะไรเลยแม้กระทั่งลูก ยังงี้น้องจะทำยังไงค่ะ และยิ่งถ้ามีบ้านและทรัพย์สินด้วยกัน น้องจะได้อะไรไหมค่ะ เท่าที่รู้ๆ มาจะต้องแบ่งกันคนละครึ่ง แต่แม่สามีทำให้น้องใจเสีย น้องกลัวว่าเค้าจะแกล้งให้น้องไม่ได้อะไรเลย เพราะแม่สามีเป็นคนที่ร้ายมากๆ ค่ะ น้องขอรบกวนถามแค่นี้ก่อนนะค่ะ
ด้วยความนับถือค่ะ
สวัสดีค่ะคุณรุจิรัตน์
อยากสอบถามว่า child support มีผลต่อ K-1 visa มั๊ยคะ
คือดิฉันกับแฟนยื่น k1 visa ค่ะ แฟนเพิ่งหย่า มีใบ divorced decree แล้วค่ะ ในใบนั้นไม่ได้มีการตกลงเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตรค่ะ เพราะภรรยาเก่าเค้าไม่ต้องการค่ะ
แต่ในความเป็นจริง แฟนดิฉันก้อโอนเงินให้เป็นเดือนๆ นะคะ
แบบนี้แล้ว จะมีผลต่อการยื่น k-1 visa เพราะในใบ divorced decree ไม่ได้เอ่ยถึง
ขอบคุณค่ะ