กฎหมายใหม่การเซ็นซัพพอร์ท

ก่อนอื่นขอรายงานข่าวอิมมิเกรชั่นเรื่องค่าธรรมเนียมจะขึ้น คองเกรสได้เสนอขึ้นค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่น ถ้าข้อเสนอผ่าน ค่าธรรมเนียมจะขึ้นเดือนตุลาคมปี 2007 ประมาณ 80% ค่ะตัวอย่างค่าทำซิติเซ่นจะขึ้นจาก $330 เป็น$595 บวกค่าพิมพ์นิ้วมืออีก $70 (อันนี้ไม่ขึ้น) รวม $665

เมื่อคุณทำใบเขียวแต่งงานหรือใบเขียวครอบครัวกรุ๊บอื่นๆที่ครอบครัวยื่นให้ (โปรดอ่านเกี่ยวกับ ใบเขียวครอบครัว เพิ่มในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง บท “ใบเขียว” หน้า 4-8) และใบเขียวจากการทำงานในกรณีที่เจ้าของร้านที่ยื่นให้เป็นญาติกับคุณ ผู้ยื่นเรื่องเรียก “เพอร์ทิชันเน่อร์” (petitioner) หรือสปอนเซ่อร์ต้องกรอกฟอร์ม I-864 เรียก “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท”(Affidavit of Support) รับรองกับรัฐบาลว่า ในกรณีที่ผู้ที่ได้ใบเขียวไปรับสวัสดิการรัฐบาล รัฐบาลสามารถเรียกเก็บเงินจาก “เพอร์ทิชันเน่อร์” หรือสปอนเซ่อร์ให้ใช้เงินรัฐบาลได้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2006 อิมมิเกรชั่นผ่านกฎระเบียบการใหม่เกี่ยวกับการเซ็นซัพพอร์ท ซึ่งทำให้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก

สวัสดิการสังคม

ตามกฎอิมมิเกรชั่น คุณสามารถขอใช้สวัสสดิการสังคมหลังจากคุณได้ใบเขียว 5 ปีขึ้นไป สวัสดิการสังคมแยกเป็นสองโปรแกรมคือ (1) สวัสดิการสังคมของรัฐบาลกลาง และ (2) สวัสดิการสังคมของรัฐ ซึ่งขึ้นอยู่แต่ละรัฐจะกำหนด ที่นี้จะกล่าวถึงแต่สวัสดิการสังคมของรัฐบาลกลางเท่านั้น ถ้าคุณไปใช้สวัสดิการสังคมของรัฐบาลกลาง “เพอร์ทิชันเน่อร์”หรือสปอนเซ่อร์อาจต้องใช้เงินคืนให้รัฐบาลถ้าถูกเรียกทวง คือ Food Stamps, Medicaid, Supplemental Security Income (SSI), Temporary Assistance for Needy Families, และ the State Child Health Insurance Program.ส่วนสวัสดิการที่ไม่รวม คือถ้าคุณไปใช้สวัสดิการเหล่านี้ “เพอร์ทิชันเน่อร์” หรือสปอนเซ่อร์ไม่ต้องชดใช้คือ Emergency Medicaid; short-term, non-cash emergency relief; services provided under the National School Lunch and Child Nutrition Acts; immunization and testing for communicable disease; student assistance under the Higher Education Act and Public Health Service Act; certain forms of foster care or adoption assistance under the Social Security Act; Head Start Programs, programs under the Elementary and Secondary Education Act; and Job training Partnership Act programs.

เมื่อไรหมดภาระ

“เพอร์ทิชันเน่อร์”หรือสปอนเซ่อร์หมดภาระรับผิดชอบคุณก็ต่อเมื่อ

  • คุณเป็นอเมริกันซิติเซ่น
  • คุณทำงานรับเพย์โรลคือเสียภาษีครบ 40 ไตรมาสหรือ 40 ควอเต้อร์ เนื่องจากเมื่อคุณทำงานครบ 40 ควอเต้อร์ คุณจะได้รับเงินสวัสดิการสังคมหรือ เงินโซเชียล เซคคิวริตี้เมื่อเกษียร(โปรดอ่านเกี่ยวกับ ระบบประกันสังคม เพิ่มในหนังสือ อยู่อเมริกา หน้า 37)
  • เมื่อคุณยกเลิกใบเขียวและเดินทางออกนอกอเมริกา
  • เมื่อคุณถูกดำเนินเรื่องเนรเทศ และต้องมีการเซ็นแอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ทใหม่
  • เมื่อตาย
  • หมายเหตุค่ะ ถึงแม้คคุณหย่ากับ“เพอร์ทิชันเน่อร์”ๆยังไม่หมดภาระ

    รายได้ขั้นต่ำของสปอนเซ่อร์
    “เพอร์ทิชันเน่อร์”หรือสปอนเซ่อร์ต้องมีรายได้ 125% สูงกว่ากว่ารายได้ขั้นต่ำตามที่รัฐบาลกำหนด ยกเว้นถ้า“เพอร์ทิชันเน่อร์”เป็นทหารสามารถโชว์รายได้น้อยลง รายได้ขั้นต่ำนี้ปรับขึ้นทุกปีประมาณเดือนเมษายนตามเปอร์เซ็นอัตราค่าครองชีพ วิธีคำนวน รายได้ คุณต้องเริ่มจากจำนวนสมาชิกในครอบครัว โดยเริ่มจากสองคน คือ ตัว “เพอร์ทิชันเน่อร์”และคุณ รายได้ขั้นต่ำของสองคนคือ $16,500 ต่อปี สมมติสามียื่นเรื่องใบเขียวแต่งงานให้คุณ สามีต้องมีรายได้โชว์บนภาษีหรือ อินคัมแทกส์ $16,500 ต่อปีขึ้นไป แต่ถ้าคุณมีลูกติดหนึ่งและสามียื่นเรื่องทำใบเขียวให้คุณและลูกติดพร้อมกัน เท่ากับสมาชิกครอบครัวเพิ่มเป็นสาม รายได้จะเพิ่ม $4,250 ต่อคน กลายเป็น $20,750 ต่อปี ถ้าสามีเคยเซ็นซัพพอร์ทให้คนอื่นมาก่อนและยังไม่หมดภาระ หรือเขาเคลมคนอื่นในอินคัมแท็กส์ในฐานะดีเพ็นเด้นท์ คุณต้องเพิ่มบุคคลนั้นเข้าไปด้วย รายได้จำนวนนี้ใช้กับทุกรัฐยกเว้นรัฐอลาสก้าและฮาวายอิซึ่งจะสูงกว่านี้เนื่องจากสองรัฐนี้มีค่าครองชีพสูง คุณสามารถเช็คจำนวนรายได้นี้ได้ในเว๊บไซท์ของรัฐบาล www.uscis.gov และคลิคเข้าไปที่ Poverty Guidelines

    ทรัพย์สินของสปอนเซ่อร์
    “เพอร์ทิชันเน่อร์”หรือสปอนเซ่อร์ที่มีรายได้ไม่พอ แต่มีทรัพย์สินเรียก “แอสเส็ท” (Assets) เช่นบ้าน รถ สามารถนำมูลค่าทรัพย์สินมาใช้คำนวณบวกกับรายได้ที่ขาดได้ กฎนี้ได้เปลี่ยนแปลงดีขึ้น จากเมื่อก่อนนี้ ต้องมีทรัพย์สินมูลค่า 5 เท่าของรายได้ขั้นต่ำ หลังจากมิถุนายน 2006 ตามกฎใหม่ ลดลงเหลือ 3 เท่าของจำนวนเงินที่ขาด ตัวอย่าง “เพอร์ทิชันเน่อร์” มีรายได้ 10,000 ต่อปี และยังขาดอีก $6,500 เขาจะต้องมีทรัพย์สินมูลค่าอีก $19,500 ($6,500 x 3) ก็จะสามารถเซ็นซัพพอร์ทด้วยตนเองได้

    Joint Sponsor
    “จอยนท์ สปอนเซ่อร์” (Joint Sponsor) คือคนที่สามารถมาเซ็นร่วม คล้ายๆมาช่วยเซ็นค้ำ ในกรณีที่รายได้ของ “เพอร์ทิชันเน่อร์”ไม่พอและไม่มี “แอสเส็ท” “จอยนท์ สปอนเซ่อร์” ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติพี่น้องอาจเป็นคนอื่นได้ แต่ต้องเป็นซิติเซ่นหรือถือใบเขียว และเขาต้องมีรายได้สูงเกินรายได้ขั้นต่ำด้วยตนเอง หมายความว่าเขาไม่สามารถเอารายได้ของเขามาบวกกับรายได้ของ “เพอร์ทิชันเน่อร์” ที่ขาด

    Household Member
    “เฮาส์โฮลด์เม็มเบอร์” (Household Member) ต่างกับ“จอยนท์ สปอนเซ่อร์” คือ“เฮาส์โฮลด์เม็มเบอร์” เป็นสมาชิกในครอบครัวที่อยู่บ้านเดียวกันกับ“เพอร์ทิชันเน่อร์”หรือสปอนเซ่อร์ เขาสามารถช่วยเซ็นซัพพอร์ทร่วมกับตัว“เพอร์ทิชันเน่อร์” ได้ โดยบวกรายได้ของตัวเองกับรายได้ของ “เพอร์ทิชันเน่อร์” ถึงแม้เขาจะยื่นภาษีต่างหากของเขาเอง ซึ่งต่างกับ“จอยนท์ สปอนเซ่อร์”ที่ไม่สามารถบวกรายได้ร่วมกับรายได้ของ“เพอร์ทิชันเน่อร์”

    รายได้ของผู้ได้ใบเขียว
    ในกรณีที่ตัวผู้รับใบเขียวทำงานและจ่ายภาษี ถึงแม้คุณจะทำงานเถื่อนก็ตาม และคุณอยู่บ้านเดียวกับ “เพอร์ทิชันเน่อร์” คุณถือเป็นสมาชิกในครอบครัว (Household Member) คุณสามารถคำนวณรายได้ของคุณรวมกับรายได้ของ“เพอร์ทิชันเน่อร์”ถ้ารายได้ของ “เพอร์ทิชันเน่อร์” คนเดียวไม่พอ

    เอกสารต้องยื่น
    เอกสารที่ต้องยื่นในการเซ็นซัพพอร์ทได้มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2006 คือก่อนหน้านี้ต้องยื่นภาษีย้อนหลัง 3 ปี เดี๋ยวนี้ยื่นภาษีย้อนหลังปีล่าสุดเพียงปีเดียว และทางอิมมิเกรชั่นจะพิจารณาให้น้ำหนักจากรายได้ล่าสุดหรือรายได้ปัจจุบันมากกว่ารายได้ย้อนหลัง และขอสำเนาหางเช็ค 3-6 เดือนหรือ/และจดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ข้อเปลี่ยนแปลงที่ดีอีกอย่างคือ ก่อนหน้าลายเซ็นต้องเซ็นต่อหน้าโนตารี่ พับบลิค ซึ่งโนตารี่ พับบลิค คิดลายเซ็นละ $10 บางเคสที่มีทั้งสปอนเซ่อร์และ “จอยนท์ สปอนเซ่อร์” ต้องมีลายเซ็นถึง 4 ลายเซ็นทำให้สิ้นเปลือง ปัจจุบันไม่ต้องแล้วนะคะไหนๆพูดเรื่องโนตารี่แล้วก็ต่อเลย เวลาคุณแปลเอกสารจากไทยเป็นอังกฤษ คุณไม่ต้องโนตาไรส์ลายเซ็น หรือเซ็นต่อหน้าโนตารี่นะคะ เปลืองโดยใช่เหตุ

    หน้าที่ทนาย
    เวลาดิฉันทำเคสใบเขียว ดิฉันจะพยายามอย่างมากที่จะค้นหาทรัพย์สินหรือ/และรายได้ของ“เพอร์ทิชันเน่อร์”และตัวผู้ทำใบเขียว และคำนวณให้พอ บางครั้งเคสที่คาบเส้น ถ้าเรามีหลักฐานและแนบคำอธิบายดี หลายครั้งที่เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นจะยอมรับรายได้ของ “เพอร์ทิชันเน่อร์”โดยไม่ต้องมี “จอยนท์ สปอนเซ่อร์”เซ็นร่วม มีลูกความหลายคนบอกดิฉันว่าต้องไปจ่ายเงินขอให้คนอื่นมาช่วยเซ็นเป็น “จอยนท์ สปอนเซ่อร์”ดิฉันหวังว่าความรู้จากกฎหมายใหม่นี้จะช่วยคุณได้

    อะไรใหม่ในอิมมิเกรชั่น

    สวัสดีค่ะ ดิฉันไม่ได้เขียนคอลัมน์หลายสัปดาห์ มีแฟนคอลัมน์จดหมายมาตามและโทรมาแจ้งว่าติดต่อดิฉันไม่ได้เนื่องจากเบอร์โทรออฟฟิสดิฉันในหนังสือพิมพ์ตรงกรอบโฆษณาขายหนังสือ ลงผิดเป็น 714-944-5958 ดิฉันแจ้งแก้กับเสรีชัยแล้วค่ะ จกโน้ตลงเลยนะคะ เบอร์โทรออฟฟิสที่ถูกต้องคือ 714-994-5958 ถือโอกาสขอบคุณผู้ที่ส่งก๊าร์ดปีใหม่ให้ดิฉันทุกคนด้วยค่ะ ดิฉันเปิดอ่านทุกใบ และแฮ็ปปี้ที่สามารถ “ให้” วิทยาทานต่อคุณๆได้

    พาสปอร์ตเข้าออกเม็กซิโก

    เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค 2007 นี้ อเมริกันซิติเซ่นต้องแสดงพาสปอร์ตเมื่อเดินทางเข้าออกเม็กซิโก และเบอร์มิวด้า คุณต้องแสดงพาสปอร์ตอเมริกันเมื่อกลับเข้าอเมริกา ก่อนหน้านี้ไม่ต้อง กฎนี้ใช้เฉพาะเดินทางด้วยสายการบินเท่านั้น ถ้าคุณไปทางเรือหรือขับรถ คุณไม่ต้องแสดงพาสปอร์ตตอนเข้าประเทศ แต่ดิฉันแนะนำให้คุณนำพาสปอร์ตติดตัวถ้าคุณไปเรือ เพราะถ้ามีปัญหาบางอย่าง เช่น คุณเจ็บป่วยกะทันหันและต้องบินกลับเข้าอเมริกา คุณจะไม่สามารถเข้าอเมริกาได้ถ้าไม่มีพาสปอร์ต ข้อนี้เกี่ยวกับพาสปอร์ตอย่างเดียวนะคะ อย่าเข้าใจผิดเกี่ยวกับวีซ่า ผู้ถืออเมริกันพาสปอร์ตไม่ต้องทำวีซ่าเข้าประเทศเม็กซิโกหรือเบอร์มิวด้า

    ส่วนผู้ถือใบเขียวเมื่อบินไปเม็กซิโกต้องนำพาสปอร์ตไทยและขอวีซ่าเข้าเม็กซิโกก่อน เพราะคนไทยเข้าเม็กซิโกต้องขอวีซ่าถึงแม้คุณจะมีใบเขียวก็ตาม ใบเขียวใช้สำหรับตอนเข้าประเทศอเมริกาเท่านั้น เช่นเดียวกับผู้ถือใบเขียวเดินทางไปยุโรปต้องขอวีซ่าก่อนไปเช่นกัน ส่วนบินไปเบอร์มิวด้าดิฉันไม่แน่ใจว่าผู้ถือใบเขียวต้องขอวีซ่าเข้าหรือไม่ ขอให้คุณเช็คกับเทรเวลเอเย่นก่อนซื้อตั๋วหรือเช็คเข้าเว๊บไซท์เบอร์มิวด้า

    ข้อสอบซิติเซ่นใหม่

    ต้นปี 2008 อิมมิเกรชั่นจะเปลี่ยนข้อสอบซิติเซ่นใหม่ ซึ่งคำถามจะเน้นให้ผู้สอบเข้าใจถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบของการเป็นพลเมืองอเมริกัน ข้อสอบจะโฟกัสถึง ระบอบประชาธิปไตย สิทธิและหน้าที่ของซิติเซ่น ภูมิศาสตร์ ประชาธิปไตยอเมริกัน ตัวบทกฎหมาย ประวัติศาสตร์อเมริกา ระบอบรัฐบาล และความรู้ภาษาอังกฤษในฐานะภาษาที่สอง เหตุผลในการเปลี่ยนข้อสอบ เนื่องจากข้อสอบเก่า ะคนจะจำข้อสอบเป็นนกแก้วนกขุนทอง แต่ไม่เข้าใจความหมายและเข้าซึ้งถึงความเป็นอเมริกัน

    ตอนนี้ข้อสอบใหม่อยู่ในขั้นทดลอง เรียก Pilot test “ไพล็อตเทสท์” โดยมีการนำข้อสอบมาทดลองใช้ใน 10 เมือง คือ Albany NY; Boston Mass; Charleston SC; Denver Colo; El Paso TX; Kansas City MO; Miami Fla; San Antonio TX; Tucsan Ariz; และ Yakima Wash.เพื่อจะดูว่าข้อสอบข้อไหนยากที่คนผิดกันมาก เขาจะได้ดึงข้อสอบนั้นออกไป ผู้ที่ไปสอบซิติเซ่นใน 10 เมืองนี้สามารถเลือกขอใช้ข้อสอบซิติเซ่นชุดใหม่ได้ ถ้าผ่านก็เท่ากับผ่าน แต่ถ้าไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร เจ้าหน้าที่จะให้โอกาสคุณสอบข้อสอบเก่าแทนทันที ดิฉันเชื่อว่าเป็นโอกาสดีสำหรับคุณที่อยู่หนึ่งใน 10 เมืองนี้ที่จะขอใช้ข้อสอบใหม่ เพราะเท่ากับคุณมีสองโอกาส ถ้าไม่ผ่านอันแรกก็อาจจะผ่านอันที่สอง

    หลังจากที่ดิฉันอ่าน“ไพล็อตเทสท์” 144 ข้อ คำตอบข้อสอบแทบทั้งหมดอยู่ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” ในบทเหล่านี้ คือ บทข้อมูลพื้นฐาน บทการปกครอง บทประวัติย่ออเมริกา บทภูมิภาคและอากาศ บทการแบ่งเขตและวันหยุด และ บทวัฒนธรรมอเมริกัน ดิฉันภูมิใจมากในหนังสือของตัวเองที่ดิฉันทันสมัยกว่าอิมมิเกรชั่น ที่ออกหนังสือมาตั้งแต่ปีที่แล้วเพื่อให้คนไทยในอเมริการู้จักอเมริกา ความเป็นอยู่และหน้าที่ในการเป็นแขกบ้านเขา หรือหน้าที่พลเมืองดีของเขา ก่อนที่อิมมิเกรชั่นจะนึกแนวข้อสอบซิติเซ่นออก ดิฉันเชื่อว่าถ้าคุณอ่านหนังสือเล่มนี้ (ซึ่งอ่านเข้าใจง่ายยิ่งกว่าอ่านหนังสืออ่านเล่น) คุณจะเข้าใจและสอบผ่าน ซึ่งดีกว่าไปนั่งท่องจำข้อสอบซิติเซ่นเป็นนกแก้วนกขุนทอง ปีหน้าเมื่อข้อสอบใหม่ผ่านมาใช้ ดิฉันจะทำเทปข้อสอบใหม่ขายให้ค่ะ

    Guest Worker Program

    ส่วนกฎหมายใหม่ Guest Worker Program ที่จะช่วยโรบินฮู้ดในอเมริกาที่ทำงานในอเมริกา สามารถได้ใบทำงานและใบเขียวในอนาคต ยังไม่มีอะไรใหม่คืบหน้า เพราะรัฐบาลเองก็วุ่นวาย เพราะตั้งแต่การเลือกตั้งกลางสมัยเมื่อเดือน พ.ย. ที่แล้ว พรรคเดโมแครทได้มีเสียงข้างมากในสภา บุชซึ่งเป็นพรรครีพลับบลิคกัน ก็วุ่นวายเรียกคะแนนเสียงจากคนกลับมาและวุ่นเรื่องส่งทหารเพิ่มไปอิรัก (เหตุผลใหญ่ที่คะแนนตก) ลูกความโรบินฮู้ดหลายคนโทรมาถามว่าจะมีความหวังบ้างไหมว่ากฎหมายนี้จะออก “มีค่ะ” อิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม (ปฏิรูป) ต้องมีแน่ๆมันจะถึงจุดระเบิดแล้ว ทั้งพรรครีพับบลิคกันและพรรคเดโมแครตพยายามเอาใจกลุ่มลาติโน่ (เม็กซิกัน) ที่จะหาเสียงกับพวกเขาปีหน้า แต่ก็ยังดูใจเสียงโหวด เพราะยังต้องเอาใจคนอเมริกันด้วยเพราะคนอเมริกันที่แอนไท (แอนตี้) กฎหมายนี้มีมาก ถ้ากฎหมายผ่านจะออกมาในรูปอะลุ่มอล่วย แต่ต้องผ่านออกมาแน่ๆ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยหน้าเดือน พ.ย. ปี 2008 อดใจคอยนะคะ คนไหนคอยไม่ไหว ถ้ามีโอกาสแต่งงานก็แต่งเลยนะคะ ปีใหม่ทีไรดิฉันจะนึกถึงเพลงเบิร์ด ที่ว่า “สวัสดี สวัสดี สวัสดีปีใหม่ ใครรักใครให้ได้แต่งงานกัน”