ผลการเลือกตั้งต่อ ก.ม.อิมมิเกรชั่น

หลังจากการเลือกกลางเทอมพึ่งผ่านเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พรรคเดโมแครทได้เสียงข้างมากทั้งในคองเกรสและในเซเนท ขอถือโอกาสทบทวนความจำของผู้ที่เตรียมจะไปสอบซิติเซ่นนะคะ คือ ในเซเนทมีผู้แทนหรือเซเนเต้อร์ทั้งหมด 100 คน คือแต่ละรัฐมีตัวแทน เซเนเต้อร์รัฐละ 2 คน ก่อนเลือกตั้งวันที่ 7 พ.ย. รีพับบลิคกันมีเสียงข้างมาก หลังเลือกตั้งเดโมแครทได้ที่นั่งเพิ่ม 6 ที่นั่งรวมปัจจุบันมีเดโมแครทเซเนเต้อร์ 51 คน รีพับบลิคกันเซเนเต้อร์ 49 คนพอที่จะทำให้ตาชั่งเอียงได้ (tip the scale) ส่วนในคองเกรสมีคองเกรสแมนทั้งหมด 435 คน จำนวนนี้ขึ้นกับจำนวนประชากรในแต่ละดิสตริคของแต่ละรัฐ รัฐใดมีพงเมืองน้อยก็มีคองเกรสแมนน้อย รัฐใดมีพลเมืองมากก็มีคองเกรสแมนมาก เคโมแครทได้ที่นั่งเพิ่ม 28 ที่นั่ง เท่ากับในสภามีเดโมแครทคองเกรสแมน 232 คนและ รีพับบลิคกันคองเกรสแมนเพียง 203 และ Speaker of the House คนใหม่เป็นเดโมแครท ผู้หญิงชื่อ แนนซี่ เพโลซี่ มาจากซานฟรานซิสโก Speaker of the House มีความสำคัญคือ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดี คนที่จะรับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีต่อ คือ Speaker of the House
ผลการเลือกตั้งต่ออิมมิเกรชั่น
ตามโพล เหตุผลส่วนใหญ่ที่เดโมแครทชนะเพราะ (หนึ่ง) ประชาชนไม่ชอบนโยบายประธานาธิบดีบุชเกี่ยวกับอิรัก (สอง)พวกคนต่างชาติที่เป็นซิติเซ่น (อิมมิแกรนท์) ตื่นตัวได้ไปออกเสียงเลือกตั้งกันมาก เพราะต้องการให้มีการปฏิรูปนโยบายอิมมิเกรชั่นใหม่ ผลต่อเราคนไทยคือ เราอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายอิมมิเกรชั่นในทางที่ดีขึ้น แต่ในวงทนายอิมมิเกรชั่นก็ยังคาดการกันว่าเราคงไม่ได้เห็น “เกสท์ เวิ้ร์คเค่อร์” จนกระทั่งหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่อีก 2 ปีข้างหน้า เพราะแต่ละพรรคยังไม่กล้าที่จะโปรอิมมิเกรชั่นเต็มที่เพราะจะเป็นการเสี่ยงเกินไปก่อนเลือกตั้งปี 2008 ดิฉันจะคอยส่งข่าวการเคลื่อนไหวนะคะ ตอนนี้ก็รอไปก่อน ไหนๆคุยกันเรื่องโวทแล้ว ก็ขอเตือนนะคะ คนที่เป็นอเมริกันซิติเซ่นเท่านั้นถึงจะโวทได้ ผู้ถือใบเขียวโวทไม่ได้ค่ะ และขอแสดงความยินดีกับคุณ เฮ็นรี่ เจริญ ด้วยที่ได้รับเลือกเป็น City Council ของเมืองลา พาลม่า ดิฉันอยู่เมือง ลาพาลม่า และคุณได้โวท จากครอบครัวเรา 3 คนค่ะ
ไม่มีแอมเนสตี้
สรุปได้ว่า ณ. วันนี้ยังไม่มีแอมเนสตี้โปรแกรมให้ใบเขียวต่อโรบินฮู้ดนะคะ และยังไม่มีการออกเวิ้ร์คเพอร์มิทหรือใบทำใดๆทั้งสิ้น แอมเนสตี้ครั้งล่าสุดที่ผ่านออกมานั้นตั้งแต่ปี 1988 (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “ใบเขียวแอมเนสตี้” ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง บทใบเขียว หน้า 4-13) ทางคองเกรสยังถกกันเรื่องผ่านเกสท์ เวิ้ร์คเค่อร์ ถ้าผ่านคือให้โรบินฮู้ดที่ทำงานและจ่ายภาษีได้วีซ่าทำงานระยะหนึ่งและในอนาคตสามารถขอใบเขียวได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ผ่าน เราต้องดูกันว่าเดโมแครทเสียงข้างมากทั้งสองสภาสามารถจะปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นได้มากเพียงใด
DREAM ACT
สิ่งที่แน่นอนว่าจะผ่านคือ DREAM ACT “ดรีมแอ็กท์” เนื่องจากทั้งสองสภาโวทผ่านแล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นกฎหมายออกมาใช้ จุดมุ่งหมายของดรีมแอ็กท์คือ เพื่อเด็กที่พ่อแม่นำเข้ามาในประเทศ โดยที่เด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เด็กเหล่านี้เข้าเรียนโรงเรียนประถม-มัธยมตั้งแต่เด็ก พอเด็กโตขึ้นเรียนจบไฮสกูลเด็กถึงรู้ตัวว่าตนอยู่เถื่อน เพราะในขณะที่เพื่อนๆสอบใบขัลขี่และเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย แต่ตนกลับเข้าไม่ได้ กฎหมายนี้ต้องการช่วยเหลือเด็ก เพราะเยาวชนถือเป็นสมบัติของชาติที่จะทำให้ชาติเจริญได้ ภายใต้ DREAM ACT เด็กสามารถขอใบเขียวได้ และสามารถเรียนมหาวิทยาลัยรัฐในฐานะ resident คือจ่ายค่าเล่าเรียนถูก และสามารถขอทุนหรือเงินช่วยเหลือจากรัฐได้ กฎหมายนี้จึงเปรียบเสมือนช่วยเด็กและให้รางวัลเด็กที่เรียนดี มีความประพฤติดี คุณสมบัติที่เด็กจะได้ใบเขียวตาม DREA ACT คือเด็กต้องมีคุณสมบัติครบทุกข้อดังนี้

  • ต้องจบไฮสกูลในอเมริกา ณ.วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ DREAM ACT
  • ต้องอยู่ในอเมริกาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ณ.วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ DREAM ACT
  • ต้องมีความประพฤติดีและไม่มีปัญหาทางกฎหมาย
  • ต้องอายุอย่างน้อย 12 ปี ณ. วันที่กฎหมาย DREAM ACT ผ่าน และจ้องอายุต่ำกว่า 25 ปี ณ.วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ DREAM ACT
  • ต้องเข้ามหาวิทยาลัยอย่างน้อย 2 ปี หรือเข้าเป็นทหารอย่างน้อย 2 ปี
  • ข้อเตือนนะคะ เมื่อกฎหมายนี้ผ่านจะมีกำหนดวันเดือนปีที่เด็กเข้าประเทศ เพราะเขาไม่ต้องการให้พ่อแม่รีบนำเด็กแห่เข้าประเทศตอนนี้เพื่อหวังผลประโยชน์ภายใต้ DREAM ACT

    Affidavit of Support

    เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา อิมมิเกรชั่นออกกฎใหม่เกี่ยวกับการเซ็น “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” ซึ่งมีผลบังคับใช้สำหรับเคส หรือไปสัมภาษณ์หลังวันที่ 21 กรกฎาคม 2006 กฎหมายนี้ดีทำให้การเซ็นซัพพอร์ทง่ายขึ้น
    แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท
    “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” (Affidavit of Supprt) หลายคนเรียกย่อๆว่า เซ็น “ซัพพอร์ท” ใช้ในอิมมิเกรชั่น สำหรับเคสทำใบเขียวครอบครัว และเคสใบเขียวนายจ้างเฉพาะกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างเป็นญาติพี่น้องกัน เมื่อซิติเซ่นหรือผู้ถือใบเขียวยื่นเรื่องทำใบเขียวให้ครอบครัว รวมคู่สมรส ลูก พ่อ แม่ และพี่ น้อง ตัวซิติเซ่นสปอนเซ่อร์ต้องเซ็นใบ “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” การันตีว่าตนจะรับผิดชอบใช้เงินรัฐบาลถ้าคนที่ตนทำใบเขียวให้ไปกินเวลแฟร์หรือใช้เบเนฟิดของรัฐบาลบางประเภท ตัวซิติเซ่นสปอนเซ่อร์ต้องแสดงภาษีว่าตนมีรายได้สูงกว่ารายได้ขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด ถ้าตัวซิติเซ่นมีรายได้ไม่พอ เขาจำเป็นต้องหาคนอื่นที่มีรายได้ดีช่วยเซ็นเป็น “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” ด้วย
    หลักฐานแสดง
    ตามกฎเก่า
    สปอนเซ่อร์ต้องแสดงภาษีย้อนหลัง 3 ปีและก็อปปี้เพย์โรลเช็ค (payroll checks) ล่าสุด 2 เดือนย้อนหลัง หรือ/และจดหมายรับรองจากนายจ้าง ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจหรือทำงานส่วนตัว ต้องแสดงเพิ่มคือ ทะเบียนการค้าหรือ business license และถ้าสปอนเซ่อร์มีรายได้ไม่พอ แต่มีทรัพย์สินมาก เขาสามารถแสดงทรัพย์สินได้ โดยทรัพย์สินต้องมีมูลค่า (assets) มากกว่ากำหนดรายได้ขั้นต่ำ 5 เท่า ตัวอย่าง ตามกฎรายได้ขั้นต่ำของสมาชิกในครอบครัว 2 คนต้องมีอย่างน้อย $16,500 ต่อปี หมายความว่าสปอนเซ่อร์ต้องมีทรัพย์สินมูลค่ามากกว่า $82,500 ($16,500 x 5)
    ส่วน“จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”อาจเป็นใครก็ได้ เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง เป็นต้น ต้องแสดงหลักฐานเหมือนกันกับตัวสปอนเซ่อร์ และต้องมีรายได้ของเขาคนเดียวพอเพียงที่จะเซ็นซัพพอร์ทได้ลำพัง ไม่ใช่เอารายได้ไปรวมกับรายได้ของสปอนเซ่อร์ ยกเว้นในกรณีที่“จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”อยู่บ้านเดียวกันกับตัวสปอนเซ่อร์และดองกัน กรณีนี้ตัว “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”สามารถเอารายได้ตนเองบวกกับรายได้ของสปอนเซ่อร์ได้
    ตามกฎใหม่
    ตามกฎใหม่ข้อเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสามอย่างคือ
    สปอนเซ่อร์ต้องแสดงภาษีปีล่าสุดเพียงปีเดียวแทนที่จะเป็นสามปี แต่ขอก็อปปี้เพย์โรลมากขึ้นคือ 6 เดือนย้อนหลัง และ จดหมายรับรองจากนายจ้าง
    ในกรณีที่คุณทำใบเขียวแต่งงานและมีลูกติด ตามกฎหมายเก่าคุณต้องใช้ “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” คนเดียวเป็นสปอนเซ่อร์ให้เด็กทุกคน แยกสปอนเซ่อร์ไม่ได้ แต่ตามกฎหมายใหม่ คุณสามารถใช้“จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” ได้ถึงสองคนสำหรับเด็กแต่ละคน เช่นลูกสอง สามารถใช้สปอนเซ่อร์สองคนเซ้นให้ลูกแต่ละคนได้
    กรณีที่สปอนเซ่อร์มีรายได้ไม่พอ แต่มีทรัพย์สินมาก เขาสามารถแสดงทรัพย์สินได้ โดยทรัพย์สินต้องมีมูลค่ามากกว่ากำหนดรายได้ขั้นต่ำเพียง 3 เท่าแทนที่จะเป็น 5 เท่าตามกฎหมายเก่า ตามตัวอย่างข้างต้น รายได้ขั้นต่ำของสมาชิกในครอบครัว 2 คนต้องมีอย่างต่ำ $16,500 ต่อปี หมายความว่าทรัพย์สินต้องมีมูลค่ามากกว่า $49,500 ($16,500 x 3)
    นอกจากนี้กรณีที่ตัวคนทำใบเขียวเองได้ทำงานเสียภาษีมา 40 ควอร์เต้อร์ หรือ 10 ปี ไม่จำเป็นต้องมีสปอนเซ่อร์เซ็น
    ไงคะ กฎหมายใหม่นี้คงช่วยได้บ้างนะคะ