ทำงานในอเมริกา

ตั้งแต่ดิฉันออกเว๊บไซด์ จะมีแฟนคอลัมน์เมืองไทยอีเมล์มาถามบ่อยๆ ส่วนมากก็จะเป็นคำถามอยากไปทำงานในอเมริกาได้อย่างไร
ไปทำงานในอเมริกา
ถ้าคุณต้องการไปทำงานในอเมริกาอย่างถูกต้อง มีสองวิธีคือ (หนึ่ง) ขอวีซ่าประเภททำงาน (สอง) ขอใบเขียวหรือกรีนคาร์ด ใบเขียวมีประเภทเดียว คือถ้าคุณได้ใบเขียวไม่ว่าจากการแต่งงาน หรือล็อตเตอรี่ คุณสามารถทำงานได้ในอเมริกาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
วีซ่าทำงาน
วีซ่าทำงานมีหลายประเภท (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “วีซ่าต่างชนิด”ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งบทที่สาม หัวข้อ “ระบบวีซ่า” หน้า 3-15) ตั้งแต่งานระดับโปรเฟสชันแนลถึงระดับกรรมกร ระดับโปรเฟลชันแนลยังแยกออกเป็นกรุ๊บย่อย ตั้งแต่ระดับโปรเฟลชันแนลสูง เช่น หมอ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง นักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นต้น ถึงระดับโปรเฟลชันแนลกลาง เช่นวิศวกร นักบัญชี พยาบาล ครู สถาปนิก เป็นต้น ระดับโปรเฟลชันแนลนี้คุณต้องจบปริญญาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป และควรมีประสบการณ์ในงานที่จะไปทำ ยิ่งเรียนจบสูงหรือ/และมีประสบการณ์มากยิ่งดี ระดับโปรเฟลชันแนลสูงคุณอาจขอวีซ่าด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีนายจ้างและต้องรอโควต้า ส่วนระดับโปรเฟสชันแนลกลางซึ่งเป็นระดับที่คนทั่วไปขอ คุณต้องมีนายจ้างในอเมริกาทำเรื่องให้ซึ่งอาจต้องคอยช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับโควต้า ส่วนระดับกรรมกรหรือระดับล่าง เช่น งานแม่บ้าน งานหมอนวด งานในครัวทั่วไป ช่างต่างๆ คือระดับที่ไม่ต้องจบปริญญา แต่อาจต้องมีประสบการณ์ในงานที่จะไปทำบ้างหรือไม่มีเลย ระะดับล่างนี้บางประเภทใช้เวลานานเพราะโควต้ายาว แต่บางประเภทโดยเฉพาะงานหรืออาชีพที่ขาดแคลนหรืออาชีพเฉพาะอย่าง หรืองานที่ทำเพียงบางฤดู หรือ/และขอไปเป็นกรุ๊บ เช่น ชาวนา ชาวสวน หมอนวดไทย ช่างมุงหลังคาวัดไทย เป็นต้น ชนิดนี้ขอได้เร็ว แต่ระยะเวลาวีซ่าจะสั้น ระหว่าง 6-12 เดือน แต่ต่อได้เพราะเป็นงานชั่วคราวตามฤดู หรือเป็นวีซ่าเพื่อให้ไปฝึกคนงานท้องถิ่นให้เป็นงาน
ใบเขียวทำงาน
ใบเขียวคือ ใบต่างด้าวถาวร ถ้าคุณได้ใบเขียว คุณสามารถอยู่ในอเมริกาได้ตลอดและทำงานได้ และถ้าคุณได้ระยะหนึ่ง 5 ปี คุณสามารถยื่นเรื่องขอโอนสัญชาติเป็นคนอเมริกันได้ คนงานระดับล่างจะขอวีซ่าไปทำงานได้ยากและบางที่ไม่มีกรุ๊บวีซ่าให้ เนื่องจากระดับล่างคือระดับที่ได้รายได้ขั้นต่ำ ซึ่งนายจ้างควรจะสามารถหาคนงานท้องถิ่นทำได้ง่าย ถ้านายจ้างจะยอมจ่ายเงินเดือน ขอให้คุณนึกเปรียบเทียบวีซ่าระดับล่างนี้คล้ายนายจ้างไทย ที่ไม่อยากจ่ายค่าจ้างคนงานไทย เช่นคนใช้ ช่างก่อสร้าง เนื่องจากคนงานไทยหายากหรือเล่นตัว จึงไปจ้างแรงงานพม่าจ่ายถูกๆ รัฐบาลไม่ต้องการให้แรงงานเถื่อนเข้าประเทศ ในขณะที่คนไทยว่างงานมาก ถ้านายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างสูงขึ้นหน่อนก็จะสามารถหาคนงานได้ ในอเมริกาก็เช่นกัน เนื่องจากกฎหมายแรงงานนายจ้างต้องให้สวัสดิการลูกจ้างและจ่ายโอที ซึ่งนายจ้างไม่อยากจ่าย ก็หาทางจ้างแรงงานต่างชาติเถื่อนแทนโดยไม่ให้สวัสดิการและไม่มีโอที วิธีขอวีซ่าทำงานระดับล่างได้ง่าย คืออาชีพที่ขาดแคลนและอาชีพเฉพาะอย่างที่คนงานอเมริกันทำไม่ได้ สำหรับคนไทยคือ อาชีพพ่อครัวหรือแม่ครัวร้านอาหารไทย อาชีพนี้ถือเป็นระดับล่างและหาฝรั่งทำไม่ได้ แต่มีเงื่อนไขคือพ่อครัวแม่ครัวต้องมีประสบการณ์เป็นกุ๊กอย่างน้อยสองปี อาชีพนี้สามารถขอใบเขียวทำงานได้เลยแทนที่จะขอวีซ่า โอกาสในการขอใบเขียวพ่อครัวแม่ครัวของ่ายกว่าที่คิด (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “ใบเขียวทำงาน” ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง บทที่ 4 . “ใบเขียว” หน้า 4-11)
เริ่มต้นอย่างไร
ระดับโปรเฟลชันแนลกลาง เริ่มต้นด้วยคุณต้องหางานก่อน อาจหาทางอินเตอร์เน็ท หรืออาจให้คนรู้จักในอเมริกาช่วยหางานให้ งานนั้นต้องเป็นงานที่คุณเรียนจบมาหรือ/และมีประสบการณ์การทำงานโดยทั่วไปสองปี เมื่อตกลงกับนายจ้างได้เรียบร้อยแล้ว ให้นายจ้างติดต่อทนายในอเมริกาดำเนินเรื่องขอวีซ่าให้ ระเบียบการดำเนินเรื่องขอวีซ่าแต่ละประเภทต่างกันและซับซ้อนยากที่จะสาธยายในที่นี้ และมีเงื่อนไขว่าคุณต้องทำงานอยู่กับนายจ้างที่ทำเรื่องวีซ่าให้คุณ ถ้าคุณออก ไปทำงานกับนายจ้างคนใหม่ นายจ้างคนใหม่ต้องยื่นเรื่องขอวีซ่าเปลี่ยนนายจ้างให้คุณใหม่ วีซ่าทำงานนี้คุณสามารถนำคู่สมรสและบุตรที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานพ่วงไปได้ และในอนาคตคุณสามารถทำเรื่องขอใบเขียวได้
ระดับล่าง ขอยกตัวอย่างใบเขียวพ่อครัวแม่ครัว ซึ่งเป็นใบเขียวที่ดิฉันทำมากที่สุดรองลงมาจากใบเขียวแต่งงาน คุณเริ่มต้นเช่นกัน คือ สมัครงานกับร้านอาหารไทยในอเมริกา โดยเฉพาะร้านที่อยู่รัฐที่หาคนงานได้ยากๆที่ไม่ค่อยมีคนไทยอยู่ อาจจะยอมจ้างคุณ ปัญหาคือนายจ้างกลัวว่าถ้าทำเรื่องใบเขียวให้คุณได้ คุณไปถึงแล้วจะอยู่ไม่ยืด เพราะเมื่อคุณได้ใบเขียวแล้ว คุณเป็นอิสระที่จะย้ายงานได้ไม่จำเป็นต้องอยู่กับนายจ้างที่ทำเรื่องให้คุณ (ละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญที่นายจ้างจะบังคับคนงานให้อยู่ด้วย) ฉะนั้นขึ้นอยู่กับคุณที่จะทำให้นายจ้างเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าคุณจะอยู่กับเขาไปนาน โดยทั่วไปคนที่ไปทำงานมักจะไปทำงานกับคนรู้จัก หรือคนจากจังหวัดเดียวกัน หรือมีคนแนะนำมา หรืออาจเป็นญาติพี่น้องได้ เงื่อนไขคือ คุณต้องมีประสบการณ์จริงๆคือเป็นพ่อครัวหรือแม่ครัวร้านอาหารอย่างน้อยสองปี หรืออาจเป็นเจ้าของร้านอาหารและทำครัวในร้านตัวเองอย่างน้อยสองปี ใบเขียวทำงานนี้ถ้าคุณได้ใบเขียว คู่สมรสและบุตรที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานจะได้ใบเขียวพ่วงไปพร้อมกันได้ด้วย ปัจจุบันใช้เวลาประมาณ 1 ปีขึ้นไป อาจถึงสองหรือสามปีขึ้นอยู่กับโควต้า (ทางอิมมิเกรชั่นพยายามโละโควต้าปีหน้า ถ้าโละได้หมดในปีหน้า ระยะขอใบเขียวพ่อครัวแม่ครัวจะเร็วขึ้น)
วีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียน
ตามกฎหมายวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียนห้ามทำงาน มีข้อยกเว้นคือวีซ่าท่องเที่ยวอาจไปทำงานเช่นไปอาสาสมัครสอนหนังสือตามวัด หรือบางอย่างที่คุณไม่ได้รับเงินเดือน ส่วนวีซ่านักเรียนคุณอาจขอทำงานในโรงเรียนได้ หรือฝึกงานหนึ่งปีเมื่อเรียนจบ อย่างไรก็ตามดิฉันไม่แนะนำให้คุณขอสองวีซ่านี้เพื่อไปโดดทำงาน ถ้าคุณมีวีซ่าสองวีซ่านี้แล้ว คุณอาจเข้าไปหางานได้ เมื่อหานายจ้างที่จะรับคุณทำงานแล้ว คุณค่อยติดต่อทนายทำเรื่องและขยับขยายถายหลัง แต่ระหว่างคุณอยุ่ในอเมริกาด้วยวีซ่านี้ คุณห้ามทำงาน
ใบเขียวแต่งงาน
ถ้าหลังจากอ่านจนมาถึงตรงนี้แล้ว คุณดูจะไม่จัดอยู่ในกรุ๊บทำงานใดเลย คุณอาจต้องหาทางหาแฟนฝรั่งหรือคนไทยซิติเซ่นเพื่อแต่งงาน อาชีพดิฉันจะพบฝรั่งมากที่ชอบถามให้ดิฉันหาแฟนคนไทยให้ ซึ่งดิฉันก็ไม่กล้าเพราะจะเป็นคอนฟลิกกับจะยาบรรณทนาย หาแฟนให้เสร็จทำใบเขียวแต่งงานให้ สงสัยสภาทนายความจะต้องขมวดคิ้วเพ่งเล็งแน่ และอีกอย่างถ้ามันไม่เวิ้ร์คระหว่างสามีภรรยา ดิฉันก็คงนอนไม่หลับแน่ สรุปคือ คุณที่เซิรฟเน็ทคล่องๆอาจจะพยายามหาคู่ทางอินเตอร์เน็ทได้ไม่ลำบากนัก หญิงไทยมีชื่อดีอยู่แล้ว ถ้าคุณพบคู่ทางอินเตอร์เน็ทและคุณยังไม่แน่ใจในตัวผู้ชาย แทนที่จะจดทะเบียนแต่งงาน คุณอาจทำวีซ่าคู่หมั้นไปอเมริกาก่อน เพราะเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2006 กฎหมายอิมมิเกรชั่นได้เข้มงวดระเบียบการขอวีซ่าคู่หมั้นมากขึ้น เพื่อปกป้องผู้หญิงเกรงว่าจะถูกนำไปกระทำทารุณกรรม โดยเพิ่มกฎให้มีการเช็คประวัติคู่หมั้นฝรั่งของคุณว่าเขามีประวัติคดีอาญาเคยทารุณกรรม เช่นตบตีเมียหรือแฟนมาก่อนหรือเปล่า หรือเขาเคยขอวีซ่าคู่หมั้นมากี่ครั้งแล้ว เงื่อนไขวีซ่าคู่หมั้นคือ คุณต้องได้เจอตัวกันแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสองปีก่อนก่อนยื่นเรื่อง และเมื่อได้วีซ่าคู่หมั้น วีซ่ามีอายุ 3 เดือนนับจากวันที่คุณเข้าอเมริกาและคุณต้องแต่งงานกับคู่หมั้นภายใน 90 วันนั้น คุณไม่สามารถไปแต่งานกับคนอื่นได้ ถ้ามันไม่เวิ้ร์คระหว่างคุณและเขา คุณยังมีโอกาสกลับมาเมืองไทยตั้งหลักใหม่ได้ วีซ่าคู่หมั้นนี้คุณสามารถพ่วงบุตรเล็กไปได้ (โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับวีซ่าคู่หมั้น ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 3 หน้า 3-13 และบทที่ 4 หน้า 4-15) ต้นปีนี้ดิฉันทำใบเขียวให้คู่สมรสคู่หนึ่ง คู่นี้พบกันในอเมริกาสามีฝรั่งอายุประมาณ 90 ปี ภรรยาไทยอายุรุ่นๆดิฉัน ทายอายุเองแล้วกัน คู่นี้น่ารักมากๆ ลุงแกใจดี ผู้หญิงก็น่ารักกตัญญูกับลุงสุดๆ ปัจจุบันทั้งสองครองรักกันอย่างมีความสุข แฮ็ปปี้ เอ็นดิ้ง ค่ะ ขอให้คุณโชคดีแบบคู่ตัวอย่างนี้นะคะ

ผลการเลือกตั้งต่อ ก.ม.อิมมิเกรชั่น

หลังจากการเลือกกลางเทอมพึ่งผ่านเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พรรคเดโมแครทได้เสียงข้างมากทั้งในคองเกรสและในเซเนท ขอถือโอกาสทบทวนความจำของผู้ที่เตรียมจะไปสอบซิติเซ่นนะคะ คือ ในเซเนทมีผู้แทนหรือเซเนเต้อร์ทั้งหมด 100 คน คือแต่ละรัฐมีตัวแทน เซเนเต้อร์รัฐละ 2 คน ก่อนเลือกตั้งวันที่ 7 พ.ย. รีพับบลิคกันมีเสียงข้างมาก หลังเลือกตั้งเดโมแครทได้ที่นั่งเพิ่ม 6 ที่นั่งรวมปัจจุบันมีเดโมแครทเซเนเต้อร์ 51 คน รีพับบลิคกันเซเนเต้อร์ 49 คนพอที่จะทำให้ตาชั่งเอียงได้ (tip the scale) ส่วนในคองเกรสมีคองเกรสแมนทั้งหมด 435 คน จำนวนนี้ขึ้นกับจำนวนประชากรในแต่ละดิสตริคของแต่ละรัฐ รัฐใดมีพงเมืองน้อยก็มีคองเกรสแมนน้อย รัฐใดมีพลเมืองมากก็มีคองเกรสแมนมาก เคโมแครทได้ที่นั่งเพิ่ม 28 ที่นั่ง เท่ากับในสภามีเดโมแครทคองเกรสแมน 232 คนและ รีพับบลิคกันคองเกรสแมนเพียง 203 และ Speaker of the House คนใหม่เป็นเดโมแครท ผู้หญิงชื่อ แนนซี่ เพโลซี่ มาจากซานฟรานซิสโก Speaker of the House มีความสำคัญคือ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดี คนที่จะรับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีต่อ คือ Speaker of the House
ผลการเลือกตั้งต่ออิมมิเกรชั่น
ตามโพล เหตุผลส่วนใหญ่ที่เดโมแครทชนะเพราะ (หนึ่ง) ประชาชนไม่ชอบนโยบายประธานาธิบดีบุชเกี่ยวกับอิรัก (สอง)พวกคนต่างชาติที่เป็นซิติเซ่น (อิมมิแกรนท์) ตื่นตัวได้ไปออกเสียงเลือกตั้งกันมาก เพราะต้องการให้มีการปฏิรูปนโยบายอิมมิเกรชั่นใหม่ ผลต่อเราคนไทยคือ เราอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายอิมมิเกรชั่นในทางที่ดีขึ้น แต่ในวงทนายอิมมิเกรชั่นก็ยังคาดการกันว่าเราคงไม่ได้เห็น “เกสท์ เวิ้ร์คเค่อร์” จนกระทั่งหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่อีก 2 ปีข้างหน้า เพราะแต่ละพรรคยังไม่กล้าที่จะโปรอิมมิเกรชั่นเต็มที่เพราะจะเป็นการเสี่ยงเกินไปก่อนเลือกตั้งปี 2008 ดิฉันจะคอยส่งข่าวการเคลื่อนไหวนะคะ ตอนนี้ก็รอไปก่อน ไหนๆคุยกันเรื่องโวทแล้ว ก็ขอเตือนนะคะ คนที่เป็นอเมริกันซิติเซ่นเท่านั้นถึงจะโวทได้ ผู้ถือใบเขียวโวทไม่ได้ค่ะ และขอแสดงความยินดีกับคุณ เฮ็นรี่ เจริญ ด้วยที่ได้รับเลือกเป็น City Council ของเมืองลา พาลม่า ดิฉันอยู่เมือง ลาพาลม่า และคุณได้โวท จากครอบครัวเรา 3 คนค่ะ
ไม่มีแอมเนสตี้
สรุปได้ว่า ณ. วันนี้ยังไม่มีแอมเนสตี้โปรแกรมให้ใบเขียวต่อโรบินฮู้ดนะคะ และยังไม่มีการออกเวิ้ร์คเพอร์มิทหรือใบทำใดๆทั้งสิ้น แอมเนสตี้ครั้งล่าสุดที่ผ่านออกมานั้นตั้งแต่ปี 1988 (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “ใบเขียวแอมเนสตี้” ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง บทใบเขียว หน้า 4-13) ทางคองเกรสยังถกกันเรื่องผ่านเกสท์ เวิ้ร์คเค่อร์ ถ้าผ่านคือให้โรบินฮู้ดที่ทำงานและจ่ายภาษีได้วีซ่าทำงานระยะหนึ่งและในอนาคตสามารถขอใบเขียวได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ผ่าน เราต้องดูกันว่าเดโมแครทเสียงข้างมากทั้งสองสภาสามารถจะปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นได้มากเพียงใด
DREAM ACT
สิ่งที่แน่นอนว่าจะผ่านคือ DREAM ACT “ดรีมแอ็กท์” เนื่องจากทั้งสองสภาโวทผ่านแล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นกฎหมายออกมาใช้ จุดมุ่งหมายของดรีมแอ็กท์คือ เพื่อเด็กที่พ่อแม่นำเข้ามาในประเทศ โดยที่เด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เด็กเหล่านี้เข้าเรียนโรงเรียนประถม-มัธยมตั้งแต่เด็ก พอเด็กโตขึ้นเรียนจบไฮสกูลเด็กถึงรู้ตัวว่าตนอยู่เถื่อน เพราะในขณะที่เพื่อนๆสอบใบขัลขี่และเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย แต่ตนกลับเข้าไม่ได้ กฎหมายนี้ต้องการช่วยเหลือเด็ก เพราะเยาวชนถือเป็นสมบัติของชาติที่จะทำให้ชาติเจริญได้ ภายใต้ DREAM ACT เด็กสามารถขอใบเขียวได้ และสามารถเรียนมหาวิทยาลัยรัฐในฐานะ resident คือจ่ายค่าเล่าเรียนถูก และสามารถขอทุนหรือเงินช่วยเหลือจากรัฐได้ กฎหมายนี้จึงเปรียบเสมือนช่วยเด็กและให้รางวัลเด็กที่เรียนดี มีความประพฤติดี คุณสมบัติที่เด็กจะได้ใบเขียวตาม DREA ACT คือเด็กต้องมีคุณสมบัติครบทุกข้อดังนี้

  • ต้องจบไฮสกูลในอเมริกา ณ.วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ DREAM ACT
  • ต้องอยู่ในอเมริกาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ณ.วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ DREAM ACT
  • ต้องมีความประพฤติดีและไม่มีปัญหาทางกฎหมาย
  • ต้องอายุอย่างน้อย 12 ปี ณ. วันที่กฎหมาย DREAM ACT ผ่าน และจ้องอายุต่ำกว่า 25 ปี ณ.วันที่ยื่นเรื่องภายใต้ DREAM ACT
  • ต้องเข้ามหาวิทยาลัยอย่างน้อย 2 ปี หรือเข้าเป็นทหารอย่างน้อย 2 ปี
  • ข้อเตือนนะคะ เมื่อกฎหมายนี้ผ่านจะมีกำหนดวันเดือนปีที่เด็กเข้าประเทศ เพราะเขาไม่ต้องการให้พ่อแม่รีบนำเด็กแห่เข้าประเทศตอนนี้เพื่อหวังผลประโยชน์ภายใต้ DREAM ACT