ใบเขียวแต่งงานจากเมืองไทย

ช่วงระยะปีสองปีที่ผ่านมา ดิฉันจะทำใบเขียวแต่งงานระหว่างชายฝรั่งแต่งงานกับสาวไทยในเมืองไทยมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยุคอินเตอร์เน็ต ก็จะมีการติดต่อออนไลน์มากขึ้น เวลาดิฉันทำใบเขียวแต่งงานและเห็นสามีฝรั่งรักและให้เกียรติสาวไทย ดิฉันก็จะแฮ็ปปี้สุดๆ แต่ถ้าเห็นคู่ที่ฝรั่งพูดถึงสาวไทยโดยไม่ให้เกียรติกัน ดิฉันก็แฮ็ปปี้น้อยลงและปฏิบัติหน้าที่ตามจรรยาบรรณทนายทำตัวเป็นกลางทำเคสให้สำเร็จไป (ถึงแม้ใจไม่ค่อยเป็นกลางเพราะต้องเห็นใจสาวไทยแน่นอน) สิ่งที่ดิฉันให้คุณได้คือ ให้ความรู้กฎหมายต่อคุณผู้หญิงไทยที่ทำใบเขียวแต่งงานและอยู่ๆก็ย้ายไปอยู่ต่างแดนโดยไม่มีแบ็คกราวนด์กฎหมายและรู้สิทธิตนเอง เพราะถ้าคุณมีความรู้ด้านกฎหมายเท่ากับคุณมีอาวุธคุ้มครองตัวคุณเอง เพื่อสามีฝรั่งหรือสามีไทยที่ทำใบเขียวนำคุณมาจากเมืองไทยก็จะให้เกียรติคุณและไม่เหยียบย่ำคุณ
ขั้นตอนและระยะเวลาทำใบเขียวแต่งงาน
ก่อนจดทะเบียน
กรณีที่แฟนฝรั่งบินมาจดทะเบียนที่เมืองไทย ก่อนที่คุณทั้งสองจะไปจดทะเบียน แฟนฝรั่งต้องไปสถานทูตอเมริกันไปขอใบคล้ายๆใบรับรองสถานภาพว่าตนเป็นโสดสามารถจดทะเบียนกับหญิงไทยได้ เรียกใบแวริฟิเคชั่น ออฟ สแตตัส (Verification of Status) เขาต้องนำพาสปอร์ตอเมริกัน และถ้าเขาเคยจดทะเบียนมาก่อนให้เขานำใบหย่าไปด้วย เขาให้ข้อความต่อหน้าท่านกงสุล จ่ายค่าธรรมเนียมและทางกงสุลออกใบรับรองให้ เมื่อได้รับรองซึ่งเป็นภาษาอังกฤษเขาก็ต้องนำไปแปลเป็นไทยและนำไปให้กระทรวงการต่างประเทศรับรอง ขอแนะนำให้นำไปให้สถานที่รับแปลเอกสารแปลและเขารับไปยื่นที่กระทรวงการต่างประเทศให้เสร็จ คุณอาจขอรายชื่อร้านแปลเอกสารจากสถานทูตได้ หลังจากคุณได้เอกสารกลับมาแล้ว คุณทั้งสองก็สามารถจูงมือกันไปจดทะเบียนได้ที่อำเภอหรือสำนักงานเขต ถ้าแฟนเป็นคนไทยที่โอนสัญชาติเป็นอเมริกันซิติเซ่น วิธีที่ถูกต้องคือทำตามข้างต้น หรือถ้าแฟนคนไทยยังมีทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไทย ก็อาจจะเดินขึ้นอำเภอจดทะเบียนได้เลยในฐานะคนไทย แต่ถ้าทางอำเภอทราบว่าผู้ชายโอนสัญชาติแล้วอาจจะไม่รับจดทะเบียนและส่งกลับไปทำตามขั้นตอนข้างต้น
พิธีแต่งงาน
คุณอาจมีพิธีแต่งงานหรือไม่มีก็ได้ไม่จำเป็น ดิฉันมีลูกความทำพิธีสมรสที่โรงพยาบาลสงฆ์และทำบุญไปในตัว ซึ่งดิฉันว่าสวีทมากๆนอกจากจะเซฟเงินค่ากินเลี้ยงเอาเงินนั้นไปทำบุญให้พระสงฆ์แล้ว ดิฉันเชื่อว่าแฟนฝรั่งจะทึ่งที่ได้เห็นพิธีไทย แฮ็ปปี้ที่ได้ประหยัดเงิน (โดยทั่วไปฝรั่งเป็นคนประหยัดนะคะ) และดิฉันเชื่อว่าฝรั่งจะให้เกียรติคุณมากขึ้น หรือถ้าคุณอาจจะมีแต่งานเลี้ยงฉลองกันเองในครอบครัวก็ได้ อย่างไรก็ตามขอให้ถ่ายรูปเก็บไว้ เพื่อแสดงต่อกงสุลวันสัมภาษณ์
เปลี่ยนนามสกุล
คุณอาจเปลี่ยนนามสกุลตามสามีหรือไม่เปลี่ยนโดยยังคงใช้นามสกุลไทยของคุณได้ ทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายอเมริกันยอมรับค่ะ ถ้าคุณไม่เปลี่ยน เวลาคุณขอพาสปอร์ตไทยคุณยังคงชื่อและนามสกุลไทยอยู่ เวลาขอใบเขียว ใบเขียวก็จะเป็นชื่อและนามสกุลไทย แต่ถ้าคุณต้องการใช้นามสกุลฝรั่ง เมื่อคุณขอพาสปอร์ตก็ใส่นามสกุลฝรั่งเลย หรือถ้ามีพาสปอร์ตอยู่แล้ว เพียงนำทะเบียนสมรสและไปขอแก้ชื่อที่กระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น และเวลาขอใบเขียว ใบเขียวก็จะเป็นนามสกุลฝรั่งตามสามี ตามความเห็นดิฉัน ใจดิฉันชอบที่จะใช้นามสกุลไทยในเอกสารราชการต่างๆ เช่นพาสปอร์ต ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน เป็นต้น เมื่อคุณไปถึงอเมริกาถ้าคุณเปลี่ยนใจอยากใช้นามสกุลฝรั่ง หรือสามีงอแงอยากให้คุณใช้นามสกุลเขา คุณสามารถใช้นามสกุลเขาได้ โดยไม่ต้องไปยื่นทำเรื่องขอแก้ไขพาสปอร์ตหรือใบขียวของคุณ วิธีเปลี่ยนนามสกุลคือโดยการเริ่มใช้นามสกุลฝรั่งตามสามี เช่นเมื่อไปสมัครงาน ขอ ใบขับขี่ ใบโซเชียล บัตรเครดิต เป็นต้น
เตรียมเอกสารขอใบเขียว
ฝ่ายคุณต้องเตรียมเอกสารดังนี้ คือรูปถ่ายหน้าตรงแบบพาสปอร์ต 2×2 นิ้วหนึ่งใบ สำเนาทะเบียนสมรส สำเนาใบเกิด ถ้าไม่มีให้ใช้สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนแทน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อทุกใบ (ถ้ามี) สำเนาใบหย่าทุกใบกับสามีเก่าทุกคน (ถ้าคุณเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน) เอกสารเหล่านี้เป็นภาษาไทยและแปลเป็นภาษาอังกฤษทางสำนักงานเรารับแปล และสำเนาพาสปอร์ต ที่เราต้องใช้เพราะต้องการดูคำสะกดชื่อและนามสกุลของคุณ เพราะปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศสะกดชื่อและนามสกุลให้คุณเมื่อคุณไปทำพาสปอร์ต ถ้าคุณมีบุตรขอสำเนาใบเกิดบุตรด้วย
ทำใบเขียวให้บุตรพร้อมคุณ
ถ้าคุณมีลูกติด และถ้าสามีโอเค สามีสามารถยื่นเรื่องทำใบเขียวให้ลูกคุณได้พร้อมตอนยื่นเรื่องให้คุณในฐานะลูกเลี้ยง ตราบใดที่ลูกคุณอายุต่ำกว่า 18 ปี ณ. วันที่คุณจดทะเบียนและลูกยังเป็นโสด ถ้าลูกอายุเกิน 18 แล้วหรือจดทะเบียนแล้ว สามีไม่สามารถทำเรื่องให้ลูกได้ คุณต้องรอจนกว่าคุณจะได้ใบเขียวหรือเป็นซิติเซ่นก่อนคุณถึงจะยื่นเรื่องให้ลูกเองภายหลังได้ หรือในกรณีที่คุณและสามีไม่พร้อมที่จะเอาลูกไปอเมริกาทันที สามีอาจยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ลูกคุณภายหลังได้
ระยะเวลาคอย
เมื่อสามีกลับอเมริกา ทางเราจะยื่นเรื่องขอใบเขียวไปที่อิมมิเกรชั่น ปัจจุบันเรียก U.S. Citizenship and Immigration Services ปัจจุบันใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือนก่อนจะเรียกสัมภาษณ์ (ถ้าเรื่องผ่านด้วยดี คือทางสามีร่วมมือกับทนายส่งเอกสารต่างๆที่ขอ) ตัวคุณจะต้องเซ็นเอกสาร 2 แผ่นคือ ฟอร์ม G-325 Biographic Data เป็นประวัติส่วนตัวของคุณ เช่นที่อยู่ ที่ทำงานปัจจุบันรวมระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา และอีกเอกสารหนึ่งคือ DS 230 I เป็นเอกสารเกี่ยวกับประวัติคุณเช่นกัน ใบนี้เซ็นทีหลังเมือเรื่องผ่านแล้ว
รวบรวมเอกสารระหว่างคอย
ระยะเวลาคอยเรื่องดูเหมือนจะเป็นช่วงที่ทรมานที่สุดสำหรับคนที่มีความรัก ดิฉันแนะนำให้คุณเอ็นจอยเวลาที่คุณอยู่เมืองไทยก่อนไปอเมริกา เพราะเมื่อคุณไปถึงอเมริกาแล้วคุณจะคิดถึงบ้านเรา ตอนนี้คุณก็บิสซี่ (keep busy) รวบรวมเอกสารและหลักฐานเตรียมไปสัมภาษณ์ ดังนี้คือ เอกสารตัวจริงตามข้างต้น คือ ใบเกิด ใบเปลี่ยนชื่อ ใบแต่ง ใบหย่า เป็นต้น ส่วนหลักฐานจะเป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าคุณแต่งงานจริงคือมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา รวม หลักฐานการติดต่อก่อนและหลังแต่งงาน เช่น จดหมายติดต่อ การ์ดวันเกิด วันวาเล็นไทน์ เป็นต้น โดยเก็บตัวจดหมายและซองที่มีไปรษณีย์ประทับตรา อีเมล์ติดต่อกัน ให้พรินท์อีเมล์ของคุณและสามีเก็บไว้ หลักฐานการส่งเงินที่สามีซัพพอร์ท รูปถ่ายคู่และหมู่และรูปถ่ายพิธีแต่งงาน การ์ดเชิญแต่งงาน (ถ้ามี) สำเนาการเดินทางที่สามีเข้าเมืองไทยมาหาคุณ เป็นต้น
รายได้สามี
เอกสารหนึ่งที่สามีต้องยื่นคือ หลักฐานการเงินว่าสามีมีรายได้พอที่จะเลี้ยงดูหรือซัพพอร์ทคุณหรือไม่ รัฐบาลไม่ต้องการให้คุณไปเป็นภาระสังคมกินสวัสดิการรัฐบาล (ตอนนี้เป็นตอนที่คุณจะรู้ว่าสามีทำงานดี มีเงินเดือนดีหรือเปล่า) ถ้าสามีมีรายได้ไม่พอตามที่กฎหมายกำหนด เขาอาจหาคนช่วยเซ็นร่วม ผู้นั้นอาจเป็นเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้องได้
วันสัมภาษณ์
วันสัมภาษณ์ คุณสามารถไปคนเดียวได้ สามีไม่จำเป็นต้องบินมา หรือสามีอาจไปสัมภาษณ์ด้วยได้ เมื่อคุณได้รับจดหมายเรียกสัมภาษณ์ คุณจะมีเวลาระหว่าง 2-4 สัปดาห์ที่จะเตรียมเอกสารตามรายการที่ระบุในจดหมาย นอกจากเอกสารที่กล่าวมาข้างต้น คุณต้องไปถ่ายรูป ตรวจร่างกายตามรายชื่อหมอที่ให้ และไปขอประวัติจากสันติบาล ถ้าคุณมีปัญหากฎหมาย คุณต้องแจ้งให้ทนายทราบล่วงหน้า ถ้าคุณเคยพยายามขอวีซ่าไปอเมริกามาก่อนและไม่ผ่าน ไม่ป็นไร แต่ทางกงสุลจะดูประเด็นเหล่านั้นว่าคุณแต่งงานจริงหรือเปล่าหรือเพียงเพื่อจะไปอเมริกา วันสัมภาษณ์ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสารและถามคำถามต่างๆเกี่ยวกับตัวคุณและสามี เช่นคุณทั้งสองรู้จักกันอย่างไร ข้อมูลและประวัติเกี่ยวกับสามี ว่ามีพี่น้องกี่คน พ่อแม่อยู่ไหน เป็นต้น ข้อสำคัญคือ ณ. วันที่ยื่นเรื่องถึงวันเรียกสัมภาษณ์ คุณไม่ควรย้ายที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์ เพราะเอกสารจะส่งไปให้คุณตามที่อยู่ตอนยื่นเรื่อง ถ้าคุณย้ายที่อยู่และไม่ได้แจ้ง เอกสารคุณอาจจะหายและคุณไม่ได้รับจดหมายนัดสัมภาษณ์ได้ เมื่อเรื่องผ่าน คุณจะกลับไปรับเอกสารและได้แสตมป์ในพาสปอร์ต และคุณสามารถเดินทางได้ทันที หรือภายใน 6 เดือน คุณจะยังไม่ได้ตัวใบเขียว คุณจะได้ใบเขียวทางไปรษณีย์ส่งไปตามที่อยู่สามีประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังจากคุณเข้าอเมริกา
ใบเขียวเงื่อนไข
ภายใต้“กฎหมายป้องกันการแต่งงานปลอม” เรียก Immigration Marriage Fraud Amendments (IMFA) ผ่านมาปี 1986 ถ้าคุณทำใบเขียวแต่งงาน และได้ใบเขียวภายในสองปีนับจากวันที่จดทะเบียนคุณจะได้ใบเขียว “ใบเขียวเงื่อนไข”หรือ Conditional Resident มีอายุ 2 ปี ซึ่งคุณและสามีต้องยื่นเรื่องด้วยกันขอใบเขียวถาวร 90 วันนับจากวันที่คุณได้ใบเขียว เมื่อเรื่องผ่านคุณถึงจะได้ใบเขียวถาวร ถ้าคุณหย่าก่อนสองปี คุณอาจจะสูญใบเขียวได้ นอกจากคุณจะยื่นเรื่องขอผ่อนผัน ซึ่งยากที่จะได้ นอกจากกรณีที่คุณถูกสามีทำร้ายร่างกาย ตบตี กรณีนี้คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวถาวรได้ด้วยตนเอง โดยสามีไม่ต้องเซ็น
ดิฉันเขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับสิทธิของคนไทยในอเมริกา รวมหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง และเล่มสอง” และหนังสือ “อยู่อเมริกา” ขอให้คุณเช็คเข้า website ของดิฉัน www.rujirat.com คุณสามารถหาซื้อหนังสือได้ในเมืองไทยค่ะ

ทำงานในอเมริกา

ตั้งแต่ดิฉันออกเว๊บไซด์ จะมีแฟนคอลัมน์เมืองไทยอีเมล์มาถามบ่อยๆ ส่วนมากก็จะเป็นคำถามอยากไปทำงานในอเมริกาได้อย่างไร
ไปทำงานในอเมริกา
ถ้าคุณต้องการไปทำงานในอเมริกาอย่างถูกต้อง มีสองวิธีคือ (หนึ่ง) ขอวีซ่าประเภททำงาน (สอง) ขอใบเขียวหรือกรีนคาร์ด ใบเขียวมีประเภทเดียว คือถ้าคุณได้ใบเขียวไม่ว่าจากการแต่งงาน หรือล็อตเตอรี่ คุณสามารถทำงานได้ในอเมริกาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
วีซ่าทำงาน
วีซ่าทำงานมีหลายประเภท (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “วีซ่าต่างชนิด”ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งบทที่สาม หัวข้อ “ระบบวีซ่า” หน้า 3-15) ตั้งแต่งานระดับโปรเฟสชันแนลถึงระดับกรรมกร ระดับโปรเฟลชันแนลยังแยกออกเป็นกรุ๊บย่อย ตั้งแต่ระดับโปรเฟลชันแนลสูง เช่น หมอ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง นักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นต้น ถึงระดับโปรเฟลชันแนลกลาง เช่นวิศวกร นักบัญชี พยาบาล ครู สถาปนิก เป็นต้น ระดับโปรเฟลชันแนลนี้คุณต้องจบปริญญาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป และควรมีประสบการณ์ในงานที่จะไปทำ ยิ่งเรียนจบสูงหรือ/และมีประสบการณ์มากยิ่งดี ระดับโปรเฟลชันแนลสูงคุณอาจขอวีซ่าด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีนายจ้างและต้องรอโควต้า ส่วนระดับโปรเฟสชันแนลกลางซึ่งเป็นระดับที่คนทั่วไปขอ คุณต้องมีนายจ้างในอเมริกาทำเรื่องให้ซึ่งอาจต้องคอยช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับโควต้า ส่วนระดับกรรมกรหรือระดับล่าง เช่น งานแม่บ้าน งานหมอนวด งานในครัวทั่วไป ช่างต่างๆ คือระดับที่ไม่ต้องจบปริญญา แต่อาจต้องมีประสบการณ์ในงานที่จะไปทำบ้างหรือไม่มีเลย ระะดับล่างนี้บางประเภทใช้เวลานานเพราะโควต้ายาว แต่บางประเภทโดยเฉพาะงานหรืออาชีพที่ขาดแคลนหรืออาชีพเฉพาะอย่าง หรืองานที่ทำเพียงบางฤดู หรือ/และขอไปเป็นกรุ๊บ เช่น ชาวนา ชาวสวน หมอนวดไทย ช่างมุงหลังคาวัดไทย เป็นต้น ชนิดนี้ขอได้เร็ว แต่ระยะเวลาวีซ่าจะสั้น ระหว่าง 6-12 เดือน แต่ต่อได้เพราะเป็นงานชั่วคราวตามฤดู หรือเป็นวีซ่าเพื่อให้ไปฝึกคนงานท้องถิ่นให้เป็นงาน
ใบเขียวทำงาน
ใบเขียวคือ ใบต่างด้าวถาวร ถ้าคุณได้ใบเขียว คุณสามารถอยู่ในอเมริกาได้ตลอดและทำงานได้ และถ้าคุณได้ระยะหนึ่ง 5 ปี คุณสามารถยื่นเรื่องขอโอนสัญชาติเป็นคนอเมริกันได้ คนงานระดับล่างจะขอวีซ่าไปทำงานได้ยากและบางที่ไม่มีกรุ๊บวีซ่าให้ เนื่องจากระดับล่างคือระดับที่ได้รายได้ขั้นต่ำ ซึ่งนายจ้างควรจะสามารถหาคนงานท้องถิ่นทำได้ง่าย ถ้านายจ้างจะยอมจ่ายเงินเดือน ขอให้คุณนึกเปรียบเทียบวีซ่าระดับล่างนี้คล้ายนายจ้างไทย ที่ไม่อยากจ่ายค่าจ้างคนงานไทย เช่นคนใช้ ช่างก่อสร้าง เนื่องจากคนงานไทยหายากหรือเล่นตัว จึงไปจ้างแรงงานพม่าจ่ายถูกๆ รัฐบาลไม่ต้องการให้แรงงานเถื่อนเข้าประเทศ ในขณะที่คนไทยว่างงานมาก ถ้านายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างสูงขึ้นหน่อนก็จะสามารถหาคนงานได้ ในอเมริกาก็เช่นกัน เนื่องจากกฎหมายแรงงานนายจ้างต้องให้สวัสดิการลูกจ้างและจ่ายโอที ซึ่งนายจ้างไม่อยากจ่าย ก็หาทางจ้างแรงงานต่างชาติเถื่อนแทนโดยไม่ให้สวัสดิการและไม่มีโอที วิธีขอวีซ่าทำงานระดับล่างได้ง่าย คืออาชีพที่ขาดแคลนและอาชีพเฉพาะอย่างที่คนงานอเมริกันทำไม่ได้ สำหรับคนไทยคือ อาชีพพ่อครัวหรือแม่ครัวร้านอาหารไทย อาชีพนี้ถือเป็นระดับล่างและหาฝรั่งทำไม่ได้ แต่มีเงื่อนไขคือพ่อครัวแม่ครัวต้องมีประสบการณ์เป็นกุ๊กอย่างน้อยสองปี อาชีพนี้สามารถขอใบเขียวทำงานได้เลยแทนที่จะขอวีซ่า โอกาสในการขอใบเขียวพ่อครัวแม่ครัวของ่ายกว่าที่คิด (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “ใบเขียวทำงาน” ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง บทที่ 4 . “ใบเขียว” หน้า 4-11)
เริ่มต้นอย่างไร
ระดับโปรเฟลชันแนลกลาง เริ่มต้นด้วยคุณต้องหางานก่อน อาจหาทางอินเตอร์เน็ท หรืออาจให้คนรู้จักในอเมริกาช่วยหางานให้ งานนั้นต้องเป็นงานที่คุณเรียนจบมาหรือ/และมีประสบการณ์การทำงานโดยทั่วไปสองปี เมื่อตกลงกับนายจ้างได้เรียบร้อยแล้ว ให้นายจ้างติดต่อทนายในอเมริกาดำเนินเรื่องขอวีซ่าให้ ระเบียบการดำเนินเรื่องขอวีซ่าแต่ละประเภทต่างกันและซับซ้อนยากที่จะสาธยายในที่นี้ และมีเงื่อนไขว่าคุณต้องทำงานอยู่กับนายจ้างที่ทำเรื่องวีซ่าให้คุณ ถ้าคุณออก ไปทำงานกับนายจ้างคนใหม่ นายจ้างคนใหม่ต้องยื่นเรื่องขอวีซ่าเปลี่ยนนายจ้างให้คุณใหม่ วีซ่าทำงานนี้คุณสามารถนำคู่สมรสและบุตรที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานพ่วงไปได้ และในอนาคตคุณสามารถทำเรื่องขอใบเขียวได้
ระดับล่าง ขอยกตัวอย่างใบเขียวพ่อครัวแม่ครัว ซึ่งเป็นใบเขียวที่ดิฉันทำมากที่สุดรองลงมาจากใบเขียวแต่งงาน คุณเริ่มต้นเช่นกัน คือ สมัครงานกับร้านอาหารไทยในอเมริกา โดยเฉพาะร้านที่อยู่รัฐที่หาคนงานได้ยากๆที่ไม่ค่อยมีคนไทยอยู่ อาจจะยอมจ้างคุณ ปัญหาคือนายจ้างกลัวว่าถ้าทำเรื่องใบเขียวให้คุณได้ คุณไปถึงแล้วจะอยู่ไม่ยืด เพราะเมื่อคุณได้ใบเขียวแล้ว คุณเป็นอิสระที่จะย้ายงานได้ไม่จำเป็นต้องอยู่กับนายจ้างที่ทำเรื่องให้คุณ (ละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญที่นายจ้างจะบังคับคนงานให้อยู่ด้วย) ฉะนั้นขึ้นอยู่กับคุณที่จะทำให้นายจ้างเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าคุณจะอยู่กับเขาไปนาน โดยทั่วไปคนที่ไปทำงานมักจะไปทำงานกับคนรู้จัก หรือคนจากจังหวัดเดียวกัน หรือมีคนแนะนำมา หรืออาจเป็นญาติพี่น้องได้ เงื่อนไขคือ คุณต้องมีประสบการณ์จริงๆคือเป็นพ่อครัวหรือแม่ครัวร้านอาหารอย่างน้อยสองปี หรืออาจเป็นเจ้าของร้านอาหารและทำครัวในร้านตัวเองอย่างน้อยสองปี ใบเขียวทำงานนี้ถ้าคุณได้ใบเขียว คู่สมรสและบุตรที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานจะได้ใบเขียวพ่วงไปพร้อมกันได้ด้วย ปัจจุบันใช้เวลาประมาณ 1 ปีขึ้นไป อาจถึงสองหรือสามปีขึ้นอยู่กับโควต้า (ทางอิมมิเกรชั่นพยายามโละโควต้าปีหน้า ถ้าโละได้หมดในปีหน้า ระยะขอใบเขียวพ่อครัวแม่ครัวจะเร็วขึ้น)
วีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียน
ตามกฎหมายวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียนห้ามทำงาน มีข้อยกเว้นคือวีซ่าท่องเที่ยวอาจไปทำงานเช่นไปอาสาสมัครสอนหนังสือตามวัด หรือบางอย่างที่คุณไม่ได้รับเงินเดือน ส่วนวีซ่านักเรียนคุณอาจขอทำงานในโรงเรียนได้ หรือฝึกงานหนึ่งปีเมื่อเรียนจบ อย่างไรก็ตามดิฉันไม่แนะนำให้คุณขอสองวีซ่านี้เพื่อไปโดดทำงาน ถ้าคุณมีวีซ่าสองวีซ่านี้แล้ว คุณอาจเข้าไปหางานได้ เมื่อหานายจ้างที่จะรับคุณทำงานแล้ว คุณค่อยติดต่อทนายทำเรื่องและขยับขยายถายหลัง แต่ระหว่างคุณอยุ่ในอเมริกาด้วยวีซ่านี้ คุณห้ามทำงาน
ใบเขียวแต่งงาน
ถ้าหลังจากอ่านจนมาถึงตรงนี้แล้ว คุณดูจะไม่จัดอยู่ในกรุ๊บทำงานใดเลย คุณอาจต้องหาทางหาแฟนฝรั่งหรือคนไทยซิติเซ่นเพื่อแต่งงาน อาชีพดิฉันจะพบฝรั่งมากที่ชอบถามให้ดิฉันหาแฟนคนไทยให้ ซึ่งดิฉันก็ไม่กล้าเพราะจะเป็นคอนฟลิกกับจะยาบรรณทนาย หาแฟนให้เสร็จทำใบเขียวแต่งงานให้ สงสัยสภาทนายความจะต้องขมวดคิ้วเพ่งเล็งแน่ และอีกอย่างถ้ามันไม่เวิ้ร์คระหว่างสามีภรรยา ดิฉันก็คงนอนไม่หลับแน่ สรุปคือ คุณที่เซิรฟเน็ทคล่องๆอาจจะพยายามหาคู่ทางอินเตอร์เน็ทได้ไม่ลำบากนัก หญิงไทยมีชื่อดีอยู่แล้ว ถ้าคุณพบคู่ทางอินเตอร์เน็ทและคุณยังไม่แน่ใจในตัวผู้ชาย แทนที่จะจดทะเบียนแต่งงาน คุณอาจทำวีซ่าคู่หมั้นไปอเมริกาก่อน เพราะเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2006 กฎหมายอิมมิเกรชั่นได้เข้มงวดระเบียบการขอวีซ่าคู่หมั้นมากขึ้น เพื่อปกป้องผู้หญิงเกรงว่าจะถูกนำไปกระทำทารุณกรรม โดยเพิ่มกฎให้มีการเช็คประวัติคู่หมั้นฝรั่งของคุณว่าเขามีประวัติคดีอาญาเคยทารุณกรรม เช่นตบตีเมียหรือแฟนมาก่อนหรือเปล่า หรือเขาเคยขอวีซ่าคู่หมั้นมากี่ครั้งแล้ว เงื่อนไขวีซ่าคู่หมั้นคือ คุณต้องได้เจอตัวกันแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสองปีก่อนก่อนยื่นเรื่อง และเมื่อได้วีซ่าคู่หมั้น วีซ่ามีอายุ 3 เดือนนับจากวันที่คุณเข้าอเมริกาและคุณต้องแต่งงานกับคู่หมั้นภายใน 90 วันนั้น คุณไม่สามารถไปแต่งานกับคนอื่นได้ ถ้ามันไม่เวิ้ร์คระหว่างคุณและเขา คุณยังมีโอกาสกลับมาเมืองไทยตั้งหลักใหม่ได้ วีซ่าคู่หมั้นนี้คุณสามารถพ่วงบุตรเล็กไปได้ (โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับวีซ่าคู่หมั้น ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 3 หน้า 3-13 และบทที่ 4 หน้า 4-15) ต้นปีนี้ดิฉันทำใบเขียวให้คู่สมรสคู่หนึ่ง คู่นี้พบกันในอเมริกาสามีฝรั่งอายุประมาณ 90 ปี ภรรยาไทยอายุรุ่นๆดิฉัน ทายอายุเองแล้วกัน คู่นี้น่ารักมากๆ ลุงแกใจดี ผู้หญิงก็น่ารักกตัญญูกับลุงสุดๆ ปัจจุบันทั้งสองครองรักกันอย่างมีความสุข แฮ็ปปี้ เอ็นดิ้ง ค่ะ ขอให้คุณโชคดีแบบคู่ตัวอย่างนี้นะคะ