สามีไม่ทำใบเขียวให้

ระหว่างที่คุณอ่านคอลัมน์นี้ดิฉันก็คงเดินหรือขี่จักรยานอยู่แถวยุโรป ยังไม่เข็ดคราวที่แล้วก็ตกจักรยานที่ เล๊ค โคโม่ อีตาลี่ (Lake Como, Italy) ดิฉันจะกลับจากเวเคชั่นวันที่ 23 พ.ค. นะคะ เซ็งจริงๆอดดู “อเมริกัน ไอเดิ้ล ฟินัลลี่” (Finale =รอบสุดท้าย) และ “เล๊กเก้อร์ส บาสเก็ตบอล” (Lakers basketball) ดูทางเน็ตก็ไม่มันเท่าดูทีวี (คุณสามารถอ่านสนุกเพิ่มเรื่อง “วัฒนธรรมกีฬาคนอเมริกัน” ในหนังสือ“อยู่อเมริกา” หน้า 30 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
สัปดาห์ที่แล้วยุ่งมากเลยไม่ได้เขียนคอลัมน์ หลังจากสัมนาที่วัดป่าวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค. ซึ่งเป็นไปด้วยดี มีผู้ฟังเต็มห้อง มีลูกความเก่า 8 ปีที่แล้ว คุณจิมมี่แวะนำช่อดอกไม้ทานตะวันมาให้ ซึ่งดิฉันชอบมากเพราะมันเหมือนคนหน้ายิ้มแฉ่งทั้งวัน (ขอบคุณมากค่ะ)
วันสัมนามีคำถามที่น่าสนใจข้อหนึ่งว่า “หญิงไทยแต่งงานกับชายอเมริกันซิติเซ่น อยู่กินกับสามีมา 6 ปี มีลูกด้วยกัน จนปัจจุบันสามีไม่ยอมทำใบเขียวให้ จะทำอย่างไร” ซึ่งกรณีนี้เข้าข่ายกฎหมาย “วาว่า” (VAWA) ซึ่งเป็นกฎหมายอิมมิเกรชั่นโดยเฉพาะปกป้องผู้หญิงที่ถูกทารุณกรรม ดิฉันมีความตั้งใจจะเขียนเรื่อง“วาว่า”สัปดาห์ที่แล้ว หลังสัมนาดิฉันกลับมานั่งศึกษาเรื่องนี้ แต่ยุ่งมากเขียนไม่ทัน เพราะเป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนไปเวเชั่น คอลัมน์หน้าคงได้คุยเรื่องเที่ยว
VAWA
คำว่า “วาว่า” (VAWA) ย่อมาจาก “ไวโอเลชั่น อเก๊นสท์ วีเม่น แอ๊กท์” (Violation Against Women Act) ในกรณีนี้ถึงแม้หญิงไทยคนนี้ไม่ได้ถูกสามีซิติเซ่นทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด แต่กรณีที่สามีไม่ทำใบเขียวให้ เพราะอาจกลัวภรรยาทิ้ง (ดิฉันเดาว่าอย่างนั้น) กรณีนี้เข้าข่าย “วาว่า” เช่นกัน ถ้าคุณเข้าข่าย “วาว่า” คุณสามารถยื่นขอใบเขียวด้วยตนเองได้โดยสามีไม่ต้องเซ็น
คุณสมบัติผู้ขอใบเขียวภายใต้วาว่า
คุณต้องอยู่ในอเมริกา ยกเว้นบางกรณี และ
คุณต้องเคยอยู่ร่วมกับสามีซิติเซ่น หรือสามีใบเขียวระยะหนึ่งอาจอยู่ที่เมืองไทย หรือในอเมริกาก็ได้ และ
สามีต้องเคยทำทารุณกรรมคุณหรือลูกคุณระหว่างสมรส และ
สามีต้องเป็นซิติเซ่น หรือถือใบเขียว ถ้าสามีถือใบเขียวและเขาทารุณกรรมคุณและได้ถูกเนรเทศออกนอกประเทศ หรือคุณได้หย่าสามีเนื่องจากเขาทำทารุณกรรมคุณ คุณยังมีสิทธิยื่นใบเขียวภายใต้วาว่าได้ และ
ข้อสำคัญคือ คุณต้องแต่งงานจริง โดยมีเจตนาที่จะอยู่กินกับสามี
อะไรคือการทารุณกรรม
ปัจจุบันศาลได้ตีความหมายลักษณะการทารุณในครอบครัวกว้างมาก ตามสถานการณ์ข้างล่างนี้เข้าข่าย “วาว่า”(คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ “ใบเขียวแต่งงาน”ได้ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 4-8 และ 4-16 และเรื่อง Domestic Violence และ Abuse ได้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง” หน้า 7-7 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน ส่วนแฟนคลับเมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
สามี “อะบิ๊วส์” คุณ (Abuse) คือ ข่มขู่ทำร้าย หรือทำร้ายคุณด้วยรูปแบบต่างๆ นอกเหนือจากทำร้ายร่างกายแล้วยังรวมถึง
(1) ทำร้ายจิตใจหรือ“อีโมชันเนิ่ล อะบิ๊วส์” (emotional abuse) รวมข่มขู่ ขืนใจ จะมากกว่าการทำร้ายจิตใจธรรมดา รวมทั้งโกหกเกี่ยวกับสถานภาพอิมมิเกรชั่นของคุณ เช่นบอกว่าคุณอยู่เถื่อนทั้งๆที่คุณได้ใบเขียวแล้ว เขียนจดหมายถึงครอบครัวคุณและเขียนเล่าใส่ความเท็จเกี่ยวกับคุณ ใช้คำศัพท์นามเรียกคุณ หยาบๆคายๆ เป็นต้น (2) ทำร้ายทางเศรษฐกิจ หรือ“อี คอ นอ มิค อะบิ๊วส์” (economic abuse) คือไม่ยอมให้คุณทำงานหรือมีปัญญาเลี้ยงตัวเอง ขู่จะแจ้งอิมมิเกรชั่นถ้าคุณทำงานรับเงินใต้โต๊ะ ไม่ยอมให้คุณไปทำงานนอกบ้าน หรือฝึกงาน หรือไปเรียนหนังสือหาความรู้
(3) ข่มขืนทางเพศ หรือ “เซ็กส์ชัวล อะบิ๊วส์” (sexual abuse) อันนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการบังคับให้นอนด้วยเท่านั้น แต่รวมไปถึงด่าทอคุณว่าเป็นผู้หญิงหากิน หรือเจ้าสาวทางอีเมล์หรือเจ้าสาวไปรษณีย์ หรือด่าทอว่าคุณมีประวัติเป็นหญิงหากิน หรือขายตัวเองเพื่อเอาใบเขียว เป็นต้น
สามี“ไอโซเหลด” คุณ (isolate) คือบังคับไม่ให้คุณออกไปไหน รวมบังคับไม่ให้ไปพบปะ คบหาสมาคมกับเพื่อนฝูง ครอบครัว หรือใครๆที่พูดภาษาไทย และไม่อนุญาตให้คุณไปเรียนภาษาอังกฤษ
สามี “อินทิมิเดท” คุณ (intimidate) คือทำให้คุณรู้สึกต่ำต้อย ไม่มีค่า เช่น เก็บ ซ่อน หรือทำลายเอกสารสำคัญญของคุณส่วนมากเ รวมทั้ง พาสปอร์ต ใบเกิด บัตรประชาชน ใบขับขี่ เป็นต้น
สามีใช้ความเป็นซิติเซ่นของเขาเหนือคุณ ข้อนี้รวมไม่ยอมยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณ หรือขู่ไม่ทำใบเขียวให้ ดึงคสให้ช้าโดยอ้างโน่น อ้างนี่ หรือยกเลิกเรื่องหรือขู่จะโทรไปยกเลิกเรื่องที่อิมมิเกรชั่น หรือขู่จะโทรไปแจ้งอิมมิเกรชั่นให้มาจับคุณทุกครั้งที่คุณทำอะไรไม่เป็นที่พอใจเขา
สามีขู่พรากลูก โดยใช้ลูกเป็นเครื่องมือ หรือขู่จะแจ้งให้อิมมิเกรชั่นมาจับลูกคุณ
เอกสารที่ต้องเตรียม
ข้างล่างเป็นรายการเอกสารที่ควรพยายามรวบรวม ยิ่งมีมากเท่าไรยิ่งดี ขอให้คุณค่อยรวบรวมเอกสาร เก็บในที่ปลอดภัย และเมื่อไรที่คุณพร้อมยื่นใบเขียว คุณจะได้มีเอกสารพร้อมก่อนไปหาทนาย
เก็บเอกสารจากตำรวจ ศาล หมอ หรืออื่นๆเกี่ยวกับการทารุณกรรม
เก็บเอกสารส่วนตัวต่างๆ และที่เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่น เช่น ก๊อปปี้ใบเขียวของสามี ทะเบียนสมรส ใบหย่า ใบมรณบัตร ใบเกิดสามี ใบเกิดคุณ ใบเกิดลูก พาสปอร์ตของคุณและลูก เป็นต้น
เก็บหลักฐานต่างๆที่แสดงว่าคุณอยู่กับสามี เช่น สัญญาเช่าบ้านบัญชีธนาคารร่วมกัยน บิลร่วมกัน อินชัวรัน ใบสำคัญการศึกษาต่างๆของโรงเรียนลูกคุณ
เก็บหลักฐานต่างๆที่แสดงว่าคุณอยู่ในอเมริกา
จดบันทึกเหตุการณ์ที่สามีทารุณกรรม วันเดิอนปี เวลา มีใครเห็นเหตุการณ์ หรือชื่อเพื่อนบ้าน และเพื่อนฝูงที่รู้เห็นเหตุการณ์ของคุณ

เลิกกันก่อนได้ใบเขียว 2 ปี

จุดเพ่งเล็งในการทำซิติเซ่น

ประกาศที่หนึ่ง
วันที่ 3 พฤษภา วันอาทิตย์เวลาบ่าย 2 โมง ดิฉันจะไปสัมนาเรื่องอิมมิเกรชั่น ที่วัดป่าธรรมชาติเมืองลา พูเอ็นเต้ (La Puente) รัฐคาลิฟอร์เนีย ซึ่งจัดโดยชมรมผู้ปกครองเด็กที่ไปเรียนภาษาไทย เชิญไปฟังกันนะคะ ดิฉันจะสัมนา 4 หัวข้อในหนึ่งชั่วโมง ต่อวีซ่าท่องเที่ยวหรือเปลี่ยนเป็นวีซ่าอื่น DREAM ACT สัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงาน และ เลิกกันก่อนได้ใบเขียวสองปี หัวข้อทั้ง 4 ได้เขียนลงคอลัมน์ที่ผ่านมาให้คุณอ่านก่อน เพื่อจะได้มีเวลาตอบคำถามได้มากขึ้น

ไข้หวัดหมูหรือ“สไวน์ ฟลู”
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับโรคระบาดหรือ “เอ๊าท์เบรค” ของ“ไข้หวัดหมู” ซึ่งดิฉันแปลตรงตัวจาก Swine Flu (Swine = หมู “ฟลู” หรือ Flu แปลว่า ไข้หวัดอย่างแรง ย่อมาจาก อินฟลูเอ็นซ่า Influenza) ซึ่งเชื่อว่าเริ่มมาจาก เม็กซิโก และเชื่อว่าได้เผยแพร่เข้ามาในรัฐคาลิฟอร์เนีย ไสวน์ฟลูเกิดขึ้นครั้งแรกประมาณปี ค.ศ. 1819 มาจากประเทศเสปน เป็นเชื้อไวรัสเริ่มต้นจากหมู จึงได้ชื่อว่า ไข้หวัดหมู หลังจากนั้นก็หายไปเป็น 100+ปี โดยมีไข้หวัดอื่นๆที่ร้ายแรงเข้ามาแทน เช่นเอเชียนฟลู และล่าสุดเบิ๊ร์ด ฟลู หรือไข้หวัดนก ไข้หวัดหมูเชื่อว่าติดต่อกันเหมือนการติดเชื้อหวัดธรรมดา ไม่น่าจะร้ายแรงถึงตาย แต่ถ้าคนที่ภูมิต้านทานน้อยก็อาจร้ายแรงถึงตายได้ ก็ไม่ต้องตื่นกลัวกันไปเลยเถิดนะคะ เพียงระวังตัวมากกว่าปกติหน่อยเหมือนระวังตัวไม่อยากติดหวัดจากคนอื่น ทางวิทยุบอกให้ล้างมือบ่อยๆ เข้าเรื่องเราเลยนะคะ
ใบเขียวสองปี
ถ้าคุณแต่งงานกับซิติเซ่นและได้ใบเขียวจากคู่สมรสซิติเซ่นภายใน 2 ปีแรก คุณจะได้ใบเขียวสองปี หรือ “ใบเขียวเงื่อนไข” เรียก “คอนดิชันเนิ่ล กรีนคาร์ด” (Conditional Green card) ที่เรียกว่าใบเขียวเงื่อนไขเนื่องจาก ทางอิมมิเกรชั่นต้องการให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้แต่งงานปลอมเพื่อทำใบเขียว ฉะนั้นเงื่อนไขคือ ถ้าคุณยังอยู่กินกับคู่สมรสสองปีนับจากวันที่ได้ใบเขียว เขาก็จะสันนิษฐานว่าคุณแต่งงานจริงคือมีเจตนาจะอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับคู่สมรส ซึ่งคุณต้องยื่นเรื่องขอยกเลิกเงื่อนไขภายใน 90 วันก่อนใบเขียวครบกำหนดสองปี โดยคุณและคู่สมรสต้องเซ็นฟอร์มร่วมกันและยื่นเรื่องพร้อมหลักฐานว่ายังอยู่ด้วยกันไปที่อิมมิเกรชั่น ถ้าเรื่องผ่าน คุณก็จะได้ใบเขียวถาวร หรือใบเขียว 10 ปี (โปรดออ่านข้อมูลเพิ่ม“ใบเขียวเงื่อนไข”ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 4-6 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
เลิกกันก่อนได้ใบเขียวสองปี
ภายใต้สิทธิรัฐธรรมนูญ คุณมีสิทธิแสวงหาความสุข “ไรท์ส ทู เพอร์สุท แฮ็ปปิเนส” (Rights to pursuit happiness) และมีสิทธิที่จะแต่งงาน “ฟรีด้อม ทู แมรี่” (Freedom to Marry) ฉะนั้นถ้าคุณมีสิทธิที่จะแต่งงาน คุณก็มีสิทธิที่จะหย่าได้ถ้าคุณไม่มีความสุข อย่าลืมนะคะว่า กฎหมายอิมมิเกรชั่นเป็นเพียงกฎหมายที่รัฐบาลกลางตั้ง แต่สิทธิรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิที่ติดมากับตัวตั้งแต่เกิด ฉะนั้นสิทธิรัฐธรรมนูญต้องอยู่เหนือกว่ากฎหมาย ฉะนั้นถ้าคุณไม่มีความสุขกับคู่สมรสซิติเซ่น หรือคู่สมรสซิติเซ่นไม่มีความสุขกับคุณ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถหย่าได้ ในกรณีนี้คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง ตราบใดที่คุณสามารถโชว์ได้ว่าคุณแต่งงานจริงโดยมีเจตนาที่จะอยู่กินร่วมกันฉันสามีภรรยา แต่การสมรสไม่“เวิ๊ร์ค” หรือถ้าคุณโดนคู่สมรส “อบิวส์” (abuse) คือทำร้ายร่างกาย หรือ/และทำร้ายจิตใจ (ทำร้ายจิตใจนี่โชว์ยากหน่อยนะคะ แต่ทำได้ค่ะ เช่น คู่สมรสดูถูก ดูหมิ่นตนหรือยันไปถึงพ่อแม่ โคตรตระกูล ด่าทอ หึงหวงบังคับให้กลับบ้านตรงเวลาไม่ให้คบกับใคร เก็บริบพาสปอร์ต เอกสารสำคัญเน่องจากกลัวคุณหนีไป ไม่ให้เกียรติคุณและทำให้คุณขายหน้าต่อหน้าคนอื่น เป็นต้น) ถ้าคุณเลิกกับคู่สมรส อย่ายื่นเรื่องด้วยตนเองนะคะ ขอแนะนำให้ทนายทำเรื่องให้ค่ะ เมื่อเรื่องผ่าน คุณจะได้ใบเขียว 10 ปี งงานอยู่กินด้วยกันจริงๆ
คู่สมรสขู่แจ้งอิมมิเกรชั่น
กรณีที่คู่สมรสโกรธแค้นที่คุณจะเลิกกับเขา และขู่ว่าจะแจ้งอิมมิเกรชั่น หรือขู่ต่างๆนาๆว่าคุณแต่งงานเพื่อเอาใบเขียว หรือยึดใบเขียวคุณเก็บไว้ คุณไม่ต้องกลัวค่ะ ถ้าคุณแต่งงานจริงและอยู่กินกับคู่สมรสฉันสามีภรรยา คำขู่เหล่านี้ในแง่กลับกันสามารถนำมาใช้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คู่สมรสทำร้ายจิตใจคุณได้ ที่เขาชอบข่มขู่แจ้งอิมมิเกรชั่นจับ ข้อเตือนนะคะว่า เมื่อคุณได้ใบเขียว โปรดถ่ายสำเนาใบเขียวด้านหน้าและด้านหลัง และเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
ทำซิติเซ่นจากใบเขียวแต่งงาน
หัวข้อนี้จะพูดถึงจุดเพ่งเล็งในการทำซิติเซ่นหลังได้ใบเขียว 10 ปี ตามกฎอิมมิเกรชั่น ถ้าคุณได้ใบเขียวจากการแต่งงานกับซิติเซ่น คุณสามารถยื่นเรื่องทำซิติเซ่นได้ 3 ปีนับจากวันได้ใบเขียวแรกโดยมีเงื่อนไขว่าคุณยังอยู่ในชีวิตสมรส ถ้าคุณไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือหย่า คุณจะไม่สูญใบเขียว 10 ปี แต่ยังทำซิติเซ่นไม่ได้ต้องรอต่อไปอีกรวม 5 ปีนับจากวันได้ใบเขียวแรก ถึงจะยื่นเรื่องทำซิติเซ่นได้ ยัง (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่ม“คุณสมบัติผู้โอนสัญชาติ”ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 5-5)
จุดเพ่งเล็งเรื่อง“อยู่ด้วยกัน”
ถ้าคุณยื่นเรื่องทำซิติเซ่น 3 ปีนับจากวันได้ใบเขียวแรก อิมมิเกรชั่นจะเพ่งเล็งว่าคุณยังอยู่กับคู่สมรสหรือไม่ ตามกฎอิมมิเกรชั่นใช้คำศัพท์ว่าคุณยังต้องอยู่ใน “แมริเท่อล ยูเนี่ยน” (marital union) ศัพท์คำนี้ตีความหมายว่ายังอยู่อยู่ในชีวิตสมรส หรือ ชีวิตสมรสยัง “ไวเอเบิ้ล” (viable) คือยังมีชีวิตอยู่ เจ้าหน้าที่ตีความหมายว่า คุณทั้งสองต้องยังอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา ฉะนั้นถ้าคุณแยกกันอยู่กับคู่สมรสถึงแม้ยังไม่ยื่นเรื่องหย่า ตามกฎอิมมิเกรชั่นทำไม่ได้ค่ะ ถึงแม้ว่าตอนคุณยื่นเรื่องทำซิติเซ่น ตัวคุณเซ็นเอกสารคนเดียวและไปสัมภาษณ์คนเดียว คู่สมรสไม่ต้องเซ็นและไม่ต้องไปสัมภาษณ์ด้วยกันก็ตาม แต่คุณต้องแสดงหลักฐานว่าคุณยังอยู่กินด้วยกันกับคู่สมรส เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมา เจ้าหน้าที่จะขุดคุ้ยเรื่องไปถึงตอนคุณทำใบเขียวแรกและใบเขียว 10 ปีว่าคุณแต่งงานจริงหรือไม่ คุณอาจเสี่ยงสูญใบเขียวได้
จุดเพ่งเล็งเรื่อง“ภาษี”
นอกจากหลักฐานเรื่องอยู่ด้วยกันแล้ว จุดเพ่งเล็งอื่นๆคือ ภาษีรายได้หรือ “อินคัมแท็กซ์” 3 ปีย้อนหลังนับจากคุณได้ใบเขียว ดิฉันมักเตือนลูกความที่ดิฉันทำใบเขียวให้ว่า โปรดทำงานรับ“เพย์โรล เช็ค” (payroll check)จากนายจ้าง อย่ารับเงินใต้โต๊ะ เหตุผลใหญ่ที่โรบินฮู้ดต้องการได้ใบเขียวเพื่อคุณจะได้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายฉะนั้นคุณก็ต้องยอมจ่ายภาษี เวลาคุณยื่นภาษีรายได้ ขอให้คุณยื่นภาษีร่วมกับคู่สมรสเป็น“จ๊อยนท์ แท็กซ์ รีเทอร์น” (Joint Tax Return) ตอนคุณทำซิติเซ่น อิมมิเกรชั่นต้องการเห็นแท็กซ์ 3 ปี จำนวนรายได้ไม่เป็นประเด็น ตราบใดที่คุณยื่นภาษี ถ้าคู่สมรสไม่ทำงานและไม่ยอมยื่นภาษี คุณสามารถยื่นภาษีลำพังคนเดียวได้ โดยเขียนสถานภาพว่าสมรสแต่ยื่นภาษีแยก คือ “แมรี่ สแตตัส ฟายลิ่ง เซ็พพาเรท แท็กซ์ รีเทอร์น” (Married status filing separate tax return)
จุดเพ่งเล็งเรื่อง“เดินทางออกประเทศ”
ณ.วันที่คุณยื่นซิติเซ่น คุณต้องกรอกรายละเอียดว่าคุณเดินทางออกนอกประเทศกี่ครั้งในระยะ 5 ปีก่อนยื่นเรื่อง คุณต้องอยู่ในอเมริกาทั้งหมดเกินครึ่งหนึ่งของ 5 ปี เท่ากับเกิน 913 วัน (365×5=1,825/2=913) และแต่ละครั้งที่คุณอยู่นอกประเทศ ไม่ควรเกิน 180 วัน เหล่านี้อาจมีข้อยกเว้น ถ้าคุณเดินทางออกประเทศบ่อย หรือออกครั้งหนึ่งเกิน 6 เดือน
จุดเพ่งเล็งเรื่อง“คดีอาญา”
ถ้าคุณมีปัญหาทางกฎหมาย หรือเคยโดนคดีอาญา ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ หรือเกิดขึ้นนานแค่ไหน คุณอาจมีปัญหาตอนทำซิติเซ่น ขอให้ปรึกษาทนาย โดยเฉพาะผู้มีคดีเกี่ยวกับเรื่องตบตีภายในครอบครัว “ดอเม็สติค ไวโอเล๊นซ์” (Domestic Violence) และยาเสพติดหรือ “ดรั๊ก” (Drugs) (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่ม“อาชญากรรมเรื่องความประพฤติ” ในบทที่ 7 “ความอาญาที่ควรรู้” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง” หน้า 7-4)
จุดเพ่งเล็งเรื่อง“ขึ้นทะเบียนทหาร”
ผู้ชายที่ได้ใบเขียวอายุระหว่าง อายุ 18-26 ปีต้องขึ้นทะเบียนทหารเรียก “ซีเล็กทีฟ เซอร์วิส เรจิสเตรชั่น” (Selective Service Registration) ถ้าไม่ได้ขึ้นทะเบียนและอายุเกินแล้ว คุณต้องให้เหตุผลขอผ่อนผัน
ถ้าคุณมีปัญหาใดปัญหาหนึ่งข้างต้นนี้ ขอให้ปรึกษาให้ทนายทำเรื่องซิติเซ่นให้นะคะ อย่าพยายามยื่นเรื่องเอง
เจอกันวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค. บ่ายสองนี้ที่วัดป่าธรรมชาตินะคะ