25 ปีที่ดิฉันเป็นทนาย

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ซอรี่ค่ะส่งความสุข “เลด”(late)มาก ดิฉันอยู่เมืองไทยเดือนธันวา กลับมาก็หลังปีใหม่ เพิ่งจะเก็บงานและติดต่อลูกความเสร็จ เริ่มเรื่องอิมมิเกรชั่นก่อนนะคะ มีลูกความที่มีนัดสัมภาษณ์ที่อิมมิเกรชั่นเดือนนี้ถามมาว่าถ้ารัฐบาล“ชัตดาวน์”คือปิดทำการอีกปลายสัปดาห์นี้ตามที่ “ทรัมพ์” ขู่ จะมีผลกับนัดสัมภาษณ์เขาไหม ตอบ ไม่มีค่ะ เพราะเงินเดือนเจ้าหน้าที่ของอิมมิเกรชั่นไม่ได้มาจากงบของรัฐบาล แต่ได้มาจากค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นที่พวกคุณจ่ายค่ะ

เมื่อวานนี้ดิฉันได้“จั๊งค์”(junk) อีเมล์ หรืออีเมล์ขยะ โฆษณาขายสินค้าคือ“แพล็ก” (plaque) เป็นโล่แขวนโชว์บนกำแพงว่า ดิฉันเป็นสมาชิกสภาทนายความมาครบ 25 ปีเพื่อให้ลูกความทึ่ง หรือ“อิมเพรส” (impress) “ว่าว” เท่ากับว่าดิฉันเริ่มทำงานปี ค.ศ. 1994 ตัวเองยังไม่เคยนับเลยเนี่ย

Your 25th Anniversary…Sure To Impress

Rujirat Totari

Congratulations!

Your Member of the Bar Anniversary is a significant milestone. It showcases your years of hardwork…proven experience.
Click here to Get My Plaque Now

25 ปีที่ผ่านมา

จากปี 1994 มาถึงวันนี้ ดิฉันเริ่มเขียนบทความทันทีในปีแรกที่เป็นทนาย เพราะติดต่อ น.ส.พ. ไทยเพื่อลงโฆษณา ตอนนั้นมีสยามมีเดียและเสรีชัย แต่ไม่มีสตังมากนัก เลยตัดสินใจว่าถ้าเขียนคอลัมน์กฎหมายเท่ากับได้โฆษณาตัวเองฟรี จึงเขียนคอลัมน์แรกลงวันที่ 6 กันยาปี 1994 โปรดอ่าน “คอลัมน์แรก” ค่ะ หลังจากนั้นดิฉันก็ขยันเขียนมาตลอดทุกสัปดาห์เกือบ 20 ปีจนถึงต้นปี 2014 ดิฉันไปเรียนเป็นครูสอนโยคะคอร์สสอง 300 ชั่วโมง(คอร์สแรก 200 ชั่วโมงเรียนปี 2010) ใช้เวลา 9 เดือน เรียนจริงๆ 27 วัน แต่แบ่งเป็น 3 session ต้องไปกินนอนที่อาศรม 9 วันทุก 3 เดือนระหว่าง 3 เดือนที่หยุดนั้นการบ้านแต็มเพียบ ตอนนั้นดิฉันเป็นทนายฟูลไทม์ โยคะฟูลไทม์ คือไปยิมทำโยคะ 6 วันและสอนโยคะ 3 วันต่อสัปดาห์ เครียดมาก เลยตัดสินใจพักงาน 1 ปีเรียนให้จบแล้วค่อยว่ากันใหม่ ดิฉันหยุดเขียนคอลัมน์ประจำมาตั้งแต่นั้นและเลิกรับโทรศัพท์ หนึ่งปีให้หลังเรียนจบแฮ็ปปี้ แต่คิดถึงลูกความเลยค่อยๆกลับไปรับงาน ปัจจุบันจัดเวลาให้ตัวเองได้แล้ว ทำกฎหมายรับ 2-3 เคสต่อเดือน ไปโยคะที่ยิมและวัดอินเดีย 6 วันและสอนโยคะที่บ้าน 3 วันต่อสัปดาห์ (สอนฟรีค่ะ) ไปเรียนภาษาสแปนิชภาคค่ำ 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ( เรียนมาได้ 2 ปีแล้วค่ะ) และยังมีเวลา ให้ครอบครัว เพื่อนๆและตัวเองอีกด้วย  ครูโยคะอินเดีย เคยพูดเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการประสบความสำเร็จ “ซักเซส” (success) และการบรรลุเป้าหมายด้วยความอิ่มเอิบใจ “ฟูลฟิลเม๊นท์” (fulfilment) ดิฉันคิดว่าใน 25 ปีที่ผ่านมานี้ ชีวิตดิฉัน “fulfil” มากๆ ดิฉันไม่จำเป็นต้องมี“แพล็ก”ไว้ “อิมเพรส” (impress) ใครหรอกเนอะ

ส่งความสุขปีใหม่นี้ให้แฟนๆคอลัมน์ ขอให้คิดและทำในสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข

คอลัมน์แรกค่ะ

9/6/94

คนไทยกลัวถูกซู

ดิฉันได้เริ่มเขียนบทความไปได้หลายหน้า ยิ่งเขียนยิ่งบานปลาย ในที่สุดดิฉันถามลูกค้า“คุณประกอบ”ว่าคนไทยจะสนใจเรื่องกฎหมายไหม คุณประกอบตอบว่า “สนซี่ เพราะคนไทยกลัวถูกซู” ดิฉันเลยนึกจะเขียนข้อความขึ้นหัวเรื่อง “จะหลีกเลี่ยงการถูกซูได้อย่างไร” แต่เปลี่ยนใจ เพราะขอตอบเลยว่า มีวิธีเดียวที่คุณจะเลี่ยงได้คือถ้าคุณมีแต่ตัว จะไม่มีใครอยากซูคุณ แต่ถ้าคุณมีทรัพย์สมบัติหรือคุณมีประกัน จะเป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยงการถูกซู

คำแนะนำที่ดิฉันจะให้คือ คุณควรมีความรู้ทั่วไปทางกฎหมาย หรือถ้าสิ่งใดที่คุณไม่แน่ใจว่าถูกหรือผิดกฎหมาย ก็ใช้สามัญสำนึกตัวเองว่าคุณสบายใจไหมถ้าทำสิ่งนั้น และคุณสามารถประกาศให้คนทั้งโลกรู้โดยไม่ปิดบังได้ไหม เพราะกฎหมายก็คือ ระเบียบความประพฤติของปวงชน เพราะถ้าคุณหวาดระแวงกลัวถูกซูไปเสียหมด คุณก็คงประสาทกินตาย เพราะในสังคมนี้ ไม่ว่าคุณจะระวังตัวอย่างไรก็ไม่วายที่จะถูกซูได้ถ้าคุณมีทรัพย์สมบัติ

คดีแม็กโดนัลด์กับกาแฟร้อน

คุณคงได้ยินข่าวเร็วๆนี้ที่หญิงแก่วัย 79 ปีซูแม็กโดนัลด์ เธอซื้อกาแฟจากแม็กโดนัลด์ที่เมืองอัลเบอร์เคอคี รัฐนิวเม็กซิโก เธอหนีบถ้วยกาแฟไว้หว่างขาและพยายามเปิดฝา ขณะที่ลูกชายกำลังขับรถ กาแฟหกไหม้ขา หว่างขา และตะโพก ตามระเบียบการของแม็กโดนัลด์ กาแฟร้อนต้องมีอุณหภูมิ 180 องศาฟาเรนไฮ๊ท์ ซึ่งมากกว่ากาแฟร้อนตามบ้านซึ่งมีอุณหภูมิเพียง 135-140 องศา เพราะกาแฟร้อนมากกว่าปกติ และไม่มีคำเตือนติดไว้ที่ถ้วยกาแฟ เธอชนะคดี ลูกขุนตัดสินให้แม็กโดนัลด์จ่ายค่าเสียหาย 2.9 ล้านเหรียญ เป็นค่าเสียหายและค่าปรับสินไหม (punitive damages) ค่าปรับสินใหมจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ร้ายแรงและความมั่งคั่งของจำเลย (หมายเหตุ ค่าเสียหายที่ตกลงยินยอมกันเพื่อเลี่ยงการอุทธรณ์และคดียืดเยื้อ ประมาณ $78,000)

คดีนี้เป็นคดีที่ไม่น่าเกิดขึ้นหรือโจทก์ก็ไม่น่าจะชนะ เพราะถ้าสถานะการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับตาสี ตาสา ป้าคนนี้แกก็คงไม่ซู หรือจะพูดให้ถูก ก็คือไม่มีทนายยอมซู แต่แม็กโดนัลด์เป็นยักษ์ใหญ่มีเงินหนา (deep pocket) ใครๆก็อยากซู

หรืออาจเป็นเพราะว่า ตัวแม็กโดนัลด์เองถือว่าตัวเป็นยักษ์ใหญ่ อะไรนิดอะไรหน่อยก็จะซูคนอื่นเช่นกัน เร็วๆนี้แม็กโดนัลด์ได้ไปขู่จะซูเจ้าของร้านขายกาแฟเล็กๆคนหนึ่ง นาง Elizabeth McCaughey (อ่านออกเสียง แม็กคอฟฮี่) ที่เมือง Half moon bay แถว San Francisco เธอตั้งชื่อร้านขายกาแฟตามนามสกุลเธอเองว่า McCoffee (แม็กคอฟฟี่) แม็กโดนัลด์บังคับให้เธอเปลี่ยนชื่อร้านใหม่ เพราะเขาไม่ต้องการให้เธอใช้คำว่า “Mc” (แม็ก) ซึ่งไปใกล้เคียงกับเมนูของเขา เช่น บิ๊ก แม็ก หรือ เอ็กแม็คมัฟฟิน ฯลฯ เธอต้องยอมเปลี่ยนชื่อร้าน

นี่ก็เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นกัน ที่ยักษ์ใหญ่อย่างแม็กโดนัลด์จะไปสนว่าร้านขายกาแฟเล็กๆในเมืองเล็กๆ จะไปเป็นคู่แข่งหรือสร้างปัญหาให้เขา หรือเขาเพียงแต่จะรังแกผู้น้อย

ถ้าคุณเชื่อทางด้านศีลธรรมที่ว่า ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว “ทุกขโตทุกขถานัง” มันก็อาจเป็นไปได้ หรือคุณคิดว่าอย่างไร???

วันรับปริญญากฏหมาย Juris Doctor Degree ปี 1994             ประสบความสำเร็จ (SUCCESS)
บรรลุเป้าหมาย  (FULFILMENT) หน้ามาบุญครอง Sky walk ธันวา 2018                    

วันรำลึกถึงการขอบคุณ (Thanksgiving Day)

ดิฉันตั้งใจที่จะเขียนคอลัมน์นี้ให้เสร็จก่อนวัน “แต๊งส กิฟวิ่ง” (Thanksgiving) หรือวันรำลึกถึงการขอบคุณ ซึ่งตรงกับตรงกับวันพฤหัสที่  22 พฤศจิกายน ที่พึ่งผ่านไป แต่เขียนไม่เสร็จสักทีเพราะมีเรื่องสลดใจเกิดขึ้นหลายเรื่อง เริ่มต้น คือเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ 2 แห่ง เกิดขึ้นวันที่ 8 พ.ย. ในรัฐคาลิฟอร์เนียไฟ “วูลซี่ ไฟร์” (Woolsey) และไฟ “แคมป์ ไฟร์”  (Camp Fire) “วูลซี่ ไฟร์” ครอบไป 3 เขต “เคาน์ตี้” รวม “ลอสแอนเจลิส” “เว็นทูร่า” และ “แซนเฟอร์นานโด” (Los Angeles, Ventura, San Fernando Counties) พื้นที่ประมาณ 96,949 เอเคอร์(390,000 ตารางกิโลเมตร) เรียกชื่อ“วูลซี่ ไฟร์”  เนื่องจากบ่อเกิดไฟจากถนนชื่อ “วูลซี่ แคนเนียน” (Woolsey Canyon Road) เมือง “ซิมี่ แวลเลย์” (Simi Valley) ไฟไหม้ อยู่ 2 สัปดาห์ ณ.วันนี้ไฟดับได้ 96% บ้านมากกว่า 1800 หลังโดนไหม้หมด ดูรูป 1

รูป 1 Woolsey Fire มองจากเขตเมือง “มาลิบู” (Malibu)

ส่วนไฟ  “แคมป์ ไฟร์” (Camp Fire) เกิดวันเดียวกันวัน 8 พ.ย. อยู่ทางตอนเหนือของรัฐคาลิฟอร์เนีย จุดต้นเหตุไฟเกิดบนถนนชื่อ “แคมป์ ครีก” (Camp Creek Road) ไฟ“แคมป์ ไฟร์” ลามเร็วมากเพราะเป็นไฟป่า ได้ะกวาดเมืองเล็กๆชื่อ “พาราได๊ส์” บางครั้งเรียก “พาราไดซ์ ไฟร์” ทั้งเมืองตอนนี้แทบจะเป็นเมืองร้าง แถบนี้เกิดไฟไหม้บ่อยเพราะอยู่ใกล้ป่า และแห้งแร้งมากเนื่องจากขาดฝน ผู้คนตาย 88 คน อีก 196 คนสูญหาย ยังหาไม่พบ ตึกธุรกิจและบ้าน 18,000+ หลังถูกไหม้หมด แถบนี้คนรีไทร์อยู่มากพวกเขาจะอยู่บ้าน “โมบิล โฮม” (Mobile Homes) หรือบ้านเคลื่อนที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีประกันไฟ น่าสงสารมากที่หลายครอบครังกลายเป็นผู้ไร้บ้านไป “โฮม เลส” (Homeless) กินใจดิฉันมาก ฟังชื่อเมืองก็สะท้อนใจแล้ว “พาราได๊ส์” (Paradise = สวรรค์) ทั้งเมืองมีพลเมืองประมาณ 27,000 คน ประเมินว่าต้นไม้กว่า 129 ล้านไหม้หมด ตอนนี้ไฟเพิ่งดับได้หมด

Camp Fire หรือ Paradise Fire ในเมืองพาราไกซ์

วันรำลึกขอบคุณ “Thanksgiving”

ดูรูปที่เศร้าทั้งสองรูป มาดูรูปที่ดิฉันถ่ายที่สัญญาคอลัมน์ที่แล้วว่าจะถ่ายรูใบไม้ร่วงให้ดู เอาว่าดู สัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วงแล้วกันนะคะ เวลาออกไปเดินเช้า ดิฉันชอบเก็บใบไม้ดอกไม้ร่วงของเหล่านี้มาแต่งบ้าน ปีนี้เป็นปีดิฉันเพิ่งเข้าถึงความหมายลึกซึ้งของวัน “แต๊งส กิฟวิ่ง” ซึ่งเมื่อก่อนจะเห็นเป็นเพียงแค่วันหยุดราชการและวันช็อปปิ้ง อีกอย่างดิฉันจะ

คิดว่าเป็นวันทางศาสนา เพราะเมื่อก่อนจะแปลว่า เป็น “วันขอบคุณพระเจ้า” แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ใช่วันขอบคุณพระเจ้าเท่านั้น แต่เป็นวันที่เรารำลึกนึกถึงบุญคุณและขอบคุณ ทุกคนที่ผ่านมาในชีวิตเรา ไม่ว่าจะในแง่บวก หรือลบ ให้หรือรับ ทุกคนมีผลต่อความเปลี่ยนแปลงหรือการหันเหของชีวิตเรามาจน ณ. วันนี้

สัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วง

ประวัติของวัน Thanksgiving

สัญลักษณ์ของวัน Thanksgiving คือไก่งวง ดิฉันพึ่งรู้ที่มาประวัติประเพณีช่วยชีวิตไก่งวงของทำเนียบขาว (เขาใช้คำว่า “อภัยโทษ” หรือ “พาร์ดอน” (pardon) ไม่ทราบทำไมใช้คำนี้ ไก่งวงไม่ได้ทำผิดอะไรสักหน่อย) วันนี้คุยเรื่องเบาๆกัน

ที่มาของวัน Thanksgiving มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1620 (พ.ศ.2163) พวกนักแสวงบุญเรียก “พิลกริม” (Pilgrims) ด้วยความช่วยเหลือจากพวกทำธุรกิจที่ไปบุกเบิกก่อนหน้าแล้ว พวกเขาล่องเรือชื่อ “เมย์ ฟลาวเว่อร” (Mayflower) ไปประเทศใหม่ “อเมริกา” เมื่อไปถึงท่า “พลีมัทส์ ร็อค” (Plymouth Rock) รัฐแม็สสาจูเซ็สท์ (Massachusetts) เป็นเดือนกันยายน อากาศหนาวมากพวก“พิลกริม” ตายไป 46 คน พวกคนท้องถิ่นอินเดียนแดง 91 คนได้ช่วยชีวิตพวกเขา และได้สอนวิธีปลูกพืชผล เช่นข้าวโพด และเลี้ยงสัตว์ หน้าหนาวปีต่อมา ปี ค.ศ. 1621 (พ.ศ.2164) พืชผลออก พวกพิลกริมและพวกอินเดียนแดง จึงได้มีการกินฉลอง 3 วัน  3 คืน สองปีต่อมา ปี ค.ศ. 1623 (พ.ศ.2166) ผู้ว่าของรัฐ “นิว อิงแลนด์” (New England) ได้ประกาศการสิ้นสุดของความแล้งและอดหยาก ท่านได้เรียกร้องให้ผู้คนอดอาหารทางศาสนาและรำลึกขอบคุณพระเจ้า เรียก Days of Fasting and Thanksgiving ปี ค.ศ. 1789 (พ.ศ.2332)  ประธานาธิบดี “จอร์จ วอชิงตัน” (George Washington) หลังจากได้ปฏิวัติจากการปกครองของอังกฤษสำเร็จ ได้ประกาศวัน Thanksgiving เป็นวันหยุด เรียกร้องให้คนอเมริกัน แสดงออกถึงการขอบคุณ ถึงผลสรุปของการปฏิวัติและที่ประเทศได้ประกาศอิสรภาพ

ประวัติอภัยโทษไก่งวง

วันที่ 3  ตุลาคม ค.ศ. 1863  (พ.ศ. 2406) มาถึงสมัยประธานาธิบดี “เอบราฮัม ลินคอล์น” (Abraham Lincoln) ท่านเป็นคนกำหนดวัน Thanksgiving วันพฤหัสที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายน เรียกว่าวันแสดงความขอบคุณและสรรเสริญหรือสวด เรียก A Day of Thanksgiving and Praise  ปีนั้นมีชาวนาส่งไก่งวงไปให้ครอบครัวท่านที่ทำเนียบขาว เพื่อให้เสริฟอาหารเย็นวัน Thanksgiving ลูกชายคนเล็กของท่านชื่อ “แท๊ด” (Tad) อายุ 10 ขวบ ตั้งชื่อไก่งวงว่า แจ๊ค Jack เล่นกับไก่งวงเป็นสัตว์เลี้ยง เจ้า“แจ๊ค”ก็ยอดเชื่องเดินตาม“แท๊ด”รอบทำเนียบ ใกล้วัน Thanksgiving ทันทีที่“แท๊ด” รู้ว่าเจ้า“แจ๊ค”จะถูกฆ่าเป็นอาหารเย็น “แท๊ด”วิ่งไปหาพ่อซึ่งกำลังประชุมอยู่ในสภา ร้องไห้และขอร้องพ่อไม่ให้ฆ่า ท่าน “ลินคอล์น” ก็เลยเขียนคำสั่งอภัยโทษไม่ให้ฆ่าเจ้า“แจ๊ค” “แท๊ด”รีบวิ่งเอาใบคำสั่งไปให้พ่อครัว แฮ็ปปี้ เอ็นดิ้ง! เลยกลายเป็นประเพณีอภัยโทษไก่งวงทุกปีตั้งแต่นั้น

ปีนี้ ปธน ทรัมพ์ ปล่อยไก่งวง 2 ตัว ชื่อ Peas และ Carrots
Peas และ Carrots

Thanksgiving Dinner บ้านดิฉันค่ะ ทั้งหมด 15 คน ไม่ทำไก่งวง ทำข้าวมันไก่ และ สแปร์ริบส์ (Spare Ribs)

คอลัมน์นี้เป็นคอลัมน์สุดท้ายของปีนี้ค่ะ  ขอบคุณทุกๆคนนะคะที่ผ่านมาในชีวิตดิฉัน สวัสดีปีใหม่ 2019 ล่วงหน้าค่ะ