“ไทม์ไลน์”ในการขอใบเขียวภายใต้โควต้า

ประกาศ ผลงานของดิฉันทั้งหมดมีหนังสือ 6 เล่มดังนี้ “รวมคอลัมน์กฎหมายเล่ม 1 เล่ม 2 เล่ม 3 ซึ่งรวมคอลัมน์เขียนลงเสรีชัยแต่ละสัปดาห์มีเนื้อหาสาระทั่วไปด้านกฎหมาย ทั้งสามเล่ม $60 หนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่ม 1 และเล่ม ,2 ฉบับ update เล่มละ $45 ให้ความรู้กฎหมายทั่วไปรวม กฎหมายอิมมิเกรชั่น กฎหมายเกี่ยวกับนายจ้างและลูกจ้าง แลนด์ลอร์ดและผู้เช่า บ้านและที่ดินการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในเมืองไทย กฎหมายครอบครัวและหย่าร้าง หนี้สินและเครดิตคาร์ด มรดกพินัยกรรม และลิฟวิ่งทรัสต์ ศาลและคดีอาญาต่างๆ และหนังสือเล่มใหม่ล่าสุดชื่อ “อยู่อเมริกา” เล่มละ $35 ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอเมริกา ความเป็นอยู่และสังคมของคนอเมริกัน เพื่อให้คุณเข้าใจคนอเมริกัน ความนึกคิดของเขา และรู้จักสังคมอเมริกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถดำรงชีวิตประจำวันอยู่ในอเมริกาง่ายขึ้น
เดือนก.ค.ที่ผ่านมาดิฉันเขียนถึงระยะเวลาหรือไทม์ไลน์ในการขอใบเขียวแต่งงานในอเมริกา และขอใบเขียวผ่านกงสุลในเมืองไทย มีแฟนคอลัมน์โทรมาถามเรื่องขอใบเขียวครอบครัวว่าทำไมเรื่องถึงช้าเป็นปีๆหลังจากได้ใบ “แอ็พพรูฟเวิ้ล” ก็ขอเคลียร์ไทม์ไลน์หรือระยะเวลาในการรอใบเขียวกรุ๊บอื่น

กรุ๊บใบเขียวครอบครัว
ผู้ที่เป็นซิติเซ่นหรือผู้ถือใบเขียวสามารถแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่ คู่สมรส บุตร และพี่น้อง เพื่อนำมาอยู่ด้วยได้ (คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับใบเขียวครอบครัว ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 4 หน้า 4-8) ตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นได้แบ่งใบเขียวครอบครัวออกเป็น 5 กรุ๊บ โดยแบ่งตามความสัมพันธ์จากใกล้ชิดถึงห่างออกไป ดังนี้

กรุ๊บแรกเรียก “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” คือกรุ๊บที่ใกล้ชิดกับตัวซิติเซ่นผู้ขอมากที่สุด คือคู่สมรส พ่อแม่ และบุตรที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานหรือหย่าแล้ว รวมลูกเลี้ยงและบุตรบุญธรรม ลูกเลี้ยงหรือ step child คือลูกติดจากคู่สมรส เมื่อซิติเซ่นแต่งงาน และคู่สมรสทีลูกติด เด็กถือเป็น step child ซิติเซ่นสามารถยื่นเรื่องทำใบเขียวให้เด็กได้ โดยมีเงื่อนไขว่า ซิติเซ่นต้องจดทะเบียนสมรสกับพ่อหรือแม่เด็กก่อนเด็กอายุ 18 ปี ส่วนลูกบุญธรรมซิติเซ่นต้องทำเรื่องรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเสร็จสิ้นก่อนเด็กอายุ 16 ปี กรุ๊บ“อิมมีเดียท เรเลทีฟ”นี้จะขอใบเขียวได้เร็วประมาณ 4-8 เดือน ตามไทม์ไลน์ที่ลงในคอลัมน์สัปดาห์ที่ 7/29/2006 และ 7/15/2006 เพราะกรุ๊บนี้ ไม่จัดอยู่ในระบบโควต้า จึงไม่ต้องคอยนาน

กรุ๊บสองถึงกรุ๊บห้าเรียก “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” โดยแบ่งเป็นกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์หนึ่ง สอง สาม และสี่ ทั้งสี่กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็ซ์อยู่ภายใต้ระบบโควต้า (คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับใบเขียวครอบครัว ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 4 หน้า 4—6 หัวข้อ ระบบโควต้า)แต่ละปีอิมมิเกรชั่นกำหนดจำนวนโควต้าใบเขียวแต่ละกรุ๊บ แต่ละกรุ๊บไม่กี่หมื่นใบต่อปีและต้องเฉลียให้แต่ละประเทศ เมื่อมีคนขอใบเขียวแต่ละกรุ๊บมากกว่าจำนวนใบเขียวในปีนั้นๆ คนที่ยื่นเรื่องมาก่อนก็ได้ก่อน คนมาทีหลังก็ตกรุ่นไปใช้โควต้าของปีถัดไป ปัจจุบันใบเขียวแต่ละกรุ๊บมีคนขอมากเกินโควต้า จึงต้องคอยกันหลายปี คุณสามารถเช็คระยะเวลาว่าต้องคอยนานเท่าไร โดยเช็คเข้าไปที่เว๊บไซด์ของรัฐบาล www.travel.state.gov และคลิกเข้าไปที่ visa bulletin เว๊บไซด์นี้จะ update แต่ละเดือน

กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์หนึ่ง คือกรุ๊บลูกของซิติเซ่นที่อายุเกิน 21 ปีที่ยังไม่แต่งงาน หรือหย่าแล้ว
กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สอง กรุ๊บนี้แบ่งย่อยออกเป็น 2A และ 2B กรุ๊บ 2A คือกรุ๊บคู่สมรสของผู้ถือใบเขียว และลูกของผู้ถือใบเขียวที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานหรือหย่าแล้ว ส่วนกรุ๊บ 2B คือกรุ๊บลูกของผู้ถือใบเขียวที่อายุเกิน 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานหรือหย่าแล้ว หมายเหตุ ผู้ถือใบเขียวไม่สามารถยื่นเรื่องให้ลูกที่แต่งงานแล้วหรือพ่อแม่ได้
กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สาม คือกรุ๊บลูกของซิติเซ่นที่แต่งงาน อาจจะอายุต่ำกว่าหรือเกิน 21 ปีได้
กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สี่ คือกรุ๊บพี่หรือน้องของซิติเซ่น
VISA BULLETIN/PRIORITY DATE
วิธีเช็คระยะเวลาทำใบเขียวของแต่ละกรุ๊บ คุณสามารถเช็คออนไลน์ได้ โดยเช็คเข้าไปที่เว๊บไซด์ www.travel.state.gov และคลิกเข้าไปที่ visa bulletin คุณจะเห็นเป็นตาราง มีทั้งหมด 6 คอลัมน์ คอลัมน์แรกทางซ้ายมือสุดจะระบุกรุ๊บครอบครัว (family) 1st กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์หนึ่ง 2nd คือกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สอง 3rd คือกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สาม 4th คือกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สี่ คอลัมน์ที่สองเขียน All Chargeability Areas Except Those Listed อันนี้คือซิติเซ่นทุกประเทศยกเว้นประเทศในคอลัมน์ 3,4,5,และ 6 ฉะนั้นเราคนซิติเซ่นประเทศไทยจะจัดอยู่ในคอลัมน์นี้ วิธีอ่านคือ ให้คุณดูวันเดือนปีในคอลัมน์สอง ตัวอย่าง ในกรุ๊บ 1st คือ กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์หนึ่ง .เดือนสิงหาคมปี 2006 อิมมิเกรชั่นกำลัง process เคสที่ยื่นเรื่องเดือน 1 มกราคม 1998 หมายความว่าถ้าคุณที่เป็นซิติเซ่นยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ลูกที่อายุเกิน 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานเดือนนี้สิงหาคม 2006 คุณกะคร่าวๆว่าคุณจะต้องคอยประมาณ 8 ปี ถ้าเคสขยับทีละเดือน แต่อาจช้าหรือเร็วกว่านี้

ไทม์ไลน์ในการขอใบเขียวกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์
เมื่อคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวให้สมาชิกในครอบครัวภายใต้ 4 กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์นี้ คุณต้องยื่นเรื่องสองเสต็ป เสต็ปแรกคือยื่นคำร้อง I-130 เข้าไปที่อิมมิเกรชั่นก่อน เมื่อยื่นเรื่องเข้าไป ประมาณ 2-3 สัปดาห์คุณจะได้ใบตอบรับหรือ Notice of Action ในใบตอบรับ คอลัมน์ทางด้านซ้ายมือบนสุดจะมี Receipt number จะเป็นนัมเบอร์เคส เมื่อคุณต้องการติดต่อเช็คเคส คุณต้องระบุนัมเบอร์นี้ และคอลัมน์ถัดลงมาซ้ายมือ เป็น Receipt date คือวันที่ทางอิมมิเกรชั่นได้รับเรื่องของคุณทางไปรษณีย์ และคอลัมน์ถัดลงมาเป็น Notice date เป็นวันที่ๆทางอิมมิเกรชั่นรับเคสคุณเข้าระบบโควต้า เรียก Priority date คุณจะใช้วันนี้เป็นไกด์ไลน์เช็คเคส เมื่อเช็คเคสเข้า Visa Bulletin

หลังจากนั้นคุณจะไม่ได้ยินอะไรจากอิมมิเกรชั่นเป็นปี ระหว่าง 1-4 ปี ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่กรุ๊บใด และวันหนึ่งคุณก็จะได้ใบตอบรับคล้ายใบแรกเป็น Notice of Action แต่เป็นใบ “แอ็พพรูฟเวิ้ล” เคสคุณ (ถ้าตอนนี้เขาขาดเอกสาร เขาก็จะขอมา) ถ้าเอกสารของคุณครบหมด คุณจะได้รับ Approval หลังจากได้แอ็พพรูฟเวิล ไม่ได้หมายความว่า คุณจะได้ใบเขียวเร็วๆนี้ คุณต้องเช็คเข้าไปที่ Visa Bulletin ว่าตอนนี้เขากำลังทำเคสปีไหน และดูวัน Notice Date ของคุณว่าใกล้จะถึงหรือยัง

หลังจากได้ใบ Notice of Approval อีกประมาณ 2-3 เดือนต่อมา คุณควรจะได้รับซองใหญ่จาก National Visa Center เรียกเก็บค่าใบเขียวและค่าตรวจรายได้ของสปอนเซ่อร์ ปัจจุบันเป็นจำนวน $380 และ $70 หลังจากคุณส่งมันนี่ ออร์เด้อร์สองจำนวนนี้แล้ว ประมาณ 2-4 สัปดาห์คุณจะรับซองใหญ่มีเอกสารของสปอนเซ่อร์ I-864 และฟอร์มอื่นๆ ให้ผู้ยื่นและตัวเบเนฟิเชียรี่เซ็น ตอนนี้คุณต้องยื่นภาษีของสปอนเซ่อร์ เมื่อคุณยื่นเอกสารกลับไปที่ National Visa Center และเอกสารคุณครบหมด คุณควรจะได้รับใบตอบรับอีกประมาณ 1 เดือน ว่าทุกอย่างผ่านเรียบร้องแล้ว และทาง National Visa Center ได้ส่งเรื่องไปกงสุลอเมริกันในเมืองไทย

ตอนนี้คุณต้องเช็คไปที่ Visa Bulletin เช็คว่าโควต้าของคุณมาถึงหรือยัง เช่นถ้าคุณอยู่ในกรุ๊บหนึ่งและคุณยื่นเรื่องเข้าไปปี 2001 ปัจจุบันกรุ๊บหนึ่งกำลัง “พรอเซส” เคสของปี 1998 แสดงว่าเรื่องคุณยังต้องคอยไปอีกเกือบ 3 ปี ฉะนั้นจะเห็นว่าระยะเวลาหรือไทม์ไลน์ของใบเขียวกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ใช้เวลานาน ฉะนั้นคุณถึงควรรีบยื่นเรื่องเร็วที่สุดเพื่อคุณจะได้ priority date ล็อคไว้ และในระหว่างคอยเรื่อง ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนไป เช่นคุณที่มีใบเขียวได้เป็นซิติเซ่น หรือลูกซิติเซ่นที่แต่งงานแล้วเกิดหย่า หรือลูกโสดแต่งงาน เป็นต้น เคสของคุณจะปรับขึ้นหรือลงไปอยู่กรุ๊บอื่น โดยที่คุณยังคง priority date อันเดิมไว้

เรื่องกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์นี้เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้กฎหมายใหม่ที่กำลังถกกันอยู่ในสภาสะดุด เพราะผู้แทนหลายคนว่ามันไม่แฟร์ที่คนที่แอ็พพลายขอใบเขียวอย่างถูกกฎหมายต้องคอยใบเขียวหลายปี แต่อยู่ดีๆจะให้ใบเขียวโรบินฮู้ดที่อยู่แบบ “อิลลีเกิ้ล” จึงถกกันว่าจะต้องโละพวกใบเขียวกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ให้ก่อน โดยยืมโควต้าที่จะให้ใบเขียวพวกโรบินฮู้ดภายใต้กฎหมายใหม่มาใช้ก่อน โดยให้แต่ใบทำงานและให้พวกนี้รอใบเขียวไปก่อนฉะนั้นถ้ากฎหมายผ่านออกมาในรูปนี้ พวกที่ยืนภายใต้กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ ก็น่าจะได้ขยับเร็วขึ้น คุณคิดว่าไงคะ??

“ไทม์ไลน์”ในการขอใบเขียวแต่งงานในเมืองไทย

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันเขียนถึงระยะเวลาหรือไทม์ไลน์ในการขอใบเขียวแต่งงานในอเมริกา สัปดาห์นี้ขอเขียนถึงไทม์ไลนในการขอใบเขียวจากเมืองไทย
ข้อแตกต่างระหว่างสถานทูตและอิมมิเกรชั่น
ถ้าคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงานในอเมริกา คุณจะยื่นเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่น เอกสารต่างๆจะเข้าอิมมิเกรชั่นอย่างเดียว โดยผ่านขั้นตอนเดียว แต่ถ้าคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงานให้คู่สมรสในเมืองไทย คุณต้องยื่นเรื่องสองขั้นตอน คือ เสต็ปแรกเข้าอิมมิเกรชั่นและเสต็ปที่สองจึงเข้ากงสุล การยื่นเรื่องเข้ากงสุลปัจจุบันใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือน ซึ่งจะนานกว่าเท่าตัว ปัจจุบันยื่นเข้าอิมมิเกรชั่นจะเร็วมากเพียง 4 เดือน
ยื่นคำร้องเข้าอิมมิเกรชั่น
เริ่มแรกคุณยื่นคำร้องคือฟอร์ม 1-130 เข้าอิมมิเกรชั่นที่ศูนย์ใหญ่ซึ่งมีทั้งหมด 4 ศูนย์คือ California Service Center, Texas Service Center, Nebraska Service Center, Vermont Service Center ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่รัฐไหน คุณจึงยื่นเข้าศูนย์นั้น รัฐคาลิฟอร์เนียขึ้นอยู่กับศูนย์คาลิฟอร์เนียเซอร์วิส เซ็นเต้อร์
โนติสตอบรับ
ประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากยื่นเรื่อง คุณควรได้ใบตอบรับ 1 ใบ คือฟอร์ม I-797C Notice of Action จาก U.S. Citizenship and Immigration Services
โนติสแอ็พพรูฟเคส
ประมาณ 5 เดือนหลังได้รับใบตอบรับ ถ้าเรื่องผ่านเรียบร้อย คุณจะได้ฟอร์ม I-797C Notice of Action แอ็พพรูฟเคส แต่ถ้าเรื่องติดขัด เช่นขาดเอกสารบางอย่าง คุณจะได้รับจดหมายเรียกขอเอกสารเพิ่มระหว่าง 5 เดือนแรกนี้
ใบเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
หลังได้รับใบแอ็พพรูฟเคส คุณไม่ต้องทำอะไร ให้รอต่อไป ประมาณ 2-3 สัปดาห์ให้หลัง คุณจะได้รับซองเอกสารใหญ่จาก “แนชั่นแนลวีซ่าเซ็นเต้อร์” (National Visa Center) เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใบเขียว และค่าเช็คเอกสารของสปอนเซ่อร์ จำนวน $380 และ $70 ตอนนี้คุณต้องส่งค่าธรรมเนียมเป็นแคชเชียร์เช็ค หรือมันนี่ ออร์เด้อร์ไป
ฟอร์มของสปอนเซ่อร์
หลังจากคุณส่งค่าธรรมเนียมแล้ว ประมาณ 2- สัปดาห์ คุณควรได้รับซองเอกสารใหญ่ มีฟอร์ม “แอ็ฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” จาก “แนชั่นแนลวีซ่าเซ็นเต้อร์”ให้สปอนเซ่อร์กรอก ฟอร์ม authorization ให้ทางอิมมิเกรชั่นเช็คภาษีไปที่ IRS และ ฟอร์ม DS-230 Part I กรอกข้อมูลของคู่สมรสในเมืองไทย ซึ่งฟอร์มนี้คุณต้องส่งไปให้คู่สมรสเซ็น คุณต้องกรอกฟอร์มและส่งภาษี หรืออินคัมแท็กส์ปีล่าสุดพร้อมสำเนาหางเช็คแสดงรายได้ 3 เดือนล่าสุดหรือ/และจดหมายรีบรองการทำงานของสปอนเซ่อร์ ถ้าสปอนเซ่อร์มีรายได้ไม่พอ คุณต้องหา Joint sponsor มาเซ็นร่วมด้วย
จดหมายตอบจบเคส
ถ้าคุณส่งเอกสารครบหมด เรื่องผ่าน ทาง “แนชั่นแนลวีซ่าเซ็นเต้อร์” จะส่งจดหมายใส่ซองจดหมายธรรมดา แจ้งว่าเขาได้คอมพลีทหรือจบเคสนี้ และได้ส่งเรื่องต่อไปให้สถานทูตอเมริกันในเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว และเขาจะให้เคสนัมเบอร์คุณซึ่งขึ้นต้นด้วย BNK คือ Bangkok ตามด้วยนัมเบอร์ปีปัจจุบัน เช่น BNK2006 และตามด้วยเคสนัมเบอร์
จดหมายจากกงสุล
หลังจากนั้น คุณนั่งรอต่อไป ประมาณ 2 เดือน คู่สมรสในประเทศไทยจะได้รับจดหมายจากสถานทูตให้รายละเอียดรายการเอกสารที่ต้องเอาไปให้สถานทูตตรวจก่อน หลังจากทางสถานทูตตรวจเสร็จ เขาถึงจะส่งจดหมายนัดวันให้ไปสัมภาษณ์ คุณสามารถเช็ควันสัมภาษณ์ได้ทาง เว๊บไซด์สถานทูตได้ที่  www.travel.state.gov
*หมายเหตุ ไทม์ไลน์ที่ให้นี้เป็นโดยประมาณ และถ้าเอกสารที่คุณยื่นครบ ไม่ขาด ควรจะอยู่ในไทม์ไลน์นี้