ตอบคำถามอีเมล์และจดหมาย

ตอบคำถามที่ค้างๆทางอีเมล์และจดหมาย
ถาม ดิฉันอยู่วอชิงตัน เช่าตึกทำการค้ามาหลายปี ต่อสัญญาเช่าเรื่อยๆไม่มีปัญหาอะไร เมื่อเดือนมีนาที่ผ่านมาสัญญาเช่าหมดถึงเวลาต้องต่อสัญญาเช่าอีก ดิฉันได้ต่อรองราคาค่าเช่า แลนด์ลอร์ดบอกจะรับพิจารณา หลายอาทิตย์ต่อมา ได้โทรไปตามเขาบอกตกลงจะลดให้ และบอกจะส่งสัญญาเช่ามาให้ใหม่ จนป่านนี้ยังไม่ได้รับ ตอนนี้ดิฉันยังส่งค่าเช่าทุกเดือนตามสัญญาเดิม ขอความเห็นว่าดิฉันควรจะทำอย่างไรเพราะเป็นกังวลมาก เพราะอยากปรับปรุงร้านแต่ไม่กล้ากลัวจะลงเงินเปล่าเพราะยังไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร

ตอบ ขอตอบแยกเป็นประเด็นเลยนะคะ (1) ในแง่กฎหมายเมื่อสัญญาเช่าหมด และคุณอยู่ต่อไปเรื่อยๆ เท่ากับคุณกลายเป็นผู้เช่าเดือนต่อเดือนหรือ month to month tenant คุณจ่ายค่าเช่าตามสัญญาเดิมที่เคยจ่ายอยู่ซึ่งคุณทำถูกแล้ว(2) เมื่อคุณตกลงกับแลนด์ลอร์ดเป็นคำพูด และแลนด์ลอร์ดตกลง ในแง่กฎหมาย ถ้าไม่มีลายลักษณ์อักษรแต่อาจเป็นข้อผูกมัดได้ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเชื่อในข้อตกลงนั้นและได้ลงทุนทำอะไรบางอย่าง แต่ในกฎหมายก็มีการขัดกันในตัวที่ว่าสัญญากินหนึ่งปีต้องเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีนี้ขอแนะนำให้คุณส่งค่าเช่าทางไปรษณีย์จำนวนตามข้อตกลงใหม่ และเขียนจดหมายกำกับอ้างถึง ข้อตกลงที่บอกด้วยปากเปล่า ณ.วันที่นั้นๆ และในจดหมายขอให้แลนด์ลอร์ดส่งสัญญาเช่ามาให้ บอกเขาว่าคุณมีแผนที่จะปรับปรุงร้านเริ่มเดือนหน้า หรืออะไรทำนองนั้น เพื่อกำหนดวันไปในตัวให้เขาเร่งทำสัญญา (3) คุณคิดถูกแล้วที่ยังไม่เริ่มลงทุนทำร้าน แต่ถ้าขอความเห็นดิฉัน ไม่คิดว่าคุณต้องกังวล ฟังแล้วดูเหมือนแลนด์ลอร์ดคุณทำธุรกิจแบบโอลด์ไทม์เม่อร์ คือเมื่อไรก็ได้หรือ “มันยาน่า คือพรุ่งนี้ก็ได้ เป็นไงคะหลายภาษาดีไหม” ไม่รีบร้อนอะไร ฉะนั้นต้องเป็นหน้าที่คุณที่จะเขียนจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษร เขียนละเอียดถึงค่าเช่า สัญญากี่ปี วันเดือนที่ตกลงกัน และขออนุญาตจ่ายค่าเช่าใหม่ ณ. เดือนนี้ เก็บสำเนาจดหมายไว้เมื่อส่งถึงแกดิฉันเชื่อว่าทันทีที่แกได้ค่าเช่า แกคงโทรหาคุณเอง เพราะค่าเช่าลดลง (ขอบคุณเช่นเดียวกันค่ะ ที่สามารถให้ความรู้กับคุณได้)

ถาม ดิฉันอยู่ในอเมริกาวีซ่าขาดแล้ว ถ้าดิฉันถูกล็อตเตอรี่ใบเขียว ดิฉันจะรับใบเขียวในอเมริกาได้หรือไม่

ตอบ ไม่ได้ค่ะ เพราะคุณ overstay คุณต้องกลับไปรับเมืองไทยและถ้าคุณกลับไปคุณก็จะกลับเข้าประเทศไม่ได้ มีข้อแม้ถ้าคุณเคยยื่นเรื่องขอใบเขียวก่อนเมษา 2001 ภายใต้มาตรา 245i คุณจะอยู่รับใบเขียวที่นี่ได้โดยจ่ายค่าปรับ $1,000 ค่ะ
ถาม ใบขับขี่ของดิฉันจะหมดกุมภาปี 2007 ดิฉันอยู่รัฐนอร์ทคาโรไลน่า ดิฉันจะต่อใบขับขี่ได้หรือไม่ ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งหน้า 1-8 บอกว่าบุชได้ผ่านกฎหมาย Intelligence Reform and Terrorism Prevention Act of 2004 จะมีผลบังคับใช้กลางปี 2006 หรือ 2007 คะ
ตอบ กฎหมายหลายหมวดมีผลบังคับใช้และผ่านมาประปรายเรื่อยๆค่ะ เรื่องใบขับขี่ บุชออกกฎหมายให้กระทรวงคมนาคมวางระบบออกใบขับขี่รุ่นใหม่พร้อมมี security feature คนปลอมไม่ได้ ให้เสร็จปีหน้า และกฎต่างๆเกี่ยวกับก่อนออกใบขับขี่ต้องตรวจสถานภาพ เนื่องจากการออกใบขับขี่เป็นอำนาจของรัฐ ฉะนั้นบางรัฐจะมีกฎเกณฑ์ของเขา บางรัฐไม่ยอมตรวจสถานภาพผู้ขอใบขับขี่ ได้ยินว่ารัฐฟลอริด้า นายกเทศมนตรี เจ๊บ บุช น้องชายบุชขัดกับพี่ชายตรงนี้ ฉะนั้นคุณต้องเช็คไปที่ Department of Motor Vehicle ในรัฐคุณ หรือแห่งที่ใกล้บ้านคุณที่สุด หรือถามเพื่อนฝูงที่พึ่งไปทำว่าเขาขอหลักฐานอะไรบ้าง(โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่ม ใบขับขี่และบัตรประชาชน ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 1 หน้า1-8และในหนังสือ อยู่อเมริกา หัวข้อใบขับขี่รุ่นใหม่ หน้า 47))

วีซ่าคู่หมั้น / Sex Offender

เพื่อนดิฉันอ่านคอลัมน์สัปดาห์ที่แล้ว ที่ดิฉันเขียนเกี่ยวกับ“เซ็กส์ ครายมน์ส” (Sex crimes) และ “คอนวิกเท็ด เซ็กส์ ออฟเฟ็นเด้อร์ส” (Convicted sex offenders) บอกว่าอ่านแล้วน่ากลัว คนไหนคิดแต่งงานเพื่อเอาใบเขียวอาจทำให้ขยาดถ้าอ่านคอลัมน์ดิฉัน ก็เลยคิดว่าสัปดาห์นี้ต้องเขียนแก้ผ่อนหนักให้เป็นเบาเสียหน่อย
The War Bride Act
ปี 1945 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง คองเกรสผ่านกฎอิมมิเกรชั่นเรียก เดอะ วอร์ ไบรด์ แอกทส์ (The War Bride Act)

หรือ เจ้าสาวสงคราม ให้อเมริกันจีไอ ที่ไปสงครามและไปมีครอบครัวตกหล่นในประเทศเหล่านั้น โดยออกวีซ่านำเจ้าสาวสงครามเข้าอเมริกาและทำใบเขียวให้ภายหลัง

Mail Order Bride
หลังจากสงครามโลก และกฎนี้ออกมา การส่งเจ้าสาวข้ามประเทศกลายเป็นธุรกิจใหญ่ นายหน้าหาคู่หรือเรียก “แมริเอจโบร๊คเค่อร์” (Marriage Broker) เปิดบริการหาคู่ให้ฝรั่งที่ต้องการแต่งงานกับสาวเอเชีย โดยเฉพาะประเทศฟิลิปปินส์ จะมีชื่อด้านนายหน้าหาคู่มากสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง บริษัทนายหน้าจะมีรูปสาวเล็กสาวใหญ่ใส่อัลบั้ม ชายฝรั่งเปิดดูรูปและจิ้มนิ้วเลือกคู่ ทางนายหน้าก็รับบริการทำวีซ่าจัดการนำเจ้าสาวไปรษณีย์มาอเมริกาให้เสร็จ โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน และไม่มีกฎเกณฑ์ในการยื่นขอวีซ่าคู่หมั้นให้ผู้หญิงหลายคนในเวลาเดียวกัน นี่คือบ่อเกิดของวีซ่าคู่หมั้นหรือ ฟิอองเซวีซ่า Fiancee Visa หรือบางทีเรียกวีซ่าแม่หวานใจ หรือ สวีทฮาร์ทสวีซ่า (Sweetheart’s visa)บริษัทนายหน้าหาคู่กลายเป็นธุรกิจใหญ่เป็นล่ำเป็นสัน

วีซ่าคู่หมั้น
ในปี 1986 ภายใต้กฎหมาย Immigration Marriage Fraud คองเกรสได้เพิ่มเงื่อนไขวีซ่าคู่หมั้นเพื่อปกป้องการแต่งงานปลอม โดยมีเงื่อนไขว่า ก่อนทำวีซ่าคู่หมั้นได้ คู่หมั้นต้องได้พบตัวคือเห็นหน้ากันแล้วภายในระยะสองปีก่อนยื่นเรื่อง และเมื่อเข้าประเทศแล้วทั้งสองต้องแต่งงานกันภายใน 90 วันนับจากวันที่เข้าประเทศ (โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับวีซ่าคู่หมั้น ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” หน้า 3-13 และหน้า 4-15) หมายเหตุ ดิฉันต้องแก้ข้อมูลในหนังสือ ที่เขียนว่าทั้งสองต้องรู้จักกันอย่างน้อยสองปีก่อนยื่นวีซ่าคู่หมั้น นั้นเป็นข้อมูลผิด ที่ถูกคือ ไม่มีกำหนดว่าต้องรู้จักกันนานเท่าไร แต่ต้องเคยพบหน้ากันแล้วภายในสองปีก่อนยื่นเรื่อง

กฎหมายใหม่ปกป้องคู่หมั้น
คองเกรสพึ่งผ่านกฎหมายใหม่ปกป้องคู่หมั้นเรียก The International Marriage Broker Regulation Act of 2005 และบุชพึ่งเซ็นผ่านต้นปี 2006 รายละเอียดดังนี้

  • ห้ามนายหน้าหาคู่ ลงรูปเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
  • นายหน้ามีหน้าที่ต้องตรวจรายชื่อ รายชื่อประวัติคนที่มีคดีทางเพศ (Sex Offenders) และต้องให้ข้อมูลนั้นต่อเจ้าสาวไปรษณีย์
  • ต้องให้ข้อมูลและประวัติของชายฝรั่ง (คู่หมั้นในอนาคต) ต่อเจ้าสาวไปรษณีย์
  • นายหน้ามีความรับผิดชอบที่ต้องบอกเจ้าสาวไปรษณีย์ถึงสิทธิและแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับเหยื่อที่ถูกทารุณกรรมในครอบครัวในประเทศนี้ เพื่อเจ้าสาวจะได้เช็คข้อมูลและตัดสินด้วยตนเองได้
  • มีกฎให้รัฐบาลในอเมริกาแชร์ข้อมูลแบ็คกราวน์เช็คทางอาญาของผู้ชายฝรั่ง กับรัฐบาลในประเทศนั้นๆที่เจ้าสาวอยู่
  • ห้ามขอวีซ่าคู่หมั้นหลายคนในเวลาเดียวกัน
  • ผู้มีคดีทางเพศยื่นใบเขียวให้ครอบครัวไม่ผ่าน

ตามที่ลงข้อมูลสัปดาห์ที่แล้ว กฎหมาย“เซ็กส์ ออฟเฟ็นเด้อร์ บิล” (Sex Offender Bill) ชื่อ The Adam Walsh Child Protection and Safety Act of 2006 พึ่งผ่านออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม ปกป้องเด็กจาก “เซ็กส์ เพรเดเท้อร์” (sex predators) แปลตรงตัวแล้วกันนะคะ คือ “คนล่าเหยื่อทางเพศ” โดยไม่แอ็พพรูฟเรื่องการทำใบเขียวที่ “คอนวิกเท็ด เซ็กส์ ออฟเฟ็นเด้อร์ส” ยื่นให้ครอบครัว และถ้าผู้ใดที่มีใบเขียวหรือชาวต่างขาติที่มีคดีเกี่ยวกับ “เซ็กส์ ครายมน์ส”และไม่ขึ้นทะเบียน ให้ถือเป็นความผิดทางอาญาที่สามารถถูกเนรเทศได้ โดยปกติตามกฎหมาย “คอนวิกเท็ด เซ็กส์ ออฟเฟ็นเด้อร์ส” ต้องขึ้นทะเบียนคล้ายๆประจานตนเอง และสาธารณชนสามารถเช็คเข้าไปทางอินเตอร์เน็ทดูรายชื่อ “คอนวิกเท็ด เซ็กส์ ออฟเฟ็นเด้อร์ส” ได้ คุณคงเคยได้ยินหรืออ่านข่าวบ่อยๆที่เมื่อไร “คอนวิกเท็ด เซ็กส์ ออฟเฟ็นเด้อร์ส” ย้ายไปอยู่เขตไหน จะมีเพื่อนบ้านออกมาร้องเรียนขับไล่ไม่ให้เขามาอยู่ นอกจากนี้อเมริกันซิติเซ่นหรือผู้ถือใบเขียวที่มีคดีทางเพศเกี่ยวกับเด็กไม่สามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คู่สมรส พ่อแม่ พี่น้อง และบุตรได้เลย นอกจากจะยื่นเรื่องขอผ่อนผันก่อน

กฎหมายเข้มงวดขอวีซ่าคู่หมั้นและ K-3
อีกกฎหมายหนึ่งคือ เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2006 ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าคู่หมั้น K-1 และวีซ่า K-3 (โปรดอ่านรายละเอียดวีซ่า K-3 ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 3 ระบบวีซ่า หน้า 3-14 หัวข้อข้อกล่าวหาคดีอาญา) ทางอิมมิเกรชั่นจะต้องตรวจประวัติว่ามีประวัติเสียเกี่ยวกับการทารุณกรรมทางเพศหรือไม่ และผู้ยื่นต้องเปิดเผยว่าตนมีประวัติติดตัวหรือไม่ ถ้ามีต้องทำเรื่องขอผ่อนผันก่อน ฉะนั้นตอนนี้การยื่นขอวีซ่าคู่หมั้นหรือ K-3 จะใช้เวลานานขึ้น

Violence against Women Act
ในปี 1994 คองเกรสได้ผ่านกฎหมาย Violence against Women Act ช่วยผู้หญิงและเด็ก (ลูกติดภรรยา) ที่ถูกคู่สมรสทำทารุณกรรม ผู้หญิงสามารถยื่นขอใบเขียวด้วยตนเองได้ และถ้ามีลูกติด ถ้าเรื่องแม่ผ่านเด็กจะได้ใบเขียวด้วย และในกรณีที่ภรรยาได้ใบเขียวชั่วคราว ระหว่างคอยใบเขียวถาวร ถ้ามีการทารุณกรรมเกิดขึ้น ผู้หญิงสามารถยื่นเรื่องขอยกเลิกเงื่อนไขด้วยตนเองได้เช่นกัน (โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับหญิงถูกทารุณ ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” หน้า 4-17 หัวข้อ ภรรยาและ/หรือเด็กถูกทารุณ) อย่างไรก็ตามขั้นตอนการทำใบเขียวจากการทารุณกรรมนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก คุณจะต้องมีหลักฐานและมีการบันทึกข้อมูล ควรจะมีการแจ้งความตำรวจ และหลักฐานประกอบ ขอให้คุณปรึกษาทนาย

ฉะนั้นถ้าคุณโชคไม่ดี ได้สามีที่มีปัญหา คือชอบลงไม้ลงมือ ก็ไม่จำเป็นต้องทน ยังมีทางออกได้เพราะกฎหมายที่นี่คุ้มครองสิทธิผู้หญิงมาก ที่ดิฉันขอแนะนำก่อนที่จะเกิดเรื่องหรือให้โอกาสสามีก่อน โดยคุณสามารถเตือนหรือขู่สามีได้ว่า ถ้าเขาลงไม้ลงมือกับคุณ และถ้าคุณแจ้งความ จะทำให้เขาประวัติเสียมี sex crimes ติดตัว และจะเป็นผลทำให้เขาขอวีซ่าคู่หมั้น และทำใบเขียวให้ผู้หญิงคนใหม่ไม่ได้ในอนาคต หรือถ้าถึงขั้นรุนแรงถึงโรงขึ้นศาลเป็นคดีอาญา และเขาแพ้คดี เขาต้องขึ้นทะเบียนเป็น sex offender จะเป็นประวัติเสียติดตัวเขาไปตลอดชีวิต จะย้ายไปอยู่ที่ไหน ซื้อบ้านที่ไหนต้องเปิดเผยว่าตัวเองเป็น sex offender