“ไทม์ไลน์”ในการขอใบเขียวแต่งงานในเมืองไทย

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันเขียนถึงระยะเวลาหรือไทม์ไลน์ในการขอใบเขียวแต่งงานในอเมริกา สัปดาห์นี้ขอเขียนถึงไทม์ไลนในการขอใบเขียวจากเมืองไทย
ข้อแตกต่างระหว่างสถานทูตและอิมมิเกรชั่น
ถ้าคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงานในอเมริกา คุณจะยื่นเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่น เอกสารต่างๆจะเข้าอิมมิเกรชั่นอย่างเดียว โดยผ่านขั้นตอนเดียว แต่ถ้าคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงานให้คู่สมรสในเมืองไทย คุณต้องยื่นเรื่องสองขั้นตอน คือ เสต็ปแรกเข้าอิมมิเกรชั่นและเสต็ปที่สองจึงเข้ากงสุล การยื่นเรื่องเข้ากงสุลปัจจุบันใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือน ซึ่งจะนานกว่าเท่าตัว ปัจจุบันยื่นเข้าอิมมิเกรชั่นจะเร็วมากเพียง 4 เดือน
ยื่นคำร้องเข้าอิมมิเกรชั่น
เริ่มแรกคุณยื่นคำร้องคือฟอร์ม 1-130 เข้าอิมมิเกรชั่นที่ศูนย์ใหญ่ซึ่งมีทั้งหมด 4 ศูนย์คือ California Service Center, Texas Service Center, Nebraska Service Center, Vermont Service Center ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่รัฐไหน คุณจึงยื่นเข้าศูนย์นั้น รัฐคาลิฟอร์เนียขึ้นอยู่กับศูนย์คาลิฟอร์เนียเซอร์วิส เซ็นเต้อร์
โนติสตอบรับ
ประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากยื่นเรื่อง คุณควรได้ใบตอบรับ 1 ใบ คือฟอร์ม I-797C Notice of Action จาก U.S. Citizenship and Immigration Services
โนติสแอ็พพรูฟเคส
ประมาณ 5 เดือนหลังได้รับใบตอบรับ ถ้าเรื่องผ่านเรียบร้อย คุณจะได้ฟอร์ม I-797C Notice of Action แอ็พพรูฟเคส แต่ถ้าเรื่องติดขัด เช่นขาดเอกสารบางอย่าง คุณจะได้รับจดหมายเรียกขอเอกสารเพิ่มระหว่าง 5 เดือนแรกนี้
ใบเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
หลังได้รับใบแอ็พพรูฟเคส คุณไม่ต้องทำอะไร ให้รอต่อไป ประมาณ 2-3 สัปดาห์ให้หลัง คุณจะได้รับซองเอกสารใหญ่จาก “แนชั่นแนลวีซ่าเซ็นเต้อร์” (National Visa Center) เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใบเขียว และค่าเช็คเอกสารของสปอนเซ่อร์ จำนวน $380 และ $70 ตอนนี้คุณต้องส่งค่าธรรมเนียมเป็นแคชเชียร์เช็ค หรือมันนี่ ออร์เด้อร์ไป
ฟอร์มของสปอนเซ่อร์
หลังจากคุณส่งค่าธรรมเนียมแล้ว ประมาณ 2- สัปดาห์ คุณควรได้รับซองเอกสารใหญ่ มีฟอร์ม “แอ็ฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” จาก “แนชั่นแนลวีซ่าเซ็นเต้อร์”ให้สปอนเซ่อร์กรอก ฟอร์ม authorization ให้ทางอิมมิเกรชั่นเช็คภาษีไปที่ IRS และ ฟอร์ม DS-230 Part I กรอกข้อมูลของคู่สมรสในเมืองไทย ซึ่งฟอร์มนี้คุณต้องส่งไปให้คู่สมรสเซ็น คุณต้องกรอกฟอร์มและส่งภาษี หรืออินคัมแท็กส์ปีล่าสุดพร้อมสำเนาหางเช็คแสดงรายได้ 3 เดือนล่าสุดหรือ/และจดหมายรีบรองการทำงานของสปอนเซ่อร์ ถ้าสปอนเซ่อร์มีรายได้ไม่พอ คุณต้องหา Joint sponsor มาเซ็นร่วมด้วย
จดหมายตอบจบเคส
ถ้าคุณส่งเอกสารครบหมด เรื่องผ่าน ทาง “แนชั่นแนลวีซ่าเซ็นเต้อร์” จะส่งจดหมายใส่ซองจดหมายธรรมดา แจ้งว่าเขาได้คอมพลีทหรือจบเคสนี้ และได้ส่งเรื่องต่อไปให้สถานทูตอเมริกันในเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว และเขาจะให้เคสนัมเบอร์คุณซึ่งขึ้นต้นด้วย BNK คือ Bangkok ตามด้วยนัมเบอร์ปีปัจจุบัน เช่น BNK2006 และตามด้วยเคสนัมเบอร์
จดหมายจากกงสุล
หลังจากนั้น คุณนั่งรอต่อไป ประมาณ 2 เดือน คู่สมรสในประเทศไทยจะได้รับจดหมายจากสถานทูตให้รายละเอียดรายการเอกสารที่ต้องเอาไปให้สถานทูตตรวจก่อน หลังจากทางสถานทูตตรวจเสร็จ เขาถึงจะส่งจดหมายนัดวันให้ไปสัมภาษณ์ คุณสามารถเช็ควันสัมภาษณ์ได้ทาง เว๊บไซด์สถานทูตได้ที่  www.travel.state.gov
*หมายเหตุ ไทม์ไลน์ที่ให้นี้เป็นโดยประมาณ และถ้าเอกสารที่คุณยื่นครบ ไม่ขาด ควรจะอยู่ในไทม์ไลน์นี้

Affidavit of Support

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา อิมมิเกรชั่นออกกฎใหม่เกี่ยวกับการเซ็น “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” ซึ่งมีผลบังคับใช้สำหรับเคส หรือไปสัมภาษณ์หลังวันที่ 21 กรกฎาคม 2006 กฎหมายนี้ดีทำให้การเซ็นซัพพอร์ทง่ายขึ้น
แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท
“แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” (Affidavit of Supprt) หลายคนเรียกย่อๆว่า เซ็น “ซัพพอร์ท” ใช้ในอิมมิเกรชั่น สำหรับเคสทำใบเขียวครอบครัว และเคสใบเขียวนายจ้างเฉพาะกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างเป็นญาติพี่น้องกัน เมื่อซิติเซ่นหรือผู้ถือใบเขียวยื่นเรื่องทำใบเขียวให้ครอบครัว รวมคู่สมรส ลูก พ่อ แม่ และพี่ น้อง ตัวซิติเซ่นสปอนเซ่อร์ต้องเซ็นใบ “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” การันตีว่าตนจะรับผิดชอบใช้เงินรัฐบาลถ้าคนที่ตนทำใบเขียวให้ไปกินเวลแฟร์หรือใช้เบเนฟิดของรัฐบาลบางประเภท ตัวซิติเซ่นสปอนเซ่อร์ต้องแสดงภาษีว่าตนมีรายได้สูงกว่ารายได้ขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด ถ้าตัวซิติเซ่นมีรายได้ไม่พอ เขาจำเป็นต้องหาคนอื่นที่มีรายได้ดีช่วยเซ็นเป็น “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” ด้วย
หลักฐานแสดง
ตามกฎเก่า
สปอนเซ่อร์ต้องแสดงภาษีย้อนหลัง 3 ปีและก็อปปี้เพย์โรลเช็ค (payroll checks) ล่าสุด 2 เดือนย้อนหลัง หรือ/และจดหมายรับรองจากนายจ้าง ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจหรือทำงานส่วนตัว ต้องแสดงเพิ่มคือ ทะเบียนการค้าหรือ business license และถ้าสปอนเซ่อร์มีรายได้ไม่พอ แต่มีทรัพย์สินมาก เขาสามารถแสดงทรัพย์สินได้ โดยทรัพย์สินต้องมีมูลค่า (assets) มากกว่ากำหนดรายได้ขั้นต่ำ 5 เท่า ตัวอย่าง ตามกฎรายได้ขั้นต่ำของสมาชิกในครอบครัว 2 คนต้องมีอย่างน้อย $16,500 ต่อปี หมายความว่าสปอนเซ่อร์ต้องมีทรัพย์สินมูลค่ามากกว่า $82,500 ($16,500 x 5)
ส่วน“จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”อาจเป็นใครก็ได้ เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง เป็นต้น ต้องแสดงหลักฐานเหมือนกันกับตัวสปอนเซ่อร์ และต้องมีรายได้ของเขาคนเดียวพอเพียงที่จะเซ็นซัพพอร์ทได้ลำพัง ไม่ใช่เอารายได้ไปรวมกับรายได้ของสปอนเซ่อร์ ยกเว้นในกรณีที่“จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”อยู่บ้านเดียวกันกับตัวสปอนเซ่อร์และดองกัน กรณีนี้ตัว “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”สามารถเอารายได้ตนเองบวกกับรายได้ของสปอนเซ่อร์ได้
ตามกฎใหม่
ตามกฎใหม่ข้อเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสามอย่างคือ
สปอนเซ่อร์ต้องแสดงภาษีปีล่าสุดเพียงปีเดียวแทนที่จะเป็นสามปี แต่ขอก็อปปี้เพย์โรลมากขึ้นคือ 6 เดือนย้อนหลัง และ จดหมายรับรองจากนายจ้าง
ในกรณีที่คุณทำใบเขียวแต่งงานและมีลูกติด ตามกฎหมายเก่าคุณต้องใช้ “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” คนเดียวเป็นสปอนเซ่อร์ให้เด็กทุกคน แยกสปอนเซ่อร์ไม่ได้ แต่ตามกฎหมายใหม่ คุณสามารถใช้“จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” ได้ถึงสองคนสำหรับเด็กแต่ละคน เช่นลูกสอง สามารถใช้สปอนเซ่อร์สองคนเซ้นให้ลูกแต่ละคนได้
กรณีที่สปอนเซ่อร์มีรายได้ไม่พอ แต่มีทรัพย์สินมาก เขาสามารถแสดงทรัพย์สินได้ โดยทรัพย์สินต้องมีมูลค่ามากกว่ากำหนดรายได้ขั้นต่ำเพียง 3 เท่าแทนที่จะเป็น 5 เท่าตามกฎหมายเก่า ตามตัวอย่างข้างต้น รายได้ขั้นต่ำของสมาชิกในครอบครัว 2 คนต้องมีอย่างต่ำ $16,500 ต่อปี หมายความว่าทรัพย์สินต้องมีมูลค่ามากกว่า $49,500 ($16,500 x 3)
นอกจากนี้กรณีที่ตัวคนทำใบเขียวเองได้ทำงานเสียภาษีมา 40 ควอร์เต้อร์ หรือ 10 ปี ไม่จำเป็นต้องมีสปอนเซ่อร์เซ็น
ไงคะ กฎหมายใหม่นี้คงช่วยได้บ้างนะคะ