ทนายความ รุจีรัตน์ โททาริ

แต่ง/หย่าที่ไหนดี

เมื่อวานดิฉันได้การ์ดปีใหม่จากแฟนพันธ์แท้จากไมอามี่ ขอบคุณนะคะ แหม!ส่ง late จัง!! ดิฉันจำคุณได้ อยากจะอีเมล์ไปขอบคุณแต่หาอีเมล์ address คุณไม่เจอ ก็ขอบคุณมาที่นี่นะคะ ขอบคุณที่เตือนมาเรื่องปีที่เป็น”ปีชง” ดิฉันไม่ได้เกิดปีที่คุณพูดถึงค่ะ รอดไป

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันลงรูปตัวเองโยคะไหว้พระอาทิตย์ที่สนามหน้าบ้านหัวหิน หลังจากนั้นมีลูกความต่างรัฐเป็นคนทางเหนือโทรมา และเรียกดิฉันว่า “คุณผอม” บอกว่าเขาเห็นรูปโยคะที่ดิฉันลง(เราไม่เคยเจอตัวกันมาก่อน) ตั้งแต่นี้จะไม่เรียกดิฉันว่า”คุณตุ้ย”แล้ว (ชื่อเล่นดิฉัน ซึ่งภาษาเหนือคงแปลว่าตุ้ยนุ้ยอะไรทำนองนั้น) แต่จะเรียกดิฉันว่า “คุณผอม”แทน 55555 จริงๆแล้วดิฉันก็ไม่ได้ผอมลงเท่าไรในระยะ 3 ปีที่โยมา แต่รู้ว่าตัวเองหน้าท้องแฟบและแข็งขึ้นและร่างกาย “โทน” (tone) มากขึ้น อย่างไรก็ตามวันนั้นคุณทนายได้ยิ้มแฉ่งทั้งวัน คุณจิรเดชผู้ทำบล็อกดิฉัน แนะนำว่าดิฉันควรลงรูปในคอลัมน์ มันมีสีสันดี

วันนี้ลงรูปโยคะท่า “ปิรามิด” มาดูกัน แต่งหย่าที่ไหนดี มีอีเมล์จากหญิงไทยในเมืองไทยที่มีแฟนชาวเมกันถามว่าแต่งงานที่ไหนดี เมกาหรือไทย และถ้าหย่าเสียเปรียบหรือได้เปรียบอย่างไรระหว่างแต่งในไทยหรือเมกา มองแง่หนึ่งก็รอบครอบดีที่ถาม มองอีกแง่คือถ้านึกเรื่องหย่าก่อนแต่ง ก็น่าจะดูใจกันต่อไป เอาว่าดิฉันตอบในแง่กฎหมายแล้วกันนะคะ และไม่ต้องยุ่งเรื่องส่วนตัว แต่งในไทยหรือเมกา ในแง่กฎหมายอิมมิเกรชั่น คุณสามารถจดทะเบียนในประเทศไทยหรืออเมริกาก็ได้ เพราะถ้าคุณจดในไทย กฎหมายในเมกาก็รับรอง คุณไม่ต้องมาจดทะเบียนอีกทีในเมกา และคุณไม่เสียผลประโยชน์ใด คุณสามารถทำใบเขียวแต่งงานได้ ตามหลักกฎหมายไทย คนไทยที่อยู่ต่างแดนต้องไปจดทะเบียนที่กงสุลไทยอีกที ถึงจะสมบูรณ์ สำหรับความคิดดิฉัน ในฐานะหญิงไทย ถ้าเลือกได้คือ(คุณมีวีซ่าท่องเที่ยวไปเมกา)ดิฉันจะเลือกจดทะเบียนในเมกา จะได้ยังคงเป็นนางสาวอยู่เมืองไทย โดยยังใช้บัตรประชาชนไทยและทะเบียนบ้านชื่อนามสกุลเดิม เพื่อเวลาทำนิติกรรมใดๆจะได้ไม่ต้องให้สามีเซ็นยินยอม และเราสามารถเป็นเจ้าของที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อื่นๆได้ ตามกฎหมายไทยจำกัดการเป็นเป็นเจ้าของที่ดินต่อคนต่างชาติ จึงเป็นปัญหา โดยเฉพาะถ้าหญิงไทยที่แต่งกับฝรั่งก็จะเป็นปัญหาเวลาซื้อบ้านและที่ดินด้วย และอีกอย่างตอนทำใบเขียว ถ้าแต่งในเมกา คุณก็ได้ปรับสถานภาพหรือ adjust status ในอเมริกา แทนที่จะดำเนินเรื่องเข้าสถานทูตอเมริกัยในไทย ทำใบเขียวในเมกาใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ผ่านสถานทูตประมาณ 8 เดือน ตามประสบการณ์ดิฉันหลักฐานความสัมพันธ์ถ้าไม่แน่นจริงๆทางสถานทูตจะเคี่ยวมากเวลาสัมภาษณ์ โดยเฉพาะคู่สมรสที่รู้จักกันทางเน็ต แต่เมื่อคุณสัมภาษณ์ในเมกา เท่ากับตอนนั้นคุณก็อยู่กินกับคู่สมรสแล้วระยะหนึ่ง คุณก็จะมีหลักฐานความสัมพันธ์มากขึ้น

โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับการสมรส ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง” บทกฎหมายครอบครัว หน้า 1-5 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 หย่าในไทยหรือเมกา ในแง่หย่า กรณีคุณถได้ใบเขียวแล้ว คุณต้องหย่าในเมกาตามกฎหมายรัฐที่คุณหรือคู่สมรสอยู่ในกรณีแยกกันอยู่คนละรัฐแล้ว ถ้ากรณีคุณย้ายกลับไปอยู่ไทยและคู่สมรสอยู่ในเมกา ก็ยังแนะนำให้หย่าในเมกาตามกฎหมายรัฐที่คู่สมรสอยู่ นอกจากกฎหมายหย่าในเมกาจะดีกว่ากฎหมายไทย ในแง่ความยุติธรรมและปกป้องสิทธิผู้หญิงพอสมควร กรณีทรัพย์สิน ลูก ค่าเลี้ยงดู เป็นต้น คุณยังทำถูกต้องตามกฎหมายอิมมิเกรชั่น เผิ่อไว้ในอนาคตถ้าคุณอาจแต่งงานใหม่กับคนเมกันและทำใบเขียวใหม่ ถ้าคุณยังไม่ได้ใบเขียว แต่คุณอยู่ในเมกาแล้ว ก็ยังแนะนำให้หย่าในเมกาตามเหตุผลข้างต้น อย่าพึ่งด่วนรีบหนีกลับไทย ทำเรื่องหย่าให้เสร็จสิ้นก่อน

โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับการหย่าในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง” บท หย่าร้าง หน้า 2-3 และหย่ากงสุล หน้า 2-4 หัวข้อ หย่าที่กงสุลไทย หย่ากงสุลไทย ไม่แนะนำค่ะ ปัจจุบันอิมมิเกรชั่นและสถานทูตเมกันในไทยไม่รับการหย่ากงสุล ในกรณีที่คุณจะแต่งใหม่กับคนเมกัน และทำใบเขียว เรื่องจะติด หรือกรณีคุณได้ใบเขียวแล้ว แต่ในอนาคตไปทำซิติเซ่นภายหลัง มีเคสที่เรื่องไม่ผ่าน หรือคุณมีใบเขียวแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นหย่ากงสุลไทยมาก่อน เมื่อคุณจะไปทำใบเขียวให้คู่สมรสใหม่หรือลูก เรื่องจะติดและอาจไม่ผ่านโดยเฉพาะถ้าคุณทำเรื่องผ่านสถานทูตเมกันในไทย แม้กระทั่งกรณีที่คุณเป็นซิติเซ่นโดยได้ใบเขียวจากการแต่งงานกับคนเมกัน แต่ก่อนหน้าที่จะแต่งกับคนเมกัน คุณได้หย่าในกงสุลไทยกับคู่สมรสเดิมมาก่อน กรณีนี้ตามประสบการณ์ดิฉัน ถ้าในอนาคตคุณแต่งใหม่และจะทำใบเขียวให้คู่สมรสใหม่ เคสติดเช่นกันโดยเฉพาะถ้าคุณยื่นเรื่องเข้าสถานทูตเมกัน เพราะทางสถานทูตอเมริกันเพ่งเล็งเรื่องนี้ แต่อาจโอเคถ้ายื่นเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่น อ่านแล้วอาจงง ขอให้อ่านซ้ำอีกครั้งค่ะ ถ้ายังงงอยู่และไม่แน่ใจเพราะ “เคยได้ยินมาว่า” ก็อย่าเสี่ยงดีกว่าค่ะ ไปหย่าให้ถูกต้องตามกฎหมายรัฐในเมกา เพราะกฎหมายมีแต่จะเข้มงวดขึ้น ไม่ค่อยหละหลวมเหมือนสมัยก่อน การหย่ากงสุลไทยแนะนำในกรณีเดียวค่ะ คือถ้าคุณจดทะเบียนในไทยและเมื่อหย่า ให้คุณไปหย่ากงสุลไทยด้วย คือหย่ามันท้งสองแห่งเลย หย่าในเมกาไปหย่าที่กงสุลไทยด้วย วันที่ต่างกันไม่สำคัญ เพื่อจะให้การหย่าสมบูรณ์ตามกฎหมายไทย การแตกต่างกันระหว่างกฎหมาย ดิฉันเขียนเรื่องนี้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทที่ 3 หัวข้อ ระบบงานของสถานทูตและกองตรวจคนเข้าเมือง หน้า 3-4 ทางสถานทูตใช้หลักกฎหมายตามกฎหมายในหนังสือ Foreign Affairs Manual เรียกย่อๆว่า FAM ส่วนอิมมิเกรชั่นใช้ตามกฎหมายในหนังสือ Immigration Laws and Regulations ถึงแม้ว่าตามไก๊ด์ไลน์ของ Department of Homeland Security ให้ทั้งสององค์กรใช้ไก๊ด์ไลน์เดียวกัน แต่ดิฉันก็ยังเห็นการตัดสินในเคสคล้ายๆกันแต่ผลออกมาต่างกันระหว่างสององค์กรนี้ หวังว่าข้อมูลนี้ละเอียดพอสมควรที่จะให้คุณตัดสินใจว่าจะแต่งหรือหย่าที่ไหน

Share

ทำใบเขียวให้พ่อแม่หรือน้องก่อนดี

ปีใหม่ผ่านไปแล้ว ตอนนี้ชีวิตค่อยๆเข้าที่ ดิฉันก็มานั่งโต๊ะทำงานอย่างเดิมหลังจากอยู่ในครัวทั้งอาทิตย์ bake ขนมแจกปีใหม่ ดิฉันทำ ดาร์ก ช็อคโกแล็ตอัลมอนด์บาร์ค (Dark Chocolate Almond Bark)ใส่ถุงแจกวันคริสมัสและปีใหม่ ทั้งคนทำและคนกินแฮ็ปปี้ ลงรูปขนมและรูปดิฉันโยคะหน้าบ้านหัวหินให้ดูค่ะ สัปดาห์นี้เรามาคุยกันเรื่องทำใบเขียวให้ใครก่อนดีระหว่างแม่และน้อง เคสตัวอย่าง

เคสตัวอย่าง

ครอบครัว มีพ่อ แม่ ลูก 3 คน พ่อแม่พาลูกมาอเมริกาตั้งแต่ลูกยังเด็ก พ่อแม่ทำงานอยู่เถื่อนไป ลูกๆก็เรียนหนังสือไป ทั้งครอบครัวกลายเป็นฮู้ด ในที่สุดลูกคนโตโตเป็นผู้ใหญ่มีแฟนอเมริกันและแต่งงาน ได้ใบเขียวแต่งงานอายุ น้องคนรอง อายุ 16 คนเล็กอายุ 8 ปี

ถาม หลังได้ใบเขียว พี่ตนโตจะแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่และน้องๆเลยได้ไหม

ตอบ ยังไม่ได้ พี่คนโตต้องรอให้ตนได้ซิติเซ่นก่อน เพราะผู้ถือใบเขียวไม่สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อ แม่ พี่ น้องได้  ผู้ถือใบเขียวสามารถแอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรสและลูกที่ยังไม่แต่งงานเท่านั้น ฉะนั้น พี่คนโตต้องรอให้ถือใบเขียวครบ 3 ปีก่อนที่จะทำซิติเซ่นได้ เมื่อได้ซิติเซ่นถึงจะแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อ แม่ และน้องได้

ถาม เมื่อเป็นซิติเซ่นแล้วสามารถแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อ แม่ และน้องๆพร้อมกันเลยได้หรือไม่ หรือแอ็พพลายให้พ่อและแม่ก่อน เมื่อพ่อแม่ได้ใบเขียวจึงให้พ่อหรือแม่เป็นคนแอ็พพลายให้น้อง กรณีนี้ใช้เวลานานท่าไร และพ่อแม่ น้องต้องกลับไปรับใบเขียวที่เมืองไทยหรือไม่

ตอบ หลังได้ซิติเซ่นแล้วให้รีบแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อ แม่ ทันที พ่อและแม่ของซิติเซ่น จัดอยู่ในกรุ๊บ “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” (Immediate Relative) คือไม่อยู่ภายใต้โควต้า จึงสามารถรับใบเขียวในเมกาได้ ไม่ต้องกลับไปรับเมืองไทย ถึงแม้จะเป็นฮู้ดแล้วก็ตาม ใช้เวลาทำใบเขียวประมาณ 4 เดือน พี่ซิติเซ่นสามารถแอ็พพลายใบเขียวให้น้องทั้งสองเลยได้เช่นกัน ในกรุ๊บ “เพรฟเฟอเร็นซ์ 4″ (Preference) แต่ไม่แนะนำ เพราะกรุ๊บนี้อยู่ภายใต้โควต้า ไม่สามารถรับใบเขียวในเมกาได้ต้องกลับไปรับในเมืองไทย ซึ่งจะเป็นปัญหากลับเข้ามาไม่ได้ เพราะติดกฎหมาย “อันลอว์ฟูล เพรสเซ่น” (unlawful presence) คือผู้ที่อยู่เถื่อนเกิน 1 ปี เมื่อเดินทางออกนอกประเทศ ห้ามกลับเข้าเมกาอีก 10 ปี ระยะเวลาคอยโควต้าประมาณ 10-11 ปี โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับกฎหมายอิมมิเกรชั่น ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งบทที่ 4 หน้า 4–3 หัวข้อ กรุ๊บอิมมีเดียท เรเลทีฟและ เพรฟเฟอเร็นซ์ และบทที่ 2 หน้า 2-5 หัวข้อ Unlawful Presence แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

ข้อแนะนำกรณีน้อง

สำหรับน้อง 2 คน ตอนพี่คนโตได้ซิติเซ่นประมาณ 3 ปีหลังจากนี้ น้องคนโตจะอายุประมาณ 19 ปี  คนเล็ก 11 ปี ดิฉันจะอธิบายแยกเป็นคนๆ

น้องตนโต

คนนี้จะมีปัญหาเรื่องรับใบเขียวในเมกา เนื่องจากกว่าพ่อแม่จะได้ใบเขียวและแอ็พพลายใบเขียวให้น้องคนรอง เขาก็จะอายุประมาณ 19 ปี เขาจะไม่สามารถรับใบเขียวในเมกาได้ เพราะติดกฎหมาย “อันลอว์ฟูล เพรสเซ่น” และถ้าเขาออกไปรับใบเขียวในเมืองไทย เจาก็ไม่สามารถกลับเข้าเมกาได้ นอกจากระหว่างน้องคอยใบเขียว รัฐบาลผ่านกฎหมายออกมาช่วย  อาจเป็น DREAM ACT หรือมาตรา 245i ซึ่งขณะนี้ยังไม่ผ่าน (มีทีท่าว่าจะผ่านหลายครั้งแต่ไม่ผ่าน) กฎหมาย DREAM ACT เป็นกฎหมายช่วยเด็กที่พ่อแม่พามาอยู่ตั้งแต่เล็ก เด็กเรียนหนังสือในเมกา จบไฮสกูลในเมกามีปัญหาเข้ามหาลัยไม่ได้หรือต้องจ่ายค่าเล่าเรียนสูงแบบนักเรียนต่างชาติแทนที่จะจ่ายถูกเท่าคนเมกัน ฉะนั้นบางสถาบันปัจจุบันก็จะให้เด็กจ่ายค่าเล่าเรียนเท่าคนเมกัน แต่หลายมหาลัยไม่ยอม  ถ้ากฎหมายนี้ผ่านออกมาจะออกวีซ่าหรือใบเขียวให้เด็กเหล่านี้ในอนาคต โดยยังมีเงื่อนไขอื่นๆคือเด็กมีความประพฤติดี เรียนมหาลัย เป็นต้นซึ่งน้องคนรองอาจตกอยู่ในกรุ๊บนี้ ส่วนมาตรา 245i อาจมีออกมาเป็นครั้งคราว  ครั้งล่าสุดที่ผ่านมาคือปี 2001 ถ้าผ่านออกมาในอนาคตก็จะช่วยให้คนที่เป็นฮู้ดแล้วที่กำลังแอ็พพลายใบเขียวภายใต้กรุ๊บ “เพรฟเฟอเร็นซ์” ที่รอโควต้าอยู่ สามารถรับใบเขียวในเมกาได้โดยไม่ต้องเดินทางกลับไทยโดยจ่ายค่าปรับ $1,000 กฎหมายนี้ก็เคยมีท่าทีจะออกมาใหม่ แต่ไม่ออกเสียที โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยว DREAM ACT ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งบทที่ 2 หน้า2-8 และมาตรา 245i หน้า 2-5

สรุป สำหรับน้องคนโต วิธีดีที่สุดคือรอให้พ่อหรือแม่ได้ใบเขียว จึงให้พ่อหรือแม่แอ็พพลายใบเขียวให้เขาจะเร็วกว่าใบเขียวพี่น้อง และรอไปด้วยความหวังว่าระหว่างรอจะมีกฎหมายใดกฎหมายหนึ่งผ่านออกมาช่วย DREAM ACT หรือมาตรา 245i ถ้าโควต้ามาถึงเมื่อไร และไม่มีกฎหมายใดออกมาช่วย เขาก็ไม่สามารถรับใบเขียวในเมกาได้ เราก็ต้องพักเรื่องไป นอกจากนี้ก็ต้องหวังว่าสักวันหนึ่งถ้าเขามีแฟนถือสัญชาติอเมริกัน และได้แต่งงานกันก็ต้องให้คู่สมรทำใบเขียวแต่งงานไปเลย ถึงแม้จะมีใบเขียวที่พ่อหรือแม่กำลังยื่นให้ค้างอยู่ก็สามารถทำซ้อนได้ ไม่เป็นปัญหา

น้องคนเล็ก

คนนี้สบายเพราะอายุยังน้อยเพียง 11 ปีตอนพี่ได้ซิติเซ่น ให้พ่อหรือแม่เป็นคนแอ็พพลายใบเขียวให้น้องคนเล็กทันทีที่ท่านได้ใบเขียวตอนนั้นน้องก็อายุประมาณ 11 ปีกว่า น้องจัดอยู่ในกรุ๊บ เพรฟเฟอเร็นซ์ 2A โควต้านี้เร็วคอยประมาณ 2 ปีครึ่ง น้องควรจะได้ใบเขียวก่อนอายุ 14 ปี น้องสามารถรับใบเขียวในเมกาได้โดยไม่ติด “อันลอว์ฟูล เพรสเซ่น” กฎหมายนี้เริ่มนับวันที่อยู่เถื่อนตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ก่อนหน้าไม่นับ   กฎหมายนี้อภัยให้เด็กเพราะถือว่าเด็กไม่รู้เรื่องอะไร ไม่ใช่ความผิดของเด็กที่พ่อแม่พามามาเมกาและปล่อยให้เด็กอยู่เถื่อน ฉะนั้นน้องคนเล็กก็รอดไป

น้องคนเล็กได้ซิติเซ่นตามพ่อหรือแม่

ภายใต้กฎหมาย Automatic acquisition of citizen ผ่านมาปี ค.ศ. 2000 ถ้าพ่อหรือแม่เป็นซิติเซ่น และมีลูกที่ถือใบเขียวอยู่ และลูกอายุต่ำกว่า 18 ปี ลูกจะได้ซิติเซ่นตามพ่อหรือแม่โดยอัตโนมัติ (automatic citizenship) โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ Automatic acquisition of citizen ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่บทที่ 6 หน้า 6-4 หัวข้อเด็กอายุต่ำกว่า 18ปีได้สัญชาติตามพ่อ/แม่ กรณีน้องคนเล็ก ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน (คือราต้องแข่งกับเวลา) ทันทีที่พ่อหรือแม่ได้ซิติเซ่น น้องจะได้ซิติเซ่นตามพ่อหรือแม่ด้วย  ตัวอย่าง “ไทม์ไลน์” (Time line) ดิแันจะสาธิตให้ดู

  • ขณะนี้น้องคนเล็กอายุ 8 ปี พี่คนโตพึ่งได้ใบเขียวไม่ถึงปี พอพี่คนโตได้ซิติเซ่นประมาณ 3 ปีให้หลัง น้องจะอายุ 11 ปี 6 เดือน  (เผื่อเวลานิดหน่อย) พี่แอ็พพลายใบเขียวให้พ่อและแม่ทันที พ่อและแม่จะได้ใบเขียวประมาณ 4 เดือน
  • น้องอายุ 12  ปี ตอนพ่อและแม่ได้ใบเขียว แม่แอ็พพลายใบเขียวให้น้องทันทีภายใต้กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2A ใช้เวลาประมาณ 2 ปี 1/2-3 ปี
  • น้องอายุ 15 ปี น้องได้ใบเขียว
  • พ่อแม่ได้ใบเขียวครบ 5 ปี พ่อแม่รีบทำซิติเซ่น ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ตอนนั้น น้องอายุประมาณ 17 ปีกว่า ทันทีที่พ่อแม่ได้ซิติเซ่น และนั้นน้องยังอายุไม่ถึง 18 ปี  น้องก็จะได้ซิติเซ่นโดยอัตโนมัติตามพ่อหรือแม่  ถ้าทำไม่ทัน ก็ไม่เรื่องใหญ่ น้องก็ต้องคอย 5 ปี นับจากวันที่ได้ใบเขียว น้องถึงจะทำซิติเซ่นได้ด้วยตนเอง

 

Share