วันธงชาติ (Flag Day)

เมื่อเช้าดิฉันออกไปเดินเห็นเพื่อนบ้านหลายบ้านปักธงชาติว่อนไสว (เมือง La Palma ที่ดิฉันอยู่มีคนรุ่นเก่าอยู่เยอะ) นึกขึ้นได้ว่าวันนี้วันที่ 14 มิถุนายน เป็นวันธงชาติอเมริกัน เลยตั้งใจว่าเดินเสร็จจะเขียนเรื่องวันธงชาติ ไหนๆอยู่ประเทศนี้เราควรจะมีความรู้เกี่ยวกับธงชาติของเขาหน่อย ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์สำหรับคุณที่จะไปสอบโอนสัญชาติด้วย

ลักษณะธงชาติอเมริกัน

วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 เป็นวันประกาศอิสรภาพของประเทศอเมริกา “วัน อินดีเพ็นเด๊นท์ เดย์” (Independent Day)จากการเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ ตอนนั้นในคองเกรสยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะใช้ธงชาติอะไร ก็เลยใช้ธงชาติข้างล่างนี้ชั่วคราว เป็นแถบขาว แดงมี 13 แถบคือ สัญลักษณ์ของ 13 สหพันธ์รัฐแรก และบนมุมขวาเรียก “แคนตอน” (Canton) ใช้เป็นรูปแฉก ยืมมาจากสัญลักษณ์ธงอังกฤษ ตามประวัติศาสตร์ถือว่า ธงนี้เป็นธงแรกของอเมริกา เรียกชื่อเล่นธงนี้ว่า “เดอะ แกรนด์ ยูเนียน” (The Grand Union)

ธงชาติแรก

วันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1777 คองเกรสได้สถาปนาวันธงชาติและได้ประกาศว่าธงชาติจะยังคงแถบ 13 แถบ สีขาวและแดง แต่ให้เปลี่ยนรูปใน “แคนตอน” เป็น ดาวพื้นสีน้ำเงิน และดาวสีขาวแทน  หลังจากนั้นก็มีการออกแบบธงออกมา 2 รูปแบบที่มีคนนิยมนำมาใช้ แต่คองเกรสยังไม่ได้รับอันใดอันหนึ่งเป็นธงประจำชาติอย่างทางการ คือ รูป 13 ดาวกลมข้างใน “แคนตอน” ตามประวัติศาสตร์เคลมว่า นาง “เบ๊ทสี รอส” เป็นผู้ออกแบบ และอีกธงคือรูป 13 ดาวเรียงแถว ทหารเรือ ยู เอ็ส เนวี นายฟรานซิส ฮ็อปคินสัน (Francis Hopkinson) เป็นผู้ออกแบบ

13-star so-called “Betsy Ross” variant
Francis Hopkinson’s flag for the U.S. Navy, featuring 13 six-pointed stars arranged in rows.

ในปี ค.ศ. 1834 ธงชาติดาวแถวของนาย “ฟรานซิส ฮ็อปคินสัน” ได้ถูกนำมาใช้เป็นทางการของกองทัพบก ปี ค.ศ. 1861 ช่วงสงครามกลางเมืองหรือ “ซิวิล วอร์” (Civil War) ธงชาติดาวแถวได้ถูกชักขึ้นเสาเป็นการเคารพธงชาติครั้งแรกในเมือง “ฮาร์ทฟอร์ด รัฐคอนเน็ทติคัท” (Hartford รัฐ Connecticut) ปี ค.ศ. 1916 ประธานาธิบดี ซ๊ดโดรว์ วิลสัน”(Woodrow Wilson) ร้องเรียกให้ประชาชนสถาปนาวันที่ 14 มิถุนายน เป็นวันเคารพธงชาติ  ปี ค.ศ. 1949 คองเกรสลงมติให้วันที่ 14 มิถุนายนเป็นวันธงชาติทั่วประเทศ ซึ่งประธานาธิบดี “แฮรี่ ทรูแมน” (Harry Truman) ลงนามอนุมัติ ต่อมาปี ค.ศ. 1959 ประธานาธิบดี “ไอเซนฮาวร์”(Eisenhower) กำหนดขนาดธงชาติ แถบและ และดาวแถว และใช้มาเป็นมาตรฐานจนปัจจุบัน

ลักษณะธงชาติปัจจุบันเป็นรูป แถบแดงสลับขาว 13 แถบสีแดง 7 แถบ สีขาว 6 แถบ เป็นสัญลักษณ์ของรัฐที่เป็นอาณานิคมเริ่มแรกของอังกฤษ 13 รัฐ Delaware, Pennsylvania, New Jersey, Georgia, Connecticut, Massachusetts, Maryland, South Carolina, New Hampshire, Virginia, New York, North Carolina, และ Rhode Island (ชื่อรัฐเรียงตามลำดับตั้งแต่รัฐ 1-13 ที่เข้าร่วมสหพันธ์รัฐ) และดาว 50 ดวง (Stars) ใน “แคนตอน” เป็นสัญลักษณ์ของรัฐ 50 รัฐในอเมริกาปัจจุบัน

ธงชาติอเมริกันปัจจุบัน

ประวัติเพลงชาติอเมริกัน

ตามข้อมูลที่เล่าต่อกันมาเชื่อว่า คืนวันที่ 13 กันยา ปี 1814  ช่วงสงครามกลางเมืองระหว่างอาณานิคมกับประเทศแม่ (อังกฤษ) นาย “ฟรานซิส สก็อต คีย์” (Francis Scott Key) ทนายความและนักกวีอยู่ในรบ ส่องกล้องเฝ้าดูทหารอังกฤษโจมตีอยู่บนท่า ผู้บังคับบัญชาไม่อนุญาตให้เขาลงไปที่ท่า เขาเฝ้าดูจนการรบสงบลงจนฟ้าสาง  นาย “ฟรานซิส สก็อต คีย์” มองส่องกล้องไป เห็นธงชาติอเมริกันปลิวอยู่บนท่า ทำให้หัวใจเขาอิ่มเอิบ หยิบกระดาษขึ้นมาเขียนคำกลอน ซึ่งคำกลอนนั้นกลายเป็นเพลงเคารพธงชาติปัจจุบัน เรียกเพลงชาติว่า “เดอะ สตาร์ แสปงเกิล แบนเน่อร์” (The Star-Spangled Banner)

กฎหมายธงชาติ

United States Code Title 4, Chapter 1 ระบุกฎเกณฑ์เกี่ยวกับธงชาติ Title 18, Chapter 33 ระบุความอาญาและโทษต่ออาชญากรรมต่อธงชาติ Title 36, Chapter 10 ระบุถึงวิธี และประเพณีในการเคารพธงชาติ แต่กฎทุกคำในเนื้อหากฎหมายบท 10 นี้ใช้คำว่า“ควรจะ” หรือ“should” แทนที่จะใช้คำว่า“จะต้อง” หรือ “shall” ในการเคารพธงชาติด้วยวิธีใด ตีความว่าไม่ออกเป็นกฎบังคับ เนื่องจากจะไปขัดกับสิทธิและเสรีภาพในการพูดและการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น รัฐธรรมนูญอเม็นด์เม๊นท์ฉบับที่ 1 (Freedom of Speech และ Freedom of Expression) ธงชาติถือเป็นสัญลักษณ์ หรือ “ซิม

บอล” (Symbol) แต่ละบุคคลมีสิทธิที่จะแสดงออกที่จะเคารพหรือไม่เคารพในธงชาติ ไม่ว่าการแสดงออกนั้นสังคมไม่ยอมรับก็ตาม รวมทั้งการเผาหรือทำลายธงชาติ นำผ้าลายธงชาติมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม เหล่านี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของการ การแสดงออกหรือ “ซิมบอลลิค สปีช” (Symbolic Speech) ซึ่งได้รับความคุ้มครองภายใต้สิทธิรัฐธรรมนูญ

ตัวอย่างคดี

คดีเผาธงชาติ (Flag Burning) Street v. New York (1969) หลังจากที่ผู้นำผิวดำนาย James Meredith นักต่อสู้เพื่อความเสมอภาคระหว่างผิวถูกลอบยิงตาย นาย Street ได้เผาธงชาติบนหัวมุมถนน และตะโกนด่ารัฐบาลว่า “เรามีธงชาติไว้หาสวรรค์อะไร เมื่อกฎหมายไม่คุ้มครอง ปล่อยให้นาย Meredith ตาย” นาย Street ถูกจับในข้อกล่าวหาเผาธงชาติในที่สาธารณชนตามกฎหมายรัฐนิวยอร์ค คดีขึ้นถึงศาลสูงสุด (U.S. Supreme Court)  ศาลสูงสุดกลับคำตัดสิน และเขียนความเห็นว่า “รัฐนิวยอร์คไม่สามารถลงโทษผู้ทำลายหรือทำให้ธงชาติเสียหายในที่สาธารณะ เมื่อการกระทำนั้นเป็นการแสดงออกเพื่อประท้วงรัฐบาล กฎหมายนี้ละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญ”

หลังจากนั้นปี ค.ศ. 1980 มีคดีเผาธงชาติอีก ในรัฐเท็กซัส Texas v. Johnson ปี จำเลยชนะอีก

คดีดูหมิ่นธงชาติ (Contemptuous Treatment) Smith v. Goguen (1974) นาย Goguen ถูกจับในข้อกล่าวหาดูหมิ่นธงชาติตามกฎหมายรัฐแมสสาจูเซ็สท์ เมื่อเขานำเศษผ้าสี่เหลี่ยมลายธงชาติ เย็บปะก้นกางเกงและนั่งทับสัญลักษณ์ธงชาติ คดีขึ้นถึงศาลสูงสุด ศาลสูงสุดกลับคำตัดสิน และเขียนความเห็นว่า “ข้อระบุในกฎหมายห้ามแสดงการดูหมิ่นธงชาตินั้นกำกวม (vagueness) การลงโทษจำเลยในกรณีนี้ไม่ใช่เพื่อต้องการปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของผืนธงชาติ แต่เป็นการลงโทษในการสื่อความหมายเกี่ยวกับธงชาติ

คดีนำธงชาติมาใช้ในทางที่ผิด (Flag Misuse Case) Spence v. Washington (1974) นาย Spence นักศึกษามหาวิทาลัย Kent ในรัฐวอชิงตันประท้วงการบุกรุกและการฆ่าคนตายในประเทศเขมร โดยนำธงชาติที่เขาติดเทปเป็น “สัญลักษณ์สันติภาพ” หรือ “พีซ ซิมบอล” (peace symbol) แบ็คกราวนด์บนธงชาติ แขวนออกนอกหน้าต่างอพาร์ตเม๊นท์ที่มหาวิทยาลัย นาย Spence ถูกจับในข้อกล่าวหานำธงชาติมาใช้ในทางที่ผิดตามกฎหมายรัฐวอชิงตัน คดีขึ้นถึงศาลสูงสุด ศาลสูงสุดกลับคำตัดสิน และเขียนความเห็นว่า “ถึงแม้ว่ารัฐจะต้องการปกป้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของธงชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐต้องทำทุกอย่างที่จะให้บรรลุผล รัฐไม่สามารถบังคับให้ราษฎรทุกคนเคารพธงชาติหรือคำนับธงชาติทุกครั้งที่ธงชาติถูกชักขึ้น เช่นเดียวกับที่รัฐไม่สามารถลงโทษราษฎรที่วิจารณ์ (criticism) ธงชาติ หรือสัญลักษณ์ในความศักดิ์สิทธิ์ของธงชาติ  หรือลงโทษราษฎรที่ต้องการวิจารณ์นโยบายรัฐบาล”

สัญลักษณ์สันติภาพ (Peace Symbol)

สิทธิในการไม่เคารพธงชาติ

สิทธิในการแสดงออกในอเม็นด์เม๊นท์ที่หนึ่ง รวมสิทธิในการไม่แสดงออก (Right Not To Speak) ในคดี West Virginia State Board of Education v. Barnette (1943) ศาลตัดสินว่าโรงเรียนไม่สามารถลงโทษเด็กนักเรียนที่ไม่ยอมยืนทำความเคารพธงชาติได้ เพราะบุคคลมีสิทธิเสถียรภาพที่จะไม่พูดหรือไม่แสดงออกได้

ปี 1989 คองเกรสผ่านร่างกฎหมายรัฐบาลกลางเรียก “กฎหมายปกป้องธงชาติ” “แฟล๊ก โพรเท็กชั่น แอ๊กท์” (Flag Protection Act of 1989) ลงโทษเป็นความอาญาถ้าผู้ใดมีเจตนาทำลายธงชาติอเมริกันในที่สาธารณะ ในปี 1990 หลังจากกฎหมายกฎหมายปกป้องธงชาติ ผ่านออกมาศาลสูงสุดได้ตัดสินในคดีฉีกธงชาติ (Flag Mutilation Case) United States v. Eichman (1990) ว่ากฎหมายนี้ละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการออกความคิดเห็น (Suppression of free expression) หลังจากการตัดสินในคดี United States v. Eichman “กฎหมายปกป้องธงชาติโวทเข้าสภา แต่ไม่ผ่าน

ผู้ถือใบเขียวขอใบเขียวให้ใครได้บ้าง

วันนี้คุยกันเรื่องใบเขียว ผู้ถือใบเขียวสามารถขอใบเขียวให้ ลูก หลาน(พ่วงมา) คู่สมรส และพ่วงลูกคู่สมรสได้ หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องรอให้ตนเป็นซิติเซ่นก่อนถึงจะทำได้ หรือถ้าเป็นซิติเซ่นจะขอใบเขียวได้เร็วขึ้น เหล่านี้เป็นการเข้าใจผิดนะคะ  ผู้ถือใบเขียวขอใบเขียวให้ใครได้บ้าง

ผู้ถือใบเขียวตาม “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” สามารถขอใบเขียวให้ครอบครัวได้ แยกเป็น กรุ๊บ 2A และ 2B

  1. กรุ๊บ 2 A ผู้ถือใบเขียวขอใบเขียวให้คู่สมรส หรือลูกอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่สมรส หรือหย่าแล้วใช้เวลาประมาณ 2 ปี สามารถพ่วงบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีไม่สมรสมาได้

  2. กรุ๊บ 2 B ผู้ถือใบเขียวขอใบเขียวให้ลูกอายุเกิน 21 ปีที่ยังไม่สมรส หรือหย่าแล้ว ใช้เวลาประมาณ 6 ½ ปี สามารถพ่วงบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีไม่สมรสมาได้

หมายเหตุ โควต้า“กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์”ระยะเวลารออาจเปลี่ยนแปลงช้าลงหรือเร็วขึ้นได้ คุณสามารถเช็คระยะเวลารอได้จาก Visa Bulletin แต่ละเดือนที่ www.travel.state.gov

ขอใบเขียวให้ลูก 3 ตัวอย่าง

(1) ถ้าคุณมีบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปีก่อนจดทะเบียนสมรสกับซิติเซ่นและเด็กอายุต่ำกว่า 21 ปีตอนยื่นเรื่อง คู่สมรสซิติเซ่นสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณ และขอใบเขียวให้ลูกคุณได้ในฐานะลูกเลี้ยงได้ ใช้เวลาเพียง 5 เดือนถ้าลูกอยู่อเมริกา 8-10 เดือนถ้าลูกอยู่ไทย กรณีที่คู่สมรสไม่พร้อมหรือยังไม่ต้องการแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกคุณ ทันทีที่คุณได้ใบเขียวแต่งงาน 2 ปี (หรือ 10 ปี) คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ลูกอายุต่ำกว่า 21 ปีที่อยู่เมืองไทยได้ทันที คู่สมรสไม่ต้องเซ็นเอกสาร ลูกจัดอยู่ใน กรุ๊บ 2A ใช้เวลาประมาณ2 ปี

(2) ถ้าลูกอายุเกิน 21 ปีไม่สมรสหรือหย่าแล้ว คุณสามารถขอใบเขียวให้เขาได้ทันที ลูกจัดอยู่ใน กรุ๊บ 2B ใช้เวลาประมาณ 6 ½ ปี กรณีลูกของคุณมีลูกเล็กๆ(หลานคุณ)ลูกเล็กๆจะได้ใบเขียวพ่วงตามมาด้วย (ประหยัดเงินค่าธรรมเนียม) กรณีลูกคุณแต่งงาน ลูกคุณต้องหย่าก่อน คุณถึงจะยื่นเรื่องให้ได้ และคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวให้เขาทันที ไม่ต้องรอให้เป็นซิติเซ่นก่อน เพราะระยะเวลารอเท่ากันระหว่างลูกซิติเซ่นไม่สมรสหรือลูกใบเขียวไม่สมรส ลูกซิติเซ่นอายุเกิน 21 ปีไม่สมรสอยู่ใน กรุ๊บ 1st ระยะเวลารอประมาณ 6 ½ ปีเท่ากันกับกรุ๊บ 2B  

อ้าว! แล้วคู่สมรสลูกล่ะ ลูกมันจะไม่ยอมมาอเมริกาถ้าแฟนไม่มาด้วย ไม่ต้องตกใจค่ะ วิธีทำคือ เอาลูกและหลานมาก่อน ทันทีที่ลูกได้ใบเขียว ให้เขาเดินทางเข้ามาอเมริการับใบเขียวเสร็จ ก็บินกลับไทยไปจดทะเบียนสมรส และตัวเขาทำเรื่องขอใบเขียวให้คู่สมรสทันที(คู่สมรสอาจเป็นพ่อหรือแม่เด็ก หรือแฟนใหม่ก็ได้) ใช้เวลารอประมาณ 2 ปี ระหว่างจากกันรอ 2 ปีนั้น ถ้าคิดถึงกันก็บินไปมาไทยได้ วิธีนี้เป็นวิธีที่เร็วและดีที่สุด

ถ้าพ่อหรือแม่รอให้ได้ซิติเซ่นและค่อยยื่นใบเขียวให้ลูก คู่สมรสและหลาน มาพร้อมกันไม่ดีกว่าเหรอ

ไม่ดีกว่าค่ะ เพราะวิธีนี้ใช้เวลานานกว่า คือถ้าคุณรอให้เป็นซิติเซ่นก่อน เผลอ 3-5 ++ปี กว่าคุณจะได้ซิติเซ่น จึงยื่นเรื่องให้ครอบครัวลูก ใช้เวลาประมาณ 11 ½ ปีค่ะยิ่งนานไปใหญ่ และอีกปัญหาคือ หลาน (ลูกๆของลูกคุณอาจอายุเกิน 21 ปี ก็จะไม่สามารถพ่วงมากับ พ่อหรือแม่ได้)

อีกกรณีคือ สมมติคุณยื่นขอใบเขียวให้ลูกอยู่ ระหว่างคอย คุณได้เป็นซิติเซ่น ลูกคุณอาจต้องการไปจดทะเบียนกับแฟนและรอมาด้วยกันทั้งครอบครัว วิธีนี้จะช้ากว่าวิธีแรกค่ะ เพราะระยะเวลาคอย 11 ½ ปี สำหรับลูกซิติเซ่นที่แต่งงาน กรุ๊บ 3rd โควต้ารอประมาณ 11½ ปี แทนที่จะเป็น 8 ½ ปี ลูกคุณโสดได้ใบเขียวใน 6 ½ ปี ทำให้คู่สมรสรอ 2 ปี รวม 8 ½ ปี

(3) กรณีคุณโสดอายุต่ำกว่า 21 ปี คุณได้ใบเขียวจากพ่อหรือแม่ซิติเซ่น แต่คุณมีลูก(ทารก)นอกสมรส ตามกฎกรณีนี้เด็กไม่ได้ใบเขียวพ่วงกับคุณ (ไม่ต้องโกรธพ่อหรือแม่นะคะ ว่าเขาไม่ทำใบเขียวให้ลูกว่าหรือแฟน เพราะมันเป็นกฎ) ข้อแนะนำ คุณบินเข้ามาอเมริการับใบเขียว และจึงเดินทางกลับเมืองไทย จดทะเบียนกับ(พ่อหรือแม่เด็ก) และจึงยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คู่สมรสทันที ซึ่งลูกของคุณจะได้ใบเขียวตามพ่อหรือแม่(คู่สมรสคุณ)ด้วย ใช้เวลารอเพียง 2 ปี กรุ๊บ 2A

(4) กรณีคุณได้ใบเขียวจากคู่สมรสซิติเซ่นคนใหม่ คุณมีลูกอายุเกิน 21 ปี ยังไม่สมรส แนะนำให้ยื่นขอใบเขียวให้ลูกเลย ไม่สำคัญว่าลูกคุณจะไม่อยากไปอเมริกา หรือยังโกรธคุณที่แต่งงานใหม่ คุณเป็นคนเซ็นเอกสารคนเดียว ลูกไม่ต้องเซ็น แนะนำให้ทำเรื่องให้เขาทันที เพราะใช้เวลานาน 6 ½ ปี ของอย่างนี้เปลี่ยนใจกันได้ ถ้าคุณไม่ทำ 4-5 ปีให้หลัง ลูกแง๊วๆอยากไปอเมริกา ตอนนี้ก็ต้องรอไป ดิฉันเห็นมาเยอะแล้วค่ะ

อย่าพึ่งงงนะคะ โปรดอ่านทำความเข้าใจ เรื่องใบเขียว “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” หนังสือ “กฎหมายอิมมิเกรชั่น” บทที่ 4 ใบเขียว หน้า 39 หัวข้อวิธีเช็คโควต้าใบเขียว และ บทที่ 8 ใบเขียวครอบครัว คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือ “กฎหมายอิมมิเกรชั่น” เล่มละ $65 โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308

ขอใบเขียวให้คู่สมรส ตัวอย่าง

คุณได้ใบเขียว 10 ปีจากลูกซิติเซ่น คุณหย่ากับภรรยาเก่า (แม่ของลูกซิติเซ่น)แล้ว และแต่งงานกับหญิงใหม่ และสมมติว่ามีลูกเล็กกับภรรยาใหม่ 2 คน คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ภรรยาใหม่ได้ทันที ส่วนเด็กลูก 2 คนของคุณกับภรรยาใหม่จะพ่วงได้ใบเขียวพร้อมกับภรรยา ทำเคสเดียวได้ 3 คน ใช้เวลาประมาณ 2 ปีเท่านั้น

ไม่แนะนำ ให้ทำใบเขียวเองกรณีข้างต้นเหล่านี้ เพราะการทำใบเขียว ระยะเวลาสำคัญที่สุด เวลาทำกับทนาย ทนายจะคำนวณเวลาเพราะไม่ต้องการให้เด็กอายุเกินหรือ age out หรือ การเข้าออกประเทศของลูกความ และเรื่องภูมิลำเนา ถ้าอยู่นอกประเทศนาน และเรื่องรายได้ของสปอนเซ่อร์ เป็นต้น คุณสามารถติดต่อดิฉันได้ทางอีเมล์ค่ะ attorneyruji@aol.com