ทนายความ รุจีรัตน์ โททาริ

สามีขู่จะหย่าจะทำไง

ไงคะอากาศคาลิฟอร์เนียเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน คนคาลิฟอร์เนียก็บ่นอุบ ความที่ชาวคาลิฟอร์เนียเคยตัวกับอากาศที่ดีสุดๆแต่ถ้าเราถ้าเทียบกับแถบมิดเวสท์และแถบตะวันออกเขายิ่งแย่กว่าเรา วันที่ 20 มีนานี้ก็จะเข้าหน้าฤดูใบไม้ผลิหรือสปริงแล้ว อากาศก็จะเริ่มจะอุ่นขึ้น ดิฉันจะไม่อยู่ไปเวเคชั่นต้อนรับสปริง 1 อาทิตย์นะคะ ระหว่าง 2-9 เมษา ไปโตเกียวไปดูดอกซากุระบาน เพื่อนไปเจอ deal ดีของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ รวมนอนที่ Four Seasons 4 คืน เลยลากกันไปเที่ยวกันสาวๆ สนุกแน่

ดิฉันรับทำเคสใบเขียว 10 ปี โดยเฉพาะเคสที่สามีหย่าก่อนได้ใบเขียว 10 ปี ดิฉันมักได้รับโทรศัพท์ทำนองนี้บ่อยๆว่า “สามีขู่จะหย่าจะทำไง” หลายคนต้องทนอยู่เพราะกลัวจะสูญ หรือต้องถูกส่งกลับ หรือบางคนก็ไม่มีที่ไปเพราะไม่ได้ทำงาน เป็นต้น ทนอยู่ให้สามีขู่ด่าทอและไล่ออกจากบ้านทุกวัน บั่นทอนจิตใจ วันนี้เราจะคุยเรื่องนี้ถึงสิทธิของคุณในแง่กฎหมายหย่าและกฎหมายอิมมิเกรชั่น เพราะเป็นการสำคัญที่คุณจะต้องเรียนรู้กฎหมายบ้างเพื่อไม่ให้สามีข่มและดูถูก แทนที่จะนั่งเจ็บใจ สิ้นหวัง

การหย่าในเมกา

ในเมกากฎหมายเรื่องหย่าเป็นกฎหมายรัฐ ซึ่งอาจต่างกันบ้างในแต่ละรัฐในแง่ระเบียบการยื่นเรื่อง ระยะเวลาหย่า และเหตุผลของการหย่า ว่าต้องอ้างหรือไม่  แต่ส่วนมากกฎหมายหย่าทั่วทุกรัฐจะแฟร์(fair)  หรือยุติธรรมระหว่างหญิงชาย

หย่าในศาล

การหย่าในเมกา ต้องหย่าที่ศาล ที่นี่ไม่มีการจูงมือขึ้นอำเภอเซ็นชื่อและหย่าเสร็จในวันเดียวแบบเมืองไทยถึงแม้จะตกลงหย่าด้วยกันทั้งคุ่ก็ตาม ทุกเคสต้องเข้าศาล แต่ส่วนมากคุณไม่จำเป็นต้องไปศาล นอกจากกรณีที่สมรสมานาน 10 ปีขึ้นไป มีประเด็นเรื่องทรัพย์สินมาก มีลูก และทะเลาะกันและตกลงกันไม่ได้ เอาว่ากรณีที่ดิฉันยกตัวอย่างในที่นี้จะเป็นกรณีแต่งระยะสั้น หลังได้ใบเขียว 2 ปีแต่ยังไม่ได้ใบเขียว 10 ปี

ระยะเวลาหย่า

แต่ะรัฐต่างกันบางรัฐ 3 สัปดาห์ รัฐคาลิฟอร์เนีย 6 เดือน

หย่าที่ไหน

หย่าตามกฎหมายรัฐที่คุณหรือสามีอยู่ก็ได้ (กรณีแยกกันอยู่แล้ว) ห้ามหย่ากงสุลไทย

เหตุผลของการหย่า

บางรัฐต้องให้เหตุผลว่าหย่าเพราะอะไร คล้านกฎหมายไทย แต่หลายรัฐรวมคาลิฟอร์เนียไม่ต้องให้เหตุผลเพียงว่า เราเข้ากันไม่ได้

ไม่ยอมหย่าได้ไหม

ไม่ได้ค่ะ การแต่งงานในเมกา เปรียบเทียบเหมือนการทำสัญญาระหว่างผู้ใหญ่ 2 คนที่จะอยู่ร่วมกันตามกฎหมาย ฉะนั้นการหย่าในแง่กฎหมายก็คือ การยกเลิกสัญญา ระหว่างคนสองคน แต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิจะยกเลิกสัญญาได้ ถึงแม้ว่าฝ่ายหนึ่งไม่เต็มใจก็ตาม

สรุป

ถ้าสามีต้องการหย่า ไหนๆรั้งไว้ไม่ได้แล้ว ก็ต้องยอมหย่าอย่างมีศักดิ์ศรี โดยคุณควรต้องรู้กฎหมาย จะได้สามารถคุยกับสามีได้อย่างฉลาด เขาจะได้ไม่ข่ม คิดว่าคุณไม่รู้กฎหมายอะไรเลย ปล่อยให้สามีเป็นฝ่ายยื่นเรืองคุณจะได้ไม่ต้องเสียตังมาก ค่าทนายและค่าศาล หลังจากหย่าเสร็จ คุณก็สามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองได้เลย สถิติที่จะได้สูงมากๆค่ะ

ในแง่กฎหมายอิมมิเกรชั่น

ถ้ามีการหย่าในระหว่าง 2 ปีแรกหลังได้ใบเขียว คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองได้ สามียังต้องรับผิดชอบกรณีถ้าคุณไปกินสวัสดิการจากรัฐบาล เนื่องจากตอนเขาทำใบเขียวให้คุณเขาเซ็นฟอร์ม “แอ๊ฟฟิเดวิท อ๊อฟ ซัพพอร์ท” (affidavit of support) เป็นสัญญาระหว่างเขากับรัฐบาลว่า เขาเป็นคนรับผิดชอบถ้าคุณไปกินเวลแฟร์หรือสวัสดิการอื่นๆของรัฐบาล เขาต้องรับผิดชอบใช้เงินคืน การหย่าไม่ได้ทำให้เขาหมดภาระ เขาไม่สามารถยกเลิกสัญญากับคุณได้ เพราะคุณไม่ได้เป็นคนทำสัญญา เป็นสัญญาระหว่างเขากับรัฐบาล

ในแง่กฎหมายหย่า

ถ้าคุณไม่ทำงาน ไม่มีรายได้ ตอนจะหย่าขอแนะนำให้คุณปรึกษาทนายด้านหย่า ให้ทนายขอศาลให้ทางสามีเป็นคนจ่ายค่าทนาย เนื่องจากคุณไม่มีงานทำ และบอกให้ทนายเรียกร้องค่าเลี้ยงดูจากสามีจนกว่าคุณจะหางานทำ มีรายได้ของตนเอง ระยะเวลาค่าเลี้ยงดูนานเท่าไร ศาลจะตัดสินเอง   โดยปกติถ้าเป็นการแต่งงานระยะสั้น ศาลมักจะไม่พิจารณาให้ค่าเลี้ยงดูภรรยา นอกจากบางกรณี เช่น คุณเคยทำงานนอกบ้านมาก่อน พอแต่งสามีก็บอกไม่ให้ทำงานให้อยู่ทำงานบ้าน สรุปได้ว่าคุณควรให้ทนายเรียกร้องค่าเลี้ยงดู เพราะไม่เสียหายอะไร

เรื่องสามีขู่ไม่ต่อใบเขียวให้ หรือไล่คุณออกจากบ้าน คุณควรนั่งคุยกับสามีอย่างเป็นงานเป็นการแบบคนมีความรู้ด้านกฎหมายพอสมควร ว่า ถ้าคุณให้ฉันออกจากบ้านตอนนี้ ฉันไม่มีงานทำ ไม่มีที่ไป ฉันก็อาจต้องไปกินเวลแฟร์ ขอสวัสดิการบางอย่างจากรัฐบาล (เตือนเขาเรื่อง affidavit of support ที่เขาเซ็น) หรือให้ฉันอยู่ในบ้านนี้ไปก่อน ต่างคนต่างอยู่ ฉันจะออกไปหางานทำตอนนี้ พอเก็บสตังมีรายได้พอที่เมื่อย้ายออกฉันสามารถเลี้ยงตัวเองได้ (ถ้าคุณไม่มีรถหรือไม่มีใบขับขี่คุณต้องขวนขวายหาทางขับรถ หรือขอร้องแกมบังคับสามีให้เขาสอนขับรถ) ส่วนเรื่องใบเขียว 10 ปี บอกเขาว่าถึงคุณไม่ทำให้ฉันก็ไม่เป็นไร ฉันสามารถยื่นเรื่องด้วยตนเองได้

ข้อแนะนำ ให้คุณรวบรวมเก็บหลักฐาน และเอกสารต่างๆที่จะแสดงว่าคุณกับสามีอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาจริงๆ เพื่อพร้อมที่จะทำเรื่องใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง ดิฉันเชื่อว่าถ้าเราฮึดสู้และไม่ให้เขามาขู่ ดูถูกเรา สามีคงผงะไปบ้าง คุณต้องถือว่าตัวคุณก็มีศักดิ์ศรี เราเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน

เคสตัวอย่าง

ดิฉันมีเพื่อนเล่นการพนันเป็นงานอดิเรก (เหตุการณนี้เกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว) ซึ่งสามีก็รู้ว่าเพื่อนเล่นตั้งแต่ตอนแต่งงาน แถมยังไปฮันนีมูนที่เวกัส และได้เห็นเพื่อนเล่นไพ่มือหนักวันนั้น ระยะหลังๆทุกครั้งที่เพื่อนออกไปบ่อน สามีก็ขู่เช้าขู่เย็นว่าจะหย่า และจะไล่ออกจากบ้านของเขา แบ๊คกราวนด์เพื่อนคือ แต่งกันมาหลายปีตอนนั้นจำไม่ได้ว่าเกิน 10 ปีหรือใกล้ๆ 10 ปี เพื่อนทำงานรายได้ปกติ สามีก็ทำงานได้รายได้ดีมาก บ้านที่อยู่ด้วยกัน สามีซื้อก่อนแต่งแป๊บเดียว เป็นชื่อสามีคนเดียว สามีวางดาวน์และเป็นคนผ่อนมาตลอด ไม่มีลูกด้วยกัน วันหนึ่งเพื่อนทนไม่ไหว วิ่งมาหาดิฉันตอนดึกแล้ว ว่าสามีขู่ว่าจะหย่าอีกแล้ว เธอบอกว่าเธอทนไม่ไหวแล้ว เอาไงเอากันหย่าก็หย่า เธอต้องการรู้ว่าเธอจะได้อะไรบ้างถ้าหย่า เธอรู้ส่าสามีมีเงินเก็บเยอะ เพราะสามีประหยัดเก็บอย่างเดียว แต่เธอไม่รู้เท่าไร

ดิฉันแนะนำให้เธอกลับบ้าน และลากสามีมานั่งคุยกันที่โต๊ะอาหารแบบสงบ ไม่ต้องโกรธแค้น  และบอกให้พูดกับสามีดังนี้

“ที่รัก โอเคถ้าเธอจะหย่าฉันยอมหย่า ฉันเพิ่งไปคุยกับทนายรุจีเพื่อนฉันมา สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราหย่าคือ เธอต้องเปิดเผยทรัพย์สินว่าเธอมีเงินเก็บเท่าไร เราต้องแบ่งคนละครึ่ง เพราะทรัพย์สินที่ได้มาจากการทำงาน(แรงงาน)ระหว่างสมรส ถือเป็นสินสมรส และเรื่องบ้าน ถึงแม้จะเป็นชื่อเธอคนเดียวก็ตาม แต่เราแต่งงานทันทีหลังเธอซื้อบ้าน ฉะนั้นเงินที่เธอผ่อนบ้านแต่ละเดือนถึงแม้มาจากเงินเดือนเธอก็ตาม แต่เงินผ่อนบ้านแต่ลละเดือนคือสินสมรส ฉะนั้นศาลจะดูมูลค่าของบ้าน ณ วันที่เราหย่า คืนเงินที่เธอดาวน์บ้าน 10% ให้เธอเพราะเงินนั้นถือเป็นสินส่วนตัวของเธอ และหักค่ามอร์เกจ (mortgage) บ้าน ที่เหลือกำไร ถือเป็นสินสมรสเพราะเราสร้างมาด้วยกัน ฉะนั้นจำนวนนั้นแบ่งคนละครึ่ง” เพื่อนกลับไปบ้านปฏิบัติเรียกสามีมานั่งคุยทันที ตั้งแต่นั้นคุณสามีเงียบ เลิกขู่ จน ณ.วันนี้ทั้งสองก็ยังอยู่ด้วยกันรักไคร่กันดี และทั้งสามีภรรยาเป็นเพื่อนที่ดีมากกับดิฉันและสามีมาถึงปัจจุบัน โปรดอ่านความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ ใบเขียว 2 และ 10 ปี ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง หัวข้อ “ขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง” หน้า 5-7 บทที่ 5 ใบเขียวแต่งงานแลกฎหมายหย่า ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง” หัวข้อ “หย่าร้าง” หน้า 2-3 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

 

Share

Affidavit of Support

แอ๊ฟฟิเดวิท อ๊ออฟ ซัพพอร์ท

สัปดาห์ที่ผ่านมาอากาศคาลิฟอร์เนียหนาวมากและลมแรง จริงๆถ้าเทียบกับแถบมิดเวสท์และแถบตะวันออกเขายิ่งหนาวกว่าเรา แต่เพราะเราชาวคาลิฟอร์เนียมักจะเคยตัวกับอากาศที่ดีสุดๆไม่หนาวร้อนสบายตลอดปี ฉะนั้นหนาวนิดก็จะบ่น วันที่ 20 มีนานี้ก็จะเข้าหน้าฤดูใบไม้ผลิหรือสปริงแล้ว อากาศก็จะเริ่มจะอุ่นขึ้น อย่าลืมวันอาทิตย์ที่ 11 มีนานี้ จะเปลี่ยนเวลานะคะตอนตี 2 ของคืนวันเสาร์ ฉะนั้นตีหนึ่งของคืนวันเสาร์ก็จะกลายเป็นตีสอง สมัยสาวๆตอนชอบไปแฮ๊งตามบาร์ฟังดนตรี หนุ่มสาวก็จะบ่นอุบเพราะบาร์ปิดเร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมง โปรดอ่านความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ Daylight Saving Time ในหนังสือ “อยู่อเมริกา“หน้า 27 และ “ภูมิภาคอากาศ” หน้า 24-45 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

ตอนนี้เข้าหน้าทำแท็กซ์ ยื่นภาษีรายได้หรือ “อินคัม แท็กซ์” (Income Tax) ต้องยื่นก่อนภายในวันที่ 15 เมษา หรืออาจยื่นขอ extension การแจ้งภาษีเป็นหน้าที่ของผู้มีใบเขียว ซิติเซ่น และทุกคนที่มีรายได้และจ่ายภาษีอย่างถูกต้องถึงแม้ว่าคุณจะอยู่เถื่อน สัปดาห์นี้เราคุยเรื่องรายได้ขั้นต่ำของผู้ที่แอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรส พ่อแม่ ลูก พี่น้อง และถ้ารายได้ไม่พออทำอย่างไร 

“แอ๊ฟฟิเดวิท อ๊อฟ ซัพพอร์ท”

เมื่อคุณแอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรส พ่อแม่ ลูก และพี่น้อง คุณจะต้องเซ็นฟอร์มการันตีว่าคุณมีเงินพอที่จะ”ซัพพอร์ท”หรือเลี้ยงผู้นั้นได้ คือไม่ให้เขาต้องไปเป็นภาระให้รัฐบาล กรณีถ้าเขาไปกินเงินสวัสดิการรัฐบาล(เวลแฟร์)ระหว่างที่เขามีใบเขียว คุณสัญญาว่าคุณจะชดใช้เงินรัฐบาล คุณหมดภาระรับผิดชอบเขาเมื่อ

  • ผู้ที่คุณสปอนเซ่อร์เป็นซิติเซ่น
  • ผู้ที่คุณสปอนเซ่อร์ยกเลิกใบเขียว
  • ผู้ที่คุณสปอนเซ่อร์ตาย
  • ผู้ที่คุณสปอนเซ่อร์ทำงานจ่ายภาษีครบ 10 ปี (เพราะผู้นั้นมีสิทธิกินเงินสวัสดิการได้)

ข้อเตือน กรณีที่คุณเซ็นซัพพอร์ทคู่สมรส ถ้าคุณหย่าภาระการรับผิดชอบไม่สิ้นสุดลง

ผู้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีคนซํพพอร์ท

มีสองกรณีที่คุณไม่ต้องเซ็น”ซัพพอร์ท”หรือรับผิดชอบคนที่คุณแอ็พพลายใบเขียวให้คือ กรณีแรก ถ้าผู้ทีุ่ณแอ็พพลายให้ทำงานเสียภาษีแล้ว 10 ปี เพราะผู้นั้นมีคุณสมบัติหรือ Qualify ที่จะกินเงินสวัสดิการรัฐบาลได้ และกรณีที่สองคือ พ่อหรือแม่ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะกรณีนี้ถ้าลูกได้ใบเขียวก่อนเด็กอายุ 18 ปี เด็กจะได้เป็นซิติเซ่นโดยอัตโนมัติ

ต้องมีรายได้เท่าไร

รายได้ที่คุณต้องโชว์ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกในครอบครัวของคุณ ถ้าคุณโสดตัวคนเดียวทำใบเขียวให้คู่สรส คุณต้องมีรายได้ในแท็กซ์ปีล่าสุดอย่างต่ำ $18,388 ถ้าคุณมีสมาชิกในครอบครัวและเคลมเขาเป็น “ดีเพ็นเด้นท์” ในอินคัมแท็กซ์ ก็ต้องบวกสมาชิกครอบครัวไปด้วยเช่น ถ้ามีลูกติด 1 คน รายได้ต้องเป็น $23,163 ถ้าคุณเกิดเคลมคนอื่นเช่นพ่อเข้าไปในแท็กซ์ด้วยเป็น 3 คน รายได้ต้องเพิ่ม $27,938 คือรายได้เพิ่มขึ้นต่อสมาชิกต่อคน วิธีคิดง่ายๆคือต่อคนเพิ่มประมาณ $4,773 ต่อคน รายได้นี้จะปรับขึ้นทุกปีประมาณเดือนเมษายน โปรดอ่านความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ รายได้คู่สปอนเซ่อร์และจ๊อยนท์สปอนเซ่อร์ ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” หน้า 5-5 บทที่ 5 ใบเขียวแต่งงาน

ถ้ารายได้ไม่พอทำอย่างไร

ถ้าคุณรายได้ไม่พอ คุณจะต้องหาคนอื่นมาช่วยเป็นสปอนเซ่อร์เรียก “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” ผู้นั้นต้องเป็นซิติเซ่นหรือถือใบเขียวถาวร ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกครอบครัวหรือญาติพี่น้อง อาจเป็นเพื่อนฝูงได้ เขาต้องมีรายได้ดีพอที่จะซัพ พอร์ท คำนวนรายได้สูตรเดียวกับรายได้ของสปอนเซ่อร์ ความรับผิดชอบของเขาเช่นเดียวกับตัวสปอนเซ่อร์ข้างต้น

รายได้”จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”บวกกับรายได้ “สปอนเซ่อร์”ได้ไหม

ปกติรายได้ “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” นำมารวมกับรายได้สปอนเซ่อรไม่ได้ ยกเว้นกรณีที่”จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”เป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกันกับสปอนเซ่อร์และต้องอยู่บ้านเดียวกัน คือในภาษีต้องแสดงที่อยู่เดียวกัน ในกรณีนี้จะสามารถนำรายได้ผู้นั้นบวกรายได้สปอนเซ่อร์ ซึ่งจะช่วยได้มาก ตัวอย่าง ลูกชายซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อ ลูกชายมีรายได้ 10,000 ลูกสาวซึ่งอยู่บ้านเดียวกันมีรายได้ $14,000 ลูกสาวสามารถเซ็นเป็น”จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”ให้พ่อได้ โดยรวมรายได้ทั้งสอง ลูกชายและลูกสาว เป็น $24,000 ก็จะสามารถสปอนเซ่อร์พ่อได้

ถ้าเคยสปอนเซ่อร์ให้คนอื่นมาก่อนเซ็นได้ไหม

ถ้าคุณเคยเซ็นสปอนเซ่อร์คนอื่น หรือช่วยเซ็นเป็น “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์” มาก่อน คุณสามารถเซ็นให้คนอื่นได้ไม่จำกัด ตราบใดที่รายได้คุณมากพอ

ต้องให้”อินคัมแท็กซ์” เมื่อไร

ถ้าซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวคู่สมรส พ่อ แม่ หรือลูกที่อายุต่ำกว่า 21 ปีในอเมริกา คุณต้องยื่นแท็กซ์พร้อมเอกสารตอนแอ็พพลายเลย แต่ถ้าคุณแอ็พพลายใบเขียวเข้าสถานทูตในเมืองไทย คุณต้องยื่นแท็กซ์ประมาณ 6 เดือนให้หลัง นอกเหนือจากนั้น ถ้าซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้สมาชิกครอบครัวในกรุ๊บ”เพร็ฟเฟอเร็นซ์” คือ พี่ น้อง ลูกอายุเกิน 21 ปี ลูกที่แต่งงานแล้ว หรือผู้ถือใบเขียวแอ็พพลายให้คู่สมรส ลูก เหล่านี้ คุณไม่ต้องยื่นภาษีทันที คุณจะยื่นก็ตอนที่โควต้ามาถึง คืออีกหลายปี เท่ากับคุณมีเวลาที่จะค่อยๆทำภาษีให้มากขึ้นภายหลัง โปรดอ่านเกี่ยวกับ กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” หน้า 4-4 บทที่ 4 ใบเขียว

ทำใบเขียว 10 ปีและทำซิติเซ่นไม่ต้องใช้สปอนเซ่อร์

กรณีคุณได้ใบเขียวแต่งงาน  2 ปี ตอนคุณทำใบเขียว 10 ปี คุณไม่ต้องแสดงรายได้ตามที่กำหนดอีกแล้ว คุณควรต้องแสดงอินคัมแท็กซ์ที่คุณทั้งสองทำร่วมกัน เพื่อโชว์ว่าคุณทั้งสองอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา แต่เรื่องรายได้น้อยนั้นไม่สำคัญเช่นเดียวกับตอนคุณทำซิคิเซ่น คุณต้องแสดงว่าคุณเสียภาษีมาตลอดตั้งแต่คุณได้ใบเขียว รายได้มากน้อยไม่สำคัญ

Share