ทนายความ รุจีรัตน์ โททาริ

Leap Year ปีอธิกสุรทิน

วาเล็นไทน์ที่ผ่านมานี้ ดิฉันให้ของขวัญตัวเอง คือระหว่างรอเพื่อนในมอลล์ดิฉันยืนอยู่หน้าร้านทำเล็บเขียน Foot Spa ดิฉันชอบคำว่าสปาอยู่แล้ว เลยเข้าไปนั่งให้เขาทำเล็บเท้าให้  OMG สบายมากๆเลยค่ะ เริ่มด้วยนั่งเก้าอี้นวด และแช่เท้าในน้ำวน หรือ จาคูซี่” (Jacuzzi) และพนักงานคนเวียตนามก็มาขัดเท้า ลูบๆคลำเท้า (จริงๆก็เรียกนวดนั่นหละ แต่นวดเท้าสำหรับดิฉันต้องไสตล์ไทย) ตัดเล็บเท้า ขัดส้นเท้า เสร็จแล้วก็ทาเล็บเท้าให้ดิฉัน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทาเล็บเท้า ไม่รู้จะเลือกสีอะไร พนักงานก็เลยเลือกให้คือสีธรรมชาติมันเป็นสีชมพูอ่อนเรื่อๆ ดิฉันว่ามันดูสวยมากเลยมันๆวาวๆ ดิฉันชอบมากๆเลย ดิฉันนั่งมองเท้าตัวเองทุกวัน นี่ถ้าคนไทยไม่ถือดิฉันก็จะลงรูปเท้าใหม่ของดิฉันให้ดู ไม่น่าเชื่อว่าบางทีสิ่งเล็กๆน้อยๆก็ทำให้เรามีความสุขได้มากๆ วันวาเล็นไทน์ปีนี้ดิฉันเจอวาเล็นไทน์คาร์ดที่ถูกใจมากเลยซื้อให้สามี เป็นรูปวาดผู้หญิงมีหางเปียสองข้างมือหนึ่งถือกล่องช็อคโกแล็ตอีกมือถือรูปหัวใจใหญ่และข้างในหัวใจเขียนว่า  I love you more than chocolate.  ตั้งแต่ดิฉันทำช็อคโกแล็ตอัลมอนด์บาร์คเอง ดิฉันหลงรักช็อคโกแล็ตมากๆ

The Leap Year

เดือน ก.พ. ปีนี้มี 29 วัน ซึ่งจะเกิดขึ้นทุก 4 ปี ฉะนั้นปี 2012 นี้เราจะมี 366 วันแทนที่จะเป็น 365 วันภาษาอังกฤษเรียก ปีที่มี 366 วันว่า “ลีพ เยียร์” (Leap Year) ภาษาไทยเรียกปี “อธิกสุรทิน” ส่วนวันที่ 29 ก.พ. เรียก “ลีพ เดย์” (Leap Day) คอลัมน์นี้เราคุยกันเรื่อง Leap Year

ที่มาของปฏิทิน

ในปัจจุบันปฎิทินในอเมริกาและสากลทั่วไปใช้ “ปฏิทินเกรกอเรียน” (Gregorian Calendar) บางครั้งเรียก “เวสเทอร์น คาเล็นเด้อร์”(Western Calendar) หรือ “คริสเตียน คาเล็นเด้อร์” (Christian Calendar) ฉะนั้นในเมืองไทยจึงเรียกปีสากลว่า “คริสต์ศักราช” เวลาเราเขียนปี คริสต์ศักราช เราจะใช้อักษารย่อว่า A.D. ตัวอย่างปีนี้คือ A.D. 2012 คำย่อ A.D. ย่อมาจากภาษาลาติน Anno Domini Nostri Iesu Christi ซึ่งแปลคำต่อคำว่า “ปีของพระผู้เป็นเจ้าเยซู คริสต์” คือเป็นปีที่ใช้อ้างอิงโดยเริ่มนับจากปีที่เชื่อว่าพระเยซูเกิด และมีอายุครบ 1 ปี เท่ากับ ค.ศ. 1 ส่วนปีพุทธศักราชของไทยภาษาอังกฤษใช้ตัวย่อว่า B.E. ย่อมาจาก Buddhist Era เป็นปีที่ใช้อ้างอิงโดยเริ่มนับจากปีที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว 1 ปี วิธีนับปีคริสต์ศักราชต่างกับปีพุทธศักราชของไทย ให้นำปรไทย ลบ 543 จะได้ปีคริสต์ราช ตัวอย่างปีนี้ พ.ศ. 2555   - 543 = ค.ศ. 2012 โปรดอ่านข้อมูลมีประโยชน์ วิธีเขียน วันเดิอนปี และความแตกต่างระหว่างเมกาและไทย ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 17 หัวข้อ ระบบการวัดและอื่นๆ แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

ใครเป็นผู้คิดค้นปี Leap year

จูเลียส ซีซ่าร์ เป็นผู้คิดค้น Leap Year มีมาตั้งแต่ 46 BC (มากกว่า 2000 กว่าปี) คือก่อนไครสต์ประสูติ ปฏิทินแรกเริ่มเลยเรียก ปฏิทินจูเลี่ยน (Julian Calendar) เรียกชื่อตาม จูเลียส ซีซ่าร์ ปฏิทินจูเลียนมีกฏว่าปีไหนที่หาร 4 ได้ลงตัว ถือเป็น Leap Year เป็นผลให้มี Leap Year บ่อยมาก และยังมีผิดพลาด 1 วันในทุก 128 ปี ภายหลังมีการปฏิรูปปฏิทินกันขึ้นไปเรื่อยๆจนมาปี ค.ศ. 1582 โป๊ปเกรกอรี่ (Pope Gregory XIII) เป็นผู้แนะนำใช้ปฏิทินใหม่มี 365 วันและทุก 4 ปีจะมีเกิน 1 วัน โดยปรับตาม “อิควิน็อกซ์” (Equinox) (อิควิน็อกซ์ คือ วันที่มีกลางวันยาวกว่ากลางคืน) ปฏิทินนี้ได้เรียกชื่อตามชื่อบาทหลวง เป็น “เกรกอเรียน คาเล็นเด้อร์” อเมริกาและอังกฤษยอมรับเกรกอเรียน คาเล็นเด้อร์อย่างเป็นทางการเดือน กันยา ปี 1752 ปัจุบันทั่วโลกยอมรับเป็นปฎิทินสากล ใช้ควบคู่ไปกับปฏิทินของประเทศตัวเอง

ปฏิทินไทย

ปฏิทินไทยสมัยก่อนนานมาแล้วเราใช้ปฏิทินจันทรคติไทยคือนับตามคติการโคจรของดวงจันทร์ การอ่านวันจะอ่านเป็นตัวเลขโดยเริ่มวันอาทิตย์เป็นวันหนึ่ง นับต่อไปถึงวันเสาร์เป็นวันที่เจ็ด และนับเดือนธันวาเป็นเดือนหนึ่ง (เวลาดิฉันแปลเอกสารใบเกิดทีไร มันดูแปลกๆโดยเฉพาะคนเกิดต่างจังหวัด มันจะ อ๊อฟ ไปหมด เช่นเดือน มิถุนา แทนที่จะเป็นเดือน 6 กลับเป็นเดือน 5 บางทีก็เดือน 4 ทำให้ฝรั่งงง ดิฉันยังงงเลย) ที่เดือน 6 กลายเป็นเดือน 4 เพราะ เขตภาคเหนือตอนบน คือดินแดนล้านนาเดิม เขานับเดือนเร็วกว่า 2 เดือน

มาปี พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) ในสมัย ร.5 ได้เปลี่ยนมาใช้ปฏิทินสุริยคติไทย คือ มีวันเดือนปีตรงตามปฏิทินเกรกอเรียน คือนับตามการโคจรของดวงอาทิตย์แทน แต่ตอนนั้นเราก็ยังเปลี่ยนศักราช วันขึ้นปีใหม่เดือนเมษายนอยู่  ต่อมาปี พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1944) สมัยจอมพล ป. ท่านประกาศเปลี่ยนปีใหม่จากเดือนเมษามาเป็น 1 มกรา ตามหลักสากล เป็นผลให้ปี 2483 (ค.ศ. 1943) เหลือเพียง 9 เดือน คือ เมษาถึงธันวา สงสัยว่าคนที่เกิดเดือน มกราถึงมีนาก็ไม่มีวันเกิดปีนั้น

ผู้เกิดวันที่ 29 ก.พ.

ผู้เกิดวันที่ 29 ก.พ. ภาษาอังกฤษเรียก “เอ ลีพปิ้ง” (a Leaping) หรือ “เอ ลีพเปอร์” (a Leaper) โดยปกติในเมกาคนทั่วไปก็จะฉลองวันเกิดวันที่ 28 ก.พ. ในแง่กฎหมายให้นับวันที่ 28 ครบรอบปีวันเกิดในปีที่มี 365 วัน ไม่งั้นคนที่ไม่อยากแก่ก็จะไม่ยอมนับครบรอบวันเกิดทุก 4 ปี คือทุก 4 ปีอายุเพิ่มปีเดียว

ตำนานวัน Leap Day

แถบอังกฤษ และไอร์แลนด์ มีตำนานว่า วัน ลีพ เดย์ คือวันที่ 29 ก.พ. คือทุก 4 ปี ผู้หญิงสามารถขอผู้ชายแต่งงานได้ สัก 2 ปีที่แล้วมีหนังออกมาเรื่อง The Leap Year เป็นหนังรักจุ๋มจิ๋ม (Romantic Comedy) ที่นางเอก Amy Adams คิดว่าแฟนเธอที่เป็นหมอให้ของขวัญกล่องเล็กๆ เธอคิดว่าเป็นแหวนหมั้น และหวังว่าแฟนจะขอแต่งงาน ปรากฎว่าเปิดของขวัญมาดันเป็นตุ้มหู และแฟนบอกว่าตัวจะไปสัมนาที่เมือง “ดับบลิน” (Dublin) ประเทศไอร์แลนด์ปลายเดือน ก.พ. ซึ่งปีนั้นเป็น Leap year เธอตัดสินใจบินไปไอร์แลนด์ เพื่อจะไปขอแฟนแต่งงานวันที่ 29 ก.พ. ปรากฎว่า ภูมิอากาศไม่เป็นใจ พายุจัด เครื่องบินไม่สามารถแลนด์ที่ Dublin ได้เลยต้องไปลงที่สนามบินอื่น เธอไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ หรือหารถไปเมือง Dublin ได้ เธอก็เลยเช่าเรือไป ปรากฎว่าพายุแรงจัด เรือเลยส่งเธอลงเกาะเล็กๆ เธอก็เลยต้องลง และเธอได้ไปที่ B & B (Bed and Breakfast) เล็กๆซึ่งพระเอก Matthew Goode เป็นเจ้าของ เก๊าะเลยปิ๊งกัน ก็ แฮ็ปปี้ เอ็นดิ้ง แนะนำให้เช่าดูค่ะ สนุกมาก วิวสวยมาก พระเอกก็หล่อมาก ดิฉันดูเป็นสิบๆรอบแล้ว

 

Share

Happy Valentine

วันอังคารหน้าวันที่ 14 กุมภา ตรงกับ วันวาเล็นไทน์ (Valentine day) เป็นวันแห่งความรัก จริงๆแล้วทั้งเดือน ก.พ. ถือเป็นเดือนแห่งความรัก คุณสามาถรักได้มากขึ้นเดือนนี้เพราะเดือนนี้มี 29 วัน วันวาเล็นไทน์เป็นวันที่สำคัญของดิฉันด้วยเพราะเป็นวันครบรอบวันแต่งงานดิฉัน วันนี้เราก็มาอวยพรกันแล้วกัน

ประวัติวันวาเล็นไทน์

ดิฉันเคยเขียนประวัติวันวาเล็นไทน์มาครั้งหนึ่ง ขอฉายซ้ำเอีกครั้ง ที่มาของวันวาเล็นไทน์คือ ตามตำนานหนึ่งเล่าว่า (มีหลายตำนาน) สมัยศตวรรษที่ 3 ช่วงกษัตริย์โรมันเอ็มไพร์ชื่อ กษัตริย์คลาวเดียที่ III เป็นกษัตริย์ที่ไฝ่อำนาจและต้องการขยายดินแดนให้มากที่สุด ท่านได้เกณท์กองทัพทหารเอาชายหนุ่มไปสู้รบ กษัตริย์กลัวว่าชายหนุ่มไม่อยากไปสงครามหรือใจเขวถ้ามีความรัก จึงออกกฎห้ามไม่ให้ชายหนุ่มแต่งงาน มีนักบุญหรือ “เซ๊นท์-Saint” ชื่อ เซ๊นท์ วาเล็นไทน์ (Saint Valentine) ท่านไม่เห็นด้วยและต่อต้านกฎหมายนี้ ท่านแอบลักลอบทำพิธีสมรสลับให้คู่หนุ่มสาวก่อนที่ชายหนุ่มจะไปรบ คู่หนุ่มสาวที่ เซ๊นท์ วาเล็นไทน์ ได้ทำพิธีสมรสให้ ได้ส่งจดหมายหรือการ์ดมาขอบคุณท่านมากมาย ภายหลังกษัตริย์คลาวเดียรู้เข้า ก็จับเซ๊นท์ วาเล็นไทน์ เข้าคุก และถูกสั่งประหารชีวิต เซ๊นท์ วาเล็นไทน์ ได้หลงรักลูกสาวของนักโทษผู้หนึ่ง ก่อนวันประหารท่านได้แอบส่งจดหมายไปสารภาพรักต่อลูกสาวนักโทษ และลงท้ายจดหมายว่า จาก “วาเล็นไทน์ของเธอ” “From your Valentine” คำนี้ได้กลายเป็นคำที่จารึกมาถึงปัจจุบันนี้ เพราะเมื่อมีการส่งก๊ารืดวาเล็นไทน์ถึงกัน คู่รักมักจะลงท้ายว่า From your valentine เซ๊นท์ วาเล็นไทน์ ถูกประหารชีวิตวันที่ 14 กุมภา เท่ากับท่านได้ช่วยให้คนอื่นสมหวังแต่ตนเองต้องมาตายและไม่สมหวัง วันวาเล็นไทน์มาเริ่มดังในอเมริกาปี 1847 ผู้หญิงชื่อ Esther Howland อยู่รัฐแมสสาจูเซสท์ ได้เริ่มทำวาเล็นไทน์ คาร์ด ขาย ด้วยคำเขียนลายมือตนเอง คาร์ดสมัยเริ่มแรกๆก็มักจะเป็นรูปหัวใจและกามเทพยิงศรหรือ “คิวปิด” (Cupid) ถือเป็นเทพเจ้าแห่งตวามรัก หรือ “ก๊อด อ๊อฟ เลิฟ” (God of Love) วันวาเล็นไทน์ถือเป็นวันแห่งความรักไปทั่วโลก หนุ่มสาว (คนแก่แม่หม้าย)จะส่งวาเล็นไทน์คาร์ดให้กัน ปัจจุบันวาเล็นไทน์คาร์ดในอเมริกาขายปีละ 10 ล้านกว่าใบ ถือเป็นคาร์ดที่ขายดีเป็นอันดับสองลองจาก คริสต์มัสคาร์ด (ข้อมูลนี้ดิฉัน “กูเกิ้ล” (Google) มาจาก เน็ตค่ะ หรือคุณจะหาอ่านในหนังสือของดิฉันได้ “อยู่อเมริกา” มีความรู้และสาระทั่วๆไปในอเมริกา ดูหน้า 26 หัวข้อวันหยุดราชการ           แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถ สั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630  ดูโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัยหรือ เว๊บเพจ ภายใต้ “หนังสือ” แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)

สูตรการครองรัก

ดิฉันคัดข้อความ “สูตรการครองรัก” จากหนังสือ “ชีวิตโรบินฮู้ด” หน้า 64 หรือหน้า 48 ฉบับขายเมืองไทย มาให้อ่านเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ ดิฉันไม่ได้แต่งเองหรอกค่ะ (ตนเองยังต้องพึ่งสูตรนี้อยู่ทุกวัน) ดิฉันอ่านพบจากหนังสือฝรั่งเป็นคำตอบที่นักบุญ St. Paul เขียนตอบคำถามต่อพลเมืองกรีกชาวคอรินเทียน (Corinthians) ในเมืองคอรินธ์ที่ถามท่านว่า “สูตรการครองรักคืออะไร” เมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้วแต่ยังศักดิ์สิทธ์มาถึงปัจจุบัน  ดิฉันแปลให้เสร็จ ดิฉันคิดว่าจะเขียนกลอนนี้ให้สามีวันวาเล็นไทน์

What makes some marriages fail and others succeeds?

St. Paul gave the answer to that question some 2000 years ago when he wrote to the Corinthians (1 Cor. 13.4) what is true love.

  • “If you truly love your spouse so that no matter what, you will remain faithful to your mate, you should be patient.  You should be kind.  You should not be jealous or conceited or proud.

  • You should not be ill-mannered, always say “Please, thank you, good morning, good night.”  You should not be selfish.

  • You should not be irritable.  Keep watch over the door of your mouth.  Harsh words stir up anger.  A soft answer turns away wrath.

  • You should not keep a record of wrongs.  Avoid repeating, like a broken record, your spouse’s faults or wrongs done to you.  Be forgiving.

  • You should not be happy with evil — leave if you are being physically abused — but be happy with the truth.  Seek the truth always, and accept it, if you cannot change things.

  • You must never give up.  You must have faith in your mate.  Your hope and patience should never fail.

  • If you love in this manner described above, your marriage will always be alive, and ever fresh, until death do you part.”

(คำแปล)

อะไรทำให้การครองรักบางคู่ล้มเหลว และบางคู่ประสบผลสำเร็จ

  • ถ้าคุณรักคู่ของคุณจริงไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น คุณควรซื่อสัตย์ อดทน มีใจเมตตา และไม่ขี้หึง อวดดี หรือทะนงตัว

  • มีมารยาท และพูดคำเหล่านี้ให้ติดเป็นนิสัย Please, thank you, good morning, good night และอย่าเห็นแก่ตัว

  • อย่าขี้โมโหง่าย พยายามยั้งปากก่อนพูด คำพูดแรงๆกระตุ้นความโกรธ คำพูดอ่อนโยนทำให้หายโกรธ

  • คุณไม่ควรจดจำความผิดของคู่ เลี่ยงการพูดซ้ำซากในสิ่งที่เขาทำผิด  เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง  หัดให้อภัย

  • คุณไม่ควรมีความสุขกับสิ่งที่ชั่วร้าย สลัดมันทิ้งไปถ้าคุณถูกคู่สมรสทารุณกรรม แต่คุณควรมีความสุขกับความจริง แสวงหาความจริง และยอมรับความจริงถ้าคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้

  • อย่ายอมแพ้ง่ายๆ คุณต้องเชื่อและศรัทธาในตัวคู่ของคุณ ความหวังบวกความอดทน จะทำให้ไม่ล้มเหลว

  • ถ้าคุณปฏิบัติตาม “สูตรการครองรัก” นี้ การสมรสของคุณจะมีชีวิตชีวา และสดชื่น จนกว่าจะตายจากกัน

Happy Valentine!!

Share