มีลูกกับหญิงอื่นมีผลกับทำซิติเซ่นอย่างไร

หัวข้อวันสัมนา
ประกาศ วันที่ 3 พฤษภา ตรงกับวันอาทิตย์เวลาบ่าย 2 โมง ดิฉันจะไปสัมนาเรื่องอิมมิเกรชั่น ที่วัดป่าธรรมชาติเมืองลา พูเอ็นเต้ (La Puente) รัฐคาลิฟอร์เนีย ซึ่งจัดโดยชมรมผู้ปกครองเด็กที่ไปเรียนภาษาไทย เชิญไปฟังกันนะคะ ดิฉันนั่งนึกหัวข้อว่าจะพูดอะไรที่เป็นปัญหาต่อคนไทยในอเมริกามากที่สุด เลยเลือกมา 4 หัวข้อ แล้วแต่เวลาจะอำนวย ถ้าดิฉันพูดแบบรถด่วนก็คงไหวภายใน 45 นาทีและอีก 15 นาทีให้ถามตอบ

    ต่อวีซ่าท่องเที่ยวหรือเปลี่ยนเป็นวีซ่าอื่น
    DREAM ACT ใบเขียวให้เด็กที่อยู่ในอเมริกาเกิน 5 ปีก่อนอายุ 16
    สัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงาน
    หย่าก่อนได้ใบเขียวสองปี

มีลูกกับหญิงอื่นมีผลกับทำซิติเซ่นอย่างไร
ดิฉันได้จดหมายฉบับหนึ่งถามมาเกี่ยวกับทำซิติเซ่น ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจหลายข้อ เลยขอนำมาลงมาเขียนเป็นเคสตัวอย่างและแยกออกเป็นประเด็น คุณจะเห็นได้ว่าบางครั้งคำถามมีแค่สองบรรทัด แต่ประเด็นยาวเหยียดเพราะดิฉันเคยประสบเคสแบบนี้กับลูกความตนเองเช่นกัน
คำถาม
ผู้ถามกำลังจะสมัครสอบซิติเซ่น ปัจจุบันยังสมรส แต่ได้มีลูกกับภรรยาคนใหม่ในเมืองไทย ต้องการทราบว่าจะเป็นปัญหาทำซิติเซ่นไหม และควรกรอกข้อมูลว่าตนมีบุตรหรือไม่ และเด็กจะได้ใบเขียวเลยหรือไม่
คำตอบ
ในคำถามนี้มี 5 ประเด็นคือ (1) มีภรรยาสองคนในขณะเดียวกัน (2) ความประพฤติผิดศีลธรรม (3) การเปิดเผยข้อมูล และ (4) ปัญหาตอนทำใบเขียวให้ลูกนอกสมรส
มีภรรยาสองคนในขณะเดียวกัน
การมีภรรยาสองคนถือเป็นการผิดกฎหมาย ตามศัพท์ข้อกล่าวหาทางกฎหมายเรียก“บิ๊กกะมี่” (Bigamy) (คุณสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ความอาญาที่ควรรู้ รวมเรื่อง Bigamy ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง” หน้า 7-8 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308) โดยเฉพาะตอนสมัครสอบซิติเซ่น ในใบสมัคร N-400 ซึ่งมีทั้งหมด 10 หน้า ซึ่งคุณต้องกรอกข้อมูลตนเองละเอียดมาก รวมทั้งที่อยู่ในระยะ 5 ปี ที่ทำงานในระยะ 5 ปี คุณออกนอกประเทศกี่ครั้งและนานเท่าไรในระยะ 5 ปี และในนั้นมีคำถามข้อ 22 e. ถามว่าคุณเคยแต่งงานกับคนสองคนในเวลาเดียวกันหรือไม่ ถ้าคุณมีลูกกับหญิงอื่นในขณะสมรสกับอีกภรรยาปัจจุบันอาจเข้าข่ายนี้ได้ และถ้าคุณได้ใบเขียวจากการแต่งงานกับภรรยาปัจจุบัน ก็จะถูกเพ่งเล็งย้อนกลับไปว่า ตอนคุณแต่งงานกับภรรยาปัจจุบันนั้น คุณแต่งงานจริงหรือเพื่อทำใบเขียว เจ้าหน้าที่จะดูข้อมูลแต่ละข้อที่คุณกรอก และนำมาประกอบตั้งข้อสันนิษฐานได้ รวมทั้งการเดินทางเข้าออกประเทศไทยของคุณ ในกรณีที่คุณมีเด็กเกิดอยู่เมืองไทย และดูอายุเด็กว่าคุณมีลูกตอนระหว่างคุณแต่งงานหรือไม่ ช่วงไหน ถ้าเด็กเกิดช่วงที่คุณพึ่งแต่งงานใหม่ๆ หรือช่วงหลังๆที่คุณได้แยกกันอยู่กับภรรยาแล้ว ผลออกมาต่างกัน อันนี้คุณต้องสามารถอธิบายได้
ความประพฤติผิดศีลธรรม
นอกจากข้อกล่าวหา“บิ๊กกะมี่” (Bigamy) แล้ว คุณอาจโดนประเด็นความประพฤติผิดศีลธรรม หรือ “มอรั้ล คาแร็กเต้อร์” (moral character) เสีย ซึ่งเป็นจุดที่อาจทำเรื่องไม่ผ่าน
การเปิดเผยข้อมูล
เมื่อคุณกรอกข้อมูลในฟอร์ม N-400 คุณต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด ฉะนั้นถ้าคุณรู้ว่าคุณมีบุตรคุณต้องกรอกข้อมูลนั้น ชื่อเด็ก วันเดิอนปีเกิด และประเทศที่เกิด และคุณต้องยื่นใบเกิดบุตรเข้าไปด้วย ฉะนั้นตามใบเกิดจะแสดงรายละเอียดชื่อแม่เด็ก ซึ่งก็อาจเป็นปัญหาได้
ปัญหาตอนทำใบเขียวให้ลูกนอกสมรส
ตามกฎอิมมิเกรชั่น Child Citizenship Act ถ้าพ่อหรือแม่ได้ซิติเซ่นก่อนเด็กอายุ 18 ปี และพ่อหรือแม่ซิติเซ่นทำใบเขียวให้เด็ก และเด็กได้ใบเขียวก่อนอายุ 18 ปี ถ้าเด็กอยู่เมืองไทยเช่นในกรณีคุณ ณ.วันที่เด็กได้ใบเขียวและเดินทางเข้าอเมริกา วันนั้นเด็กจะได้เป็นอเมริกันซิติเซ่นโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องรอให้ได้ใบเขียวถึงทำซิติเซ่น ในกรณีคุณปัญหาจะอยู่ที่ตอนทำใบเขียวให้เด็ก คุณสามารถทำใบเขียวให้เด็กได้ทันที แต่เนื่องจากเด็กเป็นลูกนอกสมรส นอกจากคุณจะต้องพิสูจน์ว่าเด็กเเป็นลูกคุณ คุณยังต้องแสดงความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกกับเด็กอย่างน้อยสองปีก่อนเด็กอายุ 18 ปี ความสัมพันธ์เช่น เลี้ยงดูโดยอยู่กับเด็ก หรือ/และส่งเสียเงิน เป็นต้น ถ้าคุณพิสูจน์ประเด็นนี้ได้ เด็กถึงจะสามารถรับ “อิมมิเกรชั่นเบเนฟิต” (Immigration benefits) จากพ่อซิติเซ่นได้ (คือได้ใบเขียวจากคุณ) (คุณสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ Child Citizenship Act 2001 และคุณสมบัติผู้โอนสัญชาติ ได้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 5-4 และ 5-5 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
ประเด็นต่างๆที่ยกมาขึ้นกับข้อมูลละเอียดและ “ไทม์มิ่ง” รวมทั้ง คุณจดทะเบียนเมื่อไร คุณได้ใบเขียวจากภรรยาปัจจุบันหรือคุณมีใบเขียวมาก่อน คุณมีลูกนอกสมรสระหว่างที่คุณสมรสกับภรรยาปัจจุบันหรือไม่ ถ้าคุณได้ใบเขียวจากทางอื่นที่ไม่ใช่การแต่งงานกับภรรยาปัจจุบัน ก็ไม่น่าจะมีปัญหานัก นอกจากประเด็นสุดท้ายคือลูกนอกสมรส อย่างไรก็ตามดิฉันไม่แนะนำให้คุณยื่นเรื่องเองนะคะ ขอให้ปรึกษาทนาย

ทำใบเขียวให้ครอบครัวได้เมื่อไร

วันนี้เราจะคุยถึงเรื่องทำใบเขียวให้ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก พี่น้อง คู่สมรส ว่ามีวิธีใดจะทำให้เขาได้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาคอยนานกรุ๊บใบเขียวเวลาขอใบเขียวให้สมาชิกในครอบครัว อิมมิเกรชั่นแยกออกเป็นกรุ๊บ คุณจะได้ใบเขียวช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับว่าคุณตกอยู่ในกรุ๊บไหน และใครเป็นคนยื่นให้ กรุ๊บที่ได้ใบเขียวเร็วที่สุดคือกรุ๊บ “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” (Immediate Relative) คือ คู่สมรสของซิติเซ่น ลูกของซิติเซ่นที่อายุต่ำกว่า 18 หรือ 21 ปีที่ยังไม่แต่งงาน และพ่อหรือแม่ของซิติเซ่น นอกนั้นจะได้ใบเขียวช้าหมดคือต้องคอยตามโควต้าเรียก “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” (Group Preference) จะได้ใบเขียวช้าหรือเร็วกว่ากันตามลำดับดังนี้

    ลูกของซิติเซ่นที่อายุเกิน 21 ปีที่ยังไม่แต่งงาน กรุ๊บ “เฟิร์สท์ เพร็ฟเฟอเร็นซ์” (1st Preference) รอประมาณเกือบ 6 ปี
    คู่สมรสของผู้ถือใบเขียวกรุ๊บ “เซ็กกั้น เพร็ฟเฟอเร็นซ์ เอ” (2nd Preference A) และลูกของผู้ถือใบเขียวที่อายุต่ำกว่า 21 ปียังไม่แต่งงาน รอประมาณเกือบ 5 ปี
    ลูกของผู้ถือใบเขียวที่อายุเกิน 21 ปีแต่ต้องยังไม่แต่งงาน กรุ๊บ “เซ็กกั้น เพร็ฟเฟอเร็นซ์ บี” (2nd Preference B) รอประมาณเกือบ 9 ปี
    ลูกของซิติเซ่นที่อายุเกิน 21 ปีที่แต่งงานแล้ว กรุ๊บ “เติร์ด เพร็ฟเฟอเร็นซ์” (3rd Preference) รอประมาณ 6 ปีครึ่ง
    กรุ๊บสุดท้ายคือพี่น้องของซิติเซ่น ไม่ว่าจะแต่งงานแล้วหรือไม่แต่งงาน กรุ๊บ “ฟอร์ท เพร็ฟเฟอเร็นซ์” (4th Preference) รอประมาณเกือบ 9 ปีครึ่ง

สังเกตุ ผู้ถือใบเขียว สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรส และลูกไม่จำกัดอายุที่ยังไม่แต่งงานหรือหย่าแล้วเท่านั้น คุณไม่สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกที่แต่งงานแล้ว หรือพ่อแม่ได้ข้อแตกต่างระหว่างอิมมีเดียท เรเลทีฟและกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สองกรุ๊บนี้มีข้อดีข้อเสียต่างกัน คือ กรุ๊บ “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” คุณไม่สามารถพ่วงคู่สมรสหรือลูกมาได้ในเคสเดียวกัน เวลายื่นเรื่องต้องยื่นเรื่องแยกเป็นเคสๆไปตัวอย่าง คุณแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่น คุณมีลูกติดสามคน อเมริกันซิติเซ่นต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณ และลูกแต่ละคน แต่ละเคส รวม 4 เคส ฉะนั้นจะไปหนักที่ค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่น (โบราณว่า มีลูกมากจะยากนาน คงใกล้เคียง) หรือกรณีที่คุณเป็นซิติเซ่นคุณต้องการทำใบเขียวให้พ่อ และแม่ คุณต้องทำสองเคส คือเคสพ่อหนึ่งและเคสแม่หนึ่ง (คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ .“กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ และ “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” ได้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” บทที่ 4หน้า 4-8 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308)ส่วน “กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” คุณสามารถพ่วงคู่สมรสและลูกๆได้ทุกคนตราบใดที่ลูกยังอายุต่ำกว่า 21ปีและต้องยังไม่แต่งงานเพราะอิมมิเกรชั่นถือว่า ยังเป็นเด็กอยู่และยังต้องการพ่อแม่ แต่ถ้าเขาอายุเกิน 21 ปี หรือแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ ไม่สามารถพ่วงมากับพ่อแม่ได้ ในกรณีที่ตอนยื่นเรื่องเด็กอายุต่ำกว่า 21 ปี แต่กว่าพ่อแม่จะได้ใบเขียว เด็กอายุเกิน 21 ปี เด็กจะตกรุ่นมาไม่ได้กับพ่อแม่ หรืออาจจะมาได้ถ้าเด็กจัดอยู่กรุ๊บ Child Status Protection Act (คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Child Status Protection Act ได้ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” บทที่ 4หน้า 4-9 แฟนคลับเมืองไทยสามารถสั่งซื้อหนังสือของดิฉันได้จากคุณนิ้งหน่องที่เบอร์ 081-480-4308) ถ้าคุณตกอยู่ในกรณีนี้ อันนี้ขอให้ทนายทำเรื่องให้นะคะ เพราะมันยากกว่าที่คุณจะคำนวณและทำเรื่องได้เอง ตัวอย่าง แม่ซิติเซ่นยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ลูกที่ยังไม่แต่งงานในกรุ๊บ“เฟิร์สท์ เพร็ฟเฟอเร็นซ์” และลูกมีลูกติดถึงแม้จะไม่แต่งงาน ลูกคุณสามารถพ่วงเด็กเข้ามาได้ในเคสเดียวกัน หรือถ้าคุณยื่นเรื่องให้ลูกที่แต่งงานแล้วในกรุ๊บ “เติร์ด เพร็ฟเฟอเร็นซ์” และเขามีลูกเด็กๆ คุณยื่นให้ลูกเคสเดียว แต่ตอนเรื่องผ่านได้ใบเขียว ลูก คู่สมรสของลูก และเด็กๆจะได้พ่วงตามมาหมด หรือกรณีพี่น้องในกรุ๊บ “ฟอร์ท เพร็ฟเฟอเร็นซ์” คุณยื่นเรื่องให้น้องชาย แต่เมียและลูกที่ยังเด็กจะพ่วงได้ใบเขียวมากันหมดนิยาม “เด็ก”นิยาม “เด็ก” หรือ “ชายล์ด” (Child) ตามความหมายของอิมมิเกรชั่นคือ ลูกที่ยังอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงาน เขาจะถือว่าเป็นชายลด์เท่าเทียมกันหมด ไม่ว่าจะเป็นลูกในใส้ (ไบโอโลจิตัล ชายลด์ –Biological Child) หรือลูกเลี้ยง (เสต็ปชายลลด์ – Stepchild) หรือลูกนอกสมรส (ชายลด์ บอร์น เอ๊าท์ ออฟ เว๊ดลอค -Child Born Out of wedlock) หรือ ลูกบุญธรรม (อด๊อพเต็ด ชายล์ด –Adopted Child) จะได้สิทธิและรับผลประโยชน์เหมือนกันหมด มีข้อแตกต่างนิดหน่อยตรง ลูกนอกสมรส ระหว่างพ่อยื่นเรื่องหรือแม่ยื่นเรื่องให้ ถ้าแม่เป็นคนยื่นเรื่องให้ไม่เป็นปัญหา เพราะลูกก็คือลูกของแม่ แต่ถ้าพ่อเป็นคนยื่นเรื่องให้ ต้องมีการพิสูจน์กันหน่อย ว่าพ่อมีความสัมพันธ์กับเด็กและยอมรับเด็กเป็นลูกก่อนเด็กอายุ 18 ปี (อันนี้ขอให้คุณให้ทนายทำเรื่องนะคะ)เมื่อเด็กอายุเกิน 21 ปี หรืออาจน้อยกว่าแต่แต่งงานแล้ว จะไม่เรียก “ชายล์ด” อีกต่อไป จะใช้ศัพท์เรียกว่า ลูกสาว (Daughter) หรือลูกชาย (Son) และยังแยกศัพท์ออกไปอีกคือ แมรี่ ซันหรือแมรี่ดอเต้อร์ (married son; married daughter) หรือ อันแมรี่ ซัน หรืออันแมรี่ดอเต้อร์(unmarried son; unmarried daughter)เมือ่คุณเข้าใจนิยาม “เด็ก” แล้ว คุณจะเข้าใจระบบอิมมิเกรชั่นมากขึ้นขยับกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ขึ้นหรือลง“กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์” นี้สามารถขยับขึ้นลงเรียก “ชิฟ เพร็ฟเฟอเร็นซ์” (Shift Preference) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่าง ตอนยื่นเรื่อง ลูกยังไม่แต่งงาน ระหว่างรอไปแต่งงานมีลูก เด็กก็จะเปลี่ยนคือขยับลง (มาช้าลง) จะได้ใบเขียวช้าลงแต่ได้มาทั้งครอบครัว หรือ ตอนยื่นเรื่องให้ลูกๆแต่งงานระหว่างคอย หย่ากัน เด็กก็จะกลายเป็นลูกไม่สมรส ขยับขึ้น (มาเร็วขึ้น) เป็นต้นทำใบเขียวให้ลูกทันทีถ้าคุณแต่งงานกับอเมริกันซิติเเซ่น และคุณมีลูกติด ถ้าณ.วันที่คุณจดทะเบียนลูกยังอายุน้อยกว่า 18 ปี คู่สมรสสามารถยื่นใบเขียวให้ลูกของคุณในฐานะลูกเลี้ยง ไม่ว่าลูกจะอยู่กับคุณหรือไม่ ลูกจะได้ใบเขียวพร้อมๆคุณประมาณ 4-8 เดือน 4 เดือนถ้าลูกอยู่ในอเมริกา 8 เดือนถ้าลูกอยู่เมืองไทย ถ้าคุณไม่ได้ทำเคสใบเขียวให้ลูกพร้อมกัน คุณสามารถให้คู่สมรสยื่นขอใบเขียวให้ลูกคุณก่อนลูกอายุ 21 ปีและยังไม่สมรส ลูกถึงจะได้ใบเขียวเร็วถ้าลูกอายุเกิน 18 ปี ณ. วันที่คุณจดทะเบียนสมรสกับซิติเซ่น คู่สมรสไม่สามารถขอใบเขียวให้ลูกคุณได้ในฐานะลูกเลี้ยง เพราะเขาถือว่า พ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยงไม่มีโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์กับลูกเลี้ยงแล้ว เพราะเด็กอายุเกิน 18 ปี คุณมีวิธีเดียวที่จะทำเรื่องให้เด็กได้เร็วที่สุดคือ ทันทีที่คุณได้ใบเขียว คุณรีบยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ลูกต่อทันที เพราะทางอิมมิเกรชั่นนับวันที่ที่รับเรื่องเป็นวันที่เริ่มนับโควต้า และคงวันที่นี้ตลอดไปไม่ว่าคุณจะชิฟ กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ หลังจากนี้ ตัวอย่าง สมมติคุณได้ใบเขียววันที่ 11 กันยา 2007 คุณยื่นเรื่องแอ็พพลายให้ลูกที่อายุเกิน 18 หรือ 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานในกรุ๊บ “เซ็กกั้น เพร็ฟเฟอเร็นซ์ บี” วันที่ 15 กันยา 2007 ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนใช้เวลารอนาน แต่ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะคุณจะ “ชิฟ เพร็ฟเฟอเร็นซ์” (Shift Preference) ให้เขาได้ทันทีที่คุณได้ซิติเซ่น (คุณสามารถโอนสัญชาติเป็นอเมริกันซิติเซ่นได้ 3 ปีหลังได้ใบเขียวแต่งงาน นอกจากถ้าคุณหย่ากับคู่สมรสก่อนได้ซิติเซ่น ถ้าหย่า คุณต้องคอยแทนที่จะเป็น 3 ปีจะเป็น 5 ปีค่ะ) คุณได้ซิติเซ่นวันที่ 1 ธันวา 2010 คุณแจ้งไปที่อิมมิเกรชั่น ลูกก็จะได้ขยับกรุ๊บขึ้นจาก “เซ็กกั้น เพร็ฟเฟอเร็นซ์ บี” เป็น กรุ๊บ “เฟิร์สท์ เพร็ฟเฟอเร็นซ์” โดยยังคงวันที่โควต้าเดิมคือวันที่ 11 กันยา 2007 ลูกควรจะได้ใบเขียว ประมาณปี 2013 แทนที่คุณจะคอยจนได้ซิติเซ่นแล้วค่อยยื่นเรื่องปี 2010 เท่ากับลูกกว่าจะได้มาก็หลังปี 2016 และถ้าหลังจากนี้ลูกเกิดแต่งงาน ลูกก็จะขยับกรุ๊บลงเป็น“เติร์ด เพร็ฟเฟอเร็นซ์” คราวนี้ได้มาทั้งครอบครัวประมาณต้นปี 2008 ถ้าอ่านแล้วงง ก็ไม่ต้องซีเรียสนะคะ ให้ทนายทำเรื่องให้ ทนายดีๆจะหาวิธีที่จะทำเคสให้ลูกความได้ใบเขียวให้เร็วที่สุด สำหรับดีฉันจะแฮ๊ปปี้มากเมื่อปิดเคสลูกความและย้ายไฟล์ของลูกความจาก “โอเพ่นไฟล์” (Opened file) ไปเก็บตู้ “โคลสด์ไฟล์” (Closed file)ทำใบเขียวให้พ่อแม่ลูกความกตัญญูหลายคน ทันทีที่ได้ใบเขียวแต่งงาน จะโทรมาให้ดิฉันทำใบเขียวให้พ่อแม่ ทำไม่ได้นะคะ คุณต้องรอเป็นซิติเซ่นก่อนค่ะ ฉะนั้นคุณต้องคอย 3 ปีหลังได้ใบเขียวแต่งงาน ขอให้รีบทำซิติเซ่น ทันทีที่ได้ซิติเซ่นถึงจะยื่นเรื่องขอใบเขียวให้พ่อแม่ได้ เร็วค่ะ 4-8 เดือน ถ้าพ่อแม่อยู่ในอเมริกา ถึงแม้จะเถื่อน วีซ่าขาดแล้วก็ตามคุณสามารถยื่นขอใบเขียวให้พ่อแม่ได้ประมาณ 4 เดือน ถ้าอยู่เมืองไทยประมาณ 7-8 เดือน