Ash Wednesday

อั้พเดทเรื่องส่วนตัวและรอบตัว เมื่อวันที่ 11 กุมภา ดิฉันถูกเรียกไปทำหน้าที่ลูกขุนที่ศาลในเมือง Santa Ana ต้องนั่งอยู่ในศาลทั้งวันปรากฎไม่ถูกเรียก ดีใจมากๆ ดิฉันพยายามบ่ายเบี่ยงมาทุกปีในที่สุดปีนี้รู้สึกตะขิดขะขวงใจที่ ตนเองเขียนถึงหน้าที่ของซิติเซ่นและหน้าที่พลเมืองดีว่าต้องรับหน้าที่ลูกขุน แต่ตนเองไม่อยากไป (เข้าทำนองทำตามสิ่งที่ดิฉันสอนอย่าทำตามสิ่งที่ดิฉันทำ) เก๊าะเลยต้องไป

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาตรุษจีน ดิฉันลืมสนิทจนกระทั่งคุณจิมมี่ลูกความเก่าส่งอีเมล์มาอวยพร ดิฉันมัวแต่ไปนึกถึงวันวาเล็นไทน์เพราะเป็นวันครบรอบแต่งงานของดิฉัน ช่วงเดือนนี้เทสกาลเยอะ พุธที่ 17 กุมภาที่ผ่านมาเป็นวัน “แอ๊ช เว๊นส์เดย์” (Ash Wednesday) ซึ่งเป็นวันทางศาสนาของชาวคริสเตียน เป็นวันแรกของการถือศีลคล้ายวันพระเรียก “เล๊นท์ เดย์” (Lent Day)พวกคริสเตียนโดยเฉพาะคาทอลิคจะถือศีลหรือเข้า “เล๊นท์” เป็นเวลา 46 วัน นับตั้งแต่วัน Ash Wednesday ไปจนถึงวัน “อีสเต้อร์” (Easter) ถึงจะออกจาก “เล๊นท์” (ออกพรรษา) ซึ่งปีนี้อีสเต้อร์ตรงกับวันที่ 4 เมษา วันอีสเต้อร์เป็นวันที่พระเยซูถูกตรึงไม้การเขน โดยปกติคนที่เคร่งๆจะไม่ทานเนื้อเลยตลอด 46 วัน คนเคร่งน้อยหน่อยอย่างสามีดิฉันก็จะไม่ทานเนื้อทุกวันศุกร์จนถึงอีสเต้อร์ ฉะนั้นเข้าพรรษาบ้านเราจะทานปลาทุกศุกร์ (สบายมากของโปรดดิฉันอยู่แล้ว) ในช่วงนี้คนเคร่งก็จะสละสิ่งที่เขาชอบทำที่สุด เพื่อลำลึกถึงคุณพระเยซูที่สละชีวิตเพื่อไถ่บาปให้พวกเขา เพื่อนบ้านดิฉันเขาได้เลิกสูบบุหรี่วัน Ash Wednesday เขาถามดิฉันว่าจะสละ “โยคะ” ไหมเพราะเป็นสิ่งที่ดิฉันชอบที่สุด you’re kidding!!!! (คุณสามารถอ่านข้อมูลเรื่องวันหยุดเทศกาล ได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 28 หัวข้อ เทสกาลอื่นๆ แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)

ตอบคำถามอีเมล์จากเมืองไทย

คำถามนี้เป็นเรื่องใบเขียวครอบครัว มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ นำมาเขียน

ถาม ภรรยามีลูกเกิดในอเมริกากับสามีเก่าเป็นซิติเซ่นปัจจุบันอายุเกิน 21 ปีอยู่เมืองไทย ภรรยาแต่งงานใหม่มีลูกกับสามีใหม่อายุ 14, 16 ปี ลูกซิติเซ่นจะทำใบเขียวให้แม่ น้อง และพ่อเลี้ยงได้ไหม เด็กทั้งสองมีวีซ่าท่องเที่ยวเด็กจะไปรอเรื่องในอเมริกาได้ไหม และวิธีไหนที่จะไม่พรากจากกันนานและจะได้มาเร็วที่สุด ปัจจุบันมีป้าอยู่อเมริกาสามารถช่วยเซ็นซัพพอร์ทให้ได้

ตอบ ดิฉันจะตอบเป็นหัวข้อนะคะ

ลูกซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้แม่

ลูกซิติเซ่นอายุเกิน 21 ปีแอ็พพลายใบเขียวให้แม่ได้ ประเด็นคือ เรื่องเซ็นซัพพอร์ท คือลูกต้องมีรายได้และลูกต้องมีภูมิลำเนาอยู่อเมริกา เรียก “Establish domicile” ฉะนั้นลูกต้องมีที่อยู่ในอเมริกาหรือมีเจตนาย้ายมาอยู่อเมริกา ซึ่งเราอาจใช้ที่อยู่ป้าได้ ลูกต้องมีงานทำหรือมีคนจะรับทำงานอะไรทำนองนั้น และมีคนช่วยเซ็นซัพพอร์ท ซึ่งคุณมีอยู่แล้วคือ ป้า สรุปว่าทำได้ ลูกซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่ได้เร็ว เพราะจัดอยู่ในกรุ๊บ “อิมมีเดียท เรเลทีฟ” ไม่อยู่ภายใต้โควต้า ระยะเวลาทำประมาณ 7-8 เดือน

ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้องคนละพ่อ

ซิติเซ่นอายุเกิน 21 สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้องได้ถึงแม้จะเป็นคนละพ่อ หรือคนละแม่ กรณีนี้ถ้าลูกซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้น้องสองคนทันทีตอนนี้ เท่ากับแอ็พพลายสองเคส ให้น้องอายุ 14 หนึ่งเคส และ 16 หนึ่งเคส ใช้เวลานานเพราะอยู่ภายใต้โควต้ากรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 4 ประมาณ 10 ปี

แม่ใบเขียวแอ็พพลายให้สามีและลูก

วิธีที่เร็วที่สุดคือ ทันทีที่แม่ได้ใบเขียว แม่ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้สามี(ตัวคุณ) ซึ่งอยู่ภายใต้โควต้าในกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2A   เวลาขอใบเขียวภายใต้กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ คุณสามารถพ่วงบุตรที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงานได้ ฉะนั้นถ้าภรรยาใบเขียวแอ็พพลายใบเขียวให้คุณในฐานะคู่สมรส คุณสามารถพ่วงเด็กสองคน 14, 16 ไปกับคุณในเคสเดียวกัน ทำให้คุณทุ่นเงิน เพราะทำหนึ่งเคสได้ใบเขียว 3 คน เด็กจะจัดอยู่ในกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2A เช่นเดียวกับคุณ ปัจจุบันใช้เวลาคอยประมาณ 4 ปี” (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือบทใบเขียว โควต้า และกรุ๊เพร็ฟเฟอเร็นซ์ ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่ หน้า 4-3 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)

เด็กไปคอยในอเมริกา

ถ้าเด็กบินไปอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและไปคอยเรื่องใบเขียวอยู่ที่นั่น วีซ่าเด็กก็จะขาดและจะมีปัญหาตอนรับใบเขียวเมื่อโควต้ามาถึง ถ้าเด็กขอวีซ่านักเรียนไปเรียนเป็นไปได้ แต่คิดว่าจะขอไม่ผ่าน เพราะเด็กเรียนโรงเรียนประถมถึงมัธยมจะขอวีซ่านักเรียนยาก เพราะคุณต้องขอวีซ่าไปเรียนโรงเรียนเอกชน ซึ่งเปลืองมาก และถ้าขอวีซ่านักเรียนไม่ผ่าน เด็กอาจถูกแคนเซิลวีซ่าท่องเที่ยวได้

Reentry Permit

วิธีเลี่ยงไม่ให้พ่อแม่ลูกพรากจากกันนาน ทำได้โดย ทันทีที่ภรรยาได้ใบเขียว ให้เธอยื่นเรื่องขอ Reentry permit เพื่อเธอสามารถอยู่นอกประเทศเกิน 1 ปีและไม่เกิน 2 ปี เธอสามารถกลับมาอยู่เมืองไทยได้ พอก่อน reentry permit หมดอายุก็บินกลับไปอเมริกาใหม่ แอ็พพลาย reentry permit ครั้งที่สองและออกนอกประเทศได้อีกถงเกือบ 2 ปี รวมเป็น 4 ปี ก็พอดีลูกและคุณได้ใบเขียว


Happy Valentine/สูตรการครองรัก

หลังจากที่เขียนคอลัมน์สัปดาห์ที่แล้วเรื่องหญิงถูกสามีทารุณสามารถทำใบเขียวด้วยตนเองได้ ดิฉันได้รับอีเมล์ถามกลับมา 2-3 ฉบับว่ากรณีสามีไม่ได้ทำร้ายร่างกายอย่างใด แต่เบื่อสามี ถ้าหย่าหลังได้ใบเขียวสองปี แล้วจะขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองได้ไหม หรือถ้าขอไม่ได้แล้วจะแต่งงานใหม่กับซิติเซ่น แล้วให้สามีใหม่ยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีให้ได้หรือไม่ ตอบคำถามนี้เป็นข้อๆเลยนะคะ

ใบเขียวแต่งงาน 2 ปี

ภายใต้กฎหมายอิมมิเกรชั่นป้องกันการแต่งงานปลอมผ่านออกมาปี 1986 ระบุว่า ถ้าคุณแต่งงานกับซิติเซ่นและได้ใบเขียวแต่งงานภายใน 2 ปีนับจากวันจดทะเบียน คุณจะได้เพียงใบเขียวเงื่อนไขหรือใบเขียวชั่วคราวมีอายุ 2 ปี ซึ่งก่อนใบเขียวหมดอายุ คุณทั้งสองต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวถาวรหรือใบเขียว 10 ปีและแสดงหลักฐานว่าคุณทั้งสองอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา ถ้าคุณหย่ากันก่อน 2 ปีและคุณไม่ได้ยื่นเรื่องเข้าไป คุณก็จะสูญใบเขียวแรก (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่ บทใบเขียวแต่งงานหน้า 5-2 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)

ขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง

ตามกฎข้างต้น มีข้อยกเว้นคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองในกรณีเหล่านี้ ซึ่งคุณสามารถอ้างกรณีใดกรณีหนึ่งหรืออ้างมากกว่าหนึ่งกรณีได้

  1. คุณถูกคู่สมรสซิติเซ่นทารุณกรรม (Abuse) ทารุณกรรมในที่นี้ตีความหมายกว้างมาก คือรวมทั้งทางร่างกายและจิตใจ หรือ
  2. คุณต้องแสดงหลักฐานว่าแต่งงานจริง (Good faith marriage) คือไม่ได้แต่งงานเพื่อเอาใบเขียว และมีเหตุผลบางอย่างที่อยู่ด้วยกันไม่ได้ถึงเลิกกัน หรือ
  3. ถ้าคุณต้องสูญใบเขียวและถูกเนรเทศ มันจะทำให้คุณต้องประสบความยากลำบากมากสุดๆ (Extreme hardship) หรือ
  4. คู่สมรสเสียชีวิต ข้อนี้เป็นกฎหมายใหม่ที่ประธานาธิบดีโอบาม่าเพิ่งเซ็นผ่านออกมาเมื่อตุลาคม 2009 ว่าถ้าคู่สมรสซิติเซ่นเสียชีวิตภายในสองปีแรก หม้ายสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้ ตามกฎหมายเก่าคุณต้องแต่งงานเกิน 2 ปี ถึงจะยื่นเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้ ถ้าคู่สมรสตายภายในสองปีแรกคุณจะขอใบเขียวไม่ได้ซึ่งกฎหมายใหม่นี้มีผลบังคับใช้ชั่วคราว 2 ปี ซึ่งอาจจะเปลี่ยนได้ในอนาคต

Good Faith Marriage

ตามคำถามข้างต้น คุณคงเข้าข่ายข้อสองคือ ถ้าคุณแต่งงานจริง แต่มีเหตุผล“เบื่อสามี”ที่อยู่ด้วยกันไม่ได้ถึงเลิกกัน คุณอาจยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง โดยแสดงหลักฐานว่าคุณแต่งงานจริง และเหตุผลต่างๆที่ทำให้อยู่กับสามีไม่ได้ นิยามของอิมมิเกรชั่น การแต่งงานจริงคือ ตอนคุณแต่งงานคุณแต่งด้วยความบริสุทธิ์ใจ (Good faith) และมีเจตนาที่จะอยู่กินร่วมกันกับคู่สมรสฉันสามีภรรยา เนื่องจากอิมมิเกรชั่นไม่สามารถเข้าไปดูใจคุณข้างในได้ ฉะนั้นคุณต้องแสดงหลักฐานต่างๆว่าอยู่ด้วยกัน และให้เหตุผลละเอียดถึงการกระทำต่างๆของคู่สมรสที่ทำให้คุณอยู่กับเขาไม่ได้ เช่นคู่สมรสเปลี่ยนไป และคุณเริ่มรู้นิสัยที่แท้จริงของเขาที่คุณทนไม่ได้ต่างๆ เป็นต้น แต่ถ้าคู่สมรสก็เหมือนเดิม คือเสมอต้นเสมอปลาย “น่าเบื่อเหมือนเดิม” ตั้งแต่วันที่คุณแต่งจนหย่า อิมมิเกรชั่นก็จะมองในรูปว่า คุณไม่มีเจตนาจะอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับคู่สมรสตั้งแต่ต้น เพียงแต่แต่งเพื่อใบเขียวและทันทีที่ได้ใบเขียวก็จะบ๋ายบาย ฉะนั้นเรื่องก็จะไม่ผ่าน

แต่งงานใหม่กับซิติเซ่น

ถ้าหลังคุณได้ใบเขียว 2 ปี และเลิกกับสามีเก่าและไม่ได้ยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีหรือยื่นแล้วไม่ผ่าน และคุณแต่งงานใหม่กับซิติเซ่น สามีใหม่ของคุณต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณใหม่ ซึ่งคุณก็จะได้ใบเขียว 2 ปีค่ะ คุณจะไม่ได้ใบเขียว 10 ปี ต่อจากใบเก่าค่ะ คือใบเขียวของใครของมัน เท่ากับคุณเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” หัวข้อ “ขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง” และ “แต่งงานใหม่ถ้าเรื่องขอใบเขียวไม่ผ่าน” หน้า 5-7  และ 5-9)

ข้อแนะนำ

ข้อแนะนำที่หนึ่ง ถ้าคุณต้องยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง ไม่แนะนำให้ยื่นด้วยตนเองเลยขอให้ทนายยื่นเรื่องให้ เพราะถ้าคุณยื่นเรื่องไม่ผ่าน จะเป็นปัญหาและถึงแม้คุณแต่งงานใหม่กับซิติเซ่น จะเป็นที่เพ่งเล็งเมื่อยื่นเรื่องขอใบเขียวใหม่ เพราะเมื่อทนายฟังเหตุผลที่คุณต้องเลิกกับคู่สมรส ทนายสามารถตอบได้ว่าเปอร์เซ็นที่เรื่องจะผ่านดีหรือไม่ เพราะถ้าโอกาสผ่านน้อยก็ไม่ควรยื่น แต่แต่งงานใหม่เลยจะดีกว่า หรือถ้าคุณไม่ได้แต่งงานจริงแล้วอย่ายื่นเด็ดขาด

ข้อแนะนำที่สอง ถ้าคุณเพียงเบื่อสามี และไม่มีเหตุผลอื่นๆ ขอแนะนำว่าถ้าคุณทนอยู่ต่อไปได้คุณควรอยู่ต่อไปจนได้ใบเขียว 10 ปี เพราะชีวิตคู่ใช้เวลาค่ะ ที่ทางอิมมิเกรชั่นกำหนดเวลาสองปีที่จะพิสูจน์ว่าแต่งงานจริงหรือไม่ ดิฉันก็ว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่คนแปลกหน้าสองคนจะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อดูว่าไปกันได้ไหม ถ้าหลังจากนั้นมันไปกันไม่ได้จริงๆก็ค่อยเลิก หรือคิดอีกอย่างคือ ถ้าคุณไปเจอคนใหม่ที่น่าเบื่อกว่านี้ล่ะ ??????

สูตรการครองรัก

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาตรงกับวันวาเล็นไทน์ หรือวันแห่งความรัก ขอคัดข้อความ “สูตรการครองรัก” จากหนังสือใหม่ ชีวิตโรบินฮู้ด (โปรดดูหน้า 64 หรือหน้า 48 ฉบับขายเมืองไทย) มาให้อ่านเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ ดิฉันไม่ได้แต่งเองหรอกค่ะ (ตนเองยังต้องพึ่งสูตรนี้อยู่ทุกวัน) ดิฉันอ่านพบจากหนังสือฝรั่งเป็นคำตอบที่นักบุญ St. Paul เขียนตอบคำถามต่อพลเมืองกรีกชาวคอรินเทียน (Corinthians) ในเมืองคอรินธ์ที่ถามท่านว่า “สูตรการครองรักคืออะไร” เมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้วแต่ยังศักดิ์สิทธ์มาถึงปัจจุบัน  ดิฉันแปลให้เสร็จ คุณและสามี(น่าเบื่อ)จะได้นั่งอ่านด้วยกัน”

What makes some marriages fail and others succeeds?

St. Paul gave the answer to that question some 2000 years ago when he wrote to the Corinthians (1 Cor. 13.4) what is true love.

“If you truly love your spouse so that no matter what, you will remain faithful to your mate, you should be patient.  You should be kind.  You should not be jealous or conceited or proud.

You should not be ill-mannered, always say “Please, thank you, good morning, good night.”  You should not be selfish.

You should not be irritable.  Keep watch over the door of your mouth.  Harsh words stir up anger.  A soft answer turns away wrath.

You should not keep a record of wrongs.  Avoid repeating, like a broken record, your spouse’s faults or wrongs done to you.  Be forgiving.

You should not be happy with evil — leave if you are being physically abused — but be happy with the truth.  Seek the truth always, and accept it, if you cannot change things.

You must never give up.  You must have faith in your mate.  Your hope and patience should never fail.

If you love in this manner described above, your marriage will always be alive, and ever fresh, until death do you part.”

(คำแปล) อะไรทำให้การครองรักบางคู่ล้มเหลว และบางคู่ประสบผลสำเร็จ

“ถ้าคุณรักคู่ของคุณจริงไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น คุณควรซื่อสัตย์ อดทน มีใจเมตตา และไม่ขี้หึง อวดดี หรือทะนงตัว

มีมารยาท และพูดคำเหล่านี้ให้ติดเป็นนิสัย Please, thank you, good morning, good night และอย่าเห็นแก่ตัว

อย่าขี้โมโหง่าย พยายามยั้งปากก่อนพูด คำพูดแรงๆกระตุ้นความโกรธ คำพูดอ่อนโยนทำให้หายโกรธ

คุณไม่ควรจดจำความผิดของคู่ เลี่ยงการพูดซ้ำซากในสิ่งที่เขาทำผิด  เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง  หัดให้อภัย

คุณไม่ควรมีความสุขกับสิ่งที่ชั่วร้าย สลัดมันทิ้งไปถ้าคุณถูกคู่สมรสทารุณกรรม แต่คุณควรมีความสุขกับความจริง แสวงหาความจริง และยอมรับความจริงถ้าคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้

อย่ายอมแพ้ง่ายๆ คุณต้องเชื่อและศรัทธาในตัวคู่ของคุณ ความหวังบวกความอดทน จะทำให้ไม่ล้มเหลว

ถ้าคุณปฏิบัติตาม “สูตรการครองรัก” นี้ การสมรสของคุณจะมีชีวิตชีวา และสดชื่น จนกว่าจะตายจากกัน”

Happy Valentine!!