หย่ากงสุลและตอบอีเมล์

ประกาศ หนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด” ออกวางจำหน่ายแล้วราคา $32 (ฉบับขายในเมืองไทยราคา 600 บาท) และหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งปี 2010” อั้พเดทเล่มใหม่ทั้งหมดและเพิ่มบทใหม่ “ใบเขียวแต่งงาน” ราคา $45

ช่วงเดือนมกรานี้มีภัยพิบัติเกิดขึ้นต้องรับปีเสือ(คำราม) เริ่มจากแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ (Haiti) คนตายประมาณ 200,000 กว่าคน และสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐคาลิฟอร์เนียมีพายุฝนตกหนักมากเกือบทั้งอาทิตย์ มีน้ำท่วมและพายุเฮอริเคนอีก ด้วย แถบที่ดิฉันอยู่ปลอดภัยเพราะเป็นที่ราบฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีปัญหากับเขาเท่าไร ตอนนี้ดิฉันก็กลับมานั่งทำงานเต็มที่ ขอบคุณลูกความที่อุดหนุนซื้อหนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด”และ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มใหม่” และมีอีเมล์คำถามเข้ามาหลายฉบับ ดังนี้

ถาม ผมมาอเมริกาเมื่อปี 2004 วีซ่าเล็กได้ 3 เดือนหมดอายุนานแล้ว หลังจากนั้นก็หย่ากับภรรยาที่สถานกงสุลไทยและแต่งงานใหม่เมื่อปี 2007 แต่ไม่ได้ใบเขียวครับ ผมสัมภาษณ์ 3 ครั้งไม่ผ่าน ทางเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นบอกว่า เขาไม่ยอมรับใบหย่าจากสถานฑูตไทยในอเมริกาตอนนี้ภรรยาใหม่ของผมก็เลิกกันแล้ว อยากขอความสว่างจากคุณรุจีช่วยนำทางผมออกจากความมืดด้วยครับ

ตอบ เรื่องการหย่าที่กงสุลไทยเริ่มมีปัญหามาได้ 3-4 ปีแล้วซึ่งเมื่อก่อนไม่ค่อยมีปัญหา ปัจจุบันอิมมิเกรชั่นเข้มงวดมากขึ้นในทุกเรื่องโดยเฉพาะเคสแต่งงาน ตามกฎอิมมิเกรชั่นซึ่งเป็นกฎหมายรัฐบาลกลางจึงไม่มีกฎโดยเฉพาะเกี่ยวกับการหย่าร้างเนื่องจากกฎหมายหย่าร้างเป็นกฎหมายของรัฐแต่ละรัฐ ตามกฎอิมมิเกรชั่นยอมรับการหย่าว่าถูกต้องถ้า (1) การหย่านั้นถูกต้องตามกฎหมายในรัฐที่คุณอยู่ตอนหย่า และ (2) รัฐที่คุณจดทะเบียนสมรสใหม่ยอมรับการหย่านั้นว่าถูกต้อง การหย่ากงสุลไทยถือเป็นการหย่าที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทยก็จริงแต่ประเด็นคือ (1) รัฐที่คุณอยู่รับการหย่านั้นไหม และ (2) รัฐที่คุณจดทะเบียนสมรสใหม่รับการหย่านั้นไหม การหย่ากงสุลไทยเข้าข่าย “ควิ๊กกี้ ดีว๊อร์ซ” (Quickie divorce) คือหย่าแบบรวบรัด ใช้เวลาสองนาทีเซ็นชื่อและก็หย่าขาดจากกัน ฉะนั้นจะเป็นสิ่งที่แต่ละรัฐเพ่งเล็งและไม่ต้องการยอมรับถึงแม้จะถูกต้องตามกฎหมายประเทศ เนื่องจากการหย่าเป็นเรื่องใหญ่และมีหลายประเด็นที่รัฐต้องรับผิดชอบ เช่น การแบ่งทรัพย์สิน ค่าเลี้ยงดูคู่สมรสและบุตร ค่าเงินประกันสังคม เป็นต้น เพราะรัฐไม่ต้องการให้คู่หย่ามาเป็นภาระสังคมใหรือมากินเวลแฟร์ ส่วนในแง่อิมมิเกรชั่นการหย่ากงสุลคือหย่ารวบลัด มองในแง่ว่าคุณต้องการลัดระบบ คือรีบหย่าเพื่อจะรีบแต่งใหม่และเพื่อรีบแอ็พพลายใบเขียว ฉะนั้นจึงไม่ยอมรับ (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือเล่มใหม่ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่งใหม่” บทที่ 5 ใบเขียวแต่งงาน หน้า 5-3 หัวข้อหย่ากงสุล คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630  ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308) เรื่องของคุณ คุณต้องทำเรื่องหย่ากับภรรยาคนแรก และภรรยาคนสองตามกฎหมายรัฐ ขอให้คุณปรึกษาทนายที่ทำเรื่องหย่า เพราะดิฉันคิดว่าคุณต้องทำเรื่องหย่าทีละคน ถ้าคุณอยู่รัฐที่หย่าเร็วเช่นรัฐเนวาด้า ซึ่งหย่าภายในไม่กี่สัปดาห์คุณก็โชคดีไป หลังจากหย่าเสร็จถ้ามีแฟนใหม่ก็ค่อยแต่งใหม่ แต่คุณจะถูกเพ่งเล็งมากนะคะคราวหน้า

ถาม ผมเป็นลูกเรือเข้ามาอเมริกาตั้งแต่ปี 2003 ตามที่อ่านหนังสือของคุณรุจีว่าทำใบเขียวไม่ได้ แต่เห็นรุ่นน้องเขาเป็นลูกเรือเหมือนกันเข้ามาทีหลังผม เขาบอกเขาแต่งงานกับซิติเซ่นและพึ่งยื่นเรื่องไป เห็นว่าได้ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” แล้วเป็นไปได้จริงหรือและกฏหมายใหม่ที่ประธานาธิบดีโอบามาจะออกในปีหน้าผมพอจะมีสิทธิ์ไหมครับ

ตอบ ถ้าคุณเป็นลูกเรือแสดงว่าคุณถือวีซ่า C-1/D-1 คุณไม่สามารถเปลี่ยนวีซ่าหรือทำใบเขียวแต่งงานหรือใบเขียวใดๆได้ทั้งสิ้นค่ะ ถ้าคุณมีแฟนซิติเซ่น คุณแต่งงานกันได้แต่แอ็พพลายใบเขียวไม่ได้ คุณต้องรอจนกว่าจะมีกฎหมายมาตรา 245 (i) ผ่านออกมาเท่านั้น ถึงจะทำใบเขียวแต่งงานได้โดนเสียค่าปรับ $1,000 ถ้ามีกฎหมายใหม่ผ่านออกมา และคุณมีคุณสมบัติภายใต้กฎหมายใหม่คุณอาจทำวีซ่า Guest worker ได้ ที่ว่ารุ่นน้องพึ่งยื่นเรื่องขอใบเขียวไป เขาอาจได้“เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” จริงแต่พอถูกเรียกสัมภาษณ์ เขาจะไม่ได้ใบเขียวค่ะ และ“เวิ๊ร์ค เพอร์มิท”ก็จะถูกยกเลิกด้วยค่ะ (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือเล่มใหม่  “ชีวิตโรบินฮู้ด” บท “วีซ่าที่เป็นปัญหาถ้าอยู่ผิดกฎหมาย” หน้า 39 หัวข้อ “วีซ่าลูกเรือ”คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630  ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)

ถาม ดิฉันแต่งงานกับสามีเมื่อเดือนมีนาคมปี ค.ศ. 2009 เราอยู่ด้วยกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2008 ดิฉันได้รับใบเขียวแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2009 และจะหมดในเดือนกันยายน ปี 2011 ค่ะ ตอนนี้ดิฉันมีปัญหาเรื่องการเงินกับสามีและเรื่องอื่นๆ สรุปย่อๆว่า ถ้าดิฉันหย่ากับสามีตอนนี้ ดิฉันจะสามารถต่อใบเขียว 10 ปี ในปี 2011 ได้ด้วยตัวเองหรือไม่ อย่างไรคะ ดิฉันเคยได้ยินมาว่าถ้าทำเองโดยไม่มีสามีเป็นคน support ในการยื่นเรื่องนี้แล้ว ส่วนมากจะโดน reject และให้กลับประเทศจริงหรือเปล่าคะ

ตอบ ถ้าคุณหย่าคุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองทันที โดยไม่ต้องคอยถึงกันยา 2011 ในเรื่องซัพพอร์ทไม่ต้องมีแล้วค่ะ แต่คุณควรต้องทำงานและยังต้องยื่นภาษีสิ้นปีอยู่ค่ะ เขาจะไม่ reject เพราะสามีไม่ support ค่ะ ตอนนี้คุณรวบรวมเอกสารเก็บหลักฐานต่างๆว่าคุณอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา เช่นเดียวกับตอนที่คุณไปสัมภาษณ์ใบเขียวครั้งแรก พอคุณพร้อมยื่นเรื่องหย่าเมื่อไร ติดต่อให้ทนายทำเรื่องให้นะคะ ไม่แนะนำให้ทำเรื่องเอง (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือเล่มใหม่  “ชีวิตโรบินฮู้ด” บท “โรบินฮู้ดอยู่อย่างถูกกฎหมายได้อย่างไร” หน้า 62 หัวข้อ “เลิกกับคู่สมรสก่อนได้ใบเขียว 10 ปี”คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630  ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)


แต่งหย่าไทย/อเมริกัน

หนังสือพิมพ์แอล เอ ไทมส์ วันที่ 17 ตุลา วันเสาร์ที่แล้วลงข่าวว่า “กัฟวันเน่อร์ อาร์โนลด์ ชว๊อซเน๊กเก้อร์” ผู้ว่ารัฐคาลิฟอร์เนียจะเซ็นร่างกฎหมายผ่านออกมาสัปดาห์นี้ให้คนรายได้ต่ำมีทนายรัฐฟรีในคดีแพ่งเหล่านี้ คือ คดีคนเช่าถูกไล่ออกจากบ้านด้วยความไม่เป็นธรรม “ไฟ๊ทิ่ง อีวิคชั่น” (Fighting Evicetion) คดีถูกพรากเด็กในปกครอง “ลอส อ๊อฟ ไชลด์ คัสโตดี้” (Loss of Child Custody) และคดีการกระทำรุนแรงในครอบครัวหรือละทิ้งคนแก่หรือคนพิการ “ดอเม็สติค อบิ๊วส์ ออร์ นีเกล๊กท์ อ๊อฟ เดอะ เอ็ลเดอร์ลี่ ออร์ ดิสเอเบิ้ล” (Domestic Abuse or Neglect of the Elderly or Disabled) รัฐนี้ถือเป็นรัฐแรกที่ผ่านกฎหมายให้ทนายฟรีในคดีแพ่ง โดยปกติคดีแพ่งผู้ถูกกล่าวหาไม่มีสิทธิได้ทนายรัฐฟรี โดยปกติคุณสามารถขอทนายรัฐฟรีหรือ “พับบลิค ดีเฟ็นเด้อร์” (Public Defender) ได้เฉพาะคดีอาญาเท่านั้น อันนี้ถือเป็นข่าวดีมากๆค่ะ (โปรดอ่านเหาความรู้เกี่ยวกับ “ความอาญาที่ควรรู้ และสิทธิผู้ต้องหา” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง” บทที่ 7 หน้า 7-2 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ P.O. BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
เรามาตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องแต่งหย่าตามกฎหมายไทยอเมริกันจากอีเมล์สองฉบับ
ถาม กรณีที่เราจดทะเบียนกับสามีชาวอเมริกันในประเทศไทย จำเป็นต้องไปจดทะเบียนสมรสที่อเมริกาด้วยหรือไม่ และเรามีสิทธิได้สัญชาติตามสามีหรือไม่ หรือเราจะต้องทำอย่างไรถึงจะได้สัญชาติอเมริกัน เพื่อง่ายต่อการเดินทางไปอเมริกากับสามี

ตอบ โดยทั่วไปแต่ละประเทศจะยอมรับการจดทะเบียนสมรสจากประเทศอื่นว่าถูกต้องตามกฎหมาย ดิฉันเช็คเข้าเว๊บเพจของกงสุลอเมริกันในประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ Marriage in Thailand ระบุว่า สหรัฐอเมริกายอมรับการสมรสไทยระหว่างอเมริกัน&ไทยว่าถูกต้องตามกฎหมายสหรัฐ ถ้าหญิงชายไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภอหรือสำนักงานเขต และมีรายละเอียดข้อมูลขั้นตอนการจดทะเบียนของคนอเมริกันกับคนไทยดังนี้
คนอเมริกันต้องไปกรอก “แอ็ฟฟิเดวิท” (Affidavit) ที่สถานทูตอเมริกันก่อน เมื่อกรอกเสร็จจึงนำ“แอ็ฟฟิเดวิท”ไปแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย และนำ “แอ็ฟฟิเดวิท”ภาษาอังกฤษและใบแปลไปให้กระทรวงการต่างประเทศที่ถนนแจ้งวัฒนะรับรอง หลังจากนั้นจึงนำ“แอ็ฟฟิเดวิท”ที่รับรองแล้ว ไปจดทะเบียนที่อำเภอหรือสำนักงานเขตได้ สรุป คุณไม่ต้องไปจดทะเบียนที่อเมริกาอีกค่ะ
คุณจะไม่ได้สัญชาติตามสามีหลังจดทะเบียนค่ะ ก่อนอื่น สามีต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวหรือกรีนคาร์ดให้คุณก่อน(กรีนคาร์ดคือทะเบียนคนต่างด้าว) เขาสามารถยื่นเรื่องให้คุณที่สถานทูตอเมริกันในประเทศไทยได้ หลังจากคุณได้ใบเขียว คุณใช้ใบเขียวเดินทางเข้าอเมริกา ถ้าคุณได้ภายใน 2 ปีหลังจดทะเบียนคุณจะได้ใบเขียวชั่วคราวมีอายุ 2 ปี และก่อนใบเขียวหมดอายุคุณและสามีต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวถาวร ถ้าคุณยังอยู่กินกับสามีคุณสามารถยื่นเรื่องขอโอนสัญชาติเป็นอมริกันได้ 3 ปีนับจากวันที่ได้ใบเขียวแรก (โปรดอ่านเพิ่มเกี่ยวกับกฎหมาย “ใบเขียว 2 ปีและ ใบเขียว 10 ปี” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” บทที่ 4 หัวข้อใยเขียวเงื่อนไข หน้า 4-16)
ถ้าคุณอยู่เมืองไทยและยังไม่มีแผนจะเดินทางไปอยู่อเมริกา ถ้าคุณทำใบเขียวแต่คุณไม่ไปอยู่อเมริกา คุณก็อาจสูญใบเขียวได้ ถ้าคุณเพียงต้องการเดินทางติดตามสามีเไปอเมริกา คุณสามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ค่ะ โดยแสดงหลักฐานให้ทางสถานทูตว่าคุณทั้งสองมีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย และคุณเพียงต้องการติดตามสามีไปเที่ยวอเมริกา คุณควรได้วีซ่าท่องเที่ยวไม่ยากนัก

ถาม ดิฉันแต่งงานจดทะเบียนที่รัฐคาลิฟอร์เนียกับอเมริกันได้ 2 ปี ตอนนี้สามีและดิฉันอยู่ประเทศไทยทั้งคู่ เราแยกกันอยู่ ถ้าสามีจะทำเรื่องหย่าเขาจะทำได้เองไหม โดยที่เรายังไม่รับรู้ได้ไหม ไม่ทราบว่ากฎหมายหย่าเหมือนของไทยหรือไม่ คือหย่าโดยสมัครใจหรือฟ้องศาลเมื่อหย่า
ตอบ ถ้าสามีทำเรื่องหย่า เขาอาจทำเรื่องหย่าตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายอเมริกันได้ ตามกฎหมายอเมริกัน เวลายื่นเรื่องหย่าผู้ยื่นสามารถยื่นในรัฐหรือประเทศที่เขามีถิ่นฐานอยู่ตามกฎหมายรัฐหรือประเทศ เช่นกฎหมายรัฐคาลิฟอร์เนีย คุณต้องมีถิ่นฐานอยู่ 6 เดือนก่อนยื่นเรื่องหย่าได้ ดิฉันจะตอบคำถามเรื่องหย่าตามกฎหมายรัฐคาลิฟอร์เนีย
สมมติว่าสามีกลับมายื่นเรื่องในอเมริกา เวลาหย่า ต้องยื่นเรืองในศาลไม่ว่าจะเป็นหย่าแบบมิตรภาพหรือหย่าแบบศัตรู ขั้นตอนคือ เขาต้องส่งโนติสไปให้คุณที่เมืองไทย โดยปกติจะให้เวลาอีกฝ่าย 30 วัน ที่จะตอบรับ ถ้าคุณไม่ตอบ เรื่องหย่าก็จะจบลงเองอีก 6 เดือน แต่เนื่องจากคุณอยู่ประเทศไทย เวลาเข่ส่งโนติสให้คุณอาจมีเวลาเกิน 30 วัน เพราะต้องเป็นไปตามกฎหมายไทยด้วย ซึ่งดิฉันไม่ทราบรายละเอียด แต่อย่างไรก็ตาม คุณต้องได้รับโนติสนี้ คือตามกระบวนการทางกฎหมายคุณจะต้องรู้ว่าคุณกำลังถูกฟ้องหย่า ถ้าเขาหาตัวคุณไม่ได้จริงๆเขาอาจต้องลงประกาศทางหน้าหนังสือพิมพ์ ตามกฎหมายรัฐคาลิฟอร์เนียซึ่งต่างกับกฎหมายไทยคือ ไม่ต้องมีเหตุผลที่จะหย่า เพียงแต่ใส่เหตุผลว่าเข้ากันไม่ได้เท่านั้น ฉะนั้นคุณจะสมัครใจหรือไม่สมัครใจไม่สำคัญถ้าจะมีการไม่ยินยอมก็จะเป็นเพียงเรื่องแบ่งทรัพย์สิน และการปกครองบุตร ไม่ใช่ว่าคุณไม่ยอมหย่า (โปรดอ่านเหาความรู้เกี่ยวกับ “การหย่าร้าง” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มสอง” บทที่ 2 หน้า 2-3)