เดินทางระหว่างแอ็พพลายใบเขียว

ประกาศ ดิฉันจะไม่อยู่(อีกแล้ว) ไปเมืองไทย 3 สัปดาห์ค่ะ เปิดออฟฟิสทำงานใหม่วันที่ 29 มีนาต่ะ เลขายังคงมาทำงานปกติ ถ้าคุณต้องการติดต่อดิฉันด่วน โปรดอีเมล์หาดิฉันได้ค่ะที่ attorneyruji@aol.com เมื่อดิฉันยื่นเรื่องทำใบเขียวให้ลูกความ ประเภทมีโควต้าจะใช้เวลานานหลายปี ประเภทนอกโควต้าจะใช้เวลาเพียง 4-5 เดือน(โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่” หัวข้อ “โควต้าใบเขียว และ “ใบเขียวครอบครัว” หน้า 4-2 และ 4-3แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308) ดิฉันจะได้ยินคำถามจากลูกความแทบทุกเคสว่า ระหว่างคอยเรื่องจะขึ้นเครื่องบินเพียงเดินทางในประเทศ หรือบินกลับเมืองไทยได้ไหม คำตอบคือ บินกลับเมืองไทยไม่ได้ถ้าตอนยื่นเรื่องคุณเป็นโรบินฮู้ดแล้ว ส่วนขึ้นเครื่องบินในประเทศ โดยปกติได้ค่ะถ้าคุณมีไอดีแสดง อาจเป็นใบขับขี่หรือพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ แต่ขอให้ระวังตัว ดังตัวอย่างเรื่องจริงที่ดิฉันอ่านจาก“บล๊อก”อิมมิเกรชั่น เขียนโดยทนายอิมมิเกรชั่น ลงวันที่ 14 กุมภาที่ผ่านมา ดังนี้ ตัวอย่างเรื่องจริง ทนายอิมมิเกรชั่นได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวคนงานให้ลูกความ ซึ่งเป็นนางพยาบาลชาวฟิลิปปินส์ นายจ้างเป็นโรงพยาบาลในรัฐคาลิฟอร์เนีย เธอและครอบครัวเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวพยาบาลอยู่ ระหว่างคอยเรื่อง เธอได้ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” (Work Permit) และทำงานที่โรงพยาบาลอย่างถูกกฎหมาย เธออาศัยอยู่แถวเมือง “เอ็ล เซ็นโทร่”(El Centro) อยู่เขตแซนดิเอโก้ (San Diego) ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของรัฐคาลิฟอร์เนียติดชายแดนเม็กซิโก เมื่อเดือนกุมภาที่ผ่านมา เป็นวันเกิดสามี เธอสามีและลูกๆได้ขับรถจาก “เอ็ล เซ็นโทร่” เพื่อไปเที่ยวเมือง “พาล์ม สปริงส์” (Palm Springs) ตอนเช้าเพื่อฉลองวันเกิดสามี ระหว่างทางได้ผ่านด่านอิมมิเกรชั่นเป็น“เช็ค พอยนท์” ส่วนมากจะตรวจดูว่ามีรถลักพาพวกเม็กซิกันลักลอบประเทศผ่านชายแดนหรือไม่ ซึ่งโดยปกติเจ้าหน้าที่ก็จะยืนโบกมือให้รถผ่าน เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นเรียกรถเธอหยุด และขอตรวจเอกสาร เธอได้แสดงใบ“เวิ๊ร์ค เพอร์มิท”และพาสปอร์ตของลูกๆซึ่งบัตรขาเข้าหรือ I-94 ในพาสปอร์ตของลูกๆได้หมดอายุแล้ว เธอบอกเจ้าหน้าที่ว่าเธออยู่ในระหว่างรอเรื่องใบเขียวอยู่ เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารแล้วได้บอกเธอว่า พวกคุณอยู่อย่างไม่ถูกต้อง เพราะดูจากพาสปอร์ตของเด็ก บัตรขาเข้าของเด็กขาดแล้ว เธอทำผิดกฎหมายอย่างนี้อาจโดนข้อกล่าว ลำเลียงคนเถื่อนได้ หรือ “ทรานสปอร์ตทิ่ง อิลลีเกิ้ล เอเลี่ยนส์” (Transporting illegal aliens) ตอนนี้ฉันจะต้องกักตัวพวกเธอไว้ก่อน เพื่อรอดำเนินการเนรเทศ และเจ้าหน้าที่สั่งให้ทุกคนลงจากรถ นางพยาบาลได้พยายามโทรหาทนาย แต่ทนายไม่อยู่ เธอได้ฝากข้อความไว้ว่าเธอถูกจับกักตัว ให้โทรเข้ามือถือด่วน เมื่อทนายมาถึงที่ทำงานได้โทรไปหาเธอที่มือถือ เธอบอกทนายว่าเธอถูกอิมมิเกรชั่นกักตัวที่ด่าน ระหว่างเธอพูดกับทนาย ทนายได้ยินในแบ๊คกราวนด์เป็นเสียงสุนัขเห่า และเสียงเจ้าหน้าที่ตะโกนบอกให้ลูกความวางหู บอกว่าตรงนี้เป็นเขตห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ “เซ็คเคียวร์ แอเรีย” (Secured area) ทนายบอกลูกความขอพูดโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น เจ้าหน้าที่ตอบผ่านลูกความว่า“ฉันไม่ต้องการพูดกับทนาย”และลูกความได้วางหูไป ทนายไม่ทันจับใจความได้ว่าลูกความถูกจับที่ไหน แต่ทางด่วนจาก El Centro ไป Palm Springs มีสองทางคือ สาย 86 กับสาย 15 ทนายจึงโทรไปหาอิมมิเกรชั่นแผนกศุลการักษ์และตรวจชายแดน “คัสต้อม แอนด์ บอร์เด้อร์ พาโทรล” (Customs and Border Patrol หรือเรียกย่อว่า CBP) และขอพูดกับทนายของ CBP ที่นั่น ทนายได้อธิบายถึงสถานการณ์ให้ทนายของ CBP ฟังว่าลูกความอยู่อย่างถูกกฎหมายเพราะเธอได้แอ็พพลายใบเขียวและกำลังรอเรื่องอยู่ ทนายของ CBP ตอบว่าตอนนี้ลูกความของคุณอยู่ในอเมริกาเถื่อนแล้ว ลูกความของคุณไม่มีสิทธิรอเรื่องใบเขียวอยู่ในอเมริกา พวกเขาต้องกลับไปรอเรื่องในประเทศของเขา ทนายก็พยายามใจเย็นค่อยๆอธิบายถึงกฎหมายให้ทนายของ CBP ฟังว่า ตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นว่า ผู้ที่กำลังแอ็พพลายขอปรับสถานภาพ สามารถอยู่รอเรื่องในอเมริกาได้ ไม่อย่างงั้นทางอิมมิเกรชั่นจะออก “ใบเวิ๊ร์ค เพอร์มิท” ให้ทำงานทำไม (หาสวรรค์อะไร อันนี้ดิฉันเติมเอง) และทนายก็แฟกส์ใบเสร็จจากอิมมิเกรชั่นเป็น “โนติส รีซีท” (Notice Receipt) ของฟอร์ม I-485 ไปให้ทนายของ CBP และขอให้เขาเช็คเร็คคอร์ดของลูกความ ทนายของ CBP บอกว่าแล้วเขาจะเช็คดูและจะโทรกลับไปใน 1 ชั่วโมง แต่ปรากฎว่าไม่มีใครโทรกลับไป ทนายรอจนกระทั่ง 5 โมงเย็น หลังจากนั้นทนายเลยเช็คเบอร์โทรศัพท์ของ “ซุปเปอร์ไวเซ่อร์” ของ CBP และโทรเข้าไปหา “ซุป” โดยตรง ทนายอธิบายสถานการณ์ให้ “ซุป” ฟัง ซุปตอบบอกทนายว่า “เวิ๊ร์ค เพอร์มิทของลูกความของคุณหมดอายุแล้ว แต่ลูกความยังคงทำงานอยู่ ฉะนั้นถือว่าผิดกฎหมาย ผมจำต้องออก “โนติสไปปรากฎตัว” เรียก “โนติส ทู แอ็พเพียร์” (Notice to Appear) และลูกความของคุณต้องไปศาลอิมมิเกรชั่น ตอนนั้นทนายไม่แน่ใจว่าลูกความได้ส่งเรื่องต่ออายุเวิ๊ร์ค เพอร์มิทไปหรือยัง เพราะเนื่องจากหลายครั้งที่ลูกความต้องการต่อ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” เองเพื่อประหยัดเงินค่าทนาย อย่างไรก็ตามทนายก็ยังพยายามอธิบายให้ทนาย CBP ฟังต่อว่า “ตอนนี้ลูกความกำลังรอเรื่องใบเขียวอยู่อย่างถูกต้อง ถ้าเธอไปศาลผู้พิพากษาก็จะตัดสินปล่อยตัวเขาอยู่ดี ทำให้เสียเวลาและเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์” ซุปตอบกลับว่า “คุณอาจพูดถูก แต่เราทำหน้าที่ของเรา เราปล่อยให้ผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสินแล้วกัน” หลังจากนั้นก็วางหูไป ทนายจึงรีบไปเช็คเคสลูกความปรากฎว่า ทนายเป็นคนยื่นเรื่องต่อเวิ๊ร์ค เพอร์มิท และลูกความได้ใบตอบรับเรียบร้อยแล้ว ทนายเลยรีบถ่ายสำเนาเวิ๊ร์ค เพอร์มิท และโทรกลับไปหาซุปอีก และแฟกส์ สำเนาเวิ๊ร์ค เพอร์มิทที่ยังไม่หมดอายุไปให้ดู ซุปตอบว่าขอเขาเช็คดูอีกที และบอกให้ทนายโทรกลับไปอีก 45 นาที หลังจากนั้นทนายโทรกลับไป ปรากฏว่าซุปไม่อยู่ และเจ้าหน้าที่คนอื่นรับสาย เจ้าหน้าที่บอกทนายว่าเขายังเช็คเรื่องไม่เสร็จ และบอกให้โทรกลับไปใหม่ตอนทุ่มหนึ่ง ตอนหนึ่งทุ่มทนายโทรกลับไป แต่ไม่สามารถติดต่อใครได้ หลังจากนั้นสักครู่ใหญ่ ลูกความโทรหาทนาย บอกว่าอิมมิเกรชั่นปล่อยตัวแล้ว สรุปสามีฉลองวันเกิดอยู่ในห้องขังทั้งวัน คุณสามารถอ่านข้อมูลในหนังสือเล่มใหม่ “ชีวิตโรบินฮู้ด” หัวข้อ “ระวังการขับรถและการเดินทาง” หน้า 52 ดิฉันเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ละเอียดมาก สถานภาพระหว่างรอใบเขียว ตามกฎอิมมิเกรชั่น หลังจากที่คุณยื่นเรื่องปรับสถานภาพ(ขอใบเขียวในอเมริกา)เข้าอิมมิเกรชั่น ในแง่กฎหมายสถานภาพของคุณจะกลายเป็น “ผู้ถูกทัณฑ์บน” หรือ “พาโรลลี่” (Parolee) คือไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานภาพอะไรเช่น สถานภาพนักท่องเที่ยว (ถือวีซ่า B-1/B-2) หรือสถานภาพนักเรียน (ถือวีซ่า F-1) หรือสถานภาพโรบินฮู้ด คือวีซ่าขาดแล้ว เป็นต้น แต่หลังจากยื่นเรื่องทุกคนจะกลายเป็นสถานภาพผู้ถูกทัณฑ์บน และตอนนั้นถ้าคุณทำอะไรผิดกฎหมาย คุณอาจถูกจับได้ เช่น สมมติคุณถือวีซ่านักเรียนและคุณสามารถทำงานได้ถูกต้อง แต่ระหว่างขอใบเขียว วิธีที่คุณจะทำงานอย่างถูกต้องในแง่กฎหมายคือ คุณต้องได้ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” ก่อน แต่จริงๆแล้วในภาคปฏิบัติทุกคนก็ทำงานกันต่อไปแทนที่จะหยุดชะงัก และรอให้ได้เวิ๊ร์ค เพอร์มิทถึงกลับไปทำต่อ เช่นในกรณีเรื่องตัวอย่างข้างต้น คือถ้าคุณถูกอิมมิเกรชั่นจับเมื่อไรไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถหาข้อกล่าวหาใส่คุณจนได้ เช่นตัวอย่างในเรื่องนี้ ข้อกล่าวหา Transporting illegal aliens เนื่องจากลูกโรบินฮู้ดนั่งอยู่ในรถ หรือถ้าเกิดคุณมีโรบินฮู้ดพักอยู่ในบ้านคุณ คุณก็อาจถูกข้อกล่าวหา “ให้ที่อยู่อาศัยต่อโรบินฮู้ด” หรือ “ฮาร์เบ้อริ่ง อิลลีเกิ้ล เอเลี่ยนส์” (Harboring illegal aliens) เป็นต้น สรุปได้ว่า ขอให้คุณอ่านเรื่องตัวอย่างนี้เป็นอุทธาหรณ์ ไม่ประมาทแต่ก็ไม่ต้องหวาดกลัวเกินไปถึงกับประสาทเสีย ถ้าคุณเป้นโรบินฮู้ด ขอให้ระวังการเดินทาง และมีความเป็นอยู่อย่างเงียบๆไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น เพราะถ้ามีปัญหาอิมมิเกรชั่นเกิดขึ้นจะเสียทั้งเงินและเวลา และเป็นประสบการณ์ที่แย่สุดๆถ้าต้องถูกกักตัวอยู่ในห้องขัง

แอ็พพลายใบเขียวซ้อน & ปัญหาสัมภาษณ์ใบเขียวไม่ผ่าน

มีอีเมล์คำถามเข้ามาว่า ตนได้แอ็พพลายใบเขียวแต่งงานแต่สัมภาษณ์ไม่ผ่าน รอเรื่องนานแล้วยังไม่ได้ยินเรื่องอะไรจากอิมมิเกรชั่น จะสามารถแอ็พพลายใบเขียวแต่งงานใหม่ได้หรือไม่ หรือเปลี่ยนให้แม่ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้ได้หรือไม่ หรือให้นายจ้างขอวีซ่าทำงานให้ ถ้าแอ็พพลายใบเขียวหรือวีซ่าใหม่จะมีปัญหาไหม และต้องหย่าก่อนหรือไม่

คำถามสั้นๆ แต่ประเด็นมากกว่าที่จะตอบทางอีเมล์ค่ะ เลยนำมาตอบเผื่อแผ่ให้คนอื่นฟังด้วย

ขอใบเขียวซ้อน

ระหว่างที่คุณขอใบเขียวหนึ่ง คุณจะขอใบเขียวอื่นอีกได้ค่ะไม่มีกฎห้าม (คุณสามารถอ่านข้อมูลในหนังสือ ชีวิตโรบินฮู้ด เล่มใหม่ หัวข้อ “ขอใบเขียวซ้อน” 24 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉัน หรือในเมืองไทยสั่งซื้อจากคุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308))แต่เวลาขอใบเขียวซ้อนส่วนมากจะออกมาเป็นในกรณีกลับกันกับของคุณดังนี้ คือ ตัวอย่าง แม่ซิติเซ่นขอใบเขียวให้ลูกอายุเกิน 21 ปี ซึ่งอยู่ภายใต้โควต้ารอระหว่าง 5 ½ -8 ½ ปีขึ้นอยู่ว่าโสดหรือแต่งงาน  (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือบทใบเขียว โควต้า และกรุ๊พเพร็ฟเฟอเร็นซ์ ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่ หน้า 4-3) ระหว่างลูกคอยเรื่องใบเขียว ลูกได้แต่งงานกับซิติเซ่น ลูกสามารถยื่นขอใบเขียวแต่งงานได้ซ้อนกับเรื่องใบเขียวจากแม่ โดยไม่ต้องยกเลิกเคสที่แม่กำลังแอ็พพลายให้ (เผื่อมีปัญหาหย่ากันก่อนได้ใบเขียว) คือ เคสส่วนมากจะแอ็พพลายใบเขียวซ้อน กรณีที่เคสใหม่จะได้เร็วขึ้น แต่ในกรณีคุณทำได้ค่ะ ไม่เป็นไรแต่ปัญหาคือ ถ้าเรื่องใบเขียวแต่งงานของคุณถูกปฏิเสธกลับมา และคุณอยู่เถื่อนแล้ว ทางอิมมิเกรชั่นจะส่งจดหมายแจ้งให้คุณออกนอกประเทศ และอาจถูกดำเนินเรื่องเนรเทศ

นายจ้างแอ็พพลายวีซ่าทำงาน

ถ้าคุณอยู่เถื่อนเป็นโรบินฮู้ดแล้ว คุณไม่สามารถแอ็พพลายวีซ่าชนิดใดๆได้ทั้งสิ้นรวมทั้งวีซ่าทำงาน นอกจากตอนที่คุณยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงานวีซ่าคุณยังไม่ขาด เท่ากับคุณยังไม่เถื่อน นายจ้างสามารถขอวีซ่าทำงานให้คุณได้

ต้องหย่าก่อนหรือไม่

ไม่ต้องหย่าก่อนค่ะ

ปัญหาเมื่อสัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงานไม่ผ่าน

กรณีคุณสัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงานไม่ผ่าน อาจมีสาเหตุและวิธีแก้ดังนี้

  1. คุณขาดเอกสารสำคัญ เช่น ใบเกิดตัวจริง ใบแต่งงานตัวจริง ใบหย่าตังจริงหรืออื่นๆ กรณีนี้เขาจะให้กระดาษโดย ติ๊กรายการเอกสารที่ขาด ถ้าคุณสามารถรีบนำเอกสารที่ขอไปให้ทันที ในวันเดียวกัน เรื่องควรจะผ่านได้ทันที
  2. คุณมีหลักฐานไม่เพียงพอว่าคุณอยู่ด้วยกันจริงๆ กรณีนี้เขาจะให้กระดาษโดยติ๊กรายการหลักฐานอื่นๆเพิ่ม ที่พิสูจน์ว่าแต่งงานจริง หลังจากนั้นถ้าคุณนำหลักฐานเพิ่มส่งไปให้หรือนำไปให้ เรื่องของคุณอาจจะผ่านโดยไม่ต้องเรียกสัมภาษณ์อีก หรือเรื่องเงียบไประยะหนึ่งและอิมมิเกรชั่นส่งจดหมายเรียกให้คุณไปสัมภาษณ์ใหม่ ถ้าคุณไม่ได้ยินอะไรจากอิมมิเกรชั่น คุณควรติดตามเรื่อง 6 เดือนหลังจากที่คุณยื่นเอกสาร แนะนำให้คุณเก็บสำเนาเอกสาร
  3. อิมมิเกรชั่นเชื่อว่าคุณแต่งงานปลอม คุณจะได้รับจดหมายจะปฏิเสธเคสคุณเรียก  “โนติส อ๊อฟ อินเท๊นท์ ทู ดีนาย” (Notice of Intent to Deny) ในจดหมายจะเขียนเหตุผลเป็นข้อๆ ที่เขาจะปฏิเสธไม่ผ่านเคส ซึ่งอาจจะเป็นหลักฐานหรือกรณีที่คุณตอบสัมภาษณ์วันนั้น ในจดหมายเขาจะให้เวลาคุณ 30 วัน (บางอ๊อฟฟิสอาจให้ 60 วัน) ที่จะตอบแก้และส่งหลักฐานเพิ่ม หลังจากคุณตอบไป ถ้าคุณอธิบายและหลักฐานแน่น เรื่องของคุณอาจผ่านได้โดยไม่ต้องเรียกสัมภาษณ์อีก ถ้าหลังจากอิมิเกรชั่นได้รับเอกสารและยังตัดสินไม่ให้ใบเขียว คราวนี้คุณจะได้จดหมายตอบว่าเขาปฏิเสธและเขาจะให้โอกาสคุณอุทธรณ์เรื่องหรือ “แอ็พพีล” (appeal) ซึ่งการแอ็พพีล เรื่องจะไปที่ “อิมมิเกรชั่น บอร์ด” คล้ายๆศาลของอิมมิเกรชั่นโดยเฉพาะ ซึ่งถ้าคุณได้รับ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” หรือใบทำงานแล้ว “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท”ก็จะถูก “แคนเซิล” ด้วย
  4. เรื่องไม่ผ่านเนื่องจากคุณมีปัญหาด้านอิมมิเกรชั่นมาก่อน กรณีที่คุณมีปัญหาด้านอิมมิเกรชั่นมาก่อนเช่น เคยยื่นเรื่องขอใบเขียวมาก่อนและไม่ผ่านเช่นใบเขียวลี้ภัย ใบเขียวแต่งงานกับคนอื่น เป็นต้น หรือขอใบเขียวแต่งงานและยกเรื่องเนื่องจากหย่าก่อน หรือคุณเคยมีปัญหาทางกฎหมาย หรือเคยถูกดำเนินเรื่องเนรเทศมาก่อน กรณีเหล่านี้ หลังคุณสัมภาษณ์เสร็จ เรื่องอาจเงียบหายไปนานเนื่องจากทางอิมมิเกรชั่นจะใช้เวลาตรวจสอบเรื่องเก่าอยู่ และเช็คเรื่องใหม่ว่าคุณแต่งงานจริงหรือไม่ (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือบทใบเขียวแต่งงาน หัวข้อ “หลักฐานพิสูจน์ว่าแต่งงานจริง” ในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งใหม่ หน้า 5-5)

ความสำคัญของการใช้ทนาย

การยื่นเรื่องขอใบเขียวแต่งงานไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด ดิฉันจะได้ยินบ่อยๆว่าเราแต่งงานอยู่ด้วยกันจริงๆไม่น่ามีปัญหาอะไร การยื่นเรื่องขอใบเขียวเป็นงานละเอียด แต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นงานที่แข่งกับเวลาโดยเฉพาะถ้าวีซ่าของคุณขาดแล้วและเป็นโรบินฮู้ด เริ่มตั้งแต่ต้นจากการกรอกฟอร์มและยื่นเอกสารแนบ ถ้าข้อมูลในฟอร์มไม่ลงตัวหรือผิดพลาด หรือยื่นเอกสารไม่ครบ โอกาสที่เรื่องจะติดขัดสูง เมื่อเรื่องติดปุ๊บเคสนี้จะถูกขุดคุ้ยทันที และอาจเรื่องติดเป็นเดือนเป็นปี และจะถูกเพ่งเล็งตอนสัมภาษณ์ ซึ่งคู่สมรสหลายคู่ระหว่างคอยเรื่องจะเครียด เริ่มมีปัญหา หรือโทษกันไปโทษกันมาแต่ละฝ่ายถึงปัญหาที่เรื่องติด ทนกันไม่ไหวก็เริ่มทะเลาะกันและอาจเลิกกันไปในที่สุดก่อนได้ใบเขียว เคสใบเขียวแต่งงานที่ไปได้ราบรื่นไม่ติดควรจะได้เรียกสัมภาษณ์ประมาณ 4 เดือน และหลังจากนั้น 2 สัปดาห์ได้ใบเขียว ฉะนั้นดิฉันไม่แนะนำให้ทำเรื่องเองค่ะ ควรใช้ทนาย