ต่อวีซ่าท่องเที่ยวหรือเปลี่ยนวีซ่า

ประกาศ
วันที่ 3 พฤษภา วันอาทิตย์เวลาบ่าย 2 โมง ดิฉันจะไปสัมนาเรื่องอิมมิเกรชั่น ที่วัดป่าธรรมชาติเมืองลา พูเอ็นเต้ (La Puente) รัฐคาลิฟอร์เนีย ซึ่งจัดโดยชมรมผู้ปกครองเด็กที่ไปเรียนภาษาไทย เชิญไปฟังกันนะคะ หัวข้อที่จะพูดวันนั้นเป็นหัวข้อที่เป็นปัญหาต่อคนไทยในอเมริกามาก ดังนี้
ต่อวีซ่าท่องเที่ยวหรือเปลี่ยนเป็นวีซ่าอื่น

    DREAM ACT
    สัมภาษณ์ใบเขียวแต่งงาน
    หย่าก่อนได้ใบเขียวสองปี


ดิฉันมีเวลาเหลือ 3-4 สัปดาห์ก่อนสัมนา พอดีได้เขียน 4 คอลัมน์ เลยตัดสินใจเขียนสัปดาห์ละหัวข้อ cover4 สัปดาห์ก่อนวันสัมนาพอดี วันนั้นจะได้ไม่ต้องสาธยายมาก เราจะได้มีเวลาถามตอบคำถามมากหน่อย ก่อนเริ่มเรื่องกฎหมายขอ update ข่าวหน่อยค่ะ
โอบาม่าในยุโรป
สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโอบาม่าไปประชุมซัมมิทที่ประเทศอังกฤษและทัวร์ยุโรป การประชุมนับว่าเป็นไปด้วยดี สิ่งที่ได้จากทัวร์คราวนี้นอกจากเรื่องงาน ยังถือว่าได้เปิดตัวเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีกับประเทศในยุโรปและเพื่อสร้างภาพพจน์และความรู้สึกดีๆต่ออเมริกา ซึ่งระยะหลังๆสมัยบุช คนยุโรปหรือจะว่าแทบทั่วโลกเพิ่มความรู้สึกไม่ค่อยดีกับอเมริกามากขึ้น การทัวร์ยุโรปคราวนี้ so far เท่ากับประสบผลสำเร็จ เพราะโอบาม่าและโดยเฉพาะ เฟิร์สท เลดี้ (สตรีหมายเลขหนึ่ง ภรรยาประธานาธิบดี) “มิเชล โอบาม่า” สร้างความประทับใจให้คนยุโรปอย่างมากๆ (มีภรรยาดี ก็ดีอย่างเนี๊ย) หนังสือพิมพ์เขียนชมและเชียร์ มิเชล โอบาม่า กันมาก ทั้ง “เพอซันนาลิตี้” (personality) “ความติดดิน”หรือ “ดาวน์ ทู เอิรซ์” (down to earth) ของเธอ การแต่งกายของเธอ กลายเป็นแฟชั่นที่ฮิต เสื้อผ้าเธอพยายามใช้ของดีไซเน่อร์ใหม่ที่ไม่มีชื่อ และเสื้อผ้าจากร้านที่คนธรรมดาช๊อป ซึ่งไม่แพงมากรวมร้าน J. Crew เหล่านี้เป็นภาพพจน์ที่ดี ดิฉันแอ็ปปี้มากๆติดตามอ่านข่าวตลอด เพราะดิฉันชอบคู่นี้มากๆ และอีกอย่างดิฉันจะแว่บไปเที่ยวสวิสและเยอรมัน 2 อาทิตย์ พ.ค. 13-27 เดือนหน้า จะอยู่เบอร์ลิน 4 วัน คราวนี้คงจะสามารถเชิดหน้าชูตาคุยได้ว่าฉันป็นนักท่องเที่ยวมาจากเมกา แล้วดิฉันจะเขียนเรื่องเที่ยว “เบอร์ลิน” ให้ฟังนะคะ ตอนนี้วกกลับเรื่องกฎหมายก่อน
ต่อวีซ่าท่องเที่ยว
เมื่อคุณเข้ามาวีซ่าท่องเที่ยว คุณมักได้แสตมป์ในใบ I-94 หรือบัตรขาเข้า 6 เดือน ตามกฎวีซ่าท่องเที่ยวคุณห้ามทำงาน ปัจจุบันการขอต่อวีซ่าท่องเที่ยวจะขอยาก เพราะคุณต้องแสดงหลักฐานการเงินว่า มีเงินพอใช้ระหว่างอยู่ต่อ และที่มาของแหล่งเงินมาใช้ในการเป็นอยู่ของครอบครัวในเมืองไทย หรือถ้าคุณมีธุรกิจส่วนตัว ต้องแสดงว่าธุรกิจในเมืองไทยสามารถดำเนินอยู่ได้ในขณะที่คุณอยู่ต่อ หรือถ้าคุณเป็นลูกจ้างบริษัท ต้องแสดงได้ว่าคุณยังคงมีงานรอคุณระหว่างคุณอยู่ต่อ เป็นต้น นอกจากนี้คุณยังต้องแสดงเหตุผลที่จะอยู่ต่อแน่นพอ ซึ่งเหตุผลนี้เป็นสิ่งยากที่เขาจะยอมรับ เหตุผลต้องเป็นสิ่งฉุกเฉินหรือความจำเป็นจริงๆที่คุณไม่สามารถรู้ล่วงหน้ามาก่อน เช่น คุณป่วยหรือมีอุบัติเหตุต้องเข้าโรงพยาบาลกระทันหัน (ไม่ใช่คุณมีโรคประจำตัว ที่ต้องได้รับการรักษาประจำ) คนในครอบครัวความสัมพันธ์ใกล้ชิด เช่น ลูก พ่อ แม่ เรียก“อิมมีเดียท เรเลทีฟ” (immediate relative) ป่วยและคุณจำเป็นต้องอยู่เฝ้า หรืออาจมี“ฟังชั่น” (function) บางอย่างที่คุณไม่รู้มาก่อนที่คุณจำเป็นต้องไป เป็นต้น ข้อแนะนำ ถ้าคุณไม่มีความจำเป็นฉุกเฉินจริงๆไม่แนะนำให้ยื่นเรื่องขออยู่ต่อ เพราะถ้าเรื่องไม่ผ่าน คุณจะได้โนติสจากอิมมิเกรชั่นว่าคุณต้องเดินทางออกนอกประเทศทันที ถ้าคุณไม่เดินทางออกโอกาสที่คุณจะถูกตามจับมีสูง และคราวหน้าคุณกลับเข้ามาใหม่ จะเป็นปัญหา คุณจะถูกเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นซักอย่างแรง
เปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่านักเรียน
ก่อนหน้าปี 2003 คนไทยที่เข้ามาเมกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวที่อยากอยู่ต่อ มักไปให้บริษัท “แทรฟเวิ่ล เอเจ็นซี่” (Travel agency) บริษัทขายตั๋วเครื่องบิน หรือไปตามโรงเรียนภาษาให้ทำเรื่องเปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่านักเรียน แต่ไม่จำเป็นต้องไปเรียน และสามารถขอใบขับขี่และบัตรโซเชียลได้ ตั้งแต่ปี 2003 ประมาณเดือนสิงหาเป็นต้นไป อิมมิเกรชั่นเริ่มใช้ระบบ SEVIS (The Student and Exchange Visitor Information System) เป็นระบบตรวจสอบ โดยกำหนดให้สถาบันการศึกษาที่ได้อนุมติให้ออก I-20 ได้ มีหน้าที่ต้องรายงานการเคลื่อนไหวของนักเรียนต่างชาติต่ออิมมิเกรชั่น ในกรณี ถ้านักเรียนไม่เรียนฟูลไทม์ (Full time คือปริญญาตรีอย่างน้อย 12 ยูนิต และปริญญาโท 9 ยูนิต) ไม่ไปลงทะเบียนเรียน 2 สัปดาห์แรก ลักลอบทำงาน เปลี่ยนโรงเรียน เปลี่ยนสาขา เป็นต้น และปัจจุบันนักเรียนจะไม่ได้รับบัตรโซเชียล นอกจากนักเรียนที่สามารถทำงานได้ถูกต้องตามกฎหมาย เช่นระหว่างทำ OPT เป็นต้น ฉะนั้นดิฉันไม่แนะนำให้เปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่านักเรียนเพียงเพื่อจะอยู่ต่อ นอกจากผู้ที่ตั้งใจจะเรียนหนังสือฟูลไทม์จริงๆ และคุณควรจะแน่ใจว่าถ้าคุณมีเปอร์เซ็นสูงที่จะขอวีซ่านักเรียนผ่าน เพราะถ้าไม่ผ่านก็จะเป็นปัญหาถูกโนติสให้เดินทางกลับ หรือถ้าขอวีซ่าผ่านแต่ภายหลังไม่ไปเรียนหรือโดดเรียน ก็จะถูกทางโรงเรียนแจ้งไปที่อิมมิเกรชั่น ถูกตามตัวอีก ข้อเตือน ผู้ที่เปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่านักเรียนในอเมริกา ถ้าเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านหรือออกนอกประเทศ คุณต้องไปขอวีซ่านักเรียนที่สถานทูตอเมริกันกลับเข้ามาเมกาใหม่ ซึ่งต่างกับผู้ที่ขอวีซ่านักเรียนมาจากเมืองไทยที่สามารถเดินทางเข้าออกประเทศได้ถ้าวีซ่ายังไม่หมดอายุโดยไม่ต้องขอวีซ่ากลับมาใหม่ (ข้อแตกต่างระหว่างวีซ่าและสถานภาพ) และขอเตือนเลยนะคะ ว่าตอนคุณไปยื่นขอวีซ่านักเรียนที่สถานทูต โอกาสที่สถานทูตจะไม่ออกวีซ่านักเรียนให้เป็นไปได้ค่ะ ถ้าเขาสงสัยว่าคุณอาจแอบทำงาน หรือการเรียนของคุณย่ำอยู่กับที่โดยไม่โพรเกรส เช่นย่ำเรียนภาษา 3 ปีโดยไม่เข้าเรียนทำปริญญาเสียที หรือสถานการเงินทางบ้านไม่ดีพอที่จะส่งเสียให้คุณเรียนจนจบ เป็นต้น (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มในหนังสือ“สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” ขออยู่ต่อ หน้า 3-18; ระบบ SEVIS หน้า 3-4; เปลี่ยนวีซ่า หน้า 3-17; ข้อแตกต่างระหว่างวีซ่าและสถานภาพ หน้า 3-17 แฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630 โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย ส่วนแฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)
เปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าทำงาน
เปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าทำงานยากค่ะ เพราะวีซ่าทำงานโดยทั่วไป

(1) คุณต้องมีนายจ้างยื่นเรื่องให้และส่วนมากนายจ้างต้องแสดงภาษีรายได้ ซึ่งนายจ้างอาจไม่เต็มใจทำให้

(2) ส่วนมากต้องผ่านกรมแรงงาน

(3) ใช้เวลานานบางครั้งเป็นปี เนื่องจากวีซ่าทำงานส่วนมากมีโควต้า ปัญหาคือระหว่างคอยเรื่อง บัตรขาเข้าหรือใบ I-94 ของคุณต้องยังไม่ขาด
สรุป วีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าที่ถ้าขาดแล้วถือว่าปลอดภัยกว่าวีซ่าประเภทอื่นๆ
Happy Easter วันอาทิตย์ 12 เมษา และสวัสดีสงกรานต์ นะคะ

แอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่

ประกาศเปลี่ยนวันสัมนาเป็น 3 ..

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันลงว่าจะไปสัมนาเรื่องอิมมิเกรชั่น ที่วัดป่าธรรมชาติเมืองลา พูเอ็นเต้ (La Puente) รัฐคาลิฟอร์เนีย วันที่ 24 พฤษภา 2009 ตรงกับวันอาทิตย์ ตอนนี้เปลี่ยนวันใหม่นะคะ เป็นวันที่ 3 พฤษภา ตรงกับวันอาทิตย์เช่นกัน เวลาเดิมคือบ่าย 2 โมงค่ะ เชิญไปฟังและเพื่อจะได้รู้จักหน้าตากันค่ะ

สัปดาห์ที่แล้วเขียนหัวข้อ นามัสเต สปริง ก็มีแฟนคอลัมน์ส่งอีเมล์มาว่ามีร้าน โอมนามัสเต ขายสินค้าจากอินเดีย ดิฉันดีใจที่คอลัมน์ที่เขียนแต่ละสัปดาห์ ดิฉันต้องได้รับ feed back ทุกครั้ง ไม่มากก็น้อย คอลัมน์ที่ดิฉันได้รับ feed back มากที่สุดคือเรื่องเที่ยว “จอร์แดน” ???? จริงๆแล้วดิฉันชอบเขียนคอลัมน์ฉีกแนวแบบคีย์บอร์ดพาไป (สมัยใหม่ค่ะ ไม่ใช่ปากกาพาไป) แต่ก็ยังต้องทำมาหากินก็เลยต้องสลับเขียนเรื่องอิมมิเกรชั่นสัปดาห์นี้เขียนเรื่องอิมมิเกรชั่นแล้วกันนะคะ

ทำใบเขียวให้พ่อแม่

ลูกซิติเซ่นสามารถแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่ได้ เมื่อลูกอายุ 21 ปี ขึ้นไป (ไม่ใช่ 18 ปีนะคะ) ส่วนผู้ถือใบเขียวไม่สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่ได้ค่ะ คุณต้องรอให้เป็นซิติเซ่นก่อนถึงจะแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อ แม่ได้ และเวลาแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่ ต้องเป็นเคสแต่ละเคสแยกกัน คือพ่อหนึ่งเคส แม่หนึ่งเคส พ่วงกันไม่ได้ คือแอ็พลายใบเขียวให้พ่อคนเดียวและพ่วงแม่ในฐานะคู่สมรสของพ่อไม่ได้ ฉะนั้นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสองเคส ระยะเวลาแอ็พพลายเร็วค่ะระหว่าง 7-8 เดือนก็ควรจะได้ใบเขียว (คุณสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่ได้ ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งหน้า 4-8 หัวข้อ ใบเขียวครอบครัวกรุ๊บอิมมีเดียท เรเลทีฟแฟนคอลัมน์ในอเมริกาสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากดิฉันได้ที่ PO BOX 552 Cypress, CA 90630  โปรดดูวิธีสั่งซื้อทางเว๊บเพจภายใต้ Books หรือโฆษณาใน น.ส.พ. เสรีชัย แฟนที่เมืองไทยสั่งซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308)

พ่อแม่เป็นโรบินฮู้ด

ถ้าพ่อแม่อยู่ในอเมริกาและวีซ่าขาดแล้วคือเป็นโรบินฮู้ด คุณก็สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้ท่านได้ โดยไม่ต้องเสียค่าปรับ $1,000 โดยปกติเคสใบเขียวพ่อแม่ พ่อแม่และลูกผู้ยื่นแอ็พพลายให้ ต้องไปสัมภาษณ์ที่อิมมิเกรชั่น แต่ประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน เคสใบเขียวพ่อแม่ที่ดิฉันยื่นในระยะหลังๆนี้ ไม่ต้องไปสัมภาษณ์ที่อิมมิเกรชั่น คือหลังเรื่องแอ็พพรูฟ พ่อแม่ได้ใบเขียวทางไปรษณีย์เลยประมาณ 6-8 เดือน

รายได้

เวลาแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่ ตัวลูกต้องเซ็นฟอร์ม “แอ็ฟฟิเดวิท อ็อฟ ซัพพอร์ท” (affidavit of support)  และโชว์อินคัมแท็กซ์ปีล่าสุดหนึ่งปี (เมื่อก่อนต้องโชว์ 3 ปี เดี๋ยวนี้ปีเดียว) แสดงรายได้ขั้นต่ำประมาณเกือบ $23,000ต่อปี ปัญหาที่เจอคือตัวลูกรายได้ไม่พอ โดยเฉพาะ กรณีลูกอายุยังน้อยหรือบางทียังเรียนคอลเล็จอยู่ กรณีนี้คุณอาจต้องหาคนอื่นที่มีรายได้ดีมาช่วยเซ็นเป็น“จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”(joint sponsor) หรือถ้าตัวพ่อหรือแม่เป็นรุ่นบุกเบิกที่อยู่ในอเมริกามานานและมีใบโซเชียลทำงานเสียภาษีมาเกิน 10 ปี กรณีนี้ลูกไม่ต้องเซ็นเป็นสปอนเซ่อร์ ตัวพ่อหรือแม่สามารถแสดงอินคัมแท็กซ์ตนเอง และเซ็น “แอ็ฟฟิเดวิท อ็อฟ ซัพพอร์ท” ให้ตนเองได้

ถ้าคู่สมรสไม่ร่วมมือ

โดยปกติเวลาคุณแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่คุณ คู่สมรสไม่ต้องเซ็นเอกสารใดๆทั้งสิ้น กรณีที่คุณอาจต้องพึ่งคู่สมรสคือในกรณีที่คุณไม่มีรายได้ ปัญหาคู่สมรสไม่ร่วมมือที่ดิฉันเห็นบ่อยๆมักเกิดกับกรณีลูกความที่มีสามีฝรั่ง เนื่องจากสามีอาจไม่อยากให้ภรรยาเอาพ่อแม่มาอยู่ด้วย  ฉะนั้นเมื่อคุณไม่มีรายได้ คุณจึงต้องใช้รายได้สามีที่โชว์บนอินคัมแท็กซ์ยื่นเข้าไป สามีจึงต้องเซ็น“แอ็ฟฟิเดวิท อ็อฟ ซัพพอร์ท” ในฐานะ “จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”กรณีนี้ปัญหาใหญ่คือ ปัญหาวัฒนธรรมที่ต่างกัน ฉะนั้นคุณก็ต้องทำความเข้าใจกันก่อนกับสามี อธิบายให้เขาฟังว่าเป็นการมาอยู่ชั่วคราวและเมื่อพ่อแม่มีหนทางไปก็ค่อยขยับขยายภายหลัง หรือถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องจริงๆ คุณก็ต้องพยายามหางานทำมีรายได้ตนเอง หรือหาคนอื่นช่วยเซ็นเป็น“จ๊อยนท์ สปอนเซ่อร์”

ขอวีซ่าท่องเที่ยวหรือใบเขียวให้พ่อแม่

ลูกความมักถามว่าจะทำใบเขียวให้พ่อแม่หรือขอวีซ่าท่องเที่ยวดีกว่ากัน อันนี้คุณและพ่อแม่ก็ต้องตัดสินใจกันเอง เพราะถ้าพ่อแม่ทำวีซ่าท่องเที่ยว พ่อแม่มาเมกาแต่ละครั้งอยู่ได้สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน และถ้าอยากกลับมาอีกโดยปกติต้องทิ้งช่วงนานหน่อยเกิน 6 เดือนไป คือ ต้องอยู่เมืองไทยมากกว่าอยู่เมกา ส่วนถ้าคุณพ่อคุณแม่ถือใบเขียว ท่านต้องอยู่เมกามากกว่าเมืองไทย คือควรอยู่เมกาแต่ละครั้งเกิน 6 เดือนขึ้นไป ที่ดิฉันเห็นบางทีก็เดาลำบาก พ่อแม่บางคนมาเมกาสามารถปรับตัวได้แฮ็ปปี้ ชอบอากาศ อยากลงทุนทำธุรกิจ และโดยเฉพาะถ้ามีหลาน ก็อยากอยู่นาน แต่บางท่านปรับตัวไม่ได้และไม่ชอบเมกาก็มี