FOLLOWING TO JOIN ตามไปเมกาภายหลัง

วันนี้คุยเรื่องกรณีคุณได้ใบเขียวและครอบครัวได้ใบเขียวติดตามคุณในฐานะ “ดีริเวทีฟ เบนิฟิเชียรี่” แต่พวกเขาหรือบางคนไม่พร้อมที่จะไปพร้อมคุณได้   เขาสามารถตามไปได้ภายหลัง ภายใต้กฎ “ฟอโลอิ้ง ทู จอยน์”  (Following to Join) โดยมีกฎเกณท์ข้างล่างนี้

เคสตัวอย่าง

แม่เป็นซิติเซ่น ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ลูกสาวสมมติชื่อ “อร” อายุ 33 ปีไม่แต่งงาน(หรือหย่า) มีลูกเล็ก 2 คน (ในกรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 1  ลูกซิติเซ่นอายุเกิน 21 ปีไม่สมรส ใช้เวลาคอยโควต้าประมาณ 7 ปี+  กรุ๊บนี้สามารถพ่วงลูกที่ยังอายุไม่เกิน 21 ปีได้ คือเด็กจะได้ใบเขียวด้วย) เมื่อโควต้ามาถึง ลูกสาวได้ใบเขียว แต่เด็กยังเล็ก แม่ยังไม่พร้อมที่จะเอาลูก 2 คนไปอเมริกาด้วย อรจึงตัดสินใจให้ลูกอยู่กับพ่อเด็กในเมืองไทย  และเธอไปอเมริกาคนเดียวก่อน

3  ปีให้หลัง แม่ของอรเสียชีวิต  ขณะนั้นเด็กอายุ 18 และ 19 ปี อรต้องการทำเรื่องเอาลูกไปอเมริกา มี 2 วิธีคือ เธอยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ลูก ในกรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ แม่ใบเขียวขอใบเขียวให้ลูกอายุต่ำกว่า 21  ปีไม่สมรส ใช้เวลาคอยโควต้าประมาณ 2 ปี+) หรือภายใต้กฎ “ฟอโลอิ้ง ทู จอยน์”  ในฐานะผู้ติดตาม “ดีริเวทีฟ เบนิฟิเชียรี่” คือพ่วงตามใบเขียวแม่ไปอเมริกาภายหลัง (ใบเขียวที่แม่อรยื่นให้อร ถึงแม้แม่ของอรเสียชีวิตแล้วก็ตาม) ซึ่งวิธีนี้เด็กจะได้ไปเร็วกว่า ค่าใช้จ่ายก็น้อยกว่า และไม่เสี่ยงกับเด็กอายุเกิน 21 เรียก “เอจ เอ๊าท์” (age out) เพรราะถ้าเรื่องเสร็จไม่ทันก่อนเด็กอายุ 21เด็กจะตกไปอยู่กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2B  ลูกใบเขียวอายุเกิน 21 ปีไม่สมรส  ซึ่งใช้เวลาคอยโควต้าประมาณ 7 ปี+

เงื่อนไขกฎ“ฟอโลวอิ้ง ทู จอยน์”  

  1. ความสัมพันธ์ระหว่างเแม่กับเด็กต้องเกิดขึ้นแล้ว ตอนที่แม่ของอรยื่นเรื่องใบเขียวให้อร ตามเคสตัวอย่าง ตอนที่แม่ของอรยื่นเรื่องใบเขียวให้อร เด็กทั้งสองคนเกิดแล้วและแม่ของอรได้ใส่ชื่อเด็กทั้งสองในฟอร์ม I-130

  2. เด็กต้องยังอายุไม่เกิน 21 ปีและไม่สมรส ตอนจะยื่น“ฟอโลอิ้ง ทู จอยน์ ตามเคสตัวอย่าง เด็ก 18 และ 19 ปี

  3. สถานภาพของ “อร” ยังต้องเหมือนเดิม  คือ อรถือใบเขียว และไม่สมรส ถ้าอรไปแต่งงานในระหว่าง 3 ปีนั้นอรไม่สามารถทำเรื่องให้เด็กภายใต้กฏ“ฟอโลวอิ้ง ทู จอยน์” ได้

วิธียื่น

• อรต้องยื่นเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่นในอเมริกา ฟอร์ม I-824 ค่าธรรมเนียม $465 พร้อมเอกสารและหลักฐาน แสดงสถานภาพ และความสัมพันธ์ ระหว่างแม่และเด็ก คุณสามารถอ่านรายละเอียดเอกสารต้องยื่น www.uscis.gov

• หลังจากทางอิมมิเกรชั่นแอ็พพรูฟเรื่อง  อิมมิเกรชั่นจะส่งเรื่องไปที่สถานทูตอเมริกาเพื่อดำเนินเรื่องต่อไป ขั้นตอนเดียวกับตอนที่อรยื่นเอกสารเพื่อไปสัมภาษณ์

หมายเหตุ

กฎ“ฟอโลวอิ้ง ทู จอยน์”  ใช้ได้กับกรุ๊บใบเขียวเพร็ฟเฟอเร็นซ์ครอบครัวทุกกรุ๊บ ที่สามารถพ่วงเด็กได้ คือ กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 1   กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2 A และ B  กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 3 และกรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 4   และกรุ๊บใบเขียวคนงาน ตัวอย่าง ใบเขียวพ่อครัว กรณีภรรยาและลูกยังไม่พร้อมที่จะไปอเมริกา เขาสามารถตามไปได้ภายหลังภายใต้“ฟอโลวอิ้ง ทู จอยน์” ตราบใดที่เด็กยังอายุต่ำกว่า 21 ปี (คุณสามารถอ่านเพิ่มเติม เรื่องโควต้าใบเขียว และกรุ๊บใบเขียวแจ่ละกรุ๊บ ในหนังสือ “กฎมายอิมมิเกรชั่น” สั่งซื้อหนังสือได้โดยตรงจากดิฉันราคา $65  โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308)

ข้อแนะนำ

ดิฉันไม่แนะนำให้เด็ก “ฟอโลวอิ้ง ทู จอยน์” ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เพราะมีตัวอย่างหลายเคส ที่พ่อแม่ตั้งทำเรื่องเอาเด็กมาทีหลัง รอให้เด็กเรียนจบ ม.6 ก่อน ซึ่งช่วงวัยรุ่นนั้นเป็นอายุหัวเลี้ยวหัวต่อจริงๆ หลายเคสที่เด็กเจอปัญหาทางกฎหมาย เช่น เด็กใช้หรือขายยาเสพติด เด็กท้อง เด็กขับรถซิ่งชนคนตาย เป็นต้น ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสไม่ได้ไปอเมริกาตลอดชีวิต ฉะนั้นทางที่ดีที่สุด แนะนำว่าให้พากันไปอเมริกาทั้งครอบครัว รับใบเขียวก่อน  และถ้าจำเป็นต้องกลับไปไทย ค่อยเดินทางกลับไปภายหลัง

ข่าวทรัมพ์จะยกเลิกใบเขียวพ่อแม่

คอลัมน์ฉบับนี้มาคุยเรื่องข่าวจาก AP Newsที่แปลเรื่องทรัมพ์พูดในสภาเมื่อวันที่ 23 มกรา  โดยพาดหัวข่าวว่า ทรัมพ์จะยกเลิกกฎหมายไม่อนุญาตให้ซิติเซ่นทำใบเขียวให้พ่อแม่ หรือญาติพี่น้อง ลูกความที่กำลังรอเรื่องใบเขียวอยู่ต่างอีเมล์ถามมาพร้อมส่ง คลิป บทความ มาให้

  • มันจะมีผลกับการทำเรื่องใบเขียวมั๊ยคะเนี่ย กังวลจังค่ะ แล้วต่อไปก็พาคุณแม่มาอยู่ไม่ได้แล้วสิคะ
  • ผมมีคำถามเกี่ยวกับข่าวล่าสุดครับ แล้วเคสผมจะมีปัญหาหรือไม่ครับ

หลังจากดิฉันอ่านคลิป (โปรดดูคลิป AP Newsต่อจากบทความนี้)เห็นประโยคแรกพาดหัวข่าวว่า ก็น่าตกใจอยู่ #ทรัมป์จะยกเลิกกฎหมายไม่อนุญาติให้ทำเรื่องสัพพอร์ตให้พ่อแม่หรือญาติพี่น้องมาอยู่อเมริกาเพราไอ้คำว่าจะเนี่ย มันคือต้องเกิดขึ้นแน่ แต่ถ้าคุณอ่านต่อ “หลังจากข้อตกลงระหว่างพรรครีพลับบลิกันกับพรรคโดมาแครดเมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมาทำให้รัฐบาลกลางเปิดทำการเป็นปกติ และเมื่อวันที่ 25 มกราคม ก็ได้มีการเปิดเผยข้อตกลงที่ได้ทำระหว่างทั้งสองพรรคให้ประชาชนได้รับทราบ

ขอขยายรายละเอียดข่าวจะได้ไม่ต้องตกใจ คืออย่างที่ AP Newsเขียนคือทั้งหมดเป็นเพียง “ข้อตกลง” ที่ทั้งสองพรรค “รีพลับบลิกันและเดโมแครด” จะนำประเด็นเหล่านี้ที่ทรัมพ์พูด เข้าสภา ถกกันและวางรายละเอียด (ตอนนี้ยังไม่มีการตกลงรายละเอียดใดๆทั้งสิ้น) เมื่อตกลงกันได้ ก็ยังต้องโวทก่อน ที่จะผ่านเป็นกฏหมาย

4 ประเด็นสำคัญที่ทรัมพ์พูดในสภา

ดิฉันจะแยกแต่ละประเด็นและปัญหาของมัน

  1. งบสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างอเมริกาและเม็กซิโก
  2. สรุปเรื่อง “ดาก้า” (DACA)
  3. ยกเลิกใบเขียวครอบครัวบางกรุ๊บ
  4. ยกเลิกใบเขียวล็อตเตอรี่

กำแพง

ทรัมพ์ต้องการให้สภาผ่านงบประมาณ 25 พันล้านเหรียญ (25 บิลเลี่ยนดอลล่าร์) สร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างอเมริกาและเม็กซิโก จุดมุ่งหมาย ปกป้องความปลอดภัยในประเทศ ไม่ให้ผู้ก่อการร้ายลักลอบเข้ามาทางชายแดน ปัญหาคือ ทั้งสองฝ่ายรีพลับบลิกันและเดโมแครดส่วนใหญ่เห็นด้วยกับจุดมุ่งหมาย แต่ไม่เห็นด้วยกับกำแพง และจำนวนเงิน  ว่าจะเอางบมาจากไหน เพราะตอนนี้งบก็ติดลบ หลาย ส.ส. มีข้อเสนออื่นๆเช่น ปรับปรุงสาธารณูประโภคตามชายแดน เมื่อตกลงไม่ได้ ทรัมพ์เลยดึงประเด็น “ดาก้า” เข้ามาขู่ว่า เขาจะไม่ผ่าน “ดาก้า”ถ้าที่ประชุมไม่อนุมัติเรื่องสร้างกำแพง

ดาก้า

“ดาก้า”(DACA) หรือเรียกอีกชื่อคือ “ดรีมเม่อร์”(DREAMER)  คือโปรแกรม ช่วยเด็กที่พ่อ/แม่พาเข้ามาเมกาตั้งแต่เล็กๆเด็กเรียนหนังสือจนโต พอโตขึ้นเด็กมีปัญหาขับรถไม่ได้ ทำงานไม่ได้เพราะอยู่เถื่อนและไม่มีใบขับขี่หรือใบทำงาน ปี 2012 โอบาม่า ใช้อำนาจผู้บริหารโดยไม่มีการโวท ได้ผ่าน “ดาก้า” ออกมาเดี่ยวๆ(โปรแกรมดาก้า เป็นหนึ่ง ในร้อยๆข้อในกฎหมายชุดปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น ซึ่งสภาถกกันมาตั้งแต่สมัยบุช แต่ตกลงกันไม่ได้เลยไม่ผ่านสักที)วันที่5กันยา2017ทรัมพ์ใช้อำนาจผู้บริหารประกาศยกเลิก“ดาก้า”กระทันหัน และเอา“ดาก้า” มาเป็นเครื่องต่อรองกับการสร้างกำแพง  เพราะรู้ว่าทั้งสองฝ่ายรีพลับบลิกันและเดโมแครด “เฟเว่อร”(favor) โปรแกรมนี้

ข้อเสนอทรัมพ์ คือ เขาจะผ่านให้ พวกดาก้าอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างถาวร และในอนาคตให้ซิติเซ่นชิบกับเด็ก ดาก้า ที่มีอยู่ตอนนี้ประมาณ 1.8 ล้านคน ปัญหา คือพวกรีพับบลิคกันเองหลายคน ต่อต้านที่จะให้พวกดาก้าได้ซิติเซ่น

ยกเลิกใบเขียวครอบครัวบางกรุ๊บ

ข้อนี้ที่ลูกความหลายคนกลัวกัน คือทรัมพ์ต้องการ ยกเลิกใบเขียวครอบครัวบางกรุ๊บ กรุ๊บ 3 ซิติเซ่นขอใบเขียวให้ลูกที่อายุเกิน21 ที่สมรสแล้ว กรุ๊บ 4 ซิติเซ่นขอใบเขียวให้พี่หรือน้อง สองกรุ๊บนี้มีโควต้าปีละ 88,400 คน ปัจจุบันแบ็คล๊อกมาก คอยระหว่าง 7-12 ปี ทรัมพ์อ้างว่า ยกเลิกเพื่อจะเอาจำนวนโควต้านี้ไปให้พวก ดาก้า อีกกรุ๊บที่จะเป็นปัญหา คือ กรุ๊บซิติเซ่นขอใบเขียวให้พ่อแม่ กรุ๊บนี้ไม่มีโควต้าจำกัดไม่ต้องคอย ขอได้เร็ว 5-8 เดือน ซิติเซ่นที่อายุเกิน 21 สามารถขอใบเขียวให้พ่อแม่ได้ กรุ๊บ 3-4 ไม่ใช่ของใหม่น่าจะผ่าน เพราะ 2 ข้อนี้จัดอยู่ในกฎหมายชุดปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นที่ร่างไว้แล้ว แต่กรุ๊บทำใบเขียวให้พ่อแม่ นี้ทำให้หลายคนกลัว เพราะไม่เคยมีลาดเลาว่าจะถูกยกเลิก

ยกเลิกใบเขียวล็อตเตอรี่

ล็อตเตอรี่ใบเขียวเริ่มปี ค.ศ. 1986 เรียกทางการว่า “ดิเวอร์สิตี้ วีซ่า”(Diversity visa) จุดมุ่งหมายคือต้องการล่อใจบุคคลบางสัญชาติที่ในอเมริกามีน้อย ให้อพยพมาอยู่อเมริกา เนื่องจากประเทศอเมริกา สร้างมาจากผู้อพยพ และได้สมญานามว่า“ดินแดนแห่งผู้อพยพ”โควต้าล็อตเตอรี่ใบเขียวออกให้ปีละ50,000 คน ตอนโปรแกรมเริ่มใหม่ๆ เพื่อต้องการให้คน “ไอริช” อพยพมาอเมริกา แต่ระยะหลังผู้สมัครส่วนใหญ่มาจากประเทศด้อยพัฒนา และประเทศในทวีปอัฟริกา ล็อตเตอรี่ใบเขียวนี้คงไม่มีปัญหาที่จะยกเลิกเพราะไม่มีใครแคร์เท่าไร แต่ที่เป็นเรื่องขึ้นมา เพราะทรัมพ์พล่อยปากออกมาสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเขาต้องการยกเลิกล็อตเตอรี่ใบเขียว เพราะพวกที่สมัครส่วนมากมาจาก“ประเทศหลุมอึ” (shithole countries)ทั้งนั้น ถ้าเป็นคนมาจากประเทศพัฒนาเช่น นอร์เวย์ก็ว่าไปอย่าง  นักข่าวเลยฮือฮากันใหญ่ว่าทรัมพ์กีดกันคนผิวดำ

สรุป

  1. ผู้ที่ยื่นเรื่องขอใบเขียวไปแล้ว จะไม่มีผลค่ะ
  2. ส่วนเด็ก ดรีมเม่อร์ภายใต้ ดาก้าโปรดอ่านคอลัมน์ก่อนหน้า ว่าอนาคตคุณไม่แน่นอนตอนนี้ ต้องพิจารณาเองว่า ควรจะยื่นเรื่องขอต่อใบทำงานเผื่อไว้ตอนนี้เลยหรือไม่
  3. ซิติเซ่นถ้าคิดจะทำใบเขียวให้ลูกสมรสแล้ว หรือพี่น้องแนะนำให้ทำทันทีค่ะ

จาก  AP News

     #ทรัมป์จะยกเลิกกฎหมายไม่อนุญาติให้ทำเรื่องสัพพอร์ตให้พ่อแม่หรือญาติพี่น้องมาอยู่อเมริกา

หลังจากข้อตกลงระหว่างพรรครีพลับบลิกันกับพรรคโดมาแครดเมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมาทำให้รัฐบาลกลางเปิดทำการเป็นปกติ และเมื่อวันที่ 25 มกราคม ก็ได้มีการเปิดเผยข้อตกลงที่ได้ทำระหว่างทั้งสองพรรคให้ประชาชนได้รับทราบ

 

ในที่สุดทำเนียบขาวก็ได้เปิดเผยข้อตกลงที่ได้ทำไว้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ข้อตกลงในสภามีแผนการคือจะเปิดให้มีการรับซิติเซ่นเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 ล้านคนสำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศแบบผิดกฎหมายเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อจำกัดเกี่ยวกับกฎหมายการอพยพและ เงินจำนวน$25 พันล้านเหรียญสหรัฐสำหรับระบบป้องกันความปลอดภัยแนวชายแดน

ข้อตกลงที่ได้ทำมีแผนการให้อนุมัติให้คนที่จะได้รับซิติเซ่นราวๆ 690,000 เป็นการให้สำหรับผู้อพยพที่อายุน้อย

ทรัมป์ได้สั่งให้ปิดโครงการ DACA ในเดือนกันยายนนี้ และขีดเส้นตายให้ทางสภาคอนแกรสจัดทำให้มีควบคุมทางกฎหมายหรือโปรแกรมสำหรับผู้ที่อยู่แบบผิดกฎหมายว่าให้เนรเทศออกจากประเทศ เจ้าหน้าที่ยังได้กล่าวอีกว่าทรัมป์จะลงนามในกฎหมายคุ้มครองเท่านั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงของอิมมิเกรชั่นเขาจะเสนอให้มีการดำเนินการทันที 

 

เมื่อต้นเดือนนี้ทรัมป์ได้ร่วมกับกลุ่มนิติบัญญัติสองกลุ่มเพื่อร่างกฏหมายการอพยพ กล่าวว่าเขาจะลงนามแน่นอนไม่ว่ากฎหมายจะผ่านหรือไม่ 

 

Tom Cotton และ R-Ark จากพรรครีพลับบลิคันที่สนับสนุนทรัมป์ ได้ให้ชื่อเรียนแผกการของทรัมป์ว่า “generous and humane, while also being responsible” (ความเอื้อเฟื้อ ความมีมนุษยธรรมในความรับผิดชอบ) และยังกล่าวอีกว่านอกจากคุมครอง DACA แล้วเรายังต้องป้องกันประเทศจากความล้าหลังห้าปีโดยการกักกันชายแดนและยุติการย้ายถิ่นถามแบบchain megration 

 

ที่เคยได้รับการคุ้มครองจากอดีตประธานาธิบดีโอบามา เรียกว่าโปรแกรม Obama-era Deferred Action for Childhood Arrivals (DACA) กับผู้ที่มีคุณสมบัติจำนวนหลายพันคนที่ไม่เคยสมัครเป็นซิติเซ่นจะได้รับซิติเซ่นเช่นกัน

 

ทรัมป์ประกาศว่าได้เริ่มโปรแกรมนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วให้มีการแก้ไขกฎหมาย และตั้งใจให้เวลาสภาคอนแกรสดำเนินการจนถึงเดือนมีนาคม จากการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่กล่าวว่าแผนการนี้จะไม่อนุญาติให้ผู้บิดามารดาของอิมมิเกรชั่นได้ขอสถานะทางกฎหมาย

 

ในการแลกเปลี่ยนนี้แผนการขอทรัมป์อาจจะเป็นการยกเครื่องใหม่ในระบบกฎหมายอิมมิเกรชั่นดังนี้

อิมมิเกรชั่นสามารถสปอนเซอร์ให้คู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้เข้ามาอยู่อเมริกาได้เท่านั้นไม่สามารถสปอนเซอร์พ่อแม่ ลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้วและพี่น้องหรือญาติเข้ามาอยู่ได้เช่นเดิม 

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าจะดำเนินการให้หมดสำหรับคำขอที่ได้ส่งมาก่อน แต่จะไม่รับเรื่องคนใหม่อีกต่อไป ยังไงก็ตามนั้นหมายถึงเป็นการลดการเข้าเมืองของอิมมิเกรชั่นกว่าครึ่งนึง

 

รวมถึงให้ยกเลิกมีวีซ่าล๊อตเตอร์รี่เนื่องจากเหตุการณ์ยิงถล่มที่เกิดขึ้นที่นิวยอร์คเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจะทำให้เปลี่ยนการทำงานเป็นเน้นจัดสรรเพื่อลดจำนวนงานเกี่ยวกับวีซ่าที่ยังค้างอยู่

 

ส่วนเรื่องข้อตกลง ยังไงก็ตามเจ้าหน้าที่กล่าวว่ายังบอกชื่อของเงื่อนไขไม่ได้เนื่องจากต้องมีการประชุมหารือเกี่ยวกับแผนการก่อนที่จะปล่อยเป็นข่าวออกไป

 

เมื่อวันพุธทรัมป์ได้กล่าวว่าเขาได้เปิดซิติเซ่นให้แต่อิมมิเกรชั่นที่อายุน้อย และยังกล่าวว่าเขากำลังจะเปลี่ยนแปลงระบบใหม่และกำลังจะเกิดขึ้นเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต10-12 ปี ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาเคยกล่าวไว้ว่าจะเปิดรับซิติเซ่นสำหรับอิมมิเกรชั่นที่มีความสามารถ

 

เจ้าหน้าที่ได้กล่าวว่า ภายใต้แผนการใหม่ผู้รับซิติเซ่นมีโอกาสได้รับการถอดถอนซิติเซ่นหากผู้นั้นทำผิดกฎหมายอาญาหรือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ ท้ายสุดแล้วซิติเซ่นจำเป็นต้องทำงานและมีการศึกษาในระดับหนึ่ง และต้องตรวจสอบว่าอิมมิเกรชั่นที่ยื่นเรื่องขอเป็นซิติเซ่นเป็นคนที่ดี

 

องการณ์ The nonpartisan Migration Policy กล่าวว่า เชื่อว่าโคต้าที่ให้มาจากทำเนียบขาวจำนวน 1.8 ล้านคน จะมีคนที่มีคุณสมบัติเปลี่ยนเป็นซิติเซ่นจำนวน 1.3 ล้านคน จำนวนนั้นคือคนที่อยู่ในข่ายโครงการ DACA ในจำนวนทั้งหมดนี้นับรวมจำนวนปีที่ผู้สมัครเข้ามาอยู่ในประเทศ อายุผู้สมัครตอนนี้และตอนที่เพิ่งเข้าประเทศและไม่ว่าผู้สมัครจะมีการศึกษาขั้นไฮสคูหรือเทียบเท่า

แหล่งข่าวจาก APNews