ทรัมพ์

สวัสดีปีใหม่ค่า วันศุกร์ที่ 20 มกราคมนี้ อเมริกาก็จะได้ประธานาธิบดีคนใหม่ “ดอนัลด์ ทรัมพ์” คนที่ 45 รับช่วงต่อจากป.ธ.น. บาแร็ค โอบาม่า ซึ่งดำรงตำแหน่ง 2 เทอม 8 ปี ไหนๆก็จะเป็น ป.ธ.น. ของเรา ถึงเวลาแล้วที่ผู้ที่ไม่ได้เลือกทรัมพ์ต้องเปิดใจรับเขา วันนี้เรามาทำความรู้จัก ทรัมพ์ และสิ่งดีๆของเขา
ประวัติชีวิตทรัมพ์

เรารู้จักทรัมพ์กันในแง่ว่าเขาเป็นนักธุรกิจเศรษฐีเงินล้าน และเขาเกิดมาจากกองเงินกองทอง แต่เราควรต้องรู้ที่มาของเขา ก่อนที่จะตัดสินใจว่าเขาเป็นคนอย่างไร และเขาจะพาประเทศเราไปทิศทางไหน คำพังเพยไทย “ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ จะให้แน่ต้องดูที่ยาย” ฉะนั้นเรามารู้จักตระกูลทรัมพ์ เริ่มจากรุ่นปู่

ปู่ทรัมพ์

ปู่และย่าทรัมพ์เป็นชาวเยอรมัน ปู่ชื่อ “เฟรเดอริค ทรัมพ์” (ภาษาเยอรมันสะกด Friedrich TRUMPF ต่อมาปู่ตัดตัว F ออกเป็น TRUMP) ปู่เกิดปีค.ศ. 1869 ในแคว้น “บาวาเรีย เยอรมันี” (Bavaria, Germany) มีพี่น้อง 5 คน พ่อแม่(ทวด)ทำไร่องุ่น พ่อป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งอยู่ 10 ปี หลังตายครอบครัวลำบากมากเพราะเป็นหนี้ค่ารักษาพยาบาลพ่อ ตอนพ่อตายปู่อายุเพียง 8 ปี พี่น้องช่วยกันทำงานในไร่องุ่น ตอนอายุ 14 ปีแม่ส่งปู่ไปเรียนเป็นช่างตัดผมเมืองใกล้ๆได้ 2 ปี พอเรียนจบกลับไปบ้านไม่มีอะไรทำ ปู่ตัดสินใจอพยพไปอเมริกากับพี่สาวและพี่เขย ปีค.ศ. 1885 ตอนนั้นอายุ 16 ปี วันแรกที่ถึงอเมริกาลงจากเรือได้เจอเจ้าของร้านตัดผมพูดภาษาเยอรมัน วันรุ่งขึ้นปู่ได้งานเป็นช่างตัดผม ทำอยู่ 6 ปี ปีค.ศ. 1891 ปู่ตัดสินใจย้ายไปเสี่ยงโชคเมืองซีแอ๊ตเติล รัฐวอชิงตัน (Seattle, Washington) ช่วงนั้นเป็นช่วงยุคขุดทอง“คลอนได๊ค” (Klondike Gold Rush) อยู่ตอนเหนือของรัฐวอชิงตันถึงอลาสก้า จากเงินเก็บปู่ได้ซื้อร้านอาหารในซีแอ๊ตเติล ซึ่งเป็นเมืองผ่านที่คณะขุดทองต้องมาพักก่อนเดินทางไปอลาสก้า ปู่ทำมาค้าขึ้นและได้ขยายกิจการจากร้านอาหาร เพิ่ม ซาลูน ผับ บ่อนคาสิโน และซ่อง ปู่ขยายกิจการไปเรื่อย ไปเปิดกิจการใหม่ในเมืองที่มีเหมืองแร่ และยูคอน อลาสก้า (Yukon Alaska) และยังซื้อขายที่ดิน คือจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด เมื่อยุคขุดทองซาลง ปี ค.ศ. 1900 ปู่ขายกิจการหมดและย้ายกลับไปนิวยอร์ค ปู่ได้อเมริกันซิติเซ่นปี ค.ศ. 1892 

ปี ค.ศ. 1901 ปู่ในฐานะเศรษฐีมั่งคั่ง ได้กลับไปบ้านเกิดและแต่งงานกับหญิงเยอรมันเพื่อนบ้าน ชื่อ “อิลิซาเบท ไครสท์” (Elizabeth Crist) ปู่ตั้งใจจะทำธุรกิจอยู่ในเยอรมัน แต่มีปัญหากับรัฐบาลเยอรมันซึ่งตั้งข้อหาว่าเขาไปอเมริกาตั้งใจหนีเกณฑ์ทหาร เขาสูญสัญชาติเยอรมัน วันที่ 24 ธันวาคม 1904 ปู่จึงพาภรรยาย้ายไปอยู่นิวยอร์ค 

ปู่และย่า มีลูกด้วยกัน 3 คนๆโตคือ เฟรดเดอริค จูเนียร์ (พ่อทรัมพ์) เกิดปี 1905 คนที่สองชื่ออิลิซาเบท และคนสุดท้องจอน ปู่อายุสั้นเสียชีวิตปี ค.ศ. 1918 อายุเพียง 49 ปี ติดเชื้อจากโรคระบาดไข้หวัดหมู “สวายน์ฟลู” (Swine flu) คล้ายๆไข้หวัดนก โรคไช้หวัดหมูระบาดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างปี ค.ศ. 1914-1918 คนในยุโรปตายเป็นล้านๆคน ตาม“วิกิ”หลังย่ามีลูกสาว ย่าโฮมซิคคิดถึงบ้านมากปู่พาย่ากลับไปเยี่ยมบ้าน ปู่อาจติดโรคระบาดได้ช่วงนั้น ตอนปู่ตายนั้น พ่อทรัมพ์อายุเพียง 13 ปี ตอนตายมีทรัพย์สิน ธุรกิจ ที่ดิน และหุ้นจำนวนมาก

ย่าและปู่ ทรัมพ์

พ่อแม่ทรัมพ์    

พ่อทรัมพ์ ชื่อ “เฟรด จูเนียร์” หรือ“เฟรเดอริค ซี ทรัมพ์” (Frederick C. Trump Jr.”) เกิดปี ค.ศ. 1905 ในนิวยอร์ค เกิดมาจากกองเงินกองทอง เขาอายุเพียง 15 ปี ตอนพ่อตาย พ่อทรัมพ์ทำงานหนักเช่นเดียวกับปู่ หลังพ่อตา เขาได้ไปเรียนเป็นช่างไม้และเรียนวิธีอ่านพิมพ์เขียว(บลูพริ๊นท์ “blueprints”) หลังจากนั้นเข้าทำงานในบริษัทอสังหาของพ่อร่วมกับแม่ เขาเซ็นเช็คบริษัทตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 21 ปี

แม่ทรัมพ์ชื่อ แมรี่ แอน (Mary Anne nee MacLeod) เกิดปี ค.ศ. 1912 ในหมู่บ้านเล็กๆประเทศสก็อตแลนด์ พ่อแม่เธฮมีลูก 10 คนเธอเป็นคนสุดท้อง พ่อมีฟาร์ม ทำประมงและเป็นผู้คุมเด็กเกเร หนึ่งวันหลังวันเกิดอายุ 18 ปี เธอประกาศว่าเธอต้องการไปอยู่อเมริกา และจะไม่กลับมาอีก เธอทำดังที่ตั้งใจ เธอเดินทางไปอเมริกากับพี่สาว ปี คศ. 1930 โดยมีเงินติดตัวไป $50 เธอทำงานเป็น “เมท” (maid) อยู่ 4 ปี เธอพบเฟรดพ่อทรัมพ์ที่โรงเต้นรำ และตกหลุมรักกัน ทั้งสองแต่งงานเดือนมกราคมปี ค.ศ. 1936 ตอนนั้นเธออายุ 24 พ่ออายุ 31 ทั้งสองมีลูกทั้งหมด 5 คน หญิงสอง ชายสาม แมรี่แอน (Maryanne) เฟรดเดอริค (Frederick) อิลิซาเบท (Elizabeth) ลูกคนที่ 4 คือ ดอนัลด์ ทรัมพ์ (Donald Trump) และโรเบิรท์ (Robert)

พ่อทรัมพ์ทำธุรกิจซื้อขายที่ดินและก่อสร้าง หากินกับคนชั้นกลางและคนรายได้ต่ำแถบเมืองควีนส์ และบรุ๊กลิน (Queens and Brooklyn) เขาสร้างอพาร์ทเม๊นท์และยูนิท มากกว่า 27,000 ยูนิท ในเมืองนิวยอร์ค ให้คนรายได้ต่ำเช่า และยังสร้างบ้านจัดสรรขายอีกมากมาย ช่วงปี ค.ศ. 1980 พ่อทรัมพ์รู้จักและเป็นเพื่อนกับนาย “เบนจามิน เน็ททันยาฮู” (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีประเทศอิสราเอลปัจจุบัน ซึ่งตอนนั้นายเน็ททันยาฮูทำงานอยู่ใน “ยู เอ็น” (ยูไนเต็ด เนชั่น United Nation) ในเมือง “แมนแฮ็ตตัน” (Manhattan) 

ตอนแม่ทรัมพ์อายุ 79 ปี เธอถูกจี้ใกล้ๆบ้านเมืองควีนส์ คนร้ายทุบตีเธออย่างสาหัส ซี่โครงหัก หน้าตาฟกช้ำและเลือดคั่งในสมอง เป็นผลให้หูและตาเสื่อม คนขับรถบรรทุกชื่อนาย ลอเร็นซ์ เฮอเบิร์ท เข้ามาช่วยและจับคนร้ายเด็กอายุ 16 ปีได้ ดอนัลด์ทรัมพ์ให้รางวัล เงินจำนวนมาก ซึ่งเงินจำนวนนั้นได้ช่วยนาย ลอเร็นซ์ เฮอเบิร์ทไถ่บ้านที่กำลังถูกยึด

พ่อทรัมพ์เสียชีวิตอายุ 93 ปี ค.ศ. 1999 หลังจากป่วยเป็นโรค “อัลไซม์เม่อร์”อยู่ 6 ปี แม่ทรัมพ์เสียชีวิตอายุ 88 หนึ่งปีให้หลังสามี

พ่อและแม่ ทรัมพ์
  
ดอนัลด์ ทรัมพ์

ทรัมพ์เกิดวันที่ 14 มิถุนายน 1946 ในนิวยอร์ค ปัจจุบันอายุ 70 ปี เป็นลูกคนที่ 4 ของนาย เฟรเดอริค ทรัมพ์ จูเนียร์ และนาง แมรี่แอน ทรัมพ์ ชาวสก็อตดิช ทรัมพ์มีพี่สาว 2 คน พี่ชาย 1 คนและน้องชาย 1 คน พี่ชายคนโตชื่อ “เฟรเดอริค” ตามชื่อพ่อและปู่ พี่ชายเสียชีวิตปี ค.ศ. 1981 อายุเพียง 42 ปี เนื่องจากติดเหล้า (ทรัมพ์สาบานว่าจะไม่กินเหล้าและสูบบุหรี่) ตามวิกิพ่อแม่หวังในลูกชายคนโตนี้มากที่จะให้รับทำธุรกิจของตระกูลต่อ แต่“เฟรเดอริค”ไม่ชอบและไม่เอาธุรกิจด้านนี้ เขาชอบบินและต้องการเป็นนักบิน คงจะรับไม่ได้ เลยหันหาเหล้าจนตาย

การศึกษา ตอน อายุ 13-18 ปี ทรัมพ์เข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร “นิวยอร์ค มิลลิทารี่ แอคคาเดมี่” (New York Military Academy)ได้ประกาศนียบัตรปี ค.ศ.1964 หลังจากนั้นเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง “วอร์ตัน สกูล ออฟ เดอะ ยูนิเวร์ซิตี้ ออฟ เพนซิลเวเนีย (Wharton School of the University of Pennsylvania) จบปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ ปี ค.ศ. 1971 ทรัมพ์รับช่วงทำธุรกิจบริษัทอสังหาของตระกูลต่อ นอกจากนั้นทรัมพ์ยังได้ขยายทำธุรกิจอื่นๆนอกจากอสังหา รวม คาสิโน วิทยาลัย สนามกอล์ฟ ทีวีโชว์และเคยเป็นเจ้าของกิจการประกวดนางงาม เป็นต้น

ชีวิตครอบครัว ทรัมพ์ปัจจุบันแต่งงานกับนาง“เมลาเนีย ทรัมพ์” (Melania Knauss Trump) เป็นภรรยาคนที่ 3 เธอเกิด วันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 1970 อายุ 46 ปี ในสาธารณรัฐสังคมนิยม “สโลเวเนีย” (Slovenia) ทั้งสองแต่งงานปี 2005 มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ชื่อ บาร์รอน ทรัมพ์ อายุ 10 ปี ก่อนสมรสเธอเป็นนางแบบแม็กกาซีน ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัว มีเครื่องสำอางค์ชื่อเธอ และร้านจิวเวอร์ลรี่ ทรัมพ์มีลูกทั้งหมด 5 คน ชายสาม หญิงสอง ดอนัลด์ ทรัมพ์ จูเนียร์ (Donald Trump Jr.) อายุ 38 ปี ไอแวนก้า ทรัมพ์ (Ivanka Trump) อายุ 34 ปี แอริค ทรัมพ์ (Eric Trump) อายุ 32 ปี สามคนแรกเป็นลูกภรรยาคนที่หนึ่ง ชื่อ “ไอแวนน่า ทรัมพ์” (Ivanna Trump) ชาวเช็คโกสโลวาเกีย เคยเป็นนางแบบ คนที่ 4 ชื่อ ทิฟฟานี่ ทรัมพ์ (Tiffany Trump) อายุ 22 ปี เป็นลูกภรรยาคนที่สอง “มาร์ลา ทรัมพ์” (Marla Trump) ชาวอเมริกันเคยเป็นดารา และคนสุดท้องคือ บาร์รอน (Barron Trump) ลูกของเมลาเนีย และ ทรัมพ์


ทรัมพ์ เมลาเนีย และลูก 5 คน

สิ่งดีๆของทรัมพ์

อีก 2 วันทรัมพ์จะเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศ เรามาหาสิ่งดีๆของทรัมพ์ เพราะไหนๆก็ไหนๆ (where, where, it where where!) เราอเมริกันด้วยกันก็ต้องซัพพอร์ทกัน ข้างล่างนี้เป็นความรู้สึกที่ดีของดิฉันต่อทรัมพ์

ตระกูลทรัมพ์ ทรัมพ์มาจากตะกูลทำมาหากิน ตามข้างต้น ปู่ย่า พ่อแม่ ทรัมพ์ เป็นนักธุรกิจ ทำงานหนักหาเงินกันด้วยลำแข้งตนเอง ไม่ได้โกงกินใคร และทรัมพ์เองถือเป็นนักธุรกิจที่เก่งถึงแม้เขาจะเกิดมารวย แต่เขาก็เก่ง “เงินต่อเงิน” บางคนเกิดมารวยแต่ถลุงหมดก็มี พ่อแม่พี่น้องทรัมพ์และลูกๆเขาได้ดีกันทุกคน ทรัมพ์น่าจะเป็นลูก และพ่อที่ดีพอสมควร

คุณสมบัติส่วนตัว เมื่อพี่ชายตาย เขาสาบานจะไม่จับบุหรี่และเหล้า ซึ่งเขาไม่เคยสูบหรือดื่มเลย และตอนแม่ถูกจี้ เขาใจใหญ่ หรือ(ใจบุญ) ที่ให้รางวัลคนที่จับผู้จี้ได้ ไถ่บ้านที่กำลังถูกยึด

การศึกษาและประสบการณ์ ทรัมพ์เรียน ร.ร. เตรียมทหารน่าจะมีวินัยจากวิชาทหารพอสมควร และจบเศรษฐศาสตร์ และทำธุรกิจส่วนตัว น่าจะมีความรู้ด้านการเงินดีทีเดียว ดิฉันเชื่อว่าสิ่งที่เราเรียนมามันไม่หายไปไหน สักวันหนึ่งถ้าจำเป็นต้องใช้ ก็จะงัดออกมาได้เอง

กล้าพูดและไม่กลัวใคร ตอนทรัมพ์เริ่มหาเสียงใหม่ๆ ดิฉันฟังทรัมพ์พูดและชอบที่เขาพูดเหมือนคนธรรมดา ไม่ใช้ศัพท์สูงแบบนักการเมือง และพูดเข้าจุด ฟังง่ายดี ต่อมาวาจาห้าวหาญขึ้น แต่ดิฉันทำใจได้ว่านี่คือการเมือง แต่ละฝ่ายโทษ(ด่า)กันไปโทษ(ด่า)กันมา นักการเมืองหลายคนไม่ชอบเขา เพราะทรัมพ์ไม่ยอมอยู่ใต้ใคร ดิฉันเชื่อว่าเขาจะทำให้ทำเนียบขาวปั่นป่วนแน่ๆ เพราะเขาไม่ชอบทำตามกฎและระเบียบ หรือให้พวกรุ่นเก่าๆแก่ๆในทำเนียบขาวมาครอบเขาได้ ดิฉันว่าก็ดีเหมือนกัน  

มิตรกับอิสราเอลและรัสเซีย ตระกูลทรัมพ์หากินกับคนยิวมานาน นักธุรกิจเก่งๆมักชอบคนยิวและชื่นชมหลักการทำงานหนักของคนยิว พ่อทรัมพ์ก็เคยรู้จักเป็นเพื่อนกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล” นาย “เบนจามิน เน็ททันยาฮู” เป็นการส่วนตัว ดิฉันมองว่าเป็นสิ่งดี และทรัมพ์ชอบและชื่นชม “พูติน” (Putin) ผู้นำรัสเชีย และพูตินก็ชอบเขา ถ้ามองในแง่ดีก็ดี อเมริกาและรัสเชียทำสงครามเย็นกันมานาน ถ้าทรัมพ์จะเริ่มปูรากฐานมิตรภาพ ก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งไม่ดี และดิฉันเชื่อว่าทรัมพ์เองก็แข็งพอๆกับพูติน คงไม่ยอมให้ “พูติน”เอาเปรียบ 

ส่วนนโยบายอื่นๆของทรัมพ์ก็ต้องดูกันไป ดิฉันในฐานะนักกฎหมายเชื่อในความศักดิ์สิทธิของรัฐธรรมนูญอเมริกัน รัฐบาลเรามี 3 แผนก ซึ่งคอยดึงกัน “เช็คและบาล๊านซ์” (check and balance) ฝ่ายบริหาร รัฐบาล และศาล ฉะนั้นยากที่ทรัมพ์จะทำอะไรโดยพลการได้สำเร็จ

อิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม (กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับปฏิรูป)

สวัสดีค่ะ วันนี้เขียนคอลัมน์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ขอบคุณแฟนๆที่เขียนมาอวยพรคริสต์มาสและปีใหม่ ดิฉันไม่ได้หายไปใหนค่ะยังทำงานอยู่พอประมาณ เพราะรักกฎหมายไม่ต้องการให้ความรู้เข้าหม้อ ตราบใดที่ยังทำงานก็ต้องขวนขวายติดตามกฎหมายใหม่ๆ และที่สำคัญเมื่อได้คุยกับลูกความ ก็จะรู้ปัญหาในวงคนไทยดีขึ้น ดิฉันสบายดี สุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัวหรือเจ็บป่วย แฮ็ปปี้ค่ะ ขออวยพรแฟนๆปีใหม่และตลอดไป I WISH YOU HEALTH. นะคะ 
มีแฟนคอลัมน์เมล์มาถามว่า “มีหนังสืออิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม 2016 ขายไหม” ไม่มีค่ะ เพราะอิมมิเกรชั่นรีฟอร์มไม่ผ่านค่ะ คอลัมน์ฉบับนี้เราคุยเรื่องอิมมิเกรชั่นรีฟอร์มนะคะ เพื่อผู้ที่อยู่ในอเมริกาอย่างผิดกฎหมายที่รอคอยว่าเมื่อไรจะมีกฎหมายอิมมิเกรชั่นออกมาช่วยให้ได้ใบเขียว และผู้ที่อยู่เมืองไทยที่อยากไปอยู่อเมริกา

ความเป็นมาของอิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม

“อิมมิเกรชั่น ลอว์” หรือ กฎหมายคนเข้าเมืองมีมานานตั้งแต่สมัยยุคผู้อพยพ แสวงหาดินแดนใหม่ ปี ค.ศ. 1882 อเมริกาออกกฎหมายอิมมิเกรชั่นฉบับแรก โดยกำหนดจำนวนโควต้าคนเข้าประเทศ ตั้งกฎเกณฑ์และคุณสมบัติผู้เข้า ตั้งแต่นั้นมา กฎหมายคนเข้าเมืองผ่านมาเป็นระรอก เพิ่มเติม แก้ไข ไปเรื่อยๆตามสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หลักๆก็คือ “เพิ่ม”หรือ“อินครีส” (increase) คนเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย และ“ลด” หรือ“ดีครีส” (decrease) คนต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย (ดิฉันแนะนำให้อ่าน หนังสือกฎหมายอิมมิเกรชั่น ซึ่งมีข้อมูลล่าสุดและข้อมูลเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลง สั่งซื้อโดยตรงจากดิฉัน ราคา $65 โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari PO Box 552 Cypress, CA 90630 ผู้อยู่เมืองไทยสามารถสั่งจากคุณ นิ้งหน่อง 081-480-4308)

อิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม 1986 ฉบับแรกและฉบับเดียว

เมื่อพูดถึง “อิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม” หมายถึง “กฎหมายคนเข้าเมืองฉบับปฏิรูป คือยกเครื่องใหม่ ฉบับแรกที่ผ่านมาคือ อิมมิเกรชั่นรีฟอร์มฉบับปี 1986 สมัยประธานาธิบดี“รอนัลด์ เรแกน” (Ronald Reagan) พรรครีพับบลิคกัน ท่านรับตำแหน่ง 2 เทอม ค.ศ. 1981-1989 ช่วงนั้นเป็นยุคสมองไหล หลังสงครามเวียตนามปี 1970 พ่อแม่ส่งลูกไปเรียนอเมริกา วีซ่านักเรียนของ่ายมาก สมัยนั้นนักเรียนทำงานไม่ผิดกฎหมาย รุ่นนั้นมีหมอ พยาบาล มาเรียนมาก หลังเรียนจบก็ทำงานกัน ขอใบขับขี่ได้ ขอบัตรประกันสังคมหรือ “บัตรโซเชียล” ได้สบาย (สมัยนี้ไม่ได้ค่ะ) สมัยโน้นไม่มีกฏหมายเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างด้าว รัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว จึงผ่านกฎหมาย “อภัยโทษ” หรือ “แอมเนสตี้”(amnesty)คนไทยเรียก “ปล่อยผี” โดยออกใบเขียวให้คนต่างชาติที่ทำงานอย่างผิดกฎหมาย โรบินฮู้ดประมาณ 12 ล้านคนได้ใบเขียว และขณะเดียวกันออกกฎหมายหลายฉบับเข้มงวดการจ้างแรงงานต่างด้าว

มาตรา 245(i) ปี 1996

หลัง ป.ธ.น. เรแกนพ้นตำแหน่ง ป.ธ.น. “จอร์จ บุช ซีเนียร์” ตัวพ่อ (George Bush Sr.) พรรครีพับบลิคกัน รับตำแหน่ง 1 เทอม ค.ศ. 19893-1993 เป็นยุคสงครามอ่าวกัลฟ์ ไม่มีอะใหม่กับกฎหมายอิมมิเกรชั่น

มาถึงสมัย ป.ธ.น. บิล คลินตัน (Bill Clinton) พรรคเดโมแครท รับตำแหน่ง 2 เทอม ค.ศ. 1993-2001 คลินตันได้ผ่าน กฎหมายคนเข้าเมืองมาตรา 245(i) 2 ครั้ง เมษายน 1997 และปลายปี 2000 เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องกฎหมาย อิมมิเกรชั่นรีฟอร์มฉบับปี 1986 ซึ่งไม่ได้ระบุกกฎเกณฑ์เกี่ยวกับคู่สมรสและลูกของผู้ที่ได้ใบเขียวแอมเนสตี้ ทำให้พวกเขาค้างเติ่งอออยู่อย่างผิดกฎหมาย หลังผู้ได้รับใบเขียวแอมเนสตี้ ก็ต้องแอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรสและลูกต่อ ซึ่งคอยโควต้าใช้เวลานานหลายปี และเมื่อโควต้ามาถึงพวกเขาต้องเดินทางออกนอกประเทศไปรับใบเขียวและกลับเข้ามาใหม่ ลำบากค่าใช้จ่ายและต้องหยุดงาน มาตรา245(i)ช่วยให้พวกเขารับใบเขีรยวในอเมริกาได้โดยจ่ายค่าปรับ $1,000 มาตรานี้ยังครอบคลุมไปถึงโรบินฮู้ดทั่วไป ที่มีคนสปอนเซ่อร์ขอใบเขียว ทำให้พวกเขาสามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้

เหตุการณ์ 9/11 ถล่มตึกเวิร์ลด เทรด

ประธานาธิบดี “จอร์จ บุช” ตัวลูก (George Bush Jr.) พรรครีพับบลิคกันเข้ารับตำแหน่ง 2 เทอม ค.ศ. 2001-2009 ต่อจากคลินตัน ตอนหาเสียงบุชประกาศจะผ่านอิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม ปรากฎเกิดเหตุการณ์ 9/11 8 เดือนหลังรับตำแหน่ง วันที่ 9 กันยายน 2011ผู้ก่อการร้ายถล่มตึกเวิร์ลด เทรด กฎหมายอิมมิเกรชั่นหยุดนิ่ง กฎหมายอิมมิเกรชั่นเปลี่ยนแปลงผ่านมาหลายฉบับเข้มงวดการออกวีซ่า และเนรเทศคนเข้าเมืองมากขึ้น

รีม แอ็กท์ DREAM ACT ดาป้า (DAPA)

ประธานาธิบดี “บารัค โอบาม่า” (Barack Obama) พรรคเดโมแครท เข้ารับตำแหน่งต่อจากบุช อยู่ 2 เทอม ค.ศ. 2009-2017 โอบาม่าพยายามผ่านอิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม แต่ไม่สำเร็จ แต่สามารถผ่าน พ.ร.บ. ได้ 2 ฉบับ คือ ฉบับแรกมีผลใช้ถึงปัจจุบัน ฉบับที่สองถูกชะงักยังไม่มีผลบังคับใช้

ฉบับแรกปี 2012 เรียก “ดรีม แอ็กท์” (DREAM ACT หรือ “ดาก้า” DACA ย่อมาจาก Deferred Action for Childhood Arrivals) ช่วยเด็กโรบินฮู้ดให้อยู่อย่างถูกต้อง โดยระงับการเนรเทศเด็ก เพราะถือว่าไม่ใช่ความผิดของเด็กที่พ่อแม่นำเด็กเข้ามาอยู่ในอเมริกา เด็กมีปัญหาเมื่อจะเข้ามหาวิทยาลัยและทำงาน จึงออกใบทำงานให้เด็กโรบินฮู้ด เด็กไม่ได้ใบเขียวก็จริง แต่สามารถอยู่อย่างถูกกฎหมาย สามารทำงาน มีบัตรโซเชียล และ เดินทางเข้าออกนอกประเทศได้ ใบทำงานมีอายุ 2 ปี ต่อทุก 2 ปี ปัจจุบันยังมีผลบังคับใช้

ฉบับที่ 2 ปี 2014 เรียก “ดาป้า” (DAPA ย่อมาจาก Deferred Action for Parental Accountability)โอบาม่าใช้อำนาจ“เอ็กเซ็คคิวทีฟ แอ็กชั่น” อีก โดยระงับการเนรเทศผู้ใหญ่ที่มีลูกถือใบเขียวหรือเป็นอเมริกันซิติเซ่น เพื่อครอบครัวจะได้ไม่แตกแยก จึงออกใบทำงานให้ พ.ร.บ. ผ่านออกมา วันที่ 20 พ.ย. 2014 แต่ยังไม่ทันได้ใช้ เดือน กุมภา 2015 รัฐเท็กซัสและรวมอีก 26 รัฐได้ซูรัฐบาลในศาลเท็กซัส ว่า ป.ธ.น.โอบาม่าละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญ ทำเกินอำนาจผู้บริหาร จริงอยู่ที่ ป.ธ.น. สามารถใช้อำนาจ“เอ็กเซ็คคิวทีฟ แอ็กชั่น” ออกคำสั่งฉุกเฉินได้ เช่นระงับการเนรเทศคนต่างชาติแต่ต้องเป็นเฉพาะตัวบุคคล และมีเหตุผลที่ฉุกเฉินจริงๆ ไม่ใช่ครอบคลุมคนกลุ่มใหญ่เช่น “ดาป้า” รัฐอ้างข้อเสียหายของรัฐคือ รัฐต้องดึงงบประมาณของรัฐไปช่วยคนกลุ่มนี้ ศาลตัดสินให้เท็กซัสชนะ และสั่งระงับ“ดาป้า” ชั่วคราว รัฐบาลอุทธรณ์ถึงศาลฎีกา (U.S. Supreme Court) ศาลได้ตัดสินเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2016 คำตัดสินคือเสมอ 4 ต่อ 4 เพราะมีท่านตุลาการเพียง 8 ท่าน ปกติประจำ 9 ท่านตุลาการประจำแต่ท่านตุลาการ “แอนโทนิน สกาเลีย” (Anthonin Scalia) พึ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนกุมภา 2016 และยังไม่มีท่านตุลาการใหม่ ตามกฎในกรณีนี้ ถ้าคำตัดสินเสมอ ให้ถือคำตัดสินเดิมจากศาลล่างเป็นหลักแต่ศาลฎีกา สามารถรับฟังคดีเดิมและตัดสินใหม่ได้ ทันทีที่รัฐบาลแพ้รัฐบาลได้ร้องเรียนขึ้นใหม่ สรุป ตอนนี้ “ดาป้า” ไม่มีผลบังคับใช้

คุณจะเห็นได้ว่า กฎหมายคนเข้าเมือง จะมีการแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปล นอกจากจะขึ้นกับเศรษฐกิจ สังคม การเมืองแล้ว ยังขึ้นกับ “อารมณ์” หรือ “mood” ของประชาชน และใครเป็น “ประธานาธิบดี” ช่วงนั้นและรีพีบบลิคกันหรือเคโทแครทมีเสียงข้างมากในสภา ป.ธ.น. เรแกน เป็นประชาธิบบดีที่มีคนรักมากและมีผลงานชิ้นโบว์แดงจารึกในประวัติศาสตร์ คือ (1) อิมมิเกรชั่นรีฟอร์มใบเขียวอภัยโทษ และ (2) พูดท้าผู้นำรัสเซีย “กอร์บาชอฟ” (Gorbachev) ให้พังกำแพงเบอร์ลินได้สำเร็จ

สำหรับ “ดอนัลด์ ทรัมพ์” ไม่มีใครเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับกฎหมายอิมมิเกรชั่น รวมทั้ง DACA และ DAPA ตอนหาเสียงจากคำพูด ทรัมพ์ไม่ค่อยจะเสน่หาคนเข้าเมืองนัก แต่มีคำพูดประโยคหนึ่งถ้าจำไม่ผิด ว่าถ้าเขาจะเปลี่ยนแปลงกฎอิมมิเกรชั่นบางอย่างจะทำคนแฮ็ปปี้ ก็ต้องดูไป ดิฉันอยากจะเดาว่า ทรัมพ์ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับ ป.ธ.น. เรแกน อาจจะเซอร์ไพรส์เรา ผ่านผลงานชิ้นโบว์แดงเกี่ยวกับอิมมิเกรชั่น โอวาว……!!!