“ดาก้า” (DACA)

วันอังคารที่ 5 กันยา 2017 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมพ์ประกาศยกเลิกโปรแกรม “ดาก้า” (DACA) ช่วงนี้หันไปทางไหนก็จะได้ยินคนพูดถึง “ดาก้า” รวมทั้งในห้องเรียนภาษาสแปนิช ที่ดิฉันกำลังเรียนอยู่ ดิฉันถึงได้รู้ว่าหลายคนไม่รู้จัก “ดาก้า” กันแท้จริงว่ามันคืออะไร คนที่ชอบ “ทรัมพ์” ก็เห็นด้วยที่ คนที่ไม่ชอบ“ทรัมพ์” ก็สาปส่ง

มาเข้าใจ “ดาก้า” กัน

“ดาก้า” (DACA) ย่อ มาจาก “ดีเฟอร์ แอ็กชั่น ฟอร์ ชายลด์ฮู้ด แอไรเวิ่ล” (Deferred Action for Childhood Arrivals) แปลตรงตัว คือ การชะลอการเนรเทศเด็กที่เข้ามาอยู่ในอเมริกาตั้งแต่เล็กๆ ปี 2012 ประธานาธิบดีโอบาม่าใช้อำนาจผู้บริหารเรียก “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” (executive decision) ศผ่าน“ดาก้า” ออกมา โดยไม่ได้ผ่านสภาโวท เหตุผลที่โอบาม่าใช้วิธีนี้ เนื่องจาก รัฐบาลหลายสมัยพยายามที่จะปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นใหม่หลายข้อ แต่ไม่มีใครทำสำเร็จสักที เพราะพรรคเดโมแครทและพรรครีพับบลิคกันตกลงกันไม่ได้ มีข้อเดียวที่ทั้งสองพรรคเห็นด้วยโดยไม่คัดค้านคือโปรแกรม “ดาก้า” “โอบาม่า”จึงต้องใช้วิธีนี้ ตามรัฐธรรมนูญก่อนที่ร่างกฎหมายจะผ่านออกมาเป็นกฎหมายได้ ต้องผ่านเสียงโวท จากสภาก่อน แต่ประธานาธิบดีมีอำนาจสามารถผ่านกฎหมายชั่วคราวได้ในกรณีฉุกเฉิน เช่นเดียวกับที่ “ทรัมพ์”ผ่าน “แทรเวิล แบน” (travel ban) ออกมา ฉะนั้น “ดาก้า” ก็เช่นกัน โปรแกรม “ดาก้า” จึงไม่ถาวร ประธานาธิบดีคนใหม่หรือรัฐสามารถซูเข้าศาลและขอยกเลิกได้โปรแกรมได้

“ดาก้า” ช่วยเด็กโรบินฮู้ดอย่างไร

จุดประสงค์ของ“ดาก้า” คือ ช่วยเด็กที่พ่อแม่พาเข้ามาเรียนหนังสือในอเมริกาตั้งแต่เล็กๆ ตามสิทธิรัฐธรรมนูญเด็กทุกคนสามารถเข้าเรียนโรงเรียนรัฐบาลประถมและมัฐยมได้ฟรี พอเด็กเหล่านี้โตขึ้นก็เป็นปัญหาเหลื่อมล้ำในกลุ่มเพื่อน เพราะไม่สามารถทำใบขับขี่หรือทำงานได้ เพราะไม่มีนัมเบอร์โซเชียล (บัตรประกันสังคม) และไม่สามารถเข้าคอลเลจของรัฐบาลได้ ตามโปรแกรม “ดาก้า” ให้เด็กที่เข้ามาเมกาก่อนหน้า 15 มิถุนายน 2007 และอายุต่ำกว่า 16 ปีตอนเข้ามา สามารถแอ็พพลายขอใบทำงานหรือ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท”ได้ เมื่อเด็กได้“เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” เด็กสามารถขอใบขับขี่ บัตรโซเชียล และเข้าคอลเลจได้ โปรแกรมนี้ชั่วคราว 2 ปี  อิมมิเกรชั่นออก “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” ให้ 2 ปีเท่านั้น และเด็กต้องต่อทุก 2 ปี ระหว่างสมัยโอบาม่าพรรคเดโมแครทพยายามที่จะดันให้ “ดาก้า” ผ่านเป็นกฎหมายแต่ไม่สำเร็จ  ตอน “ทรัมพ์” “แคมเปน”หาเสียง เขาประกาศว่าเขารักพวกเด็ก “ดรีมเม่อร์” คือเด็กภายใต้ “ดาก้า” และถ้าเขาได้เป็น ป.ธ.น. เขาจะหาวิธีช่วยเด็กเหล่านี้ให้อยู่อย่างถูกกฏต้องตามกฎหมาย คำว่า “ดรีมเม่อร์”ย่อมาจาก  Development, Relief, and Education for Alien Minors DREAM “ดรีม”และเติม ER เข้าไป

ยกเลิก“ดาก้า”

วันอังคารที่ 5 กันยา ที่ผ่านมา “ทรัมพ์”ประกาศยกเลิก“ดาก้า” และให้เวลาคองเกรส 6 เดือนที่จะหาวิธีที่ไม่หักหารลอยแพเด็ก “ดรีมเม่อร์” (จริงๆแล้ว พวกนี้ก็ไม่เด็กแล้ว ถ้านับจากอายุ 16 ปี สูงสุดตอนเข้ามาปี 2007 บวกอีก 10 ปี ค.ศ. 2017 ปัจจุบัน ก็เท่ากับหลายคนอายุ 26 ปี วัยทำงาน หรือ มีครอบครัวกันแล้ว) ตามข่าวออกมาทำนองว่า “ทรัมพ์” ใช้วิธีนี้ที่ประกาศยกเลิก “ดาก้า” เป็นการ“บลัฟ” (bluff) เพื่อต้องการใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง กับพรรคเดโมแครทและพรรครีพับบลิคกัน ให้พวกเขาหันหน้าเข้าหากันและผ่านข้อเสนอหลายข้อที่ “ทรัมพ์” ต้องการ รวมทั้ง ตัดงบ เปลี่ยนระบบภาษีรายได้ใหม่ และสร้างกำแพงกั้นระหว่างอเมริกาและเม็กซิโก  

ตามความเห็นของดิฉัน ดิฉันไม่ตื่นเต้นตกใจ ตอนทรัมพ์ประกาศเลิก “ดาก้า” ทั้งที่ตัวเองมีลูกความ “ดาก้า”  อยู่หลายคน ดิฉันเชื่อว่าพวก “ดรีมเม่อร์” ไม่ถูกเนรเทศแน่ เผลอๆอาจได้ใบเขียวแต่คงมีเงื่อนไขบางอย่าง ถ้ามองในแง่ดี “ทรัมพ์” “บลัฟ” คราวนี้น่าจะได้ผล  

ข้อเตือนนะคะ   พวก“ดรีมเม่อร์” โปรดอย่าเดินทางออกนอกประเทศ

 

“ทรัมพ์” ยกเลิก“ดาป้า” (DAPA)

เมื่อวันพฤหัสที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี “ทรัมพ์” ออกคำสั่งยกเลิกดาป้า(DAPA) Deferred Action for Parental Accountability คือกฎหมาย ที่ ป.ธ.น.  “โอบาม่า” พยายามดันออกมาใช้ตั้งแต่ปี 2014 แต่ไม่ผ่านเพราะถูกบล็อกอยู่  กฎหมายนี้ถ้าผ่านจะช่วยพ่อแม่โรบินฮู้ดที่อยู่ในอเมริกา ถ้าเขามีลูกเกิดในอเมริกา ให้อยู่ได้อย่างถูกต้อง โดย ออกใบทำงานหรือ“เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” ให้ และระหว่างคอยกฎหมายผ่าน ยังสั่งไม่ให้อิมมิเกรชั่นจับพวกเขาส่งกลับประเทศ ตอนนี้กฎหมายนี้ถูก “ฆ่าตาย” แล้วนะคะ ตอนนี้พ่อแม่ที่อยู่เถื่อนทำอะไรได้บ้าง เพราะที่ผ่านๆมาอิมมิเกรชั่นเอาหูไปนาตาไปไร่ไม่จับพ่อแม่ที่มีลูกเกิดที่นี่ โปรดอ่านบทความ DAPA และ DACA ลงคอลัมน์ฉบับที่ 12/31/2016

พ่อแม่ที่อยู่เถื่อนทำอะไรได้บ้าง

ดิฉันมักได้คำถามบ่อยจากพ่อแม่ที่มาคลอดลูกในอเมริกา ว่าตนจะทำงานเลี้ยงลูกอย่างถูกกฎหมายได้อย่างไร คำตอบคือ ไม่ได้ค่ะ คุณจะไม่มีสิทธิพิเศษอะไรกว่าโรบินฮู้ดอื่นๆ นี่คือสาเหตุที่ DAPA ไม่ป๊อปปูล่า และไม่ผ่านคองเกรส เพราะคนทั่วไปมองในแง่ว่า ถ้าออกใบทำงานให้พ่อแม่ จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี คนก็จะพยายามเข้ามาในเมกา เพื่อมาคลอดลูกในอเมริกา (ตอนนี้ก็มีทัวร์จีนนำคนท้องมากันเป็นระรอก เพื่อมาออกลูก) คุณต้องรอให้ลูกอายุ 21 ปี ลูกจึงสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณได้  (กฎอิมมิเกรชั่น ลูกที่เกิดในอเมริกาต้องอายุ 21 ปีก่อนที่จะทำใบเขียวให้พ่อแม่ได้)

วิธีใดที่จะอยู่ในอเมริกาและทำงานได้

ถ้าคุณวีซ่าขาดแล้ว มีวิธีใดที่คุณจะอยู่ในอเมริกาและทำงานได้อย่างถกกฎหมาย

  • แต่งงานกับซิติเซ่น อย่าลืมว่าคุณมีสถานภาพเช่นเดียวกับโรบินฮู้ดทั่วไป ไม่มีสิทธิพิเศษกว่าค่ะ ถ้าคุณไม่อยากย้ายกลับไปอยู่ไทย และต้องการอยู่อย่างถูกกฎหมายโดยไม่ต้องคอยอีก 21 ปี คือ มีวิธีเดียวคือแต่งงานกับซิติเซ่นและทำใบเขียว
  • ถ้าอยู่อย่างผิดกฎหมายลักลอบทำงานไปเรื่อยๆและไม่ถูกจับ เมื่อลูกอายุครบ 21 ปี ก็ให้ลูกยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ทันที โดยคุณไม่ต้องเดินทางกลับไปไทย
  • ถ้าคุณตั้งใจอยู่เถื่อนไปเรื่อยและทำงานสักพักและค่อยกลับไปอยู่ไทย รออยู่เมืองไทยจนลูกอายุครบ 21 ปีก็ได้ แต่อย่าลืมกฎ unlawful presence นะคะ ว่าคุณไม่สามารถกลับเข้าอเมริกาได้ 10 ปีนับจากวันเดินทางออก  ฉะนั้นคำนวนเวลานะคะ ถ้าคุณต้องการให้ลูกทำใบเขียวให้ทันทีตอนลูกอายุ 21 ปี ครอบครัวคุณก็ต้องเดินทางกลับไทยตอนลูกอายุประมาณ 10 ปี  เพื่อตอนลูกครบ 21 ปีปุ๊บ เขาจะได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณได้ทันที
  • ถ้าคุณถูกจับระหว่างอยู่ในอเมริกา แนะนำว่าควรรับอาสากลับโดยดี แทนที่จะรอสู้คดี หรือขึ้นศาลให้อิมมิเกรชั่นดำเนินเรื่องเนรเทศ เพราะเรื่องจะยืดยาว และก็ต้องกลับอยู่ดี นอกจากจะเปลืองเงิน เพราะถ้าคดีไม่จบและคุณกลับ เท่ากับคุณยังมีคดีค้างเติ่งอยู่ จะมีปัญหาตอนลูกทำเรื่องขอใบเขียวเพราะเรื่องจะติดขัดค่ะ

ประเด็นอื่นๆที่ต้องระวัง ตอนลูกขอใบเขียวให้

  • คุณเป็นหนี้เงินรัฐบาลหรือไม่ เช่น ค่าโรงพยาบาลตอนคลอดลูก คุณกินเงินเวล์แฟร์บ้างหรือไม่
  • ภูมิลำเนาหรือ “ดอมิไซล์” (Domicile) และเงินที่ลูกต้องเซ็นซัพพอร์ทคุณ ถ้าลูกอยู่เมืองไทยกับคุณ ลูกต้องกลับไปอเมริกาตอนยื่นเรื่องให้คุณ เขาต้องแสดงว่ามีภูมิลำเนาอยู่ในอเมริกา และควรมีงานทำ เพื่อมีรายได้พอที่จะเซ็นซัพพอร์ทคุณ คุณต้องวางแผนให้ลูกกลับไปอยู่อเมริกาอย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่ลูกจะยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณได้

แนะนำให้ปรึกษาทนายนะคะ