ผลของนโยบายอิมมิเกรชั่นทรัมพ์ต่อคนไทย

คอลัมน์ฉบับนี้ต่อจากฉบับก่อน “ทรัมพ์-เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” เริ่มข่าวเรื่อง “แทรเวิล แบน” (Travel Ban) ก่อน ที่ห้ามซิติเซ่น/ผู้ถือพาสปอร์ตจาก 7 ประเทศมุสลิมเข้าประเทศ มีผลใช้เมื่อวันที่ 27 มกราคม ทันทีที่กฎหมายผ่านรัฐวอชิงตันยื่นฟ้องศาลขอให้ระงับกฎหมายทันที ด้วยเหตุผลรัฐบาลละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญกีดกันคนเรื่องศาสนา ออร์เด้อร์นี้กีดกันคนมุสลิมเท่านั้น หลังจากนั้นรัฐอื่นฟ้องร้องเพิ่ม รัฐบาลต่อสู้ และวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ศาลอุทธรณ์รัฐบาลกลางได้ตัดสินให้รัฐบาลทรัมพ์แพ้ สรุปกฎหมายฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้ ตอนนี้รัฐบาลกำลังตั้งตัวว่าจะเอาไงต่อไป สู้ต่อถึงศาลสูงสุด “ยูเอ็ส ซุพพรีม คอร์ท” (U.S. Supreme Court) ซึ่งใช้เวลานาน หรือทรัมพ์ออก “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” “แทรเวิล แบน” ฉบับใหม่ให้รัดกุมมากขึ้น เราต้องรอดูกันต่อไป วันนี้เราคุยถึงเรื่อง“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” 3 ฉบับสำคัญที่เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นและมีผลกับคนไทยในอเมริกา และคนไทยที่จะขอวีซ่าเข้าอเมริกา ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจระบบปกครองในอเมริกาว่า ใครมีหน้าที่ร่างกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ สภาเป็นผู้ร่างกฎหมาย และส่งให้ประธานาธิบดีเซ็น ร่างกฎหมายนั้นก็จะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย ประธานาธิบดีในฐานะผู้บริหารประเทศมีอำนาจที่จะผ่านกฎหมายรวบลัดหรือ “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” ออกมาในยามฉุกเฉินเพื่อปกป้องประเทศ กรณีกฎหมายละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญและมีผู้ฟ้องร้องขึ้นศาล ศาลสามารถตัดสินหยุดหรือยกเลิกกฎหมายนั้นได้

เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” 3 ฉบับ

ทันทีที่ทรัมพ์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เขาได้ใช้อำนาจของผู้บริหารเซ็นผ่าน“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” ออกมาหลายฉบับอย่างเร่งรีบ เพื่อโชว์ว่าตนทำตามคำพูดตอนหาเสียง “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” 3 ฉบับสำคัญที่ทรัมพ์อ้างฉุกเฉิน คือ ปัจจุบันประเทศอเมริกาตกอยู่ในภัยอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากผู้ก่อการร้ายชาวมุสลิม และหน้าที่ของเขาในฐานะประธานาธิบดี ต้องปกป้องดูแลความปลอดภัยของคนอเมริกัน แผนการรักษาความปลอดภัยของทรัมพ์ 3 ฉบับสำคัญคือ

  1. สร้างกำแพงกั้นด่านระหว่างอเมริกาและประเทศเม็กซิโก เพื่อปกป้องผู้ก่อการร้ายลักลอบเข้ามาทางเม็กซิโก (ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาเงินมาจากไหนสร้าง) และปรับปรุงนโยบายการตรวจคนเข้าเมืองเข้มงวดขึ้น 
  2. สั่ง “ไอ๊ซ์” (ICE) หน่วยงานหนึ่งของอิมมิเกรชั่น กวาดจับคนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายอาญาและส่งกลับประเทศเขา และสั่งให้ตำรวจท้องถิ่นร่มมือกับรัฐบาล เมื่อจับคนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายให้ตำรวจส่งข้อมูลคนต่างชาตินั้นไปให้อิมมิเกรชั่น และขู่ตัดงบประมาณช่วยเหลือเมืองที่ปกป้องและช่วยเหลือโรบินฮู้ด ข้อนี้จะเป็นผลกับคนไทยในอมริกามาก เพราะถ้าคุณเพียงทำผิดกฎกฎจราจร หรือรถชน ถึงคุณไม่ใช่คนผิดแต่ถ้าคุณเป็นโรบินฮู้ด หรืออาจยังมีวีซ่าอย่างถูกต้องแต่ทำผิดกฎวีซ่า คุณอาจถูกส่งตัวให้อิมมิเกรชั่นได้ 
  3. “แทรเวิล แบน” (Travel Ban) สั่งปิดสนามบินทันทีที่ผ่าน“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2017 ห้ามซิติเซ่น/ผู้ถือพาสปอร์ตจาก 7 ประเทศ คือ อิรัก อิหร่าน ซีเรีย ลิเบีย เยเม็น โซมาเลีย และซูดาน เข้าอเมริกา ตอนนี้กฎหมายฉบับนี้ถูกระงับไม่มีผลใช้ 

วิธีปกป้องตัวเอง

วิธีปกป้องตัวเองจาก “ไอ๊ซ์” และจากพวกมิจฉาชีพ (โน็ต: สมัยก่อนคนไทยเรียก อิมมิเกรชั่นว่า “ไอ้เก” ซึ่งเชยแล้ว ตอนนี้เรียก “ไอ๊ซ์” ตั้งแต่หลัง 9/11) คือทุกครั้งที่มีความวุ่นวายทางด้านอิมมิเกรชั่น ก็จะมีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือในหมู่คนไทยพูดหรือลือต่อๆกันไป ข่าวจะปลุกให้คนที่อยู่เถื่อนกลัว และจะเป็นที่ฉวยโอกาสหากินสำหรับพวกมิจฉาชีพ โดยหลอกทำใบโซเชียล ใบขับขี่ ใบ ทำใบเขียวเป็นต้น สัปดาห์ที่แล้วมีคนเมล์มาเล่าให้ฟังว่านักเรียนไทยทำงานตามร้านอาหารไทยในฮอลลิวู้ดถูก “ไอ๊ซ์” จับหลายคน(ดิฉันไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน) ตอนนี้มีคนรับทำใบโซเชียลเพื่อจะได้ทำงานถูกต้อง และถามดิฉันว่าคิดค่าทำโซเชียลเท่าไร ตอบเลยนะคะว่า อยู่ดีๆคุณไม่สามารถขอโซเชียลได้ วิธีที่คนรับทำกันคือ ทนายหรือแทนะจะยื่นเรื่องขอใบเขียวแบบลี้ภัยการเมืองหรือ “อซายลั่ม” (Asylum)ให้คุณ หลังจากยื่นเรื่องเข้าไป คุณจะได้รับใบทำงานและคุณสามารถทำใบโซเชียลได้ เรื่องจะคอยเป็นปี แต่ทันทีที่เรื่องมาถึงและคุณไปขึ้นศาล เรื่องก็จะไม่ผ่านเพราะคุณไม่ได้เป็นผู้ลี้ภัยการเมืองจริงและคุณจะถูกเนรเทศ ระหว่างที่คอยเรื่อง ทนาย/แทนะก็จะเรียกเก็บเงินคุณไปเรื่อยๆ คำแนะนำนะคะ

  • ไหนๆก็อยู่อย่างไม่ถูกต้องแล้ว ก็ดำรงชีวิตต่อไปอย่างปกติเงียบๆ อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย เช่นไปยืมโซเชียลคนอื่นมาใช้ เลี่ยงอย่ามั่วสุมกับผู้มีปัญหา ถ้าคุณถูก“ไอ๊ซ์”จับเพราะคุณเพียงอยู่เถื่อน เจ้าหน้าที่จะให้คุณเซ็นเอกสารรับอาสาเดินทางออกนอกประเทศเองโดยไม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย “ดู พรอเซส” (Due Process) อย่าเซ็นเอกสารใดๆทั้งสิ้น นอกจากคุณตั้งใจกลับเมืองไทยและไม่กลับมาอีก ให้คุณบอกเจ้าหน้าที่ว่าคุณต้องการไปศาลอิมมิเกรชั่น พูดว่า “ไอ ว๊อนท์ ทู แฮฟ เอ เฮียริ่ง บีฟอร์ แอน อิมมิเกรชั่น จั๊ดจ์” (I want to have a hearing before an immigration judge.) เจ้าหน้าที่จะปล่อยคุณกลับบ้าน ซึ่งกรณีนี้จะใช้เวลานาน พอคุณถูกปล่อยมา คุณหาทนาย เมื่อคุณไปศาล จะใช้เวลานานเป็นปี ระหว่างนั้นคุณจะๆได้ใบทำงานหรือ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท และระหว่างรอ คุณอาจมีทางออกอะไรที่ดีกว่านั้น อาจมีกฎหมายผ่านมาช่วย หรือ อาจได้แฟนซิติเซ่นแต่งงาน (โปรดอ่านหนังสือ “ชีวิตโรบินฮู้ด” ราคาเล่มละ $32 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยตรงจากดิฉัน โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308) 
  • ผู้ที่ได้ใบทำงานจาก “ดรีม แอ๊กท์” (DREAM ACT) และใบ “แอ็ดวานซ์ พาโรล” (Advance Parole) ที่อนุญาตให้ออกนอกประเทศได้ ดิฉันไม่แนะนำให้เดินทางออกนอกประเทศ เพราะทรัมพ์ไม่ชอบ “ดรีม แอ๊กท์” ผลงานโอบาม่าเท่าไรนัก ดรีมแอ๊กท์ เป็น “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” ของโอบาม่า ฉะนั้นอาจยกเลิกหรือแก้ไขได้ในอนาคต 
  • ผู้ถือวีซ่านักเรียน ถ้าทำผิดกฎวีซ่า เช่นลักลอบทำงานดิฉันไม่แนะนำให้เดินทางออกนอกประเทศ 
  • ผู้มีใบเขียว ถ้าอยู่ระหว่างมีคดีอาญา และคดียังไม่จบลง ไม่ควรเดินทางออกนอกประเทศ 
  • ผู้มีใบเขียวควรยื่นเรื่องทำซิติเซ่นเร็วที่สุด คนที่ได้ใบเขียวจากการแต่งงาน ยื่นได้ 3 ปีหลังได้ใบเขียวใบแรก ส่วนผู้อื่น 5 ปีนับจากวันที่ได้ใบเขียว เช็คใบเขียวของคุณจะมีวันที่บอกวันที่คุณได้ใบเขียว ที่เขียนว่า Resident Since: ตามด้วย เดือน วัน ปี     
  • และผู้ใดที่มีโอกาศทำใบเขียวได้ เช่นพ่อ/แม่ที่มีลูกอายุเกิน 21 ปีที่เป็นซิติเซ่น ให้ลูกแอ็พพลายใบเขียวให้ทันที หรือใครมีแฟนเป็นซิติเซ่นก็แต่งงานทำใบเขียวกันซะ เราไม่รู้ว่าทรัมพ์จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายอิมมิเกรชั่นอะไรบ้างในอนาคต 

เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์ (Executive Order)

ดอนัลด์ ทรัมพ์เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวันศุกร์ที่ 20 มกราคมนี้ ยังไม่ถึงเดือน บ้านเมืองปั่นป่วน ในและนอกประเทศทั้งพันธมิตรและอพันธมิตร ดิฉันพยายามทั้งเปิดใจและทำใจให้แฟร์กับเขา ตอนนี้เกือบจะสายป่านขาดแล้ว เฮ้อ! ทั้งโยคะและนั่งลมปรานก็แล้วไม่ได้ช่วย ตอนนี้ดิฉันเลยหาเรื่องไปเรียนภาษาสแปนิชภาคค่ำ เพื่อทำให้ตัวเองบิสซี่เพราะมีการบ้านมาก จะได้ไม่มีเปลืองสมองกับข่าว ไหนๆก็ไหนๆวันนี้ขอปล่อยอารมณ์เรื่อง“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” หรือ “คำสั่งเบื้องบน” ที่ทรัมพ์เซ็นยิกๆ ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งถึงวันนี้ทั้งหมด 19 ฉบับ ขณะคุณอ่านอาจมากกว่านี้

เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์

“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” (Executive Order) แปลตรงตัว “เอ็กเซ็กคิวทีฟ = ผู้บริหาร” “ออร์เด้อร์ = คำสั่ง” เป็นคำสั่งจากประธานาธิบดี จะว่าเป็นกฎหมายรวบลัดก็ได้โดยไม่ผ่านสภา การร่างกฎหมายเป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ประธานาธิบดีมีอำนาจผ่าน “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” หรือกฎหมายได้ในกรณีฉุกเฉิน เพราะกว่ากฎหมายจะผ่านออกมาแต่ละฉบับใช้เวลานาน  เพราะต้องผ่านเสียงข้างมากจากสองสภาก่อน (สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา House of Representative and Senate) จึงจะผ่านเป็นกฎหมายได้ หลังจากผ่านเป็นกฎหมาย ถ้ากฎหมายนั้นละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญหรือก้าวก่ายรัฐ และมีผู้ฟ้องร้องขึ้นศาล ศาลสามารถตัดสินให้ยกเลิกกฎหมายฉบับนั้นหรือบางส่วนได้ “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” บางฉบับมีกำหนดระยะเวลาบางฉบับไม่มี สามารถใช้ไปได้เรื่อยๆจนกระทั่งมีร่างกฎหมายใหม่ผ่านมาแทนที่ หรือศาลตัดสินให้ยกเลิก

ห้ามซิติเซ่นจาก 7 ประเทศเข้าอเมริกา 

“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” ฉบับที่มีผลกับคนต่างชาติมากที่สุดคือ ฉบับปกป้องผู้ก่อการร้ายไม่ให้ประเทศ โดยห้ามซิติเซ่นจาก 7 ประเทศที่พลเมืองส่วนมากเป็นชาวมุสลิมเข้าอเมริกา คือ อิรัก อิหร่าน ซีเรีย ลิเบีย เยเม็น โซมาเลีย และซูดาน เป็นเวลา 90 วันและปิดประเทศไม่ให้ผู้ลี้ภัยเข้าอเมริกา 120 วัน จนกระทั่ง “กระทรวงรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ” (Department of Homeland Security) จัดวางระบบตรวจแบ็คกราวนด์ให้รัดกุมมากขึ้น และลดจำนวนผู้ลี้ภัยจาก 110.000 คน (ตามคำสั่งโอบาม่า) เหลือ 50,000 คน

แผนที่รูป 7 ประเทศ

ทรัมพ์เซ็น “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” ฉบับนี้วันศุกร์ที่ 27 มกราคมช่วงบ่าย มีผลใช้บังคับทันที  พอทางอิมมิเกรชั่นได้รับคำสั่ง ซึ่งกำกวมไม่แน่ใจว่ารวมผู้ถือใบเขียวด้วยหรือไม่ แต่ละสนามบินเครซี่กันไปตามๆกัน เจ้าหน้าที่ ต.ม. ห้ามไม่ให้ ผู้เดินทางที่ถือพาสปอร์ตจาก 7 ประเทศเข้าประเทศ ถึงแม้จะมีวีซ่าอย่างถูกต้อง รวมวีซ่าท่องเที่ยว นักเรียน และทำงาน และผู้มีใบเขียว ผู้ถือวีซ่าถูกส่งตัวกลับ ส่วนผู้ถือใบเขียวถูกกักไว้เช่นกัน ทันทีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นหลายองค์กรได้ซูเข้าศาล อ้างรัฐบาลละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญโดยเป้าหมายกีดกันคนมุสลิมเข้าประเทศ ซึ่งละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญอย่างแรง (200 กว่าปี ของประวัติศาสตร์อเมริกัน บทเฉพาะการที่ 1 คือ สิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา) ศาลบางรัฐได้สั่งระงับคำสั่ง“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” ชั่วคราว ณ.วันที่ 4 ก.พ. วันเสาร์ขณะที่ดิฉันกำลังเขียนคอลัมน์นี้ อัยการศาลรัฐบาลกลางแห่งรัฐวอชิงตันตัดสินให้ระงับ“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์”ฉบับนี้ชั่วคราว และ“กระทรวงรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ” ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ ต.ม. เปิดด่านให้ผู้ถือวีซ่าจาก 7 ประเทศนี้เข้าได้

สนามบินลอสแอนเจลิส 29 ม.ค.

 

ผลกับคนไทย

ทันที่ข่าวฮือเรื่อง ต.ม. ห้ามผู้ถือวีซ่าและใบเขียวอย่างถูกต้องเข้าประเทศ  ดิฉันได้อีเมล์และโทรศัพท์ถามมาว่า เขาทำใบเขียวให้แม่ ถ้าพ่อซึ่งพึ่งได้ใบเขียวเดินทางกลับไปรับแม่เข้ามาจะมีปัญหาไหม และอีกท่านถามว่าผู้ถือใบเขียวเคยมีคดีเมาและขับรถ ถ้าออกไปแคนาดา จะมีปัญหาตอนกลับเข้ามาไหม

ท่านแรกไม่มีค่ะ ท่านที่สองคำถาม ไม่ละเอียด ว่าผู้ถือใบเขียวนั้นคนไทยใช่ไหมคะ และ คดีจบไปหรือยัง แนะนำให้ถามทนายที่ทำเรื่องคดีอีกทีค่ะ

ผลกับคนไทยทั่วไป

ผู้ขอวีซ่าไปอเมริกาจะถูกตรวจมากขึ้น และดิฉันคาดว่าผู้ที่เป็นมุสลิมจะถูกเช็คแบ๊คกราวนด์อย่างละเอียดมากขึ้น เพราะอาจไก๊ด์ไลน์ต่างกับคนทั่วไป

ดิฉันไม่แนะนำให้ผู้ที่อยู่ในอเมริกาภายใต้กฎหมาย “ดรีมแอ๊กท์” (เด็กที่พ่อแม่นำเข้ามาเรียนหนังสือตั้งแต่เล็กๆ) ถึงแม้จะขอ “แอ้ดแว๊นซ์ พาโรล” (Advance Parole) ออกนอกประเทศได้ ดิฉันไม่แนะนำให้ออกค่ะ เพราะตอนหาเสียง “ทรัมพ์” ไม่ชอบกฎหมาย “ดรีมแอ๊กท์” หรือไม่ชอบ “โอบาม่า” อันใดอันหนึ่ง เนื่องจากโอบาม่าผ่าน “เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” “ดรีมแอ๊กท์” ฉะนั้นทรัมพ์ สามารถออก“เอ็กเซ็กคิวทีฟ ออร์เด้อร์” ยกเลิก“ดรีมแอ๊กท์”ได้

และถ้าไม่จำเป็นผู้ถือวีซ่าชั่วคราว รวม วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน วีซ่าลงทุนและอื่นๆไม่ควรเดินทางออกนอกประเทศระยะนี้ ดูลาดเลากันไปก่อนนะคะ

(คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DACA หรือ ดรีมแอ็กท์ในหนังสือ กฎหมายอิมมิเกรชั่น”  หน้า 26 และอ่านเพิ่มการเป็นอยู่ เดินทางและทำผิดกฎหมายของโรบินฮู้ด หน้า 74 ราคาเล่มละ  $65 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือได้โดยตรงจากดิฉัน โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308)

ส่วนโรบินฮู้ดในอเมริกา อยู่ยากขึ้นเนื่องจาก ทรัมพ์สั่งให้รัฐร่วมมือกับรัฐบาลกลาง บังคับให้ตำรวจเช็คสถานภาพอิมมิเกรชั่นของคนต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมายรวมทั้งกฎจราจร และส่งข้อมูลให้อิมมิเกรชั่น และยังขู่เมืองที่รัฐบาลกลางมีรายชื่อจัดเป็นเมืองที่ ปกป้องและช่วยเหลือโรบินฮู้ด (เรียก “แซงชัวอารี่ ซิทตี้” Sanctuary Cities) รวม ซานฟรานซิสโก ชิคาโก บอสตัน นิวยอร์คซิทตี้ ไมอามี่ วอชิงตัน ดีซี ทรัมพ์ขู่ว่าถ้าเมืองเหล่านี้ไม่ปฏิบัติตามจะตัดงบจากรัฐบาลกลางต่อเมืองนั้นๆ   แผนที่เมือง“แซงชัวอารี่ ซิทตี้”