กฎหมายใหม่รัฐคาลิฟอร์เนีย

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ปีใหม่ 2014 ผ่านมาได้เกือบเดือน  มีแฟนคอลัมน์อีเมล์มาส่งความสุขและบอกคิดถึงคอลัมน์หลายคนขอบคุณค่ะ คุณจิมมี่ลูกความเก่ารู้จักกัน 12 ปี SMS (หรือเท็กซ์) มาบ่นว่าดิฉันสัญญาจะกลับมาทำงานใน 1 ปีนี่เกินแล้ว คิดถึงคอลัมน์ไม่มีอะไรจะอ่าน ดิฉันตอบกลับว่า “ยังไม่ครบปี” ได้รับตอบมาสั้นๆว่า “อย่าอู้นาน”!!!!

อัพเดทว่าดิฉันทำอะไรบ้าง 9 เกือนที่ผ่านมา 

DSC04371

นอกจากไปโยคะทุกวันและบวกสอน 3 วันต่อสัปดาห์ ต้องไปเรียนหนังสือ yoga teacher training course 500 ชั่วโมง เรียนมาแล้ว 25 วัน ตอนนี้เหลือ 9 วันสุดท้ายเดือนมีนาที่จะถึงนี้ (แชร์รูปโยคะที่หาดภูเก็ต)

จัดบ้านใหม่ขยายโยคะสตูดิโอใหญ่ขึ้น ย่อห้องทำงานเล็กลง

ทำครัวใหม่หมด ตอนนี้กลายเป็นเบเก้อร์เต็มตัว

เที่ยวๆๆๆ ไปญิ่ปุ่น 1 เมืองไทย 3 ครั้ง

เท่านี้แหละค่ะ ค่อยๆทำละทีละเสต็ปเตรียมตัวรีไทร์และให้สุขภาพกับตัวเอง ตอนเรียนอายุรเวช คุณครูพูดประโยคนึงที่ติดใจมากคือ “You spend your health to get wealth, now you spend your wealth to get health.” “เราใช้สุขภาพเพื่อได้มาซึ่งความมั่งคั่ง ภายหลังเราใช้ความมั่งคั่งเพื่อได้มาซึ่งสุขภาพ”

กฎหมายอิมมิเกรชั่นใหม่รัฐคาลิฟอร์เนีย

เข้าเรื่องกฎหมายเลยนะคะ กฎหมายข้างล่างนี้เป็นกฎหมายมีผลใช้ในรัฐคาลิฟอร์เนียเท่านั้น และมีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกรา 2014

ใบขับขี่  AB460 ทางรัฐจะออกใบขับขี่ให้ผู้ที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย DMV คาดว่าใบขับขี่สำหรับผู้ที่อยู่อย่างผิดกฎหมายจะผลิตออกมาใช้สำเร็จภายในต้นปีหน้า

การเนรเทศ  AB4 กฎหมายรัฐบาลกลางอนุญาตให้ตำรวจท้องถิ่นสามารถกักตัวและขังคนต่างชาติที่ทำผิดกฎอิมมิเกรชั่นรวมอยู่เถื่อน (โดยปกติเมื่อจับเรื่องอื่น ตัวอย่างขับรถเร็ว และเมื่อพบว่าเป็นโรบินฮู้ดก็จะขังไว้รอส่งตัวต่อให้อิมมิเกรชั่น) กฎมายคาลิฟอร์เนียฉบับนี้ระบุว่า ห้องขังของรัฐสามารถขังคนต่างชาติที่ทำผิดกฎอิมมิเกรชั่นได้ต่อเมื่อผู้นั้นทำผิดคดีอาชญากรรมที่รุนแรง (serious crime) หรืออาชญากรรมที่มีสาเหตุจากความรุนแรง (violent crime) เท่านั้น โรบินฮู้ดเป็นทนายอิมมิเกรชั่นได้ AB1024 เคสนี้น่าสนใจมาก ปัจจุบันผู้ที่อยู่เถื่อนที่สอบผ่านคาลิฟอร์เนียบาร์สามารถเป็นทนายได้ ตามกฎหมายรัฐบาลกลางห้ามไม่ให้โรบินฮู้ดรับ “พับบลิค เบเนฟิต” (public benefits) ได้ คำนี้ตีความหมายกว้างมากรวมหลายๆอย่างส่วนใหญ่คือ เวลแฟร์ และรับไล๊เซ่นหรือใบประกอบอาชีพจากรัฐ รวมอาชีพต่างๆที่ต้องสอบผ่านและได้รับใบประกอบอาชีพของรัฐ เช่น หมอนวด ช่างทำผม ผู้ขายอินชัวรัน นายหน้าขายบ้าน หมอ เป็นต้น เคสนี้ นาย Sergio Garcia สอบผ่านคาลิฟอร์เนียบาร์ได้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่เขาไม่มีใบเขียว กำลังรอเรื่องใบเขียวอยู่ คดีขึ้นศาล ศาลสูงสุดของรัฐตัดสินว่า “เนื่องด้วยคนต่างชาติอยู่ในประเทศนี้อย่างผิดกฎหมายรัฐบาลกลาง  ไม่เป็นเหตุผลพอที่จะปฏิเสธว่าเขาไม่อยู่ในกลุ่มหรือ class ที่สอบผ่านบาร์” ตามสิทธิรัฐธรรมนูญระบุว่าผู้ที่อยู่ใน class เดียวกัน ต้องได้รับการปฏิบัติหรือ treatment จากรัฐเท่าเทียมกัน

โรบินฮู้ดที่ทำงานผิดกฎหมาย AB263 และ SB666 ห้ามนายจ้างลงโทษหรือกลั่นแกล้งคนงานเถื่อนเนื่องจากเขาอยู่ไม่ถูกกฎหมาย โปรดอ่านเกี่ยวกับกฎหมายอิมมิเกรชั่น  ในหนังสือกฎหมายอิมมิเกรชั่นคุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน อีเมล์ attorneyruji@aol.com ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

กฎหมายย่อย AB465 ห้ามวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้มือถือเท็กซ์ อ่านเท็กซ์ ถึงแม้ว่าจะใช้ระบบสั่งด้วยเสียง (voice-activated feature)

 

บัตรขาเข้าออนไลน์ และค่าธรรมเนียมใหม่

การเปลี่ยนแปลงในอิมมิเกรชั่นล่าสุดมี 2 อย่างคือ  ที่มีผลกับนักท่องเที่ยวหรือผู้ถือวีซ่าชั่วคราวที่เข้าอเมริกา คือ บัตรขาเข้าปัจจุบันเป็นออนไลน์  และอีกอย่างคือ ทางรัฐบาลคิดค่าธรรมเนียมการออกใบเขียวให้ สำหรับผู้ยื่นเรื่องขอใบเขียวมาจากสถานทูต เรียกค่าธรรมเนียมว่า Domestic Processing Fee เป็นเงิน $165.00

บัตรขาเข้าหรือ I-94

เมื่อก่อนโดยปกตินักท่องเที่ยวหรือผู้ถือวีซ่าชั่วคราวทุกประเภทที่เดินทางเข้าอเมริกา  จะต้องกรอก “บัตรขาเข้า” หรือ “ฟอร์ม I-94” หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “วีซ่าเล็ก” ที่ทางแอร์โฮสเตสให้กระดาษคุณกรอกในเครื่องบิน และพอลงสนามบิน คุณยื่นให้เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นและเจ้าหน้าที่จะแสตมป์วันที่ที่คุณเดินทางเข้า วันที่คุณต้องเดินทางออก และประเภทวีซ่า บัตรขาเข้านี้เป็นหลักฐานสำคัญว่าคุณเข้าอเมริกาอย่างถูกต้องและผ่านอิมมิเกรชั่นตรวจโปรดอ่านความรู้เพิ่มเกี่ยวกับบัตรขาเข้า  ในหนังสือกฎหมายอิมมิเกรชั่น”หัวข้อ “วีซ่าเล็ก” บทที่ 3 “วีซ่าชั่วคราว” หน้า 27 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

บัตรขาเข้า ออนไลน์

ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2013 ทางอิมมิเกรชั่นเลิกออกบัตรขาเข้า หรือ I-94 หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “วีซ่าเล็ก”ให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ถือวีซ่าชั่วคราวอื่นๆอีกต่อไป คุณต้องเข้าออนไลน์ กรอกฟอร์มเอง และพิมพ์ฟอร์มออกมาเอง คุณสามารถพิมพ์บัตรฟอร์มในระหว่างที่คุณอยู่ในประเทศเท่านั้น เมื่อคุณเดินทางออกนอกประเทศเมื่อไร ข้อมูลนี้จะถูกลบ และคุณไม่สามารถพิมพ์ออกมาได้  คุณไม่จำเป็นต้องพิมพ์ฟอร์มได้ ถ้าคุณเดินทางออกนอกประเทศตามกำหนดโดยไม่ได้อยู่เกิน เพราะทางอิมมิเกรชั่นจะมีข้อมูลของคุณตอนคุณเดินทางออก  แต่ถ้าคุณอยู่เกินและปล่อยให้วีซ่าขาด คุณต้องมีหลักฐานบัตรขาเข้านี้  เผื่อในอนาคต ถ้าคุณได้ทำเรื่องขอใบเขียว  ข้อแนะนำคือ ทันทีที่คุณเดินทางเข้าอเมริกา คุณควรเข้าออนไลน์กรอกข้อมูลและพิมพ์บัตรขาเข้าทันทีเพื่อเป็นหลักฐานการเข้าอเมริกา

วิธีทำ

เข้าเว๊บไซท์อิมมิเกรชั่นที่   www.cbp.gov/I94. คุณจะเป็นตัวอย่างตามข้างล่างนี้ ข้อมูลที่ต้องกรอกคือ นามสกุล ชื่อ วันเดือนปีเกิด นัมเบอร์พาสปอร์ต ประเทศที่ออกพาสปอร์ตให้ วันที่เดินทางเข้าอเมริกา และประเภทวีซ่า (วีซ่าท่องเที่ยวคือ B-2) ประเภทวีซ่าคุณสามารถดูได้จากแสตมป์ที่เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นแสตมป์ลงในพาสปอร์ต

I-94

ค่าธรรมเนียม Domestic Processing Fee

ค่าธรรมเนียมทำใบเขียวปัจจุบันถ้าทำในประเทศหรือ “ปรับสถานภาพ” ค่าธรรมเนียมทั้งหมด $1,490.00 จ่ายทีเดียว แต่ถ้าคุณขอใบเขียวมาจากเมืองไทย ค่าธรรมเนียมจ่ายทั้งหมด 3 ขั้นตอนคือ ค่ายื่นคำร้อง $420.00 ค่า Fee Bills $318.00 และหลังสัมภาษณ์เรื่องผ่านเรียบร้อยแล้ว มีค่าธรรมเนียม Domestic Processing Fee อีก $165.00 ซึ่งอันนี้คุณต้องจ่ายออนไลน์ คุณถึงจะได้ตัวบัตรเขียว  ถ้าคุณยังไม่ได้จ่ายและคุณเดินทางเข้าอเมริกามาก่อน  คุณจะไม่ได้รับใบ เขียวทางไปรษณ์ย์ จนกระทั่งคุณจ่ายเงินก่อน กฎใหม่นี้มีผลบัคับใช้ตั้งแต่วันที่  1 กุมภาพันธ์ 2013

ใบเขียวแต่งงานคู่เกย์ (ต่อ)

เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิย. ที่ผ่านมา ท่านปลัดกระทรวงการรักษาความปลอดภัยในประเทศ “แจเน็ท นาโปลิตาโน่”(Secretary of Homeland Security Janet Napolitano) ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายแปลกใจ (ปธน โอบาม่า เป็นผู้แต่งตั้งเธอ) “แจเน็ท นาโปลิตาโน่”ได้ชื่อว่า“โปร อิมมิเกรชั่น” พรรครีพับบลิคกันตำหนิเธอว่าอ่อน(ไม่แข็งพอ)ในการปกป้องด่าน ฉะนั้นถ้ามองในแง่ดีการลาออกของเธอนี้ อาจทำให้การตกลงที่จะผ่านร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นรีฟอร์มฉบับใหม่ ผ่านออกมาสำเร็จก็ได้ อัพเดทกฎหมายรีฟอร์มตอนนี้ก็ยังติดอยู่ในคองเกรส ตอนนี้ได้ผ่านเซเนท หรือวุฒิสภา (Senate) เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ยังติดอยู่ที่สภาล่าง “คองเกรส” (Congress) หรือสภาผู้แทนราษฏร ฉะนั้นกฎหมายนี้ยังไม่ผ่านนะคะ ผู้ที่อีเมล์ถามดิฉันมาว่าจะรับทำเคสตอนกฎหมายนี้ผ่านหรือไม่ เอาไว้กฎหมายนี้ผ่านเมื่อไร ดิฉันจะลงข้อมูลละเอียด และว่ากันอีกทีนะคะ โปรดอ่าน เกี่ยวกับศาลสูงสุด สิทธิเบื้องต้น ได้ในบท “ระบบการปกครองและกฎหมาย” หน้า 27, 28, 29 ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มใหม่ คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

ตอนนี้ 2 เรื่องใหญ่ในอิมมิเกรชั่นที่ดิฉันมีอีเมล์ถามมาส่วนใหญ่คือ ร่างปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น (อิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม) ที่จะออกวีซ่าและใบทำงาน ให้โรบินฮู้ดอยู่ในประเทศได้อย่างถูกต้องและต้องทำงานอย่างถูกต้อง เสียถาษีตามกฎหมายตามกฎหมาย ประมาณ 8 ปี ถึงจะแอ็พพลายใบเขียวได้) และอีกเรื่องใหญ่คือ ใบเขียวแต่งงานคู่เกย์ที่ทางศาลสูงพึ่งตัดสินโมฆะกฎหมายรัฐบาลกลาง Defense of Marriage Act หรือ DOMA ที่ว่า “การแต่งงานต้องเป็นไประหว่างหญิงและชายเท่านั้น” และรัฐใดที่ประชาชนโวทผ่านกฎหมายสมรสระหว่างเพศเดียวกัน รัฐต้องยอม รัฐไม่สามารถนำกฎหมายรัฐบาลกลาง DOMA มาอ้างต่อไป (คือตามสิทธิรัฐธรรมนูญโดยสมบูรณ์ คือสิทธิส่วนตัวของบุคคล มาก่อนรัฐ) คงเข้าใจนะคะว่าทำไมดิฉันถึงมี passion กับกฎหมายในอเมริกามาก เพราะมันศักดิ์สิทธิจริง

หลังจากคอลัมน์ฉบับที่แล้ว DOMA และผลต่อใบเขียวแต่งงานคู่เกย์ มีอีเมล์ถามมาจากเมืองไทยว่า คนไทยเกย์มีแฟนอเมริกัน (เคยเจอกันแล้วที่เมืองไทย) เธอเคยขอวีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน ถามว่าแฟนสามารถขอวีซ่าคู่หมั้นให้ได้หรือไม่ อันนี้ดิฉันไม่มีคำตอบค่ะ แต่ว่าน่าจะลอง เพราะเมืองไทยกฎหมายไม่ยอมรับการจดทะเบียนระหว่าง same sex คอลัมน์นี้ดิฉันเขียนถึงความเคลื่อนไหวในอิมมิเกรชั่นเกี่ยวกับ same sex green card แล้วกันนะคะ

 คู่เกย์แรกที่ได้ใบเขียวแต่งงาน

หลังคำตัดสิน DOMA วันที่ 26 มิ.. “แจเน็ท นาโปลิตาโน่”ประกาศว่าจะสั่งให้อิมมิเกรชั่นดำเนินเรื่องใบเขียวแต่งงานทันที 2 วันหลังจากนั้นตรงกับวันศุกร์ 28 มิ.. อิมมิเกรชั่นได้ส่งอีเมล์แอ็พพรูฟเคสใบเขียวแต่งงานให้นาย Traian Popov ซึ่งเป็นเคสแรกที่คู่เกย์ได้รับใบเขียวแต่งงาน นาย Popov ชาวบุลเกเรียนได้จดทะเบียนสมรสกับนาย Julian Marsh ที่รัฐนิวยอร์คอย่างถูกกฎหมายปี 2012 และปัจจุบันอยู่รัฐฟลอริด้าซึ่งรัฐฟลอริด้าไม่ยอมรับ Same sex marriage นาย Popov อยู่ในอเมริกามา 15 ปี ถือวีซ่านักเรียนและอยู่อย่างถูกกฎหมายมาตลอดถึงปัจจุบัน เขาได้เรียน(อู้เวลา)จบปริญญาโทแล้ว 3 สาขา และปัจจุบันกำลังทำปริญญาเอกสาขา Social Science และกำลังเรียนอยู่ในรัฐฟลอริด้า หลังจากแต่งงานกัน นาย Julian Marsh ได้แอ็พพลายใบเขียวให้ Popov เดือน ก.. 2012 แต่เรื่องไม่ผ่านและติดค้างอยู่ในอิมมิเกรชั่น ทั้งคู่ได้รับข่าวดีวันศุกร์ซึ่งตรงกับวันเกิดของ Julian Marsh ขณะทั้งสองกำลังฉลองวันเกิดกันที่ร้านอาหาร (โรแมนติคน่าดู) เคสนี้แสดงว่า ถ้าคุณจดทะเบียนในรัฐที่มีกฎหมาย same sex marriage และย้ายไปอยู่รัฐอื่นที่ไม่ยอมรับ same sex marriage อิมมิเกรชั่นก็ยังแอ็พพรูฟออกใบเขียวแต่งงานให้

Sereechai_attachment-2.doc_-_LibreOffice_Writer

(ดูรูปคู่สมรส Popov ซ้ายมือ นาย Marsh คนขวามือ)

เคสอุทธาหรณ์ที่สอง

เคสนี้ไม่ได้จบลงด้วยดีแบบเคสแรก แต่ก็ถือว่าได้รับชัยชนะคือ คู่เกย์ ซิติเซ่น นาย Richard Adam “อาดัม” อเมริกันซิติเซ่นได้จดทะเบียนที่เมือง Boulder รัฐโคโรราโด ปี 1978 กับนาย Anthony Sullivan “ซัลลิแวน” ชาวออสเตรเลียนซึ่งเข้ามาเมกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว นาย Adam ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คู่สมรส แต่เรื่องไม่ผ่านและอิมมิเกรชั่นได้ดำเนินเรื่องเนรเทศ ทั้งคู่ต่อสู้เคสในศาลหลายปีจนกระทั่งเคสขึ้นถึงศาลอุทธรณ์และแพ้คดี ทั้งสองตัดสินใจย้ายออกไปด้วยกันนอกประเทศระยะหนึ่ง และได้กลับมาอมริกา และอยู่ด้วยกันฉันคู่สมรสมาจนกระทั่งเดือนธันวา 2012 ที่ผ่านมา นาย “อาดัม” ได้เสียชีวิต โดยนาย “ซัลลิแวน” ดูแลรักษาพยาบาลมาจนกระทั่งวันที่เขาสิ้นใจ หลังการตัดสิน DOMA องค์กร “อเมริกัน อิมมิเกรชั่น เคาน์ซิล” (American Immigration Council) ได้รับเชิญไปเล่าเรื่องราวในที่ประชุมประจำปีของ American Immigration Council ทุกคนในที่ประชุมฟังเรื่องที่นาย “ซัลลิแวน” เล่า ชีวิตสมรสเขากับ “อาดัม” และสิ่งที่เขาทั้งสองต่อสู่เพื่อความเสมอภาคมาตลอดจน “อาดัม” ตาย ทุกคนในที่ประชุมนั่งตรึงฟังเรื่องเงียบกริบอยู่กับที่ นาย“ซัลลิแวน” รับรางวัลเกียรติยศจาก American Immigration Council อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี สำหรับนาย “ซัลลิแวน” มันอาจสายเกินไป แต่เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ให้สังคมรู้และเปิดตากว้างต่อผู้อื่นรวมรัฐบาลผู้ร่างกฎหมาย และการที่ศาลยกเลิกกฎหมาย DOMA ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี โดยให้ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในสังคมอเมริกันต่อคนทุกคนโดยไม่กีดกันทั้งทาง เพศ และผิว โปรดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ Same sex marriage และ DOMA อย่างละเอียด ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มใหม่ บท “กฎหมายสมรส” หน้า 41 และ บท “ใบเขียวแต่งงาน” หน้า 47 ในหนังสือกฎหมายอิมมิเกรชั่นเล่มใหม่

. วันนี้ดิฉันเชื่อว่าอิมมิเกรชั่นได้เปิดประตูรับคู่สมรสเกย์และพร้อมที่จะดำเนินเคสเช่นเคสใบเขียวแต่งงานทั่วไป แต่สำหรับเคสของผู้ที่อยู่เมืองไทย และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับคู่พาร์ทเน่อร์ของตน อาจลองทำวิธีอื่นๆดังนี้

  1. ขอวีซ่าท่องเที่ยวไปเมกา

  2. ถ้ามีคุณสมบัติครบที่จะทำวีซ่าคู่หมั้นได้ ให้คู่หมั้นในเมกาขอวีซ่าคู่หมั้นให้

  3. บินไปประเทศอื่นในที่รับการจดทะเบียนสมรส same sex marriage อย่างถูกกฎหมาย จดทะเบียนกัน และให้คู่สมรสแอ็พพลายใบเขียวแต่งงานให้

โชคดีนะคะ

DOMA และผลต่อใบเขียวแต่งงานคู่เกย์

เมื่อวันที่ 26 มิย. 2013 ที่ผ่านมา ศาลสูงสุดหรือศาลฎีกาหรือ US Supreme Court ได้ตัดสินเคสเกี่ยวกับ “เกย์ แมริเอจ” โดยตัดสินเคส กฎหมายรัฐคาลิฟอร์เนีย “พร็อพ 8” (Prop 8) และครอบคลุมไปถึงกฎหมายรัฐบาลกลาง Defense of Marriage Act เรียกย่อๆว่า “โดมา” (DOMA) โดยตัดสินว่า “พร็อพ 8” และ DOMA ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จึงไม่มีผลบังคับใช้ ซึ่งถือเป็นชัยชนะยิ่งใหญ่ของคู่สมรสเกย์

ดิฉันได้เขียนข้อมูลเกี่ยวกับ Same sex marriage, Prop 8 และ DOMA อย่างละเอียดในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มใหม่ บท “กฎหมายสมรส” หน้า 41 และ โปรดอ่าน เกี่ยวกับศาลสูงสุด สิทธิเบื้องต้น ได้ในบท “ระบบการปกครองและกฎหมาย” หน้า 27, 28, 29 กฎหมายอิมมิเกรชั่นเล่มใหม่ บท “ใบเขียวแต่งงาน” หน้า 47 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308

same-sex-marriage

Prop 8 รัฐคาลิฟอร์เนีย

กฎหมายเกี่ยวกับ “เซม เซ็กส์ แมริเอจ” (Same sex marriage) หรือการสมรสระหว่างเพศเดียวกัน (เซ็กส์แปลว่า “เพศ” นอกเหนือจากแปลว่า “เช็กส์”นะคะ ) ในรัฐคาลิฟอร์เนียได้ผ่านมาครั้งแรก วันที่ 16 มิย. 2008 ทันทีที่กฎหมายออก คู่เกย์หลายคู่รีบวิ่งไปจดทะเบียนสมรส ผู้ที่จดทะเบียนระหว่างช่วงนั้นถือว่าถูกกฎหมาย Same sex marriage ผ่านออกมาไม่กี่เดือน กลุ่มที่ต่อต้านได้ดันร่างกฎหมาย “พร็อพ 8” เข้าใน “แบลลอท” (ballot) รัฐเดือน พ.. 2008 เพิ่มบทเฉพาะการหรือ “อเม็นด์เม๊นท์” เข้าไปในรัฐธรรมนูญรัฐว่า “การสมรสตามกฎหมาย คือการสมรสระหว่างหญิงชายเท่านั้น” ซึ่งแบลลอทนี้ผ่านเสียงข้างมาก ทำให้การสมรสระหว่าง same sex หยุดชะงักตั้งแต่ 5 .. 2008 หลังจากนั้นก็อุทธรณ์กันไปมา จนกระทั่งเคสนี้เข้าถึงศาลสูงสุดในเทอมนี้ (US Supreme Court) ซึ่งศาลผ่านการตัดสินนี้วันสุดท้าย 28 มิยใ ก่อนหมดเทอมปีนี้ (ตอนนี้ท่านตุลาการได้พักผ่อน จะถึงเทอมใหม่ปีหน้า) และศาลได้ตัดสินว่า คาลิฟอร์เนีย “พร็อพ 8” ละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญส่วนบุคคล เมื่อวันที่ 27 มิย. 2013 หลังคำตัดสิน 1 วัน กฎหมาย Same sex marriage รัฐคาลิฟอร์เนียมีผลบังคับใช้

DOMA

DOMA หรือ Defense of Marriage Act เป็นกฎหมายรัฐบาลกลางซึ่งคองเกรสผ่านมาอย่างเร่งรีบเช่นกันในปี 1996 สมัย ประธานาธิบดีคลินตัน โดยนิยามการสมรส ว่า “การสมรส คือ การสมรสระหว่างหญิงชายเท่านั้น” เนื่องจากก่อนหน้านั้นบางรัฐได้ผ่าน Same sex marriage และรัฐอื่นๆมีการเคลื่อนไหวที่จะผ่าน รัฐบาลกลางไม่ต้องการยอมรับ นอกจากด้านศีลธรรมที่รุ่นเก่าๆในคองเกรสกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก็ยังเป็นปัญหาเรื่องเงิน “บั๊ดเจ็ท” ที่ถ้าการสมรสถูกต้อง รัฐบาลกลางต้องให้ “เบเนฟิต” ต่างๆต่อคู่สมรสเกย์ เช่นเงินโซเชียล ศาลสูงสุดได้ตัดสิน DOMA พร้อม Prop 8 ว่าละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญส่วนบุคคล และไม่มีผลบังคับใช้

ผลจากคำตัดสิน

การสมรสถือเป็นอำนาจของรัฐแต่ละรัฐ แต่ละรัฐมีกฎหมายสมรสของตนเอง ถ้าคุณมีคู่เกย์อยู่ในรัฐที่มีกฎหมาย Same sex marriage คุณสามารถจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และดำรงชีวิตอยู่ในรัฐนั้น เดลมเบเนฟิตต่างๆจากที่ทำงาน เช่นประกันค่างๆ และเงินค่ารีไทร์ และในวันข้างหน้าคุณสามารถรับเบเนฟิตต่างๆจากรัฐบาลกลาง เช่นเงินโซเชียล ปัญหาที่ตามมาคือ ถ้าคุณอยู่รัฐที่ไม่มี Same sex marriage หรือคุณไปจดทะเบียนในรัฐที่มี Same sex marriage และย้ายกลับไปอยู่รัฐเดิม อะไรจะเกิดขึ้น เหล่านี้ต้องดูกันไป

ผลกับอิมมิเกรชั่นใบเขียวคู่เกย์

ไดเร็ตเต้อร์อิมมิเกรชั่นพูดว่า จะเริ่มอนุญาตคู่สมรสทุกคู่ (ทุกประเภท) ให้รอะบบ (เบเนฟิต) อิมมิเกรชั่นได้ (อันนี้แปลตรงตัวเลยดูแหม่งๆ) ตามข่าวที่ดิฉันอ่านพบ คือทางอิมมิเกรชั่นได้ตัดสินผ่านเคสเกย์แมริเอจที่ติดค้างอยู่ และเริ่ม process เคสคู่สมรสเกย์ที่ได้ยื่นเรื่องเข้าไปและไม่ผ่านหรืออยู่ระหว่างถูกเนรเทศ และตอนนี้ทางสถานทูตซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐบาลกลาง ต้องยอมรับคู่เกย์ที่ขอวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าผู้ติดตามด้วยกัน ทางสถานทูตจะพิจารณาเช่นเดียวกับคู่หญิงชาย ส่วนประเทศที่มี same sex marriage ถูกต้องตามกฎหมาย คู่สมรสซิติเซ่นที่จดทะเบียนกับคนต่างชาติในประเทศนั้นๆสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คู่สมรสได้

ผลการตัดสินศาลสูงสุดครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่าสังคมในอเมริกาเริ่มเปลี่ยนไปและเปิดใจมากขึ้น แน่นอนปัญหาและประเด็นต่างๆก็ยังจะตามมา แต่การตัดสินครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี

หย่าและกลับไทยระหว่างถือใบเขียวสองปี

หลังจากดิฉันได้ “กิน” “โย” เที่ยว” (ดูรูป ถึงใจกว่า) เกือบเดือนที่หัวหิน ตอนนี้กลับมาสะสาง “งาน” หายเครียดไปเยอะเพราะรับโทรศัพท์น้อยลง และไม่เขียนคอลัมน์ทุกสัปดาห์

IMG_3285 IMG_3284 IMG_3233

คอลัมน์ฉบับที่แล้วดิฉันเขียนกรณีหญิงไทยถือใบเขียวแต่งงานสองปีถูกสามีฟ้องหย่าระหว่างอยู่เมืองไทย และกลัวถูกยึดใบเขียว ดิฉันได้เขียนเรื่องสิทธิรัฐธรรมนูญตามกระบวนการทางกฎหมายหรือ “ดู พรอเซส” (Due Process) ของกฎหมายอเมริกัน ที่คุณสามารถต่อสู้กลับได้ คุณจะไม่สูญหรือถูกยึดใบเขียวโดยพลการ ในอเมริกามีคำพังเพยว่าคุณมีสิทธิขึ้นศาล (have your day in court)  หลังคอลัมน์ที่แล้วดิฉันได้รับอีเมล์ 2 ฉบับ ที่หญิงไทยถือใบเขียว 2 ปีถูกสามีฟ้องหย่าและสามีส่ง(บังคับให้กลับ)ไปอยู่เมืองไทย ตอนนี้ต้องการกลับมาอยู่อเมริกาจะทำอย่างไร

กระบวนการทางกฎหมาย

คอลัมน์กฎหมายนี้ดิฉันจะเขียนเกี่ยวกับกฎหมายและสิทธิรัฐธรรมนูญอเมริกันให้คุณทำความเข้าใจกับกฎหมาย และนำกฎหมายไปประยุกต์ใช้ได้ในสถานการณ์อื่นๆที่คล้ายๆกัน ถ้าคุณเป็นแฟนคอลัมน์นี้มานาน ถึงเวลาแล้วที่คุณจะก้าวหน้าไปอีกเสต็ปหนึ่ง ที่จะมองสถานการณ์ตนเองกว้างๆ ไม่มองวงแคบ โดยนำข้อมูลกฎหมายที่ดิฉันเขียนแต่ละเคสไปเป็นเป็นไก๊ด์ไลน์กับเคสของตน

กฎหมายรัฐ กฎหมายรัฐบาลกลางและกฎรัฐธรรมนูญ 

เมื่อคุณอยู่ในอเมริกา คุณอยู่ภายใต้ 3 กฎหมาย คือกฎหมายรัฐที่คุณอยู่ กฎหมายรัฐบาลกลาง และกฎหมายรัฐธรรมนูญ รัฐธรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด กฎหมายรัฐและกฎหมายรัฐบาลกลางมักจะพอๆกัน กฎหมายหลายฉบับคล้ายๆกัน แต่บางทีก็ขัดกัน เมื่อขัดกันคุณก็ต้องนำสิทธิรัฐธรรมนูญมาช่วย โปรดอ่านความรู้เพิ่มเกี่ยวกับกฎหมายทั้งสาม  ในหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มใหม่”หัวข้อ “กฎหมายที่มีผลใช้บังคับ” บทที่ 1 “ระบบปกครองและกฎหมาย” หน้า 28 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308 ตัวอย่างในเคสใบเขียวแต่งงาน

แต่ง หย่า และใบเขียว

การแต่ง หย่า เป็นกฎหมายครอบครัวซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐ กรณีคนต่างด้าวแต่งงานกับคนอเมริกัน เนื่องจากคนต่างด้าวต้องอยู่ภายใต้กฎหมายต่างด้าวหรือกฎหมายอิมมิเกรชั่น ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐบาลกลาง จึงต้องทำตามระเบียบและกฏอิมมิเกรชั่น  ภายใต้สิทธิรัฐธรรมนูญคนทุกคนที่อยู่ในอเมริกามีสิทธิที่จะดำรงชีวิตและหาความสุข (The rights to pursuit happiness) สรุป คุณมีสิทธิแต่งงาน มีครอบครัว และมีความสุขอยู่กับคู่สมรส แต่เนื่องจากคุณเป็นคนต่างด้าวคุณจึงต้องทำเรื่องขอใบเขียวเพื่ออยู่ในอเมริกาได้กับคู่สมรส  สมมติว่า หลังแต่งงาน ชีวิตสมรสไม่มีความสุข คุณหรือคู่สมรสไม่จำเป็นต้องทนอยู่ แต่ละฝ่ายมีสิทธิเลิกกันและหย่าได้ (The rights to pursuit happiness) ปัญหาคือ กฎหมายอิมมิเกรชั่นมีกฎหมายปกป้องการแต่งงานปลอม โดยออกใบเขียวสำหรับผู้ขอใบเขียวแต่งงานให้ชั่วคราวเพียง 2 ปี โดยใช้เวลาเป็นข้อกำหนดว่า ถ้าคู่สมรสอยู่รอด 2 ปีแรก ก็สันนิษฐานว่าแต่งงานจริง และออกกฎให้คู่สมรสยื่นเรื่องและหลักฐานว่าอยู่ด้วยกันจริง เมื่อเรื่องผ่านอิมมิเกรชันจึงออกใบเขียวถาวรให้ กฎนี้ไม่ถือว่าละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ถือเป็นการจำกัดสิทธิ เนื่องจากคุณ(คนต่างด้าว) เมื่อเลิกกัน มีสิทธิที่จะยื่นเรื่องไปที่อิมมิเกรชั่นขอใบเขียวถาวรด้วยตนเอง โดยแสดงหลักฐานว่าตนแต่งงานจริงแต่ชีวิตสมรสล้มเหลว คุณหรือคู่สมรสไม่มีความสุข

สามีขู่แจ้งอิมมิเกรชั่นส่งกลับไทย

เวลาดิฉันได้รับคำถามมาว่า สามีบังคับให้กลับไทย หรือซื้อตั๋วเครื่องบินส่งกลับเลยต้องกลับ หรือโดนสามีขู่ว่าจะแจ้งอิมมิเกรชั่นให้ยึดใบเขียว อันนี้ต้องอธิบาย 2 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ตัวคุณมีสิทธิในตัวของคุณเองที่จะอยู่ในอเมริกาหรือจะไปไม่มีใครบังคับได้ แม้กระทั่งสามี อีกประเด็นคือสามี ขู่แจ้งอิมมิเกรชั่นจับหรือยึดใบเขียว เพียวกรณีเรื่องหย่า หรือพยายามอ้างว่าคุณแต่งงานเพื่อใบเขียว อันนี้คุณมีสิทธิปกป้องภายใต้กระบวนการทางกฎหมายที่จะต่อสู้กลับ และตอบรับข้อกล่าวหาต่างๆได้   อิมมิเกรชั่นไม่สามารถที่จะอยู่ดีๆยึดใบเขียวคุณโดยพลการ โดยไม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย คุณมีสิทธิที่จะ have your day in court คือสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองโดยอธิบายเหตุการณ์ และส่งหลักฐานว่าคุณแต่งงานอยู่ด้วยกันจริงๆแต่ชีวิตสมรสไม่มีความสุข โปรดอ่านเกี่ยวหัวข้อ“ขอใบเขียวถาวรด้วยตนเอง” และ “แต่งงานจริงและอยู่ด้วยกันไม่ได้”   ในหนังสือกฎหมายอิมมิเกรชั่น” บทที่ 7 “เลิกกันก่อนได้ใบเขียว 10 ปี” หน้า 55

กลับเข้าอเมริกาได้หรือไม่

ถ้าคุณได้กลับไปเมืองไทยแล้ว และตราบใดที่ใบเขียวของคุณยังไม่หมดอายุและคุณไม่ได้อยู่นอกประเทศเกิน 1 ปี และเรื่องหย่าคุณยังไม่สิ้นสุดลง คุณสามารถเดินทางกลับเข้าอเมริกาได้ค่ะ เหตุผลที่คุณกลับไทย ง่ายที่สุดคือ vacation ค่ะ

ข้อแนะนำ

ถ้าคุณมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น ดิฉันไม่แนะนำให้คุณรีบกลับเมืองไทย คุณควรทำเรื่องหย่าให้เสร็จสิ้นและทำเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง ถ้าคุณไม่ต้องการอยู่ในอเมริกาอีกต่อไปและกลับไปอยู่ไทย ข้อเตือนคือ ถ้าคุณอยู่เถื่อนตอนแต่งงานและได้ใบเขียว 2 ปี เมื่อคุณกลับไทย คุณไม่สามารถกลับเข้าอเมริกาได้ 10 ปีตามกฎหมาย unlawful presence ที่ถ้าคุณปล่อยให้วีซ่าเล็กขาดเกิน 1 ปี คุณไม่สามารถกลับเข้าอเมริกาได้ 10 ปีนับจากวันที่เดินทางออก

 

 

4 สัปดาห์ของซาแบ๊บติคัลลีฟ

หลังจากดิฉันกลับมาจากเรียนคอร์สครูสอนโยคะ 500 ชั่วโมงคืนวันศุกร์ที่ 10 พ.ค. สบักสบอมกลับมาเพราะตาข้างขวาอักเษบเป็น inflammation ตั้งแต่วันไปเรียนจนกลับ วันจันทร์ที่ 13 พ.ค. ที่ดิฉันตัดสินใจ “ซาแบ๊บติคัล ลีฟ” จากงาน 1 ปี รักษาตาจนหาย และพักผ่อนหัวสมองจากวิชาที่เรียนมา สัปดาห์แรกที่หยุดทำงานดิฉันปิดโทรศัพท์กระโดดโลดเต้น แฮ๊ปปี้มาก ประกาศให้ลูกความ เพื่อนฝูง และญาติพี่น้องรู้ไปทั่ว  พอวันจันทร์ที่ 20 พ.ค. สัปดาห์ที่สองตื่นเช้ามาคิดถึงเสียงโทรศัพท์ห้องทำงานรู้สึกเงียบ เลยชักเซ็งนั่งคิดว่าตัดสินใจถูกหรือป่าวเนี่ย เก๊าะเลยเปิดรับโทรศัพท์ใหม่ และแอบรับเคสใหม่ไป 2 เคส พอวันเสาร์ที่ 25 พ.ค. มีธุระด่วนต้องบินไปเมืองไทย ก็ดีใจกระโดดโลดเต้นต่อว่าได้เปลี่ยนบรรยากาศอีก พอถึงเมืองไทยมีแฟนคอลัมน์โทรตามมา ก็เลยตกลงรับเคสใหม่อีก 1 เคส ตอนนี้ก็พักผ่อนกินลม(ร้อน)ชมวิวอยู่หัวหิน คืนวันเสาร์ที่ 1 มิย. ได้วิ่งไปดูดนตรี Jazz Festival ซึ่งมีทุกปีที่หัวหิน ดีมากๆ เสาร์ที่จะถึงนี้จะไปเที่ยวจันทร์เทศกาลผลไม้ ตอนนี้มีความรู้สึกว่าตัวเองสะเปะสะปะน่าดูและยังไม่เข้าที่ รู้สึกว่าวันๆยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน (พยายามนึกว่าการเที่ยวก็เป็นประโยชน์เช่นกัน) ดีที่ว่าคุณสามีเออออไปกับดิฉันว่าอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ก็เลยว่ากลับถึงเมกาวันที่ 20 นี้แล้วแล้วค่อยไปตั้งหลักกันใหม่ ตอนนี้ขอ กิน โย เที่ยวไปก่อน ขอบคุณแฟนคอลัมน์ที่เขียนมา “ซัพพอร์ท” การตัดสินใจ “ซาแบ๊บติคัล ลีฟ” ของดิฉัน

สามีหย่าระหว่างอยู่ไทย

มีแฟนคอลัมน์ถามมาว่า ระหว่างตนอยู่เมืองไทยสามีทำเรื่องหย่าและบอกว่าแจ้งอิมมิเกรชั่นให้ยึดใบเขียว ตนมีใบเขียว 2 ปียังไม่ขาด จะกลับเข้าเมกามีปัญหาไหม

กระบวนการทางกฎหมาย

ตอนนี้ขอตอบตามกลักกฎหมายสั้นๆนะคะว่า กฎหมายในอเมริกายุติธรรมมากๆกับทุกฝ่าย ในกรณีเคสนี้นี้ที่คุณมีใบเขียวเท่ากับคุณเป็นเรสสิเด๊นท์ อยู่ในเมกา คุณมีสิทธิเช่นพลเมืองอเมริกันคนหนึ่ง ก่อนที่สิทธิของบุคคลจะถูกถอน จะต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายหรือ “ดู พรอเซส” (Due Process) ซึ่ง Due Process นั้นเป็นสิทธิที่ระบุในสิทธิรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด โปรดทำความเข้าใจกับ “กระบวนการทางกฎหมาย  ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มใหม่”หัวข้อ “สิทธิเบื้องต้น” บทที่ 1 “ระบบปกครองและกฎหมาย” คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308” กรณีคุณมีใบเขียว 2 ปีที่ยังไม่หมดอายุ ถ้าสามีไปแจ้งอิมมิเกรชั่นจริงๆว่าเขากำลังทำเรื่องหย่า อิมมิเกรชั่นไม่สามารถจะอยู่ดีๆมายึดใบเขียวคุณได้ หรือไม่ให้คุณเข้าประเทศโดยไม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย

ใบเขียว 2 ปี

ภายใต้กฎหมาย Immigration Marriage Fraud Amendments (IMFA) “ถ้าผู้ถือใบเขียว 2 ปี หย่ากับคู่สมรสก่อนยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปี ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ฟ้องหย่าก็ตาม ผู้ถือใบเขียวสองปีสามารถทำเรื่องขอใบเขียวด้วยตนเองได้ ถึงแม้สามีคุณจะไปแจ้งอิมมิเกรชั่นใส่ร้ายคุณหรือขอให้เขายึดใบเขียวเนื่องจากเขาหย่าคุณแล้ว เนื่องจากคุณมีสิทธิที่จะยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเอง ไม่สำคัญว่าใครผิดใครถูก คุณมีสิทธิตามกระบวนการทางกฎหมายที่จะยื่นเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่นและทางอิมมิเกรชั่นต้องฟังเรื่องของคุณก่อน (นี่คือกระบวนการทางกฎหมาย) ที่จะตัดสินใจยกเลิกใบเขียวคุณหรือเนรเทศคุณออกนอกประเทศ ฉะนั้นคุณจะไม่มีปัญหาเข้าประเทศค่ะ คืออิมมิเกรชั่นจะอยู่ดีๆจะไม่ให้คุณเข้าเมกาไม่ได้  เมื่อคุณกลับถึงเมกา ถ้าคุณได้ใบฟ้องหย่าหรือ Notice of Summons จากสามี คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียว 10 ปีด้วยตนเองได้ค่ะ โปรดอ่านเกี่ยวหัวข้อ“ขอใบเขียวถาวรด้วยตนเอง” และ “แต่งงานจริงและอยู่ด้วยกันไม่ได้”   ในหนังสือ “กฎหมายอิมมิเกรชั่น” บทที่ 7 “เลิกกันก่อนได้ใบเขียว 10 ปี” คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือโดยตรงกับดิฉัน ส่วนแฟนคลับที่เมืองไทยซื้อหนังสือได้ที่คุณนิ้งหน่อง เบอร์ 081-480-4308”

ร่างกฎหมาย“อิมมิเกรชั่นรีฟอร์ม”

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันลงบทความ Outline ร่างกฎหมาย “อิมมิเกรชั่น รีฟอร์ม” (Immigration Reform Bill) ที่ยังไม่ผ่าน ในสัปดาห์ที่แล้วดิฉันได้โทรศัพท์และอีเมล์คำถามมาจากแฟนๆหลายคน ที่อยู่ในสถานภาพต่างๆ ทั้งเถื่อนและไม่เถื่อนอาชีพต่างๆกัน เช่นครู วิศวะกร เป็นต้น ว่าเขาจะได้สะสมแต้มหรือสิทธิพิเศษอะไรบ้างไหม  บางคนทำงานมาตลอดแต่ไม่เสียภาษี บ้างก็เสียภาษีแต่ใช้โซเชียลปลอมคนอื่น ซึ่งดิฉันไม่มีคำตอบให้ตอนนี้ค่ะ แต่เชื่อว่ามันต้องมีทางทำจนได้

ความคืบหน้าของร่างกฎหมาย

ร่างกฎหมาย “อิมมิเกรชั่น รีฟอร์ม” ตอนนี้ ส.ส. ตัวแทน 8 ท่านซึ่งเป็นผู้ร่างกฎหมาย ในที่สุดตกลงกันได้ ร่างกฎหมายนี้มีรายละเอียดทั้งหมด 74 หน้า และต้องส่งเข้าสภา(ดิฉันไม่แน่ใจว่าส่งแล้วยัง) หลังจากเข้าสภา ในสถาก็จะถกกันและแน่นอนว่าต้องมีข้อเปลี่ยนแปลง ปลีกย่อย คงไม่เปลี่ยนข้อหลักๆเช่น กฎหมายนี้ cover บุคคลที่เข้ามาในอเมริกาก่อนวันที่  31 ธันวาคม 2011 ปัจจุบันอาจอยู่เถื่อนหรือไม่เถื่อน และตามข้อ outline ที่ดิฉันลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ตอบคำถามผู้ที่โทรฝากข้อความและอีเมล์

ดิฉันมีความตั้งใจจะอ่านรายละเอียด 74 หน้า และเลือกแปล section ที่พูดถึงคุณสมบัติของผู้ที่สามารถยื่นเรื่องภายใต้กฎหมายใหม่ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะตาข้างขวาอักเษบแดงกล่ำตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันเลยพักสายตาไม่ต้องการนั่งหน้าคอม และไม่สามารถไปหาหมอได้เพราะ weekend เลยไม่สามารถเขียนคอลัมน์ได้ ขอให้แฟนๆอดใจรอนะคะ เมื่อทางสภาสรุปและ approve กฎหมาย ดิฉันจะรีบเขียนลงทันทีค่ะ

ที่ถามกันมาว่า ดิฉันจะรับทำเคสไหมและค่าทนายเท่าไร ต้องรับทำเคสสิคะ ดิฉันเองก็ตื่นเต้นพอๆกับคุณ ค่าทนายไม่ทราบค่ะ ขึ้นอยู่กับเอกสาร และหลักฐานที่ต้องยื่น เดือนมิถุนายนนี้ดิฉันต้องไปเรียนยูนิทเพิ่มของทนายอิมมิเกรชั่นประจำปี ดิฉันก็จะได้ความรู้เกี่ยวกับร่างกฎหมายใหม่มากขึ้นและมีไอเดียว่าทนายอื่นๆเขาคิดค่าทนายกันเท่าไร

ประกาศออฟฟิสปิด

ตั้งแต่วันพุธที่ 1 พค ถึง ศุกร์ที่ 10 พค ดิฉันจะไม่เข้าออฟฟิสนะคะ ดิฉันต้องไปเรียนหลักสูตรครูโยคะเพิ่ม (Yoga teacher training course 500 hours) 500 ชั่วโมง 9 วัน 6.30 น.เช้า – 8.30 น.ค่ำ ที่ Mount Madonna เมือง Watsonville ขับรถ 7 ชั่วโมง จะว่าไปถือศีลกินเจและโยคะก็ว่าได้ เพราะต้องไปกินนอนที่อาศรมบนเขาสูง ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เวลาเห็นมดหรือแมงมุมในห้องนอนก็ต้องอยู่กับเขาหรือช้อนออกนอกห้อง ตอนเช้าต้อง meditate นั่งลมปราน ฝึกโยคะวันละ 5 ชั่วโมง (ฝึก 2 ฝึกสอน 3 ช.ม.) ผู้ช่วยมาทำงานปกติแต่ออฟฟิสปิด  คุณไม่สามารถติดต่อดิฉันได้ค่ะ เพราะอยู่บนเขาสูงยากที่จะมีสัญญาน ถ้าด่วนโปรดติดต่อทางอีเมล์ attorneyruji@aol.com; attorneyruji@gmail.com หรือ text เข้า 714-496-4422